0 Views

DEM 47 :ไม่น่าเชื่อ !

 

          หยุนลั่วเฟิงมองชายชราด้วยความประหลาดใจ “ท่านไม่รู้อย่างงั้นหรอ?”

 

          ท่าทางของนางดูราวกับว่าตกใจจริงๆที่ชายชราไม่รู้เรื่องนี้

 

          “ชิงเหยิน ไม่ได้แจ้งให้ท่านรู้งั้นหรอ? เมื่อวานนี้มู่เฉินส่งเงินมาให้ข้าจำนวน 45 ล้านเหลี่ย ดังนั้นข้าจึงนำมันไปเก็บเพื่อเติมเต็มห้องคลังสมบัติ”

 

          เกิดความเงียบขึ้นครู่ใหญ่

 

          หลังจากคำพูดของหยุนลั่วเฟิง บรรยากาศในห้องหนังสือก็น่าขนลุกขึ้น หยุนเหล่าจ้องมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าด้วยใบหน้านิ่งสนิท

 

          “ลั่วเฟิง อธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่านี่มันเรื่องอะไร?”

 

          ไม่มีใครรู้ถึงอารมณ์ที่แสนจะแปรปรวนในใจของชายชรา เขาต้องใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อห้ามไม่ให้หัวใจกระโดดโลดเต้นออกมา แต่อย่างไรก็ตามร่างกายที่สั่นเทาก็กำลังปกปิดความรู้สึกในใจเอาไว้

 

          “ท่านปู่” หยุนลั่วเฟิงเงยหน้าขึ้นจ้องไปยังใบหน้าของชายชรา ใบหน้าที่มีเสน่ห์ถูกแทนที่ด้วยความเคร่งขรึม “ข้ากำลังล้างแค้นให้กับท่านพ่อและท่านแม่! นี่เป็นแค่การเริ่มต้นล้างแค้นครอบครัวนายกรัฐมนตรีมู่ และเมื่อมู่เฉินมาขอให้ข้ารักษาอาการเจ็บป่วยข้าก็จะรีดไถเงินเขาอย่างเลือดเย็น และนี่…นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น!”

 

          นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นจากนี้ไปนางจะทำให้คฤหาสน์นายกรัฐมนตรีค่อยๆตกต่ำลงและจะเหยียบย่ำอำนาจของจักรพรรดิไว้ใต้ฝ่าเท้าของนาง

 

          และแน่นอนว่าเพื่อไม่ให้ชายชราเกิดความหวาดกลัว หยุนลั่วเฟิงไม่พูดประโยคนี้ออกมาให้เขาได้ยิน

 

          “ฮ่าๆๆๆ!” ชายชราตะลึงไปชั่วครู่แล้วเขาก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

 

          กี่ปีแล้วนะ? ผ่านมากี่ปีแล้วตั้งแต่ที่พ่อแม่ของลั่วเฟิงตาย ตั้งแต่นั้นมาเขาก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การถูกกดขี่! แต่ตอนนี้หลานสาวของเขาได้แก้แค้นคฤหาสน์นายกรัฐมนตรีอย่างเลือดเย็น ถ้านายกรัฐมนตรีรู้เรื่องเข้า เขาคงจะโกรธเป็นหมาบ้าไปจนชั่วชีวิตแน่!

 

          หยุนลั่วเฟิงยักไหล่ “ท่านปู่ยังไม่ได้บอกข้าว่าท่านจะยืมเงินไปเพื่ออะไร?”

 

          เมื่อได้ยินดังนั้นท่าทางของชายชราก็เปลี่ยนไปเป็นเอาจริงเอาจัง “เจ้าคงยังไม่รู้สินะว่าเมื่อเร็วๆนี้ได้มี ยาสมานวิญญาณจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นที่หอสมานแพทย์ปริมาณเพียงแค่เล็กน้อยต่างก็เป็นที่ต้องการของเหล่าขุนนางและชนชั้นสูงจำนวนมากและแน่นอนว่าปู่เองก็ไม่อยากถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง และนี่คือเหตุผลที่ปู่ดิ้นรนไปทุกๆที่เพื่อขอยืมเงินมาซื้อยาสมานวิญญาณ”

 

          ยาสมานวิญญาณ?

 

          หยุนลั่วเฟิงตกตะลึง นางไม่คาดคิดว่าท่านปู่จะไปขอยืมเงินเพื่อมาซื้อยาสมานวิญญาณให้นาง

 

          ในขณะนั้นความรู้สึกอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั่วทั้งหัวใจของนาง

 

          “ข้าไม่ต้องการยาสมานวิญญาณหรอกท่านปู่”

 

          เมื่อเห็นท่าทางของชายชราในขณะที่พูดถึงเรื่องของยาสมานวิญญาณ หยุนลั่วเฟิงก็ต้องครุ่นคริดอย่างหนักว่าจะบอกเรื่องนี้ให้ชายชรารู้ดีหรือไม่ เพราะนางกลัวว่าเขาจะตกใจจนหัวใจรับแรงกระตุ้นไม่ไหว

 

          “เจ้าเด็กโง่ รู้ตัวมั้ยว่ากำลังพูดอะไรออกมา? ตอนนี้ครอบครัวของเรามีเงินมากมาย ดังนั้นไม่ว่ายังไงก็ตามข้าจะไปซื้อยาสมานวิญญาณ!” หยุนเหล่าจ้องหยุนลั่วเฟิงด้วยความไม่พอใจนัก

 

 

          หยุนลั่วเฟิงยิ้มอย่างหมดหนทาง นางขายยาสมานวิญญาณจนได้เงินมา 10 ล้าน เหลี่ยแล้วนางจะให้ชายชราคนนี้จ่ายเงินถึงสองเท่าเพื่อซื้อมันคืนมาได้ยังไง? แบบนี้มันจะไม่เป็นการสูญเสียผลประโยชน์ทางธุรกิจครั้งใหญ่งั้นหรอ?

 

           “ท่านลองดูความแข็งแกร่งของข้าสิ”

 

          “ลั่วเฟิงอย่าทำตัวมีปัญหาสิ สิ่งที่ปู่พูดมัน…”

 

          คำพูดสุดท้ายถูกหยุดชะงักไป หยุนเหล่าตกตะลึง ร่างกายของเขาแข็งค้างและดวงตาเบิกกว้างขึ้นในขณะที่จ้องไปยังหยุนลั่วเฟิงด้วยความเหลือเชื่อ

 

          “ผู้ฝึกจิตวิญญาณระดับแรกเริ่ม เจ้า…เจ้าผ่านมันมาแล้วงั้นหรอ?”

 

          เมื่อห้าวันก่อนเด็กสาวคนนี้ยังอยู่ในระดับผู้ฝึกจิตวิญญาณระดับฝึกหัดและในช่วงเวลาสั้นๆเพียงห้าวันนางกลับสามารถฝึกฝนจนผ่านไปยังระดับแรกเริ่มได้?

 

          โกหกน่า!

 

          คนแบบนี้จะเป็นพวกเศษสวะได้ยังไง? นี่มันอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ!

 

          “ท่านปู่ ท่านคิดว่าด้วยความเร็วในการฝึกของข้าแล้วท่านยังจำเป็นต้องซื้อ ยาสมานวิญญาณอีกงั้นหรอ?” หยุนลั่วเฟิงกางแขนออกและยิ้มให้หยุนเหล่าภายใต้ความงุนงงของเขาหยุนลั่วเฟิงก็เดินออกไปนอกห้องโดยไม่พูดอะไร…

 

ติดตามตอนต่อไป………. https://www.facebook.com/Tran.xend.vis/ ในกลุ่มถึงตอนที่ 221 แล้วนะครับ สามารถขอเข้ากลุ่มพิเศษได้เลยครับ ในกลุ่มสามารถอ่านได้ล่วงหน้า + อ่านได้จุใจเลยนะ ^^