0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 94 : การคัดเลือกผู้เข้าร่วมงานแข่งขันประจำปี (2)

 

เมื่อเห็นความกลัวที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคู่ต่อสู้ เซเลน่าจึงยิ้มและกล่าวขึ้น “เหตุผลที่ข้าเลือกเจ้า เพราะเจ้าไม่ได้มีความแข็งแกร่งเท่าใดนัก และเมื่ออยู่บนเวที เจ้าจึงทำได้แค่หวาดกลัว เจ้าอาจไม่เข้าใจว่าการต่อสู้นี้ อาจจะเกิดอาการบาดเจ็บและตายได้!”

 

“เจ้า!” คู่ต่อสู้นั้นมองตรงมาที่เซเลน่าด้วยความหวาดกลัว เธอนั้นกล่าวออกมาด้วยเสียงที่สั่นเครือ “เจ้า เจ้านั้นหลอกข้า มัน..มันไม่มีทางเกิดขึ้น”

 

“ฮึ….” อาจารย์สาวจึงได้กล่าวขึ้นเมื่อเห็นถ้าทางของเด็กสาวที่กำลังตื่นกลัวอยู่ “ที่เธอกล่าวล้วนเป็นความจริงทุกประการ เซเลน่าไม่ได้หลอกเจ้า เมื่อเจ้าอยู่บนเวที แน่นอนว่าจะต้องมีการนองเลือด แต่เพียงเท่านี้มันยังถือเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะบางที อาจมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จนอาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งเรื่องที่เหล่านั้นช่างเป็นอะไรที่น่าเศร้า ถึงแม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นเพียงน้อยนิดก็ตาม แต่มันก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว”

 

“อ่า…..” เด็กสาวร้องให้ออกมาด้วยความหวาดกลัว ก่อนเธอจะกล่าวอย่างหดหู่ “ถ้า ถ้าอย่างนั้น…ข้าไม่ต้องการที่จะแข่งแล้ว ข้าไม่อยากเป็นตัวแทน เพื่อเข้าร่วมการแข่งใดอีกทั้งสิ้น หลังจากที่กล่าวจบเด็กสาวก็รีบวิ่งลงมา ด้วยอาการหวาดกลัวอย่างที่สุด และหลบเข้าไปอยู่ในกลุ่มเด็กสาวทันที ซึ่งท่าทีของเด็กสาว มันเป็นการทำให้เด็กสาวคนอื่นรู้สึกหวาดกลัวตามไปด้วย

 

เด็กสาวส่วนใหญ่เป็นคนขี้หวาดกลัว หลังจากที่ได้ยิน ว่าการเข้าแข่งขันนั้นอันตรายยิ่ง พวกเธอก็ไม่คิดที่จะเข้าร่วมอีกต่อไป ซึ่งโส่วเจี่ยก็ไม่ได้ต้องการที่จะพาพวกเธอเข้ามาร่วมอยู่แล้ว เขาจึงไม่คิดมากเท่าใดนัก ที่โส่วเจี่ยต้องการ ไม่ใช้ผู้ที่แข็งแกร่งเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องมีความกล้าหาญอยู่ด้วย!

 

หลังจากที่ได้เรียนรู้มาหนึ่งปี โส่วเจี่ยก็เข้าใจเวทมนตร์ธาตุน้ำอย่างลึกซึ้ง เขาเข้าใจว่าเวทย์ศาสตร์การฟื้นฟูแห่งสายน้ำ เวทย์โคลนดูดและบอลน้ำ ล้วนไม่มีความรุนแรงพอที่จะใช้โจมตีเพื่อสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูได้ สิ่งที่โส่วเจ่ยต้องการจะกล่าว คือการที่จะสามารถต่อสู้ได้ อย่างแรกคือต้องสามารถใช้เวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งให้ได้เสียก่อน ไม่อย่างนั้น นักเวทธาตุน้ำจะทำได้เพียงยืนนิ่งเพื่อรอรับความพ่ายแพ้เท่านั้น เพราะพวกเขาไม่มีเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งพอที่จะสามารถโค่นล้มอีกฝ่ายได้

 

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผละไร โส่วเจี่ยก็ไม่อาจพลาดโอกาสสำหรับการแข่งนี้ การพ่ายแพ้นั้นไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว แต่ถ้ามีหนึ่งในพวกเขาเกิดกลัวการโจมตีของอีกฝ่ายขึ้นมา มันจะทำให้พวกเขารู้สึกอับอายมาก และความอับอายนี้อาจจะทำให้อนาคตของพวกเขานั้นเลวร้ายยิ่ง เพราะทุกคนจะเห็นแค่เพียงนักเวทธาตุน้ำนั้นไม่ได้มีความสามารถที่จะต่อสู้กับผู้อื่นได้ และจะโดนดูถูกเหยียดหยามตลอดไป

 

ที่โส่วเจี่ยกำลังตามหาคือคู่หูสองคน ที่มีความกล้าหาญเพียงพอ เนื่องจากการแข่งขันจะต้องมีผู้เข้าร่วม 3 คน  โส่วเจี่ยจึงต้องการเลือกนักเวทที่มีความกล้าหาญ ถึงแม้จะต้องพ่าย แต่อย่างไร พวกเธอก็จะไม่ทำให้เกียรติยศของนักเวทธาตุน้ำต้องมัวหมอง

 

เมื่อการคัดเลือกได้สิ้นสุดลง เหล่าเด็กสาวก็รู้สึกสบายใจอีกครั้ง พวกเธอนรีบกลับไปยังห้องเรียนทันที แต่ขณะนั้น โส่วเจี่ยก็ได้กล่าวกับอาจารย์ว่า “ท่านอาจารย์ ตอนนี้ยังคงมีเวลาเหลืออีก 1 เดือนกว่าที่จะถึงการแข่งขันประจำปี ข้าสามคนจะขอใช้ช่วงเวลานี้เพื่อมุ่งมันฝึกฝน ข้าต้องการให้มันเป็นไปดั่งที่ข้าได้กล่าวไว้ ว่าพวกข้าจะต้องนำชัยชนะกลับมา!”

 

อาจารย์ได้ยินคำกล่าวและความมุ่งมั่นของโส่วเจี่ย เธอก็รู้สึกตื้นตันเป็นอย่างมาก เธอจึงได้กล่าวตอบ “ไม่มีปัญหา….โดยปกติแล้ว นักเวทธาตุอื่นๆนั้นสามารถทำการฝึกซ้อมอย่างเดียวเป็นเวลาสามเดือนได้ แต่สำหรับคำขอของเจ้าที่ต้องการฝึกฝนเพียงหนึ่งเดือน คำขอนี้จึงถือเป็นเรื่องเล็กน้อย

 

โส่วเจี่ยได้พยักหน้าและหันไปมองทางเสวี่ยเอ๋อกับเซเลน่า เพื่อส่งสัญญาณให้พวกเขาเดินตามมา ไม่นานหลังจากนั้น…ด้วยการนำของอาจารย์ พวกเขาก็ได้เดินออกมาจากลานฝึกฝน

 

หลังจากที่พวกเขาได้ออกมาจากลานฝึกฝน โส่วเจี่ยจึงได้กล่าวกับพวกเธอทั้งสองคน “ตั้งแต่ที่พวกเจ้าได้เข้าร่วมการแข่งขันนี้ ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเจ้าไม่อาจสร้างความอับอายให้กับนักเวทธาตุน้ำได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร พวกเจ้าต้องไม่แสดงความอ่อนแอออกมา และเพื่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด พวกเราไม่อาจเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ได้ พวกเราทั้งสามจะต้องเริ่มสร้างความสามัคคีก่อนเป็นอันดับแรก

 

เมื่อต้องเจอกับคำกล่าวของโส่วเจี่ย แม้บุคลิกของทั้งสองจะแตกต่างกันยิ่งนัก แต่พวกเธอก็พยักหน้าอย่างไม่ลังเล ด้านเสวี่ยเอ๋อนั้นพยักหน้าอย่างจริงใจ แต่ทางเซเลน่าพยักหน้าเล็กน้อยเพื่อแสดงว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายนัก การแสดงออกของพวกเธอไม่แตกต่างจากก่อนหน้านี้เลย

 

โส่วเจี่ยได้กวาดมองไปยังทั้งสอง ถึงแม้ว่าพวกเธอจะเป็นนักเวทธาตุน้ำเหมือนกัน แต่พวกเธอล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และในด้านของพลังเวทย์ พวกเธอนั้นโดดเด่นกว่าเด็กสาวคนอื่นในชั้นเรียน และบุคลิกของพวกเธอก็เป็นเอกลักษณ์ยิ่ง

 

เมื่อเขามองไปทางเสวี่ยเอ๋อ เธอเป็นเหมือนกับเกลียวคลื่นที่น่าหลงใหล ซึ่งเธอนั้นเป็นคนที่กล้าพูดตรงไปตรงมา และเมื่อมีคนเข้าใกล้ คนผู้นั้นก็จะรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเข้าหาง่าย เป็นธรรมชาติ เธอเหมือนเด็กสาวจากครอบครัวที่อบอุ่น

 

แต่กลับเซเลน่า เธอช่างแตกต่างยิ่ง เธอเป็นดั่งคลื่นที่สงบไม่มีการแสดงออกใดๆ เธอไม่เคยยิ้ม เป็นดั่งภูเขาน้ำแข็งที่มีแต่ความหนาวเย็น เธอนั้นราวกับไม่ต้องการให้ผู้ใดได้มาเห็นจิตใจที่แท้จริงของเธอ มันจึงทำให้เธอนั้นสร้างชั้นน้ำแข็งขึ้นเพื่อปกปิดมัน!

 

หลังจากนิ่งคิดอยู่นาน โส่วเจี่ยจึงกล่าวว่า “ข้านั้นได้รู้จักทุกคนในชั้นเรียน แต่สำหรับพวกเจ้า ข้าไม่ค่อยจะรู้เรื่องราวของพวกเจ้าเลย อย่างไรก็ตาม พวกเจ้าคงจะทราบชื่อของข้าแล้ว แต่ข้ายังต้องการให้พวกเราได้แนะนำตัวกันอีกครั้ง เพื่อเป็นการสร้างความคุ้นเคยสำหรับพวกเจ้าทั้งสองคน…”

 

โส่วเจี่ยยิ้มและกล่าวขึ้น “ข้าชื่อโส่วเจี่ย เป็นนักเวทธาตุน้ำ อายุ 8 ปี ตอนนี้ข้าอาศัยอยู่ในเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์” หลังจากที่กล่าวเสร็จ เขาก็ยิ้มให้กับทำสองเพื่อให้พวกเธอเริ่มทำการแนะนำตัว

 

เสวี่ยเอ๋อนั้นต้องการที่จะแนะนำตัวเป็นคนต่อไป เธอจึงกล่าวขึ้น “ชื่อของข้าคือ ไอมี่ เสวี่ยเอ๋อ ข้าอายุ 8 ปี ครอบครัวของข้าอาศัยอยู่ที่ เมืองแห่งสายน้ำราบัวร่า และข้าก็เป็นนักเวทธาตุน้ำ!”

 

เมื่อกล่าวจบ เธอและโส่วเจี่ยก็ได้หันไปยังเซเลน่าด้วยความรวดเร็ว ภายใต้การจ้องมองของพวกเขา เซเลน่าจึงค่อยๆกล่าวออกมา “เซเลน่า ฟรานซิส ไอร่า อายุ 8 ปี ครอบครัวของข้า อาศัยอยู่ในเมืองน้ำแข็งบลันซ์บริด ข้าเป็นนำเวทธาตุน้ำ”

 

“เอ๊ะ…”   เมื่อได้ยินนามไอร่า เสวี่ยเอ๋อรู้สึกตกใจยิ่ง เธอจึงส่ายศีรษะและกล่าวว่า “เจ้าคงไม่คิดจะล้อข้าเล่นใช่ไหม! เจ้ากำลังทำให้ข้าแปลกใจ

 

ได้ยินคำกล่าวของเสวี่ยเอ๋อก็ บรรยากาศก็ได้เปลี่ยนไป จนไม่มีใครกล้าที่จะกล่าวอะไรออกมา มันจึงเกิดเป็นความเงียบขึ้นความเงียบปกคลุมได้ไม่นาน เซเลน่าก็ได้กล่าวขึ้น “ข้าไม่ได้ล้อเล่น มันเป็นความจริง”

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของไอร่า เสวี่ยเอ่อก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเด็กสาวทั้งสอง โส่วเจี่ยจึงได้แต่ส่ายศีรษะของตน ก่อนที่จะหัวเราะพร้อมกับกล่าวว่า “เอาล่ะ มันเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อมาก แต่อย่างไรก็ถือว่าโชคดียิ่ง ที่ชื่อของพวกเจ้านั้นขึ้นต้นด้วย “ไอ” ดังนั้น….ตั้งแต่วันนี้ ข้าจะเรียกเสวี่ยเอ๋อว่าไอมี่และสำหรับเจ้าก็เป็นไอร่า” โส่วเจี่ยกล่าวอย่างพึงพอใจยิ่ง

 

“อะ…”เมื่อได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย เสวี่ยเอ๋อจึงกล่าวขึ้น “เจ้าว่าอะไรนะ? มันอะไรกัน? ทำไมเจ้าจะต้องเรียกชื่อพวกข้าแบบนั้น ไอมี่มันไม่ได้เป็นชื่อแบบเดียวกับไอร่า แต่มันเป็นแซ่ของครอบครัวข้า เจ้ารู้ใช่ไหม?”

 

“อะ! … เอ๋” ได้ยินคำกล่าวของเธอ โส่วเจี่ยจึงตอบอย่างช้าๆ “ชื่อเสวียเอ๋อมันก็ไม่เหมาะกับเด็กสาวอย่างเจ้า!”

 

เสวี่ยเอ่อทำไรไม่ถูก ได้แต่ขมวดคิ้วและกล่าวออกมา “ช่างมันเถอะ เอาตามที่เจ้าต้องการเลย ไอมี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันเรียกง่ายกว่าเสวี่ยเอ๋อ แต่อย่างไรข้าก็ชินกับการให้เรียกเสวี่ยเอ๋อมากกว่า”

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พวกเธอทั้งสองก็ยังไม่รู้สึกถูกกันอยู่ดี และไม่ว่าจะทำอะไร พวกเธอทั้งสองคนก็รู้สึกไม่ดีกับฝั่งตรงข้ามเสมอ โส่วเจี่ยทำอะไรไม่ได้นอกจากยิ้ม นี่คืออะไรกัน ? เมื่อพวกเธอต้องเข้าแข่งด้วยกัน แล้วมันจะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? ถ้าพวกเธอไม่ถูกกันเช่นนี้มันมีแต่จะเกิดปัญหาขึ้น!

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha