0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 95 : การฝึกซ้อมแลกเปลี่ยนทักษะ (1)

 

“ฮาฮา..” โส่วเจี่ยหัวเราะขึ้น “ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเธอทั้งสองก็เหมือนดั่งน้องสาวของข้า”

 

“อึ่ม…” ไอมี่พยักหน้าในทันพร้อมกับกล่าวว่า “แน่นอน ถึงแม้พวกเราจะเป็นเหมือนพี่กับน้อง  แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะเรียกแซ่แทนชื่อ มันก็ยังถือว่าแปลกยิ่งนัก ถึงแม้เสียง  ‘ไอ’  ของพวกข้าจะเหมือนกัน แต่การเขียนก็แตกต่างกัน!”

 

โส่วเจี่ยส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว “ข้าไม่สนใจว่ามันจะเป็นชื่อหรือแซ่ และจะเขียนต่างกันอย่างไร  แต่ตราบใดที่มันทำให้ข้าไม่วุ่นวายสำหรับการสื่อสารระหว่างแข่ง มันก็ถือได้ว่าดีแล้วมิใช่หรือ?”

 

โส่วเจี่ยยังได้กล่าวต่อว่า “ในตอนนี้ พวกเจ้าควรฝึกซ้อมการต่อสู้จริง มันจะทำให้พวกเจ้าทั้งสองได้รู้ขีดจำกัด และข้อบกพร่องของตน พวกเจ้าจะต้องใช้ความสามารถทั้งหมดออกมา

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย สองสาวก็ได้เริ่มรวบรวมพลังเวทย์ของตนทันที โดยการดึงคทาคู่กายออกมา ซึ่งพวกเธอได้เว้นระยะห่างระหว่างกัน 50 เมตร พวกเจ้าจะต้องทำการโจมตีให้รวดเร็วที่สุด เมื่อข้าบอกให้เริ่ม”

 

“เตรียมพร้อม…..เริ่ม” เมื่อสิ้นคำของโส่วเจี่ย ทั้งสองสาวก็ได้ยกคทาของตนขึ้นมาพร้อมกับที่มีแสงส่องประกายออกมาจากคทาของพวกเธอซึ่งมันได้ปรากฏบอลน้ำขึ้นพร้อมกับพุ่งตรงเข้าใส่กัน”

 

“ปัง!” มีเสียงดังออกมาเมื่อบอลน้ำได้เกิดการปะทะกันบนอากาศ พร้อมกับที่พวกมันได้ระเบิดออก ในแง่ของความเร็วจากการร่ายเวทย์ พวกเธอล้วนไม่ค่อยแตกต่างกันนัก แต่บอลน้ำของไอมี่นั้นมีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งขนาดของมันเกือบจะเป็น 2 เท่าของไอร่า!”

 

โส่วเจี่ยรู้สึกแปลกใจ เนื่องจากเขารู้สึกชื่นชมบอลน้ำของไอมี่ที่มีขนาดใหญ่มาก แม้ว่าในตอนนี้ โส่วเจี่ยจะสามารถสร้างบอลน้ำขนาดใหญ่ได้ แต่ขนาดของมันก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่ากับของไอมี่ จึงทำให้เขารู้สึกอิจฉาไอมี่เล็กน้อย

 

อย่างไรก็ตาม บอลน้ำก็ยังเป็นได้แค่บอลน้ำ มันไม่สามารถทำลายสิ่งที่เข้าปะทะได้ ในตอนนี้ ถึงแม้ว่าบอลน้ำของไอร่าจะไม่ได้มีขนาดเท่ากับของไอมี่ แต่เธอก็ไม่ได้เสียเปรียบเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากความเร็วและความต่อเนื่องของเธอที่มีมากกว่า จนทั้งสองไม่สามารถทำความเสียหายให้กับฝ่ายตรงข้ามได้

 

“ชิ….” หลังจากใช้บอลน้ำไปหลายครั้ง ไอร่าก็กัดฟันของเธอ เนื่องจากเธอรู้ว่าถึงแม้จะทำการกดดันได้เล็กน้อย แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้ตนได้เปรียบขึ้น และในทันใดนั้น เธอจึงเริ่มร่ายคทาของตนเพื่อสร้างโคลนดูดไว้ใต้ฝ่าเท้าของไอมี่ทันที

 

เนื่องจากไอมี่ไม่ได้ระวังตัว เธอจึงติดอยู่ในโคลนดูด ช่วงเวลาที่เธอจะทำการโจมตีไอร่า เธอรู้สึกว่าตัวเธอขยับไม่ได้ แม้ว่าเธอจะสามารถเคลื่อนที่ได้ แต่มันก็เชื่องช้ายิ่ง จึงทำให้เธอไม่สามารถหลบเวทมนตร์ถัดไปของไอร่าได้

 

ไอมี่จึงเริ่มใช้โล่น้ำ เพื่อให้ตัวเธอนั้นหลุดจากโคลนดูดของไอร่าให้เร็วที่สุด แต่ก็เป็นโชคร้ายสำหรับเธอ เพราะไอร่านั้นเยือกเย็นอย่างยิ่ง วางแผนไว้ล่วงหน้าหลายชั้น ทำให้ไม่ว่าไอมี่จะพยายามหนีออกจากโคลนดูดเท่าไร เธอก็ยังไม่สามารถหลุดออกจากโคลนดูดได้ เธอจึงพยายามหลบบอลน้ำอย่างยากลำบาก ถึงแม้ว่าบางครั้งจะโดน เธอก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บมากนัก

 

และในเวลาอีกไม่นาน ไอร่าก็ได้ตกอยู่ในโคลนดูดเช่นกัน ทำให้พวกเธอทั้งสองโจมตีสวนกันไปสวนกันมาอยู่ในโคลนดูด เมื่อเห็นเช่นนี้ โส่วเจี่ยก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องยิ้มออกมาอย่างท้อแท้ นี่มันคืออะไรกัน? มันไม่เหมือนการต่อสู้เลย

 

เขาทนไม่ได้ที่ต้องเห็นการต่อสู้ที่เกิดขึ้นของพวกเธอ เนื่องจากมันไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุด ต้องรอจนกว่าพวกเธอจะใช้พลังเวทย์หมด โส่วเจี่ยจึงเดินเข้าไปหยุดพวกเธอพร้อมกับกล่าวว่า “ข้าขอถามพวกเจ้าทั้งสอง พวกเจ้าต้องการใช้เวทมนตร์เหล่านี้ ท่ามกลางการแข่งขันประจำปีจริงๆหรือ?

 

พวกเธอได้มองไปที่โส่วเจี่ยด้วยความสับสน และกล่าวอย่าแปลกใจขึ้น “ถ้าพวกเราไม่ทำเช่นนี้ ยังจะมีวิธีอื่นอีกหรือ พวกข้านั้นสามารถใช้เวทมนตร์ได้เพียง 3 อย่างเท่านั้น ถึงแม้พวกข้าจะต้องการใช้เวทมนตร์บทอื่นก็ตาม แต่พวกข้าก็ไม่สามารถใช้ได้!”

 

โส่วเจี่ยต้องกอดอกแน่น พร้อมกับคิ้วที่ขดเข้าหากัน เนื่องจากคำกล่าวของไอมี่นั้นเป็นเรื่องจริง ถึงแม้ว่าตอนนี้ โส่วเจี่ยจะแข็งแกร่ง โดยวิธีการฝึกฝนความเหนื่อยล้า ไม่เช่นนั้นคงไม่มีวิธีอื่นใดที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้?  ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เหตุผลหลัก แต่มันก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในการฝึกฝนของเขาในช่วงที่ผ่านมา

 

หลังจากโส่วเจี่ยหยุดคิดเป็นเวลานาน เด็กชายก็เงยศีรษะขึ้น และมองไปที่พวกเธอทั้งสองพร้อมกับกล่าวว่า “ข้าอยากถามพวกเจ้า พวกเจ้าต้องการที่จะคว้าชัยชนะหรือไม่? ไม่ว่ามันจะยากลำบากขนาดไหน หรือมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย พวกเจ้ายังต้องการให้ได้มันมาหรือไม่?”

 

เมื่อได้ฟังคำถามของโส่วเจี่ย พวกเธอทั้งสองได้กล่าวออกมาอย่างไม่ลังเล “พวกข้าต้องการที่จะชัยชนะ ถ้ามันมีโอกาสชนะมากขึ้น ไม่ว่าจะต้องสูญเสียอะไรก็ถือว่าคุ้มค่า? และมันจะเป็นการไม่ทำให้ท่านอาจารย์รวมไปถึงเพื่อนร่วมชั้นต้องรู้สึกอับอาย!”

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของพวกเธอ โส่วเจี่ยก็พยักหน้าในทันทีและเริ่มกล่าวอย่างหนักแน่นขึ้น “พวกเจ้าเคยคิดที่จะใช้วิธีฝึกฝนความเหนื่อยล้าหรือไม่?”

 

.”อะไรนะ!”  เมื่อได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย ไอมี่รู้สึกตกใจเล็กน้อยและกล่าวตอบอย่างกังวล “แม้ว่าวิธีการฝึกฝนนี้จะสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างรวดเร็ว แต่มันกลับไม่คุ้มค่าเลย มันอาจจะเพิ่มความแข็งแกร่งได้ ณ เวลานี้ แต่ในอนาคต การฝึกฝนของพวกข้าจะต้องยากลำบากขึ้น!”

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของไอมี่ โส่วเจี่ยก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร เมื่อเห็นสายตาของโส่วเจี่ยไอร่าก็ได้กล่าวอย่างเยือกเย็นขึ้น “ข้าไม่เชื่อว่าในอนาคตมันจะทำให้ข้าพัฒนาได้ช้าลง แต่ตอนนี้ ถ้ามันทำให้ข้าพัฒนาฝีมือได้รวดเร็วขึ้นแล้วล่ะก็ ข้าก็อยากที่จะลองฝึกมันดู”

 

เมื่อกล่าวจบ เธอจึงหันหน้าไปทางโส่วเจี่ยพร้อมกับกล่าวกับเขาด้วยเสียงที่สดใสขึ้น “ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด ลอร์ดโส่วเจี่ยคงประสบความสำเร็จจากการฝึกฝนด้วยวิธีนี้แล้ว!”

 

โส่วเจี่ยจึงยิ้มออกมาแล้วกล่าวขึ้น “ถูกต้องแล้ว ข้าได้ฝึกฝนทั้งหมด 3 ครั้ง มันคือวิธีที่ดีมาก พวกเจ้าต้องการฝึกมันหรือไม่?”

 

เมื่อต้องเจอกับคำถามของโส่วเจี่ย ทั้งสองจึงพยักหน้าในทันที เมื่อเห็นทั้งสองแสดงออกเช่นนี้ โส่วเจี่ยจึงยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า “เอาล่ะ! เมื่อพวกเจ้าทั้งสองต้องการที่จะใช้วิธีนี้แล้ว พวกเจ้าจงเริ่มโจมตีมาที่ข้าพร้อมกันได้เลย”

 

“เจ้าว่าอะไรนะ โจมตีพร้อมกัน! เจ้าต้องการให้พวกข้าทั้งสองโจมตีใส่เจ้าพร้อมกันหรือ?” ไอมี่ต้องร้องออกมาด้วยความตกใจ

 

โส่วเจี่ยไม่ใส่ใจอะไร เมื่อเห็นการแสดงออกของไอมี่ เขาจึงเริ่มยกมือขวาและมือซ้ายขึ้น เพื่อทำการร่ายเวทพร้อมกับที่ได้กล่าวออกมา “พวกเจ้าก็ได้ยินชัดเจนแล้วนี่ พวกเจ้ายังต้องรอสิ่งใดอีก?”

 

เมื่อเห็นว่าโส่วเจี่ยกำลังทำการร่ายเวทย์ พวกเธอก็ไม่รอช้า ทำการทิ้งระยะห่างจากโส่วเจี่ยทันที ในขณะเดียวกัน พวกเธอก็ได้ทำการร่ายเวทย์เพื่อตอบโต้เวทมนตร์ของโส่วเจี่ย

 

เมื่อเห็นว่าสองสาวทำการทิ้งระยะห่างจากตน โส่วเจี่ยก็ยิ้มขึ้นเล็กน้อย มือขวาของเขาก็ได้ปล่อยความเย็นขึ้นมาจากปลายเท้าและเริ่มสร้างชั้นน้ำแข็งขึ้นมาปกคลุมรอบตัวของโส่วเจี่ย

 

“เพ้ยย….” เมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า พวกเธอรู้สึกตกใจยิ่งและพยายามมองไปยังน้ำแข็งสีฟ้าที่ได้ห่อหุ้มร่างกายของโส่วเจี่ย ซึ่งมันถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเกราะที่สมบูรณ์แบบ

 

เมื่อมองไปยังสองสาวที่กำลังตกใจอยู่ โส่วเจี่ยก็ต้องยิ้มออกมาอย่างมีความสุข โส่วเจี่ยทำการขยับมือขวาเพื่อสร้างบอลน้ำแข็งขึ้นมา ไม่นานก็ได้ปรากฏบอลน้ำแข็งสองอันขึ้นที่เหนือศีรษะของเด็กหนุ่ม โส่วเจี่ยได้ใช้มันออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อโจมตีไปยังสองสาว เมื่อสองสาวกำลังจะหลบ บอลน้ำแข็งก็พุ่งกระทบพื้นของสนามฝึกซ้อมบริเวณด้านหน้าพวกเธอ

 

สนามฝึกซ้อมนี้ถือได้ว่าทนทานยิ่ง แม้ว่ามันจะถูกสร้างด้วยหินที่มีความแข็งแกร่ง แต่เมื่อมันโดนบอลน้ำแข็งกระแทก กลับบังเกิดหลุมขนาดใหญ่ที่มีบอลน้ำแข็งฝังแน่นอยู่

 

เมื่อมองไปที่บอลน้ำแข็งที่ฝังอยู่บนพื้นสนาม สองสาวก็รู้สึกหวาดกลัวยิ่ง พวกเธอเข้าใจอย่างชัดเจน ถ้าโดนมันเข้า ไปพวกเธอจะไม่เพียงกระดูกหักเท่านั้น แต่อาจจะถึงแก่ความตายเลยก็ได้ ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเธอก็ไม่คิดที่จะสู้ต่อไปอีก

 

ในแง่ของการป้องกัน โส่วเจี่ยมีเกราะน้ำแข็งซึ่งไม่ว่าจะเป็นบอลน้ำที่แข็งแกร่งขนาดไหน มันก็ไม่สามารถทำอะไรโส่วเจี่ยได้ นอกจากนี้ โส่วเจี่ยยังมีบอลน้ำแข็ง ซึ่งสามารถจบการต่อสู้ได้เพียงหนึ่งการโจมตี มันไม่มีความจำเป็นเลย ที่จะต้องมีพวกเธอในการแข่งครั้งนี้ แม้ว่าจะเพิ่มพวกเธอเข้าไปอีกกี่คน ก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไร เพราะระดับของโส่วเจี่ยนั้นอยู่ห่างไกลจากพวกเธอจนเกินไป

 

พวกเธอได้ทำการลดคทาลงอย่ารวดเร็วและรู้สึกหดหู่เล็กน้อย ไอมี่จึงถามโส่วเจี่ยด้วยความแปลกใจ “เจ้า เจ้าฝึกฝนอย่างไร ถึงทำเช่นนี้ได้ เจ้าอายุเพียงแค่ 8 ปีเท่านั้น ไม่เพียงแต่เจ้าสามารถใช้เวทย์หอกน้ำแข็งกับเกราะน้ำแข็งออกมาพร้อมกันได้ แต่เจ้ากลับยังมีสติอยู่ พลังเวทย์และพลังจิตวิญญาณของเจ้ามากมายขนาดไหนกัน? แล้วอย่างนี้จะมีใครที่จะสามารถเอาชนะเจ้าได้!”

 

เมื่อเห็นอาการตกใจของพวกเธอ โส่วเจี่ยก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเธอนั้นเริ่มเข้าใจแล้ว เขาสลายเกราะน้ำแข็งลง พร้อมกับกล่าวว่า “มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ ก่อนหน้านี้ข้าได้ใช้วิธีฝึกฝนความเหนื่อยล้า หากพวกเจ้าได้ฝึกมัน พวกเจ้าก็สามารถทำแบบเดียวกับข้าได้”

 

พวกเธอทั้งสองเป็นคนที่เข้าใจง่าย เมื่อได้ทำการประเมินถึงข้อดีและข้อเสียของมันแล้ว พวกเธอก็เลือกที่จะใช้วิธีการฝึกฝนความเหนื่อย เพราะสิ่งที่พวกเธอต้องการ ณ ตอนนี้ก็คือชัยชนะ!

 

โส่วเจี่ยขมวดคิ้วเมื่อเห็นการตอบสนองอย่างตื่นเต้นของพวกเธอ มันมีเวลาเหลือเพียง 1 เดือนเท่านั้น ซึ่งเทคนิคหอกน้ำแข็งกับเกราะน้ำแข็งจะต้องใช้ประสบการณ์และการทำสมาธิ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถใช้เวลาเพียง 1 เดือนเพื่อเรียนรู้มันได้ ถึงแม้จะใช้วิธีการฝึกฝนความเหนื่อยล้าก็ตาม พวกเธอยังต้องการเวลามากกว่านี้

 

โส่วเจี่ยจึงทำอะไรไม่ได้นอกจากกล่าวออกมาว่า “แม้ว่าพวกเจ้าใช้วิธีการฝึกฝนความเหนื่อยล้า ซึ่งจะทำให้พลังของพวกเจ้านั้นแข็งแกร่งขึ้นกว่าเมื่อก่อน  แต่มันก็อาจจะไม่ทันการแข่งขัน ที่จะทำให้พวกเจ้านั้นสามารถใช้เวทย์เกราะน้ำแข็งหรือบอลน้ำแข็งได้

 

โส่วเจี่ยหยุดเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวต่อไป “นอกจากนี้ วิธีการฝึกฝนความเหนื่อยล้ามันอาจจะไม่แสดงผลออกมามากนัก แต่อย่างไรก็ตาม พวกเจ้ายังต้องการที่จะฝึกมันอยู่อีกหรือไม่?”

 

เมื่อต้องเจอกับคำถามของโส่วเจี่ย ไอมี่ตอบอย่างไม่ลังเลขึ้นทันที “ข้าไม่สามารถล่าช้าไปกว่านี้ได้ ถ้าข้ารู้ว่ามันจะทำให้ข้านั้นแข็งแกร่งขึ้น ถึงแม้จะล่าช้าไปบ้าง แต่ก็ไม่นับว่าสายจนเกินไป ไม่ว่าจะอย่างไรข้าก็ต้องการที่จะฝึกฝนมัน”

 

เมื่อไอมี่กล่าวจบ ไอร่าก็ได้กล่าวต่อ “ข้าไม่รู้ว่าข้าจะอยู่ได้นานขนาดไหน หรืออาจจะตายตอนไหน ดังนั้น..ข้าไม่ค่อยสนใจกับอนาคตเท่าไหร่นัก ตราบใดที่มันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของข้าได้รวดเร็ว ข้าก็ยินดีที่จะฝึกมัน”

 

“เอาล่ะ..” โส่วเจี่ยพยักหน้าพร้อมกับกล่าวขึ้น “พรุ่งนี้ ข้าจะให้พวกเจ้าได้ฝึกฝนมัน พวกเจ้าทั้งสองควรมาเจอข้าที่ตำหนักขาว พวกเราสามารถฝึกมันในห้องฝึกฝนใต้ทะเลสาบจนกว่าจะถึงวันแข่งขันประจำปีได้”

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha