0 Views

“ได้เลย!”

เมื่อเฉินจิ้น จุดไฟและเป่าลมเข้าไปในเตา เบลคก็หยิบแหนบข้างๆเท้าขึ้นมาคีบเหล็กดิบร้อนๆสีแดงจากเตา ค้อนน้ำหนักพันปอนด์ทลวงฝ่าอากาศกระแทกเข้ากับเหล็กกล้าสีแดงที่ถูกไฟเผาราวกับ

อุกกาบาตที่ตกลงสู่พื้นดิน เมื่อค้อนกระทบเข้ากับเหล็กมันได้เกิดประกายไฟและเสียงดังกังวาล

ประกายไฟที่ร้อนรนดั่งเช่นเดียวกับเวทมนตร์ธาตุไฟที่ร้อนแรง

เฉินจิ้นยืนอยู่ด้านข้างกำลังสังเกตุ ในชีวิตของเขาไม่เคยจดจ่ออยู่กับสิ่งใดเลยในชีวิตของเขา แต่ไม่เหมือนกับตอนนี้ การทำงานของปู่เบลคไม่เหมือนกับการทำงานของโลหะแล้ว มันควรจะเป็นศีลปะ! ทักษะของเขาคงอยู่ระดับอื่น

ค้อนน้ำหนักพันปอนด์แกว่งไปมาอย่างง่ายดาย ควบคุมลงทั่งเหล็กขนาดเล็ก ปู่เบลค ได้ทำให้เฉินจิ้นรู้สึกเหมือนกำลังดูศิลปินที่ประดิษฐ์ตัวอักษรกำลังสาดหมึกของเขาและสร้างผลงานชิ้นเอก

ปู่เบลคไม่ได้เคลื่อนไหวรวดเร็ว แต่เป็นความสอดคล้องของเขาจากโลกนี้ ค้อนตีบนเหล็กดิบมากกว่าร้อยครั้ง ทุกครั้งที่ปู่เบลคยกค้อนขึ้นมามันมีระดับเดียวกันทุกครั้ง เหมือนได้ผ่านการวัดระดับมาอย่างแม่นยำ ค้อนยกขึ้นสูงและจากนั้นทุบมาที่ทั่งเหล็ก ไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวในการแกว่งลงมาร้อยครั้ง

ถ้าค้อนถูกเปลี่ยนเป็นดาบ เฉินจิ้นอาจจะรักษาความแม่นยำนี้ได้ในการสวิงสิบครั้ง แต่เป็นไปไม่ได้สำหรับค้อนนี้ เขามีช่วงเวลาที่ยากลำบากเพียงแค่ลากเข้ามาเท่านั้น เขายังอยู่ห่างไกลจากระดับปู่เบลค

เฉินจิ้นได้จ้องมองประกายไฟและได้ทำให้เขาตกตลึง

“ผู้เล่น เฉินจิ้น ได้เรียนรู้การหลอมเบื้องต้น!”

“ผู้เล่น เฉินจิ้น ได้เรียนรู้การตีเหล็กเบื้องต้น!”

ปู่เบลคแกว่งค้อนเป็นครั้งสุดท้าย มีใบมีดที่อยู่อย่างสงบบนทั่งเหล็ก มันยังคงร้อนและเป็นสีแดง

ปู่เบลคหยิบแหนบขึ้นมาและคีบไปทึ่ใบมีดจากทั่งเหล็ก ก่อนจะโยนมันลงไปที่ถังน้ำ

“เสียงดังฉ่า!” ได้มีไอน้ำระเหยขึ้นมาจากถัง

“ในถานะเด็กฝึกงานคุณจะต้องเรียนรู้วิธีการใช้ค้อน”

ปู่เบลคก้มลงไปหยิบค้อนอีกอันที่อยู่ตรงทั่งเหล็ก จากนั้นเขาก็โยนมันไปให้เฉินจิ้นและพูดขึ้นว่า

“นับตั้งแต่ตอนนี้คุณจะต้องแกว่งค้อนนี้เป็นพันครั้งต่อวัน และจะออกจากห้องได้เมื่อทำเสร็จ ฉันจะสอนทักษะใหม่ตราบเท่าที่คุณสามารถที่จะใช้ค้อนอย่างถูกต้อง”

ค้อนที่ปู่เบลคโยนมาเฉินจิ้นยังรู้สึกว่ามันหนัก แต่เทียบกับก่อนหน้านี้ไม่ได้

ค้อนนี้มีขนาดเล็กกว่าค้อนที่มีน้ำหนักพันปอนด์ เมื่อเฉินจิ้นยกมันขึ้นมา มันมีน้ำหนักประมาณสองถึงสามร้อยปอนด์ แม้เขามีปัญหาในการแกว่งมันอยู่บ้างแต่เขาก็สามารถทนมันได้

เขาถือค้อนแต่ยังไม่แกว่งทันที เขาปิดตาลงพยายามนึกถึงภาพปู่เบลคก่อนหน้านี้ นึกถึงตอนที่กำลังตีโลหะและขยับตัวอย่างไร เฉินจิ้นวาดภาพและจำลองสิ่งที่เขาจะทำในใจของเขา และเปรียบเทียบกับปู่เบลค เขาได้

แก้ไขหลายครั้งในใจเขา

ปู่เบลคจ้องมองไปที่เฉินจิ้นด้วยตาขุ่นของเขา กำลังสงสัยอยู่ว่าเขาทำอะไร ทำไมถึงไม่เริ่มลงมือซักที

หลังจากจำลองภาพถึงร้อยครั้งแล้ว เฉินจิ้นก็ลืมตาเขายกค้อนขึ้นเหนือศีรษะก่อนจะทุบลงไปที่เศษเหล็กดิบ

“ติ่ง!”

เสียงของค้อนตีเหล็กบนทั่งดังก้องไปทั่วห้อง มีประกายไฟกระเด็นทุกทิศทางเหมือนคนจุดดอกไม้ไฟยามเที่ยงคืน

รูปลักษณ์ที่เด่นชัดในประวิติการณ์ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของปู่เบลคมือขวาที่ถือค้อนพันปอนด์ยังไม่เคยสั่น แต่ทำไมร่างกายเขาสั่นอย่างรุนแรงราวกับไม่มีแรงจับที่จะจับไปป์

“นี้มันน่าทึ่งมาก!” เบลครู้สึกประหลาดใจที่เห็นเฉินจิ้นกำลังจะตีเป็นครั้งที่สอง

ตำแหน่งของแขนเฉินจิ้นและความเร็วของเขาที่ตีลงไปครั้งแรกก็เหมือนกับของปู่เบลค

อย่างไรก็ตามนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เบลครู้สึกประหลาดใจ เมื่อเขาได้เห็นเทคนิคเฉินจิ้นสิ่งสำคัญไม่ใช่อยู่ที่การแกว่งของมือหรือว่าความเร็ว แต่มัน เป็นเสียง

ของโลหะที่ชนกัน

เสียงที่เฉินจิ้นทำขึ้นจากการตีครั้งแรกมันมีความคล้ายคลึงกับเสียงที่ปู่เบลคตีถึงสามสิบเปอร์เซ็น นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เฉินจิ้นให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดและกังเกตุอย่างระมัดระวัง

หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง…

เฉินจิ้นขยับค้อนไม่หยุดและได้ตีลงไปซ้ำๆ

เขาเข้าสู่ขบวนการที่ลืมตัวตนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนร่างกายจะเหนื่อยล้ายังไงเขาก็ไม่สนใจ

เริ่มจะรู้สึกว่าการเป็นช่างตีเหล็กนี้มันสนใจมาก

ปู่เบลคดูเหมือนจะเลิกให้ความสนใจต่อเด็กฝึกงานของเขา เขานั้งลงบนม้านั้งปิดตากำลังพักผ่อนมือคาบไปป์ในปาก เฉินจิ้นรู้ว่าเขายังไม่หลับเพราะในป่องไปป์ยังมียาสูบที่ยังไม่ดับ

“ความสามารถของการตีเหล็กดีขึ้น ความแข็งแรงของคุณเพิ่มขึ้น1จุด! ”

“ความสามารถของการตีเหล็กดีขึ้น ความแข็งแรงของคุณเพิ่มขึ้น1จุด! ”่

“ความสามารถของการตีเหล็กดีขึ้น ความแข็งแรงของคุณเพิ่มขึ้น1จุด! ”

……….

การแจ้งเตือนของระบบนี้คือสิ่งเดียวที่เฉินจิ้นรู้สึกรำคาญ

ห้าร้อยครั้ง… แขนของเฉินจิ้นดูเหนืี่อยล้ามาก ดังนั้น เขาจึงใช้พลังของนักรบระดับสาม เพื่อ เติมเต็มกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของร่างกายและตีต่อไป

ในที่สุดเฉินจิ้นก็หยุดลงเป็นเวลาที่เขาตีครบหนึ่งพันพอดี มันเป็นเวลาเกือบเย็น

เมื่อเขาหยุดรู้สึกไม่เพียงแต่แขน แต่กล้ามเนื้อทุกส่วนรู้สึกปวดทรมาณ มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะยกแขนขึ้นอีกในช่วงเวลาที่เหลือของวัน

เมื่อเฉินจิ้นกำลังจะออกจากร้านช่างตีเหล็ก ปู่เบลคก็ลืมตาขึ้นพยักหน้าให้ และเขาก็พักผ่อนต่อ

“ฉันเสร็จสิ้นงานในวันนี้หรือไม่? ” เฉินจิ้นลากร่างที่เหนื่อยล้าออกจากร้าน และ เขาได้มีคำถามขณะมองขึ้นไปบนฟ้า

“บ้าจริง! ระบบจอมเวทย์ออกมาเดี๋ยวนี้! ”

“คุณมีคำถามอะไร? ”

เฉินจิ้น ชี้ไปท้องบนฟ้าและถามว่า

“คุณพึ่งบอกฉันว่าจะกลับสู่โลกของฉันอัตโนมัติหลังจากครบ8ชั่วโมง? แต่ดูเวลา! นี้คือ8ชั่วโมง? ฉันว่านี้มันประมาณ16ชั่วโมงแล้ว! ”

“โอ้ ฉันลืมที่จะบอกคุณเรื่องหนึ่ง เวลาในที่นี้แตกต่างจากโลกของคุณ เมื่อเทียบอัตราส่วนแล้วคือ1ต่อ2ส่วนความหมายคือ 8ชั่วโมงในโลกของคุณเท่ากับ16ชั่วโมงในโลกของเกม เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องกังวล คุณจะกลับสู่โลกของคุณเร็วๆนี้”