0 Views

DEM 1 : หลานสาวคนโตของตระกูลหยุน

 

          ณ ดินแดนหลงเซีย

 

          ดินแดนแห่งนี้ถูกปกครองโดยจักพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นที่รักของประชาชนและมีเมตตา ดินแดนแห่งนี้ถูกยกย่องสรรเสริญให้เป็นดินแดนที่แข็งแกร่งสุดที่มีนามว่า ‘หลงเหยียน’ ดินแดนแห่งนี้ยังมีทหารผู้จงรักภักดีในบัลลังค์อีกมากมาย หัวหน้าของทหารเหล่านั้นคือ นายพลหยุนเหล่า

 

          หยุนเหล่าเป็นทหารที่เก่งกาจไม่มีผู้ใดที่จะมาเทียบเทียมฝีมือของเขาได้ เขาได้ปกป้องดินแดนแห่งนี้มาเป็นระยะเวลาหลายปีโดยไม่มีข้าศึกจากดินแดนไหนกล้ามารุกรานดินแดนหลงเซียแห่งนี้ เขาได้ตีแผ่อาณาเขตออกไปกว้างขวางจนชนิดที่เรียกว่าสามารถยึดครองได้ 4 ประเทศมาไว้ในกำมือของเขาเลยทีเดียว การกระทำเช่นนี้ทำให้จักพรรดิแห่งหลงเหยียนมีความสุขมากที่ได้ปกครองดินแดนกว้างใหญ่ขนาดนี้ จักพรรดิแห่งหลงเหยียนได้เรียกนายพลหยุนเหล่ากลับมาเพื่อรับรางวัลที่เขาสมควรได้รับหลังจากออกกวาดล้างอาณานิคมเป็นเวลานาน……….

 

          อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้รับชัยชนะกลับมาสู่บ้านเมือง นายพลหยุนเหล่าก็ไม่ได้เข้าพบจักพรรดิ เขารีบตรงดิ่งไปที่บ้านพักของเขาโดยทันที…….

 

          ทหารทุกนายต่างอยู่ในภาวะเงียบสงัดไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาจากทหารสักคน เหตุผลที่นายพลหยุนเหล่าไม่ไปพบจักพรรดินั้นก็เพราะว่ามีเรื่องเลวร้ายที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นนั่นก็คือ ‘หลานสาวคนโตของตระกูลหยุนเสียชีวิต !’

 

          มีผู้คนบอกเหตุการณ์ว่าขณะที่นายพลหยุดเรากำลังกวาดล้างดินแดนอื่นอยู่นั้นภายในเมืองมีเหตุโกลาหลวุ่นวายจากผู้ก่อการกบฏ มีทั้งการยุแยงตะแคงรั่วการให้แตกหักระหว่างกันเอง ยังมีการก่อเหตุร้ายแต่เรื่องที่เลวร้ายที่สุดก็คือมีเรื่องฉาวโฉ่ของหลานสาวคนโตคนนี้ นั่นก็คือมีมีชายฉกรรจ์จะพยายามฉุดกระชากลากถูและพยายามจะลักพาตัวนางไปจากสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้ทำให้องค์ชายที่หมายมั่นกับนางทำการยกเลิกการหมั้นกับนางโดยทันที ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่มันก็ทำร้ายจิตใจนางมากยิ่งนัก นางไม่สามารถทนต่อเสียงกรหานินทาของผู้คนรอบข้างนางได้ นางจึงตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการผูกคอตายด้วยตัวนางเอง……

 

          ถ้านางเสียชีวิตจริงๆความหายนะของบัลลังก์ก็คงจะลดน้อยลงไปด้วย ถึงแม้ว่า ในตอนนี้นางยังไม่ตาย ชีวิตนางก็คงไม่ปลอดภัยอยู่ดี นางจึงเลือกที่จะขังตัวเองไว้ในบ้านแห่งหนึ่งนางปิดตัวเองไม่ออกไปพบเจอผู้คนไม่ออกไปไหนมาไหนเป็นระยะเวลาครึ่งเดือน !

 

          หลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ณ ยอดของภูเขาสูงในเมืองมีหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดสีขาวสวยงาม นำมือทั้ง2ข้างผสานกันไว้หลังศีรษะแล้วเอนตัวพิงกับก้อนหิน ดวงตาของนางกลมโตสวยงามราวกับลูกแก้ว นางกำลังจ้องมองไปที่ดวงอาทิตย์ที่กำลังเปล่งแสงอย่างเจิดจรัญอยู่ต่อหน้านาง….

 

          “ข้าแทบไม่เชื่อในสายตาตัวเองเลยว่าเวลาจะผ่านไปได้รวดเร็วขนาดนี้ ข้ามาถึงที่ดินแดนแห่งนี้เป็นเวลากว่าครึ่งเดือนแล้ว ขอขอบคุณในช่วงเวลาที่ข้าได้มาสร้างความทรงจำและเติมเต็มความสุขของร่างกายอันบอบบางร่างนี้ แถมยังเข้าใจโลกที่ข้าอยู่ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย…….”

 

          เหตุการณ์ครึ่งเดือนก่อนหน้านี้…….นางกำลังทำการทดลองในห้องแลปในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแต่เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นการทดลองของนางเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อนางรู้สึกตัวอีกทีนางกลับพบว่าตัวนางมาอยู่ในโลกที่แปลกประหลาดเช่นนี้

 

          หยุนลั่วเฟิงเป็นชื่อเดิมของนางในขณะที่นางกำลังศึกษาในมหาวิทยาลัยฮวาเซี่ยแต่สิ่งที่แตกต่างนั้นก็คือนางเป็นนักเรียนระดับหัวกะทิของมหาวิทยาลัยแห่งนี้และเป็นลูกศิษย์ที่ได้รับการยกย่องจากอาจารย์หลายๆคน นางมีความสามารถหลายอย่างที่ใครยากจะเลียนแบบได้เช่นด้านวรรณกรรม ด้านการต่อสู้หรือแม้แต่ด้านมีพลังจิตเร้นลับ นางแทบจะเป็นผู้วิเศษที่กลับชาติมาเกิด…….

 

          ในโลกที่โหดร้ายแบบนี้มีเฉพาะผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะยืนอยู่ได้ ไม่มีที่ให้สำหรับผู้ที่อ่อนแอหรือผู้ที่จิตใจอ่อนไหว ผู้ที่แข็งแกร่งมักจะหัวเราะเย้ยผู้ที่อ่อนแอกว่าว่าเป็นพวกเศษสวะไร้ประโยชน์……

 

          อย่างไรคำว่าเศษสวะมันก็เป็นกลุ่มคำที่ออกมาจากปู่ของนางแต่นางก็ยังไม่ย่อท้อกับความฝันที่นางเคยวาดฝันเอาไว้ สำหรับองค์ชายรัชทายาทที่หล่อเหลาคนหนึ่งอาจเป็นที่หมายปองของหญิงสาวหลายๆคนในเมืองหลวง ซึ่งองค์ชายไม่พอใจที่จะมีคู่หมั้นที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้องค์ชายจึงยกเลิกคำมั่นสัญญาที่จะหมั้นหมายกับหญิงสาวคนนี้เพื่อที่จะตัดชิ้นเนื้อร้ายที่จะนำความหายนะมายังครอบครัวของเขาโดยทันที…….

 

          ถึงแม้ว่าใครจะคิดว่านางเป็นเพียงแค่เศษสวะ นางจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่านางไม่ได้เป็นเช่นนั้นนางเคยใช้วิธีฆ่าตัวตายเพื่อประชดองค์ชายคนนั้นแต่ก็ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามองค์ชายคนนั้นไม่เคยเห็นคุณค่าของนางเลย ผู้คนภายในเมืองต่างหากที่ช่วยชีวิตนางไว้เพื่อให้รอดพ้นจากห้วงวินาทีแห่งความตาย ……..

 

          ถึงแม้ว่ามีผู้คนรู้แล้วว่ายืนอยู่บนยังมีชีวิตอยู่เพราะได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านละแวกนั้น แต่ตอนนี้นางไม่ใช่หญิงสาวคนเดิมแล้ว ! นางกลายเป็นร่างของหยุนลั่วเฟิงสาวอัจฉริยะซะแล้ว……..

 

          ติดตามตอนต่อไป………