0 Views

DEM 15 : หนึ่งในอัจฉริยะของตระกูลหยุน ! (3)

 

           “หลานข้า ข้าไม่ได้พบเจ้ามานานหลายปีและตอนนี้เจ้าก็เติบโตมาเป็นเด็กช่างพูด ข้าเป็นแค่คนพิการจะไปเปรียบเทียบกับคนอื่นได้อย่างไร?”

 

          หยุนชิงหย่างหัวเราะในขณะที่เขาพูดอย่างหมดหวัง

 

          “ท่านลุง แม้แต่ตอนนี้ก็อย่าลดคุณค่าของตัวเองลง เกาหลิงยังเทียบกับท่านไม่ได้หรอก อย่าไปพูดถึงเขาเลย ท่านไม่ควรต้องนั่งอยู่ในรถเข็นมาเป็นเวลานานขนาดนี้”

 

          ตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องนี้เธอได้ก็ได้วิเคราะห์อาการป่วยทั้งหมดของหยุนชิงหย่างแล้ว

 

          แม้ว่าจะไม่มีตำราลับทางการแพทย์ ตลอดชีวิตในวงการแพทย์ที่ผ่านมาของเธอการรักษาขาของเขาก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย แต่ปัญหาก็คือการฟื้นฟูระดับจิตวิญญาณของเขา

 

          ใบหน้าของหยุนชิงหย่างแสดงรอยยิ้มเศร้าๆ “หลานข้า เลือดไม่สามารถไหลเวียนมาเลี้ยงขาของลุงเจ้าได้ แม้แต่จะลุกขึ้นยืนข้าก็ยังทำไม่ได้ พลังของข้าหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้ข้าแค่พยายามดิ้นรนเพื่อจะมีชีวิตอยู่รอดราวกับคนไร้ค่าเท่านั้น”

 

          ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของเมืองหลงเหยียนเขาเป็นคนแบบไหน? ไม่ว่าจะไปที่ไหนเขาก็มักจะเป็นที่สนใจเสมอ

 

          แต่วันนี้เพียงแค่ภายในเวลาสิบปี มันกลับทำให้เขาต้องกลายเป็นคนที่ดูถูกตัวเอง

 

          หัวใจของหยุนลั่วเฟิงเจ็บปวดเล็กน้อยเพราะนี่เป็นถึงอัจฉริยะหมายเลขหนึ่งของเมืองนี้!

 

          “ข้าไม่เชื่อว่าทุกคนในโลกใบนี้จะเป็นคนไร้ค่า” ริมฝีปากของหยุนลั่วเฟิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

 

          “แม้ว่าจะไม่มีพลัง ท่านก็ยังสามารถแสดงถึงความสามารถอย่างอื่นได้ แต่ขั้นตอนแรกท่านต้องลุกขึ้นมาจากรถเข็นนี่เสียก่อน! ท่านปู่ ท่านลุง ความจริงแล้วหลายปีมานี้ข้าแอบเรียนรู้ด้วยตัวเอง ข้าเรียนเกี่ยวกับด้านแพทยศาสตร์ และข้าเขื่อว่าตัวข้าเองในเวลานี้มีสามารถมากพอที่จะทำให้ท่านลุงกลับมาเดินได้อีกครั้ง!”

 

          ตำราลับทางการแพทย์มีความสำคัญมาก ดังนั้นเธอจึงไม่สามรถบอกเรื่องนี้กับครอบครัวได้ และเธอจำเป็นต้องโกหก แต่อย่างไรก็ตามในปีนี้หยุนชิงหย่างยังคงมีชีวิตอยู่ในห้องลับและหยุนเหล่าก็ไม่ได้อยู่ในเมืองหลงเหยียน นี่คือสถานการณ์ปัจจุบันของเธอที่ไม่มีใครล่วงรู้

 

           ลั่วเฟิง เจ้าบอกว่ากำลังเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์งั้นหรอ?” หยุนเหล่าดีใจมากเหลือเกิน เขาหัวเราะออกมาพร้อมกับพูดว่า “ดีมาก นี่มันดีมากๆ! ถ้าเจ้ากลายเป็นแพทย์ได้ แม้ว่าในอนาคตปู่จะไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่ถ้าเจ้ามีทักษะทางการแพทย์ก็จะไม่มีใครสามารถดูถูกเจ้าได้อีก !”

 

          ในแผ่นดินหลงเซียไม่ใช่แค่ผู้วิเศษเท่านั้นที่จะได้รับความเคารพ แม้ว่าจะไม่มีพรสวรรค์ทางด้านจิตวิญญาณแต่ถ้าเจ้ามีความรู้ความสามารถก็ยังสามารถประสบความสำเร็จได้ แล้วแพทย์จะไม่เป็นที่เคารพได้อย่างไร?

 

          แน่นอนว่าถ้าหากเจ้าไม่สามารถฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ได้ และยังไม่มีความรอบรู้นั่นหมายความว่าเจ้าจะเป็นแค่เศษขยะไร้ค่าอย่างแน่นอน

 

          เช่นเดียวกับ หยุนลั่วเฟิงคนก่อน!

 

          “หลานข้า สิ่งที่ปู่ของเจ้าพูดนั้นไม่ผิด ถ้าเจ้ามีทักษะทางการแพทย์ อย่างน้อยที่สุดในอนาคตเจ้าก็จะสามารถมีช่องทางติดต่อกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญได้ เจ้าจะได้ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการมีชีวิตอยู่รอดในแผ่นดินนี้อีกต่อไป” หยุนชิงหย่างพูดด้วยรอยยิ้ม

 

          เมื่อได้รู้ว่าหยุนลั่วเฟิงแอบเรียนการแพทย์อย่างลับๆ สิ่งแรกที่พวกเขาคิดกลับไม่ใช่การรักษาร่างกายของหยุนชิงหย่าง แต่กลับเป็นความคิดที่ว่าในอนาคตหยุนลั่วเฟิงจะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับคำดูถูกอีกต่อไป

 

          หัวใจของหยุนลั่วเฟิงรู้สึกอบอุ่น เธอมองไปที่หยุนชิงหย่างและพูดว่า“ท่านลุง แม้ว่าข้าจะรับประกันไม่ได้ว่าท่านจะกลับมาแข็งแรงดังเดิม แต่ข้ามั่นใจว่าสามารถทำให้ท่านไม่ต้องนั่งอยู่ในรถเข็นตลอดเวลาได้”

 

          “ร่างกายของข้า ข้าเข้าใจมันดีที่สุด ถ้าเป็นเมื่อสิบปีที่แล้วข้าอาจจะมีความหวังว่าจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง แต่ข้าเป็นอัมพาตมานานหลายปีแล้ว มันไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว” หยุนชิงหย่างส่ายหน้า อาจจะเป็นเพราะเขากลัวว่าจะทำให้หยุนลั่วเฟิงผิดหวัง เขาจึงพูดว่า “แต่ถ้าหากเข้ากำลังเรียนรู้ทักษะทางการแพทย์และต้องการใช้ใครบางคนเป็นตัวทดลอง ข้าก็ยินดีจะช่วยเจ้าเพราะร่างกายนี้คงจะใช้การอย่างอื่นไม่ได้อีกแล้ว”

 

          “ท่านลุง ท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าจะทำทุกอย่างที่สามารถทำให้ท่านกลับมาเดินได้อีกครั้ง” ใบหน้าของ หยุนลั่วเฟิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้สิ่งแรกที่ท่านต้องทำคือออกไปจากห้องลับแห่งนี้ สภาพแวดล้อมในห้องนี้ไม่เหมาะกับการฟื้นตัวของท่าน!”

 

ติดตามตอนต่อไป……..