0 Views

DEM 14 : หนึ่งในอัจฉริยะของตระกูลหยุน ! (2)

 

          “ก็จริงนะ” หยุนเหล่ายิ้มอย่างเศร้าๆ “ข้าอุทิศตัวเองให้กับบ้านเมือง เมื่อตอนที่ตัวข้าเองตกอยู่ในอันตรายเขากลับไม่ได้ช่วยเหลือข้าเลย ข้าจากเมืองหลงเหยียนไปกว่าสิบปี เขาก็ไม่ได้คอยดูแลเจ้าเป็นอย่างดี เพื่อปกป้องแผ่นดินนี้ข้าต้องสูญเสียทั้งพ่อและแม่ของเจ้าไป และข้าไม่อาจสูญเสียเจ้าไปได้อีก แต่ข้าอายุมากแล้วคงจะอยู่ปกป้องเจ้าได้เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น แต่ถ้าอาการป่วยของลุงเจ้าดีขึ้น เจ้าอาจจะใช้ชีวิตอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขาได้”

 

          หยุนเหล่าไม่กล้าจินตนาการว่าถ้าหากวันหนึ่งน้ำมันตะเกียงของเขาหมดลง เด็กสาวคนนี้จะใช้ชีวิตอยู่บนแผ่นดินใหญ่นี้ได้อย่างไร?

 

          “ท่านเพิ่งพูดอะไรออกมา?”

 

          หยุนลั่วเฟิงรู้สึกว่าหูของเธอต้องมีปัญหาแน่ๆ เธอจึงถามเขาอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ “ท่านพูดถึงท่านลุง? ไม่ใช่ว่าท่านลุงยังคง…”

 

          “ลั่งเฟิง ตอนนั้นเจ้ายังเด็กเกินไปและบางสิ่งบางอย่างพวกเราก็ไม่สามารถให้เจ้ารับรู้ได้ เพราะนั่นจะทำให้ลุงของเจ้าต้องตกอยู่ในอันตรายอีกครั้งหนึ่ง” หยุนเหล่า ถอนหายใจและพูดต่อ “ความจริงแล้วลุงของเจ้ายังไม่ตาย เขามีชีวิตอยู่ตลอดมา แต่ช่างโชคร้ายที่หลังจากมีข่าวการตายของลุงเจ้าออกไป กองกำลังของคนเหล่านั้นก็ยังคงจับตาดูตระกูลหยุนเรื่อยมา และเมื่อสองสามปีที่แล้วคนพวกนั้นก็เพิ่งจะเลิกจับตาดูครอบครัวของเรา แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็ยังไม่กล้าที่จะให้ลุงของเจ้าปรากฏตัวออกมา เพราะถ้าหากพวกเขารู้ลุงของเจ้าก็จะถูกตามฆ่าอีกครั้ง และพวกเขาก็คงจะไม่ปล่อยตระกูลหยุนเอาไว้แน่!”

 

          เรื่องในปีนั้นไม่เพียงแต่ทำให้หัวใจของหยุนชิงหย่างรู้สึกเจ็บปวด แต่มันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเจ็บปวดเช่นเดียวกัน!

 

          ถ้าหยุนชิงหย่างไม่ต้องพบกับความโชคร้าย สถานะทางสังคมของตระกูลหยุนก็คงจะไม่ถูกลดความสำคัญลงเหมือนเช่นทุกวันนี้!

 

          อย่ามองไปที่อำนาจที่อยู่ในมือของเขาเลย เพราะว่าตั้งแต่แรกแล้วอำนาจนี้ก็เป็นของราชวงศ์ ถ้าหากพวกเขาต้องการ เขาก็ต้องกลับไปทำหน้าที่

 

          “ท่านปู่ ที่ท่านพูดมาเป็นความจริงใช่หรือไม่? ท่านลุงยังมีชีวิตอยู่?” ดวงตาของ หยุนลั่วเฟิงเปล่งประกาย

 

          เธอมักจะอยากรู้อยากเห็นเสมอเมื่อเป็นเรื่องของท่านลุง และตอนนี้เขาก็ยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ จะไม่ให้เธอตื่นเต้นได้อย่างไร?

 

          “ใช่ ลุงของเจ้ายังไม่ตาย และร่างกายของเขาใช้การไม่ได้ ความจริงแล้วถ้าแพทย์ของทางราชวงศ์ช่วยเหลือเขา ลุงของเจ้าก็คงไม่ต้องเป็นเช่นทุกวันนี้ ตอนนี้เขาเดินไม่ได้ระดับจิตวิญญาณของเขาเสียหายและไม่มีทางที่จะสามารถรักษาได้”

 

          “ท่านปู่ ข้าอยากเจอท่านลุง!”

 

          หยุนลั่วเฟิงเงยใบหน้าสวยของเธอขึ้นมาและพูดด้วยเสียงหนักแน่น

 

          เนื่องจากเธอมีตำราลับทางการแพทย์อยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาหายแบบใด เธอก็มั่นใจว่าตัวเองสามารถรักษาได้

 

          แต่อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้นเธอต้องเห็นอาการของหยุนชิงหย่างซะก่อน แล้วหลังจากนั้นเธอจะได้รู้วิธีการรักษาที่เหมาะสม!

 

          ห้องและโถงทางเดินที่ทั้งมืดและชื้นทำให้หยุนลั่วเฟิง ขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

          หยุนเหล่าไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าของเธอ ดังนั้นเขาก็ยังคงพูดต่อไป “หลายปีที่ผ่านมานี้เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของกองกำลังเหล่านั้นลุงของเจ้าจึงต้องอาศัยอยู่ที่นี่ ข้าให้คนหสนิทส่งอาหารและน้ำมาให้เขาทุกวัน”

 

          เสียงของเขาค่อยๆเงียบลง ทั้งสองคนเดินไปบนพื้นห้องที่ปูด้วยหิน หยุนเหล่ากดปุ่มที่อยู่บนกำแพง มีเสียงดังขึ้นก่อนที่ประตูหินจะเปิดออก

 

          ด้านในไม่ได้เปียกชื้นเหมือนด้านนอก มันกลับสะอาด สวยงามและอบอวนไปด้วยกลิ่นไม้จันทน์

 

          ในรถเข็นคนพิการมีชายคนหนึ่งกำลังถือหนังสืออยู่ ริมฝีปากบางราวกลีบกุหลาบของเขาโค้งขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เขาค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา สายตาเย็นชาของเขามองไปยังชายชราและเด็กสาวตัวเล็กๆที่หน้าประตู และสายตาของเขาก็ค่อยๆอบอุ่นขึ้น

 

          สง่างามที่สุด, งดงาม, เต็มไปด้วยคุณงามความดี, เป็นชายที่หาใครเปรียบไม่ได้

 

          หลังจากที่ หยุนลั่วเฟิงเห็นการปรากฏตัวของชายคนนี้ เธอก็แทบจะหยุดหายใจ

 

          “ท่านปู่ ผู้คนต่างพูดกันว่าองค์ชายรัชทายาทเกาหลิงเป็นชายหนุ่มที่งดงามที่สุดในแผ่นดินฟลงเหยียน แต่ข้าคิดว่านี่มันเหมาะสมกับท่านลุงมากกว่า เมื่อเทียบกับท่านลุงแล้วเกาหลิงก็ไม่มีค่าอะไรเลย”

 

ติดตามตอนต่อไป……….