0 Views

DEM 49 : หนึ่งในสี่ตระกูลผู้ยิ่งใหญ่  !

 

          “องค์ชาย หวู่ซาง ไม่เป็นอะไรจริงๆ เพียงแต่เมื่อคืนนี้ข้าไม่ได้นอนเลย เพราะมัวแต่หาสามีที่ดีที่สุดให้กับหยุนลั่วเฟิง ดังนั้นตอนนี้ข้าก็เลยรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย ข้ากลัวว่ามาตรฐานของหยุนลั่วเฟิงจะสูงเกินไปและนางจะไม่ยอมรับสามีที่ข้าเลือกให้”

 

          แน่นอนว่ามู่หวู่ซาง ไม่ได้บอกองค์ชายรัชทายาทว่าเกิดอะไรขึ้นที่คฤหาสน์นายกรัฐมนตรี ดังนั้นเธอจึงผลักเรื่องราวทุกอย่างไปที่หยุนลั่วเฟิง

 

          หลังจากที่เกาหลิงได้ยินคำพูดของ มู่หวู่ซาง ท่าทางของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย “ที่เจ้าต้องมาเหน็ดเหนื่อยก็เป็นเพราะนาง ดังนั้นนางไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจอะไรทั้งนั้น เป็นแค่คนไร้ค่าจะมีสิทธิ์อะไรมาตั้งมาตรฐานสูง? หวู่ซาง ข้าเชื่อในความสามารถของเจ้า เลือกคนที่เหมาะสมให้นางเถอะ ข้าจะให้องค์จักรพรรดิประกาศราชโองการพระราชทานสมรสให้ แม้ว่านางจะไม่เต็มใจแต่นางก็ต้องยอม!”

 

 

          ในฐานะที่เป็นคนไร้ค่านางจะมีสิทธิ์มาจู้จี้จุกจิกได้ยังไง? มันค่อนข้างจะดีมากแล้วที่มีคนเต็มใจจะแต่งงานกับนาง ถ้าไม่ใช่เพราะหวู่ซางเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ ในโลกนี้ยังจะมีใครเต็มใจที่จะรับคนไร้ประโยชน์ไปเป็นภรรยากัน?

 

 

          ในขณะที่เกาหลิงและ มู่หวู่ซาง กำลังพูดคุยกัน เขาก็ไม่ลืมที่จะส่งสัญญาณให้คนสองสามคนพูดกระทบกระทั่งหยุนเหล่า

 

          ปกติแล้วด้วยพละกำลังและอำนาจของหยุนเหล่าแล้วคงไม่มีใครกล้าที่จะยุ่งกับเขา แต่เมื่อได้รับการสนับสนุนจากองค์ชายรัชทายาททุกคนก็พร้อมใจกันประจบสอพลอผู้ปกครองอาณาจักรในอนาคตและกล้าที่จะเผชิญหน้ากับหยุนเหล่าโดยตรง

 

          “นายพลหยุน ข้าคิดว่าการใช้ยาสมานวิญญาณไปกับคนไร้ค่าอย่างหยุนลั่วเฟิงจะเป็นการสิ้นเปลืองเปล่าๆ! มันน่าจะดีกว่านะถ้าปล่อยให้คนที่เขาต้องการมันจริงๆ ดังนั้นข้าขอให้ท่านล้มเลิกความตั้งใจซะ!”

 

          ในอาณาจักรหลงเหยียนแล้วนอกจากข้าราชการระดับสูงและขุนนางแล้วยังคงมีตระกูลใหญ่ๆอยู่อีกสี่ตระกูล น่าแปลกที่คนที่พูดคำพูดเหล่านี้คือ หลิงหยินหัวหน้าตระกูล หลิง จากหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่

 

          “เจ้าว่าใครเป็นคนไร้ค่าหา เจ้าสารเลว!?” หยุนเหล่าโกรธมากดวงตาทั้งสองจ้องมองหลิงหยินอย่างดุร้าย “หลานสาวของข้าโดดเด่นยิ่งกว่าใครๆ ถ้าหากใครยังกล้าพูดว่าหลานสาวของข้าไร้ค่าอีกครั้งข้าจะทำให้มเจ้าหายไปจากที่นี่เอง!”

 

 

 

          หลิงหยินตกใจกับกลิ่นอายที่น่ากลัวและทรงอำนาจของคนๆนี้ แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าองค์ชายรัชทายาทยังอยู่ตรงนี้และชายชราคงไม่กล้าดูหมิ่นองค์ชายแน่ ดังนั้นเขาจึงยังใจกล้าพูดต่อไป “นายพลหยุน นี่ท่านเป็นบ้าไปเพราะความอับอายแล้วงั้นหรอหรือเพราะว่าโดนสะกิดต่อมโมโหเข้าให้แล้ว? ฮ่าๆๆ ใครๆก็รู้ว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งของหลงเหยียนก็คือองค์ชายรัชทายาทและหลานสาวของท่านนายกรัฐมนตรีมู่ มู่หวู่ซาง นอกจากสองคนนี้แล้วใครจะเหมาะกับว่า ‘โดดเด่น’ อีกงั้นหรอ?”

 

          ร่างกายของชายชราสั่นเทา เขากำหมัดแน่นอย่างไรก็ตามในขณะนั้นเองน้ำเสียงน่าหลงใหลที่ดังมาจากด้านหลังทำให้ร่างกายของเขากลับมาหยุดนิ่ง

 

          “ข้าไม่ได้บอกท่านไปแล้วหรือ? ข้าไม่ต้องการยาสมานวิญญาณทำไมท่านถึงยังมาที่นี่?”

 

          เสียงดังกล่าวทำให้ชายชราศีรษะกลับไปมอง สายตาของเขาจ้องไปยังหญิงสาวที่อยู่ในชุดสีขาว “ลั่วฟิง เจ้ามาที่นี่ทำไม?”

 

          “ข้ามาซื้อสมุนไพรไร้กายา”

 

          คำพูดของหยุนลั่วเฟิงเป็นความจริง หอสมานแพทย์จดบันทึกสมุนไพรที่ขายได้เอาไว้เสมอ ทำให้เมื่อวานนี้หลังจากที่เธอขายยาสมานวิญญาณ ทำให้เธอไม่สามารถซื้อสมุนไพรไร้กายากลับไปได้ ไม่อย่างนั้นแล้วตัวตนของเธออาจจะถูกค้นพบได้

 

          “นายพลหยุน เห็นได้ชัดว่าหลานสาวท่านฉลาดขึ้นนะ นางรู้ว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่าและการใช้ยาสมานวิญญาณก็มีแต่จะทำให้เสียของเปล่าๆ ท่านเองก็ควรกลับปพักผ่อนเหมือนกัน ทำไมต้องเอาเงินมาทิ้งด้วยล่ะ?” หลิงหยินหัวเราะเสียงดังด้วยความดูถูกและชำเลืองตาไปมองใบหน้างดงามของหยุนลั่วเฟิง

 

          หญิงสาวหน้าตาางดงามคนนี้จะมีประโยชน์อะไร? เธอไม่ได้เป็นดอกไม้ที่งามจนน่าประทับใจแต่กลับเป็นแจกันเปล่าที่ไร้ประโยชน์ ไม่มีผู้ชายที่ไหนยินดีที่จะวางแจกันเช่นนี้ไว้ในบ้านของพวกเขาหรอก!


ติดตามตอนต่อไป………. https://www.facebook.com/Tran.xend.vis/ ในกลุ่มถึงตอนที่ 243 แล้วนะครับ สามารถขอเข้ากลุ่มพิเศษได้เลยครับ ในกลุ่มสามารถอ่านได้ล่วงหน้า + อ่านได้จุใจเลยนะ ^^