0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 93 : การคัดเลือกผู้เข้าร่วมงานแข่งขันประจำปี (1)

เมื่อเห็นกริชถูกวางไว้บนโต๊ะ เหล่าผู้นำของกลุ่มนักฆ่าแต่ละคนก็ได้รีบมารุมล้อมกริชดังกล่าวในทันที เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของเหล่าผู้นำ โส่วเจี่ยได้แต่ฉีกยิ้มและกล่าวขึ้น “ข้ามั่นใจว่าพวกท่านได้รู้ถึงความสามารถของมันแล้ว ดังนั้น ข้าจะไม่กล่าวอันใดมาก เหตุผลที่ข้าได้จัดการชุมนุมครั้งนี้ขึ้น เพื่อต้องการให้หนึ่งในพวกท่านได้เป็นเจ้าของมัน อย่างไรก็ตาม…”

 

โส่วเจี่ยนั้นหยุดกล่าวเล็กน้อย และแสดงออกด้วยใบหน้าที่จริงจังพร้อมกับกล่าวต่อว่า “ข้าต้องบอกพวกท่านก่อนว่าข้าไม่ได้ต้องการที่จะขายมัน พวกท่านจงอย่าได้ใช้เงินในการครอบครองมัน เนื่องจากข้าก็ไม่ได้ขาดความมั่งคั่งเลย ณ ตอนนี้ ข้าต้องการอุปกรณ์เวทมนตร์ที่มีระดับสูงกว่าตำนาน ใครก็ตามที่สามารถให้ในสิ่งที่ข้าพึงพอใจได้ ข้าจะแลกมันกับกริชเล่มนี้”

 

ทั้งหมดได้แต่นิ่งงัน เนื่องจากไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้พวกเขาได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความกังวล เพราะโส่วเจี่ยเป็นนักเวทธาตุน้ำ ซึ่งอุปกรณ์นั้นหายากมาก แต่มันก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเหล่าผู้นำของสมาคมการค้าทั้งสิบ เพราะพวกเขาก็มีอุปกรณ์ธาตุน้ำถูกเก็บเอาไว้อยู่ อย่างไรก็ตาม…ความวิตกกังวลทั้งหมดของผู้นำทั้งสิบ ดูเหมือนจะอยู่ที่ตัวพวกเขาเอง ถ้าเขาไม่ยอมสละมากพอ ก็อาจจะไม่ได้ครอบครองกริชเล่มนี้

 

ขณะที่ทุกคนกำลังครุ่นคิดกันอยู่ โส่วเจี่ยยังคงกล่าวขึ้น “เหตุผลหลักที่ข้าเรียกทุกคนมา ก็เพื่อให้พวกท่านได้เห็นกริชที่ข้าครอบครองอยู่ พวกท่านทุกคนคงจะได้สัมผัสกับกริชเล่มนี้มามากพอแล้ว ตอนนี้พวกท่านสามารถกลับไปได้ อีกครึ่งปี ข้าจะทำการชุมนุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การชุมนุมในครั้งถัดไป ข้าหวังว่าพวกท่านจะมีสมบัติที่ข้าต้องการ!”

 

หลังจากกล่าวจบ โส่วเจี่ยก็ล้วงเข้าไปในมิติเพื่อนำรายละเอียดของสิ่งที่เขาต้องการออกมา และมอบมันให้กับผู้นำทั้งสิบคน พร้อมกับกล่าวขึ้น “นี่คือรายละเอียดของสิ่งที่ข้าต้องการ หากมีผู้ใดสามารถนำมันมาให้กับข้าได้ ข้าจะทำการแลกเปลี่ยนด้วย หรือหากไม่มีก็จงนำเอาสิ่งที่คิดว่าข้าน่าจะสนใจมาแทน”

 

เหตุผลที่เขาได้ทำข้อตกลง เพื่อยืดเวลาออกไป เพราะโส่วเจี่ยต้องการให้กลุ่มของพวกเขา ได้ออกค้นหาสมบัติธาตุน้ำที่น่าสนใจมากขึ้น หรือไม่ก็สามารถเก็บรวบรวมสิ่งที่เขาต้องการมาแลกเปลี่ยนกับกริชเล่มนี้ ซึ่งรายการที่เขาได้ให้ไปนั้นไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน มันมีเฉพาะกลุ่มของเหล่านักฆ่าเท่านั้นที่จะสามารถใช้ระยะเวลาอันสั้น ในการรวบรวมมันกลับมา

 

หลังจากการชุมนุมจบลง โส่วเจี่ยก็ได้ออกเดินไปทั่วตลาดเพื่อค้นหาสมบัติที่อาจจะซุกซ่อนอยู่ เขาหันมองรอบๆและมีบางครั้งที่เขาได้พบเจอกับอุปกรณ์ที่มีประโยชน์สำหรับนักฆ่า ทุกคนล้วนแต่เข้าใจดี ว่าหากมีเงินมากมาย ก็สามารถที่จะหาสิ่งที่ล้ำค่าได้

 

แต่น่าเสียดาย หลังจากโส่วเจี่ยได้จ่ายเงินไปสองถึงสามครั้ง รวมเป็นเงิน 10 ล้านทอง แต่สุดท้าย ของที่ได้มาก็ยังเป็นขยะ ตอนนี้โส่วเจี่ยเข้าใจดี ถึงแม้ของพวกนี้จะเก่า มันก็ไม่สามารถดูเพียงคราบสนิมที่เกาะอยู่ได้ เพราะถึงแม้มันจะไม่ขึ้นสนิม มันก็ไม่ได้แปลว่าเป็นสมบัติหายาก

 

เหลือเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น ก่อนจะถึงการแข่งขันประจำปี เมื่อเขาได้กลับมายังโรงเรียนแสงศักดิ์สิทธิ์ เด็กชายก็เห็นเด็กสาวในขั้นเรียนของตน กำลังแสดงท่าทีตื่นเต้น เพราะพวกเธอรู้ดี ว่าวันนี้จะเป็นวันคัดเลือกผู้ที่ได้เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันประจำปีที่กำลังจะถูกจัดขึ้น

 

โส่วเจี่ยนั้นมีทักษะที่สูงยิ่ง เด็กสาวในชั้นเรียนต่างเสนอชื่อของเด็กชาย เพื่อให้เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งขันนั้นมีที่ว่างสำหรับ 3 คน ซึ่งทำให้ยังเหลือที่ว่างอีก 2 ตำแหน่ง ดังนั้น พวกเธอจึงรู้สึกตื่นเต้นกับตำแหน่งที่เหลือ

 

หลังจากที่เวลาได้ผ่านมาหนึ่งปี ทุกคนได้เรียนรู้ศาสตร์การฟื้นฟูแห่งสายน้ำ บอลน้ำและเวทย์โคลนดูด ซึ่งการใช้งานมันล้วนแต่มีข้อจำกัด แต่ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด พวกเธอก็นับว่าประสบความเสร็จจากการศึกษาในชั้นเรียน และเมื่อเทียบกับคนปกติทั่วไป พวกเธอถือได้ว่าแข็งแกร่งมาก ด้วยความสามารถเหล่านี้ พวกเธอจึงต้องการมีส่วนร่วมและไม่มีผู้ใดที่รู้สึกกลัวกับการแข่งขันเลย?

 

ในขณะที่เหล่าเด็กสาวกำลังรู้สึกตื่นเต้นอยู่นั้น อาจารย์ก็ได้เดินเข้ามา พร้อมกับหนังสือเวทมนตร์ที่อยู่ในมือ เมื่อเหล่าเด็กสาวเห็นอาจารย์เดินเข้ามาก็ได้เงียบลงทันที

 

อาจารย์ได้มองไปยังทุกคนด้วยสีหน้าที่จริงจัง พร้อมกับกล่าวขึ้น “พวกเจ้าคงรู้แล้วใช่ไหมว่าสิ้นเดือนนี้จะมีการแข่งขันประจำปี  นั่นเป็นเหตุให้พวกเราต้องทำการคัดเลือกผู้มีความสามารถ 3 คนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ สำหรับวิธีการเลือก ข้าจะให้พวกเจ้าทำการตัดสินใจกันเอง ข้าหวังว่า พวกเจ้าจะเลือกกันอย่างยุติธรรม และได้นำผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของชั้นเรียนเพื่อเข้าร่วมการแข่งประจำปีนี้”

 

อาจารย์ก็ได้กล่าวขึ้นอีกครั้ง “เอาล่ะ….ตอนนี้ข้าอยากให้พวกเจ้าทุกคนนำปากกาและกระดาษขึ้นมา เพื่อเขียนชื่อของผู้ที่ต้องการให้เข้าร่วมการแข่งขันนี้ ผู้ที่มีคะแนนโหวตมากที่สุด 3 คนแรก จะได้เป็นตัวแทนเพื่อเข้ารวมการแข่งขันที่กำลังจะถูกจัดขึ้น”

 

ทุกคนรีบทำตามคำแนะนำของอาจารย์ทันที พวกเธอเริ่มหยิบกระดาษกับปากกาและเขียนกันอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทุกคนเขียนเสร็จแล้ว หัวหน้าของแต่ละแถวก็ทำการรวมรวบเพื่อนำส่งให้กับอาจารย์

 

หลังจากที่ได้มีการขานบัตรคะแนน ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าโส่วเจี่ยจะต้องได้รับเลือกเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับคนที่เหลือก็คือเสวี่ยเอ๋อ กับเด็กหญิงอีกผู้หนึ่งที่ไม่ได้แตกต่างจากเด็กทั่วๆไปนัก

 

โส่วเจี่ยเจี่ยลองสังเกตถึงลักษณะของผู้ที่ถูกเลือกเป็นอันดับ 3 อย่างถี่ถ้วน เธอนั้นมีใบหน้ากลม รอยยิ้มหวาน และทำการยิ้มอยู่ตลอดเวลา เธอชอบทำการการพูดคุยกับผู้อื่นอยู่ตลอด จึงเป็นเด็กสาวที่ได้รับความนิยมจากผู้อื่น แต่อย่างไรก็ตามโส่วเจี่ยคิดว่าการแข่งขันนี้คงไม่ต้องการที่จะได้รับความตลกขบขัน มันเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการจะต่อสู้มากกว่า

 

โส่วเจี่ยยืนขึ้นและกล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า “อาจารย์ข้าคิดว่า….ก่อนที่จะทำการตัดสิน พวกข้าสามคนที่ได้รับเลือกจะต้องถูกท้าทายเพื่อชิงสิทธิ์ที่จะได้เข้าร่วมการแข่งขันจากทุกคนในชั้นเรียนเสียก่อน ถ้าพวกเราไม่สามารถชนะได้ แค่การต่อสู้กับผู้คนในชั้นเรียน ย่อมไม่สมควรที่จะได้เข้าร่วมกับการแข่งขันประจำปี ที่กำลังจะถูกจัดขึ้นในปลายเดือนนี้?”

 

“หือ…”    อาจารย์ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากลังเลกับคำกล่าวของโส่วเจี่ย ในความคิดของเธอ มันไม่สำคัญเลยว่าใครจะผู้เข้าไปแข่งขัน ไม่ว่าอย่างไร ก็คงไม่มีความแตกต่างสำหรับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้น? จึงเป็นเหตุผลที่เธอนั้นไม่ค่อยใส่ใจนัก ว่าใครจะเป็นผู้ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน แม้จะเป็นคนที่จะเก่งที่สุด มันก็ไม่มีค่าอะไรสำหรับการแข่งนี้

 

เมื่อเห็นว่าอาจารย์นั้นลังเลกับคำกล่าวของตน โส่วเจี่ยจึงกล่าวต่อขึ้น “มันเป็นที่แน่นอน…..ว่าท่านคงคิดว่าพวกข้าคงไม่อาจที่จะเอาชนะการแข่งขัน แต่ข้าไม่ได้คิดเช่นเดียวกับท่าน มันจึงเป็นเหตุผล ที่ข้าหวังว่าท่านจะฟังคำขอของข้า และเลือกผู้ที่มีเหมาะสม และแข็งแกร่งที่สุดทั้ง 3 คน เพื่อส่งเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ แน่นอนพวกข้าจะไม่ยอมแพ้ต่อความเพ้อฝันที่เกิดขึ้น!”

 

เหล่าสาวๆได้กล่าวเช่นเดียวกับโส่วเจี่ยในทันที และอ้อนวอนต่ออาจารย์เพื่อให้เป็นไปตามคำกล่าวของโส่วเจี่ย โดยไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์ ว่ามันจะชนะหรือแพ้ เมื่อพวกเขาได้พยายามด้วยกำลังของตน ทั้งหมดล้วนเป็นประสบการณ์ที่ดี

 

เมื่อต้องเจอกับการของร้องจากเหล่าเด็กสาว อาจารย์ก็ต้องยอมรับกับข้อตกลงนี้ ไม่นานหลังจากนั้น….พวกเธอก็ได้เดินทางไปยังลานฝึกซ้อม เพื่อทำตามคำกล่าวของโส่วเจี่ย เพื่อทำการคัดเลือกผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดทั้งสามคนเข้าร่วมการแข่งขัน

 

ภายใต้การควบคุมของโส่วเจี่ย พวกเขาทั้งสามก็ได้ปรากฏกายขึ้นบนเวที เพื่อรอรับคำท้าจากเหล่าเด็กสาวคนอื่น แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าใด ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเดินออกมาท้าทาย แม้ว่าโส่วเจี่ยจะเป็นคนออกปากเอ็งแต่ก็ไม่มีใครเดินออกมา

 

เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ อาจารย์จึงกล่าวกับโส่วเจี่ย “ในการตัดสินหาผู้เข้าร่วมที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กลับไม่มีผู้ใดออกมาท้าทาย ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะยื้อมันออกไป เจ้าควรให้มันจบได้แล้ว”

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของอาจารย์ โส่วเจี่ยไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากขมวดคิ้วเข้าด้วยกัน และเริ่มมองไปทางด้านสาวผมเงิน…โส่วเจี่ยพบว่าตัวเธอนั้นถูกปกคลุมไปด้วยรัศมีแห่งความเย็นเยียบ แต่ตัวของเธอนั้นยืนนิ่งพร้อมกับก้มศีรษะลง ไม่แม้กระทั่งมองไปยังสิ่งที่คนอื่นๆต่างมองอยู่

 

โส่วเจี่ยนั้นสูดลมหายใจเข้า และคิดหาวิธีที่จะเรียกอีกฝ่าย โส่วเจี่ยจึงเริ่มตะโกนขึ้น “เซเลน่า เจ้ากำลังทำอะไร? ก่อนหน้านี้ไม่ใช่เจ้าหรือที่กล่าวว่าจะไม่ยอมแพ้ และพลาดโอกาสในการค้นหาชัยชนะไป? เจ้าไม่ได้บอกกับข้าหรือ ว่าชัยชนะมันเป็นสิ่งที่ควรปกป้องไว้? แล้วตอนนี้เจ้ากำลังทำอะไร? ข้าไม่อาจะเชื่อได้ว่า เจ้าจะยอมแพ้แค่เพียงเริ่มต้นเท่านั้น?”

 

“พึบ!” เซเลน่าเงยศีรษะขึ้นด้วยความรวดเร็ว หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย ดวงตาของเธอก็สาดประกายแห่งความเย็น ขณะที่เธอได้จ้องมองไปยังเด็กชาย ไม่นานหลังจากนั้น เซเลน่าก็ได้กล่าวขึ้น “พวกเจ้าทั้งสามคนเป็นเสมือนความปรารถนาของพวกเราทุกคน แต้ข้าไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิด ว่าการต่อสู้นี้เป็นเพียงการสร้างชื่อเสียงให้แก่ข้า”

 

โส่วเจี่ยก็เข้าใจคำกล่าวของเธอ เธอเป็นผู้หญิงที่เย็นชาเกินไป จึงเป็นปกติที่จะทำให้เธอนั้นไม่ถูกรับเลือกจากการโหวต แม้ว่าเธอจะแข็งแกร่งจนไม่มีใครสามารถสู้กับเธอได้ นอกจากนี้ เธอยังไม่อยากสร้างทัศนิคติที่เลวร้ายให้กับคนรอบข้าง ว่าเธอนั้นต้องการชื่อเสียง มันจึงทำให้เธอไม่ต้องการต่อสู้ในครั้งนี้ ถึงแม้เธออยากจะต่อสู้ก็ตามที

 

เมื่อรู้ถึงความคิดของเซเลน่า โส่วเจี่ยจึงกล่าวขึ้น “เซเลน่า เจ้าไม่ต้องกังวล การต่อสู้นี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของห้องเรา ไม่ว่าเจ้าจะชนะหรือแพ้ ทุกคนก็รู้สึกชื่นชมเจ้า ไม่มีผู้ใดคิดว่าเจ้าต้องการต่อสู้เพื่อชื่อเสียงอย่างแน่นอน”

 

หลังจากที่ได้ยินการสนทนาระหว่างโส่วเจี่ยและเซเลน่า พวกเธอก็เริ่มเข้าใจความคิดของทั้งสอง ว่าเซเลน่านั้นเป็นกังวลเรื่องใด ในความเป็นจริงแล้ว พวกเธอไม่ได้คิดอะไรที่มันซับซ้อนนัก พวกเขามีความรู้สึกอย่างเดียว คือไม่มีใครที่มีความสามารถพอที่จะท้าทายทั้ง 3 คน แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้พวกเธอจะเข้าใจผิดกับเซเลน่า แต่ ณ ตอนนี้ทุกคนก็ได้กระจ่างแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเธอจะรู้สึกเกลียดชั่งต่อเซเลน่า

 

ภายใต้การให้กำลังใจจากเพื่อนๆและโส่วเจี่ย ในที่สุดเซเลน่าก็เดินขึ้นไป เธอกวาดสายตามองไปที่โส่วเจี่ย เสวี่ยเอ๋อและผู้ที่อยู่ในลำดับที่สามทันที….และชี้นิ้วไปยังลำดับที่สาม การชี้นิ้วของเซเลน่าทำให้ใบหน้าของอันดับสามนั้นซีดลงทันที “เนื่องจากทุกคนได้ยืนยันแล้ว ข้าจึงต้องการเลือกเจ้ามาเป็นคู่ต่อสู้”

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha