0 Views

DEM 17 : หนึ่งในอัจฉริยะของตระกูลหยุน ! (5)

 

          เมื่อเห็นว่าหยุนเหล่าเห็นด้วยกับสิ่งที่เธอพูด ริมฝีปากของหยุนลั่วเฟิงก็ยิ้มกว้างกว่าเดิม

 

          “ถ้าเราเลือกที่จะมอบอำนาจทางการทหารคืนให้กับพวกเขาแทนที่จะสู้รบกันมันจะต้องให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นข้าต้องการให้ท่านใช้โอกาสนี้เพื่อขอให้องค์จักรพรรดิมอบ เหรียญตราปลดปล่อยวิญญาณให้แก่ท่าน! นอกจากนี้แล้วนี่ยังช่วยให้ข้ารอดพ้นจากบัญชาขององค์จักรพรรดิด้วย! ในคำบัญชานั้นจะระบุว่าข้า หยุนลั่วเฟิงจะไม่ต้องคุกเข่าให้กับทุกๆคนในราชวงศ์ และในขณะเดียวกันการหมั้นหมายของข้าก็จะถูกยกเลิกไปด้วย

 

          หยุนเหล่าตกใจกับสิ่งที่เธอพูด เขาลังเลใจก่อนที่จะพูดบางอย่างออกไป “การขอ เหรียญตราปลดปล่อยวิญญาณและการยกเลิกการหมั้นหมายสามารถทำได้โดยง่าย แต่ข้าเกรงว่าการขอคำบัญชาในเรื่องนี้คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย !”

 

          “ตลกน่า!” หยุนลั่วเฟิงหัวเราะ ร่างกายของเธอเริ่มแสดงออกถึงความมีอำนาจ ระหว่างคิ้วของเธอปรากฏเป็นร่องรอยของความสง่างามและเต็มไปด้วยอำนาจ “ข้า หยุนลั่วเฟิงจะไม่มีวันยอมคุกเข่าให้ใคร แม้แต่สวรรค์ก็ตามแล้วทำไมองค์จักรพรรดิและสายเลือดของเขาต้องทำให้ข้ายอมคุกเข่าให้ด้วย!”

 

          แม้ว่าจะเป็นสวรรค์เธอก็จะไม่ยอมคุกเข่าให้!

 

          ความเย่อหยิ่งและทัศนิคติแบบไหนกันที่ครอบงำเธออยู่ อะไรที่ทำให้เธอพูดสิ่งเหล่านี้ออกมา?

 

          หยุนเหล่าและลูกชายของเขาตะลึงไปชั่วครู่หนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นหยุนลั่วเฟิงเป็นแบบนี้ และนั่นก็ทำให้ทั้งคู่พูดอะไรไม่ออก

 

          “ฮ่าๆๆ!” หยุนเหล่าหัวเราะเสียงดัง เสียงหังเราะที่มีความสุขกระจายไปทั่วทั้งห้องลับ “ดีจริงๆ สมแล้วกับการที่เป็นหลานสาวของหยุนเหล่า หลานสาวของข้าควรจะเป็นแบบนี้! มั่นใจได้ว่าเรื่องนี้ปู่ของเจ้าสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน! องค์จักรพรรดิจะให้โอกาสข้าหรือเปล่า? แต่ในเวลานี้ ข้าจะใช้โอกาสนี้ในการโต้เถียงเพื่อเกียรติของเจ้า!”

 

          หยุนลั่วเฟิงต้องการคำบัญชานั้นเพื่อให้หยุนเหล่าได้บรรลุเป้าหมาย เธอไม่ได้ต้องการมันเพื่อตัวเธอเอง……..

 

 

          “ท่านปู่ ท่านพอจะมีเงินบ้างหรือไม่?”

 

          หลังจากนิ่งคิดมานาน หยุนลั่วเฟิงก็หันไปถามชายชราที่กำลังหัวเราะอย่างหนัก

 

          ความสำคัญอันดับแรกในปัจจุบันของตัวเธอเองคือการแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้ ซึ่งจะทำให้เธอสามารถมีที่ยืนที่มั่นคงในแผ่นดินนี้ได้

 

          “เจ้าอยากได้เงินไปทำอะไร?”

 

          อาจเป็นเพราะหยุนเหล่ากำลังอารมณ์ดี แม้แต่เสียงพูดของเขาก็ยังเจือไปด้วยเสียงหัวเราะ “ถ้าเจ้าต้องการซื้ออะไร ข้าจะให้คนติดตามไปซื้อกับเจ้าด้วย”

 

          “โอ้ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน” หยุนลั่วเฟิงถูจมูกของเธอ “ข้าต้องการสมุนไพรจำนวนมากเพื่อนำมาศึกษา ดังนั้นข้าจึงมีความจำเป็นต้องขอใช้เงินของตระกูลหยุน”

 

          “ฮ่าๆ” เมื่อได้ฟังดังนั้นอารมณ์ของหยุนเหล่าก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุขในขณะที่พูดว่า “นี่คือกุญแจห้องกองคลังของตระกูล ถ้าเจ้าต้องการเงินก็แค่เดินตรงไปที่ห้องกองคลัง เจ้าสามรถเอาไปได้มากเท่าที่เจ้าต้องการ แม้ว่าเจ้าจะเอามันไปทั้งหมดก็ไม่มีปัญหา”

 

          เขาพูดและโยนพวงกุญแจให้กับหยุนลั่วเฟิง

 

          เธอรับกุญแจมาพร้อมกับย่นคิ้วและพูดติดตลกว่า “ใจกว้างมากเลยนะท่านปู่? เงินทั้งหมดในกองคลังข้าสามารถใช้ได้หมดเลยงั้นหรอ? ท่านกลายเป็นคนใจกว้างตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ข้าคิดว่าท่านตั้งใจจะไล่ข้าไปให้พ้นๆซะอีก”

 

          คำพูดของหญิงสาวคือเธอตั้งใจจะประจบประแจงเขา ทุกคนต่างก็รู้ว่าเธอล้อเล่น แต่หยุนเหล่ากลับเดินไปด้านหลังและเตะก้นเธอ เขาหัวเราะด้วยน้ำเสียงโกรธจัด “เจ้าเด็กเหลือขอคนนี้นี่ กล้ามาล้อเล่นกับคนแก่แบบข้าได้ยังไงกัน! ถ้าเจ้ากล้ามากขนาดนั้นก็ห้ามวิ่งหนีข้าเด็ดขาด คนแก่แบบข้าจะเตะก้นเจ้าจนกว่าข้าจะมีสกุลเดียวกับเจ้า!”

 

          หลังจากได้ยินคำพูดของชายชราแล้ว เท้าของหยุนลั่วเฟิงก็เซลงจนเกือบจะล้มลงกับพื้น แต่เธอก็ยังคงถูกเตะโดยหยุนเหล่า เธอรีบวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย

 

          เมื่อเห็นใบหน้าที่กำลังโกรธของพ่อ ริมฝีปากของหยุนชิงหย่างก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาอยากจะเตือนชายชราว่าจริงๆแล้วทั้งสองคนก็มีสกุลเดียวกันอยู่แล้วนั่นแหละ

 

          อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่าถ้าหากเขาเข้าไปเตือนชายชราตอนนี้คงจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับตัวเองเป็นแน่ ดังนั้นหยุนชิงหย่างจึงเลือกที่จะปิดปากของเขาให้เงียบที่สุด

 

          ติดตามตอนต่อไป………..