0 Views

DEM 16 : หนึ่งในอัจฉริยะของตระกูลหยุน ! (4)

 

          หยุนเหล่าถอนหายใจ ใบหน้าเหี่ยวย่นของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

 

          “หลานข้า สถานการณ์ของลุงของเจ้าไม่เหมือนคนอื่นๆ ถ้าข่าวการยังมีชีวิตอยู่ของเขาแพร่ออกไป กองกำลังเหล่านั้นจะต้องกลับมาอีกแน่ และเมื่อถึงเวลานั้นแม้ว่าตระกูลของเราจะแข็งแกร่งเพียงใดก็คงไม่สามารถต่อต้านอำนาจของพวกเขาได้ !”

 

          เมื่อได้ยินดังนั้นหยุนลั่วเฟิงก็เผยรอยยิ้มออกมา “เรื่องนี้ง่ายมากท่านปู่ ท่านก็แค่ส่งพวกเราไปอยู่ที่ภูเขาในขณะที่ยังไม่มีใครให้ความสนใจก็ค่อยๆย้ายท่านลุงไปอย่างลับๆ และบอกทุกคนว่าข้าต้องการขึ้นไปพักฟื้นอยู่บนภูเขาเงียบๆคนเดียว โดยวิธีนี้ก็จะไม่มีใครขึ้นไปสร้างความรำคาญใจให้แก่ข้า”

 

          อย่างที่ทุกๆคนรู้กันดีว่าร่างกายของหยุนลั่วเฟิงมีปัญหาทำให้เธอไม่สามารถแม้แต่จะฝึกฝนได้!

 

          ดังนั้นถ้าหากเธออยากจะพักฟื้นบนภูเขาเงียบๆนี่ก็เป็นเหตุผลที่น่าเชื่อถือมาก

 

          “ลั่วเฟิง นั่นมันจะทำให้เจ้าลำบากนะ”

 

          หยุนชิงหย่างยกมือขึ้นแตะศีรษะหยุนลั่วเฟิง แววตาเย็นชาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดใจ “แทนที่เจ้าจะได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายในบ้านตระกูลหยุนแต่กลับต้องตามไปรักษาอาการข้าถึงบนภูเขา ถ้าหากไม่สามารถรักษาขาของข้าได้ก็ไม่เป็นไร ตลอดหลายปีมานี้ข้าทำใจยอมรับโชคชะตาของตัวเองได้แล้ว”

 

          ยอมรับโชคชะตา?

 

          หยุนยั่วเฟิงมองไปยังชายหนุ่มที่ดูราวกับเทวดาตรงหน้าเธอ อย่างไรก็ตามเธอคิดว่า ‘ยอมรับโชคชะตา’ คำจำพวกนี้ไม่ควรออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้

 

          คนดีๆเช่นเขาควรจะได้ใช้ชีวิตเหมือนกับเมื่อสิบปีก่อน

 

          “ท่านลุง ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาท่าน” หยุนลั่วเฟิงคิดอย่างเด็ดเดี่ยวในใจ สายตาของเธอหันไปมองหยุนเหล่า“ท่านปู่ เพื่อตระกูลหยุนของเราแล้ว ยังมีเรื่องหนึ่งที่เราจะต้องตกลงกัน!”

 

          “พูดมาเถอะ”

 

           เขาไม่รู้ว่าทำไม แต่ในเวลานี้เขารู้สึกเหมือนกับว่าไม่สามารถมองหลานสาวของตัวเองได้อย่างทะลุปรุโปร่งอีกต่อไป ความรู้สึกนี้ทำให้เขาอึดอัดใจ บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าตลอดสิบปีที่เขาจากบ้านไป ตัวเองได้พลาดอะไรไปหลายๆอย่าง

 

          ดวงตาของ หยุนลั่วเฟิงเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น “ท่านปู่ ท่านเคยได้คิดสำนวนนี้หรือไม่? ‘ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จะทำให้ท่านอยู่เหนือกว่าทุกคนได้!’ ท่านมีทหารและม้ามากมายอยู่ในมือ แล้วจะปล่อยให้องค์จักรพรรดินอนหลับอย่างสบายใจอยู่ได้อย่างไร? ถ้าท่านต้องการให้ตระกูลหยุนของเราใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างสงบสุขท่านก็ต้องแสดงพลังอำนาจของท่านให้พวกเขาเห็น ถ้าไม่อย่างนั้นตระกูลของเราก็จะต้องพังย่อยยับ!”

 

          ในวันนี้ หยุนลั่วเฟิงได้เข้าใจสถานการณ์บนโลกใบนี้แล้ว ในแผ่นดินที่กว้างใหญ่นี้ อำนาจของจักรพรรดิไม่ใช่สิ่งที่สูงที่สุด เหนืออำนาจจักรพรรดิก็คือครอบครัวผู้อยู่เบื้องหลังและกองกำลังที่แข็งแกร่ง! เมื่อกองกำลังเหล่านี้ต้องการมีจุดยืนเป็นของตัวเอง บ้านเมืองก็ถึงคราวจะต้องสั่นสะเทือน!

 

          อย่างไรก็ตาม หยุนลั่วเฟิงในปัจจุบันนี้เธอไม่ได้เกรงกลัวต่ออำนาจขององค์จักรพรรดิอีกต่อไปแล้ว

 

          “ ‘ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่จะทำให้ท่านอยู่เหนือกว่าทุกคนได้’ โอ้โห สำนวนนี้สามารถอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ได้ดีทีเดียว”

 

          หยุนเหล่ายิ้มอย่างกังวลใจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอับจนหนทาง “ในครั้งนี้ข้าได้กลับมาพร้อมกับชัยชนะ ข้าได้รับคำชมเชยจากองค์จักรพรรดิ และไม่เพียงเท่านั้น ข้ายังได้รับเกียรติยศอันสูงสุดอีกด้วย แต่แล้วยังไงล่ะ? ประชาชนอาจจะชื่นชมข้า แต่ความหวั่นเกรงขององค์จักรพรรดิก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เดินตามรอยเท้ากษัตริย์ก็เหมือนกับการเดินตามรอยเท้าเสือ สำนวนนี้สามารถใช้ได้กับคนในราชวงศ์ทุกคน”

 

          “ท่านปู่ ท่านต้องฟังคำของข้า” หยุนลั่วเฟิงลูบคางของตัวเอง เธอยิ้มอย่างร้ายกาจ “อำนาจทางการทหารนั้นไม่ว่าอย่างไรท่านก็ต้องมอบมันคืนให้กับองค์จักรพรรดิ ท่านไม่มีทั้งพลังอำนาจที่แท้จริงและเป็นท่านนายพลเพียงแค่ในนามเท่านั้น แต่นี่มันก็เพียงพอแล้ว! แม้ว่าจะไม่มีกองกำลังทหารแต่ท่านก็ยังเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดอันดับสองในแผ่นดินหลงเหยียน จะไม่มีใครกล้ามาดูถูกตระกูลของท่านได้!”

 

          สิ่งที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ เมื่อหยุนเหล่าไม่มีอำนาจทางการทหารแล้วเขาก็จะได้หายกังวลและยังสามารถพัฒนากองกำลังของตัวเองได้!

 

          หยุนเหล่ารู้สึกตื่นตกใจ สิ่งที่หลานสาวของเขาพูดออกมานั้นไม่ผิด แม้ว่าจะไม่มีอำนาจทางการทหารแต่เขาเองก็ยังคงเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอันดับสองของแผ่นดินหลงเหยียน ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินหลงเหยียนนี้ จะไม่มีใครสามารถมาดูถูกตระกูลของเขาได้!

 

ติดตามตอนต่อไป…….