0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 90 : อุปกรณ์ที่คล้ายคลึงกัน (2)

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเด็กชาย ผู้ดูแลร้านกระวนกระวายทำอะไรไม่ถูก สมบัติที่ถูกเก็บไว้ภายในร้าน มันไม่ได้มีไว้ขาย และเขาก็ไม่ได้คิดว่าโส่วเจี่ยผู้นี้จะต้องการที่จะซื้อมัน ในตอนนี้ตัวเขาควรกระทำการเช่นไรดี?”

 

สมบัติดังกล่าวไม่ได้มีไว้ขาย เขาแค่ต้องการเอาออกมาเพื่อให้เด็กชายได้ยลโฉมเท่านั้น และหากลูกค้าประสงค์ที่จะซื้อ ตามกฏของเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ เจ้าของร้านก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธได้ ตอนนี้ มีอยู่อีกหนึ่งเหตุผลเท่านั้น ที่จะทำให้มันไม่ถูกขายออกไป คือการตั้งราคาของมันให้สูงลิบจนเกินจริง เพื่อให้ลูกค้าตัดใจที่จะซื้อมัน แต่ถ้ามีบุคคลที่ไม่ใส่ใจว่าราคามันจะแพงขนาดไหน และต้องการที่จะซื้อมัน มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกที่จะต้องขายมันออกไป

 

ในขณะที่เจ้าของร้านกำลังตกอยู่ในความสับสน เอ็มม่าก็จับจ้องไปยังกล่องไม้ดังกล่าว และพยายามที่จะยื่นมือไปหยิบสิ่งที่อยู่ภายในเพื่อทำการตรวจสอบดู ซึ่งแหวนดังกล่าวได้ผูกติดไว้ด้วยป้ายยาวๆมีตัวเลขปรากฏอยู่ เมื่อเห็นดังนั้นเอ็มม่าก็เริ่มนับเลขศูนย์ที่อยู่บนป้ายดังกล่าว

 

“โอ้ว….พระเจ้า!” เจ้ากล้าที่จะขายแหวนอันเล็กนิดเดียวถึง 400 ล้านทองเชียวรึ? พวกเจ้าต้องการที่จะเล่นตลกหรือไง? แม้ว่าพวกเจ้าจะนำมันออกไปประมูล ราคาของมันก็อยู่ที่ราวๆ 200 ล้านทองเท่านั้น” เอ็มม่าร้องออกมาด้วยความตกใจ

 

“ฮิฮิ…” ได้ยินคำกล่าวของเอ็มม่า ผู้ดูแลร้านได้แต่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ข้าต้องเสียใจกับพวกท่านด้วย ราคานี้ได้ถูกกำหนดโดยสมาคมการค้าแห่งนี้ ถึงแม้ว่าตัวข้าเอง จะรู้สึกว่ามันแพงจนเกินไปเกือบ 2 เท่าจากราคาที่สมควรจะประมูลแต่ได้ แต่ข้าก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงราคาของมันเองโดยพลการ ข้าหวังว่าพวกท่านคงจะเข้าใจ “ผู้ดูแลร้านรีบปิดกล่อง แล้วเตรียมจะเก็บมันกลับไป เพราะดูเหมือนว่าทั้งสองคนนั้นไม่คิดที่จะซื้อมันแล้ว

 

“ช้าก่อน!” เมื่อเห็นว่าเจ้าของร้านกำลังจะเก็บแหวน โส่วเจี่ยรู้สึกตกใจยิ่ง ถึงแม้มันจะไม่เพิ่มพลังให้กับเวทมนตร์ธาตุน้ำแข็งโดยตรง แต่มันสามารถช่วยในการฝึกฝนพันธสัญญาหิมะเยือกแข็งได้ถึง 100% ทั้งยังช่วยลดการใช้พลังเวทมนตร์อีก 50% ความสามารถของมันเป็นไปไม่ได้เลย ที่โส่วเจี่ยจะไม่ต้องการมัน ถึงแม้ว่าจะต้องจ่ายด้วยราคาที่สูงจนเกินไป แต่โส่วเจี่ยก็อยากที่จะครอบครองมัน

 

ผู้ดูแลร้านถอนหายใจเมื่อได้ยินคำกล่าวให้หยุด โส่วเจี่ยจึงกล่าวขอร้องกับผู้ดูแลร้านขึ้น “ท่านสามารถลดราคาให้ถูกกว่านี้ได้ไหม?”

 

ผู้ดูแลส่ายศีรษะด้วยความเด็ดขาดก่อนที่จะกล่าวขึ้น “ต้องขอโทษด้วย ข้าไม่สามารถลดราคาของมันได้ นอกจากนั้น สมบัติพวกนี้มันไม่ใช้สิ่งที่จะนำออกมาขายได้อยู่แล้ว ถ้าเจ้าไม่สามารถจ่าย 400 ล้านทองได้ ข้าก็ไม่อาจที่จะขายมันให้กับท่านได้ ข้าหวังว่าท่านคงจะเข้าใจ ว่าข้านั้นไม่มีอำนาจพอที่จะลดราคาของมันได้

 

“กึก…..” โส่วเจี่ยกัดฟันของตนพร้อมกับที่หันไปหาเอ็มม่าและยืนมือของเขาออกมา “เอ็มม่า ข้าขอของยืมเงินท่าน 100 ล้าน ข้าต้องการแหวนวงนี้”

 

“เจ้าบ้า!” เห็นการแสดงออกของโส่วเจี่ย เอ็มม่าได้ตะโกนออกมาทันที “ แหวนวงนี้มันไม่คุ้มกับเงินที่เสียไป มันมีมูลค่าเพียง 200 ล้านทองเท่านั้น แต่เจ้ากลับต้องการซื้อมันในราคา 400 ล้านทอง นั่นมันมากจนเกินไป แม้ว่าเจ้าจะมีเงิน แต่ก็ไม่ควรที่จะใช้จ่ายมันเช่นนี้!”

 

ในตอนนี้ โส่วเจี่ยไม่ได้ใส่ใจกับคำกล่าวของเอ็มม่า เขาส่ายศีรษะอย่างรวดเร็วพร้อมกับกล่าวขึ้น “ข้าไม่สนใจว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่เพื่อให้ได้ครอบครองแหวนวงนี้ ท่านเพียงตอบคำถามข้า ว่าจะให้ข้ายืมหรือไม่! ถ้าท่านไม่ให้ข้ายืม ข้าจะไปหาท่านพี่เหวินหยาเพื่อยืมมัน ถ้าข้าช้าแม้แต่นิดเดียว ข้าอาจจะหาแหวนวงนี้ไม่ได้อีก!”

 

“เจ้า…” เอ็มม่ามองไปทางโส่วเจี่ย ด้วยสีหน้าตกใจยิ่ง “ตอนนี้เจ้าไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ สำหรับตัวข้า การให้ยืมเงินถือเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เจ้ามั่นใจใช่ไหมว่าจะไม่รู้สึกเสียใจที่หลัง? ที่เจ้าจะต้องสูญเงินไปเปล่าๆถึง 200 ล้านทอง”

 

โส่วเจี่ยยิ้มกับคำกล่าวของเอ็มม่าและจึงตอบกลับ “ท่านไม่จำเป็นต้องกังวลถึงเรื่องนี้ ในความคิดของข้า โลกใบนี้มีเพียงสองสิ่งเท่านั้น คือสิ่งที่ข้าต้องการกับสิ่งที่ข้าไม่ต้องการ ตราบใดที่ข้าต้องการมัน ไม่ว่าจะต้องจ่ายเงินเท่าไหร่ก็ถือว่าคุ้มค่า ถึงแม้แหวนวงนี้ไม่ได้ถูกขายเพียง 400 ทองหรือว่ามันจะสูงถึง 1,000 ล้านทอง ข้าก็ยินดีที่จะจ่ายมัน”

 

หลังจากได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย เอ็มม่ากลับไม่ได้รู้สึกแย่เท่าใดนัก เธอหยิบคริสตัลการ์ดที่มีมูลค่า 100 ล้านทองยื่นให้โส่วเจี่ย เด็กชายรับมัน ก่อนที่จะหยิบคริสตัลการ์ดออกมาจากแหวนแห่งมิติเวลาอีก 3 ใบ ซึ่งแต่ละใบมีมูลค่า 100 ล้านทอง โดยไร้ซึ่งความลังเลใด โส่วเจี่ยโยนมันขึ้นไปบนเคาน์เตอร์ของผู้ดูแลร้าน พร้อมจะเก็บกล่องแหวนที่อยู่ตรงหน้า เข้ามายังแหวนแห่งมิติเวลาของตน

 

“ท่าน! ที่ข้า…” เจ้าของร้านไม่กล้ากล่าวสิ่งใดออกมา ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เมื่อเห็นเด็กชายสามารถจ่ายเงิน 400 ล้านทองให้กับตน เขาสงสัยยิ่งนักว่าเด็กชายไม่คิดว่าเงินพวกนี้นั้นมีค่าเลยหรือ? แหวนวงนี้ เป็นเพียงแค่แหวนธาตุน้ำ ซึ่งไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับแหวนธาตุไฟเสียด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าจะนำมันจะถูกนำออกมาประมูล ราคาสูงสูดของมันก็อยู่ที่ราวๆ 200 ล้านทองเท่านั้น แต่ส่วนมากแล้ว อุปกรณ์ธาตุน้ำจะถูกขายได้เพียง 130-140 ล้านทอง แต่เจ้าเด็กผู้นี้กลับซื้อมันในราคา 400 ล้านทอง!

 

ในขณะที่ผู้ดูแลร้านยังยืนตัวแข็งด้วยความตกใจ โส่วเจี่ยก็หยิบซองจดหมายและมอบมันให้กับทางผู้ดูแลร้าน “เจ้าช่วยส่งจดหมายฉบับนี้ให้กับหัวหน้าสมาคมการค้าของพวกเจ้า ข้าไม่อนุญาตให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่หัวหน้าของพวกเจ้าเปิดอ่าน ข้าคือลอร์ดโส่วเจี่ย ถ้าพวกเจ้าเปิดอ่านมันก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!” โส่วเจี่ยดึงตัวงเอ็มม่าออกจากตรงนั้นในทันที เนื่องจากกลัวว่าผู้ดูแลร้านจะพยายามเอาแหวนคืน

 

หลังจากนั้นโส่วเจี่ยก็เดินเยี่ยมชมสมาคมการค้าอีกหลายแห่ง สมบัติของพวกเขาล้วนแต่ถือว่าสุดยอดมาก แต่ก็น่าเสียดาย ที่ตัวเขา ณ ตอนนี้ไม่มีเงินเหลืออยู่เลย โส่วเจี่ยจึงได้แต่เดินดูพวกมันไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดที่จะซื้อสิ่งใด

 

หลังจากที่โส่วเจี่ยได้เดินเที่ยวเล่นในตลาดยามเช้า โส่วเจี่ยซื้ออุปกรณ์ที่ต้องการสำหรับตนเองกลับมา แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดประสงค์หลักที่เด็กชายออกมาเดินข้างนอกในครั้งนี้ เหตุผลที่เขาออกมาข้างนอกก็เพื่อหาอาวุธและอุปกรณ์สำหรับกลุ่มนักรบวายุอัคคี ซึ่งงานของเหล่านักรบวายุอัคคีในครั้งนี้ พวกเธอต้องเผชิญหน้ากับสัตว์เวทมนตร์ธาตุน้ำแข็ง หากพวกเธอไม่มีอาวุธและอุปกรณ์ที่ดี มันจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของพวกเธอ

 

เห็นโส่วเจี่ยทำหน้าวิตกกังวล เอ็มม่าก็ถามด้วยความสงสัยขึ้น “เจ้าคงจะรู้สึกเสียใจขึ้นมาทีหลังละสิ อุปกรณ์ชิ้นนี้มันแพงจนเกินไป ถ้าเจาลองคิดให้ดีกว่านี้ ก่อนก็ที่จะซื้อมันมา เจ้าคงจะไม่ต้องมาสูญเสียเงินอย่างไร้เหตุผลแบบนี้?”

 

โส่วเจี่ยส่ายศีรษะทันที “ข้าไม่ได้กังวลในเรื่องนั้น อันที่จริง ที่ข้าออกมาข้างนอกในวันนี้ก็เพื่อหาซื้ออาวุธและชุดเกราะให้กับเหล่านักรบวายุอัคคี อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ข้าเดินดูไปรอบๆ กลับไม่ได้มีสิ่งใดคืบหน้าเลย”

 

“โอ้…” เอ็มม่าเคาะหัวตัวเอ็งเบาๆ “เจ้าจะกังวลมันเพื่ออะไร? ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเจ้าในตอนนี้ก็คือเอ็มม่านะ เจ้ามีสิ่งใดที่ต้องการ ก็เพียงแค่บอกกับข้า มีเพียงไม่กี่อย่างหรอกนะ ที่ข้าจะไม่สามารถหามันมาให้กับเจ้าได้”

 

โส่วเจี่ยมองไปที่เอ็มม่าด้วยความตกใจเล็กน้อย “ถ้าข้าต้องการชุดเกราะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์และดาบกางเขนศักดิ์สิทธิ์ เจ้าจะหามันมาให้ข้าได้หรือ?”

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย เอ็มม่าก็ต้องปาดเหงื่อในทันที เอ็มม่าได้แต่กล่าวด้วยความลำบากใจขึ้น “เจ้าต้องการมันจริงๆหรือ เจ้าอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับมัน? ดาบกางเขนศักดิ์สิทธิ์เป็นของเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนาจักร ถึงแม้ในยุคนี้ มันจะไม่ได้ถูกนำมาใช้บ่อยๆแล้ว แต่มันก็ยังเป็นชุดเกราะระดับสูง ซึ่งจะอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะเหล่าทหารเท่านั้น มันจึงเป็นอาวุธและชุดเกราะที่คนปกติทั่วไปไม่อาจที่จะครอบครองได้

 

เอ็มม่าต้องการจะบอกเด็กชาย ว่าสิ่งที่เขาต้องการนั้นไม่สามารถที่จะนำมาครอบครองได้ แต่อย่างไรก็ตาม เธอได้ประกาศออกไปแล้ว ย่อมไม่อาจที่จะกลับคำได้ มันยังเร็วเกินไปที่เธอจะยอมแพ้ และหากเธอยอมแพ้ เธอก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ถ้าเธอทำไม่ได้ตามสิ่งที่ได้กล่าวออกมา?

 

หลังจากที่เธอได้กล่าวออกมา เธอต้องหาทางทำมันให้สำเร็จ เธอนั้นได้ถูกสอนมาโดยบิดาของตน ว่าการจะทำการค้าใดๆจะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้ด้วยความซื่อสัตย์ สิ่งใดที่เธอกล่าว ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากขนาดไหน เธอก็ไม่อาจที่จะยอมแพ้และกลับคำพูดได้

 

มันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อของเอ็มม่าล้วนแต่ประสบความสำเร็จในธุรกิจการค้าของตนอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นผลมาจากความเชื่อ ที่คิดว่าโลกใบนี้ทุกปัญหาย่อมมีทางแก้ไข แต่การที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ จะต้องทำการคิดบทนทวนหลายๆรอบ หนทางก็จะเริ่มปรากฏขึ้นมาเอง

 

หลังจากขบคิดอยู่นาน เอ็มม่าก็ตบมือขึ้นเพื่อสร้างกำลังใจ และกล่าวออกมาอย่างมีความสุข “ข้านั้นไม่รู้ว่าทำไมเจ้าถึงต้องการดาบกางเขนศักดิ์สิทธิ์และชุดเกราะของเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ แต่ข้าจะบอกกับเจ้า ว่าสิ่งเหล่านั้น มันไม่ใช่สิ่งที่จะถูกนำมาใช้โดยคนปกติธรรมดาได้  ไม่เช่นนั้นทางศาสนาจักร จะเริ่มก่อสงครามเพื่อปกป้องอาวุธและชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขา เจ้ารู้หรือไม่?

 

“นี่….” โส่วเจี่ยเริ่มมีเหงื่อไหลอาบใบหน้า มันเป็นเรื่องจริงหรือ…ณ ช่วงเวลานี้ เหล่านักรบวายุอัคคีคงจะต้องสิ้นหวังแล้ว และปัญหาที่ใหญ่กว่า ก็คือการที่พวกเธอไม่ใช่คนของจักรวรรดิแห่งนี้อีกต่อไป

 

หากว่าพวกเธอนั้นเป็นทหารของจักรวรรดิ ก็จะไม่เกิดปัญหานี้ขึ้น และพวกเธอจะสามารถใช้ดาบกางเขนศักดิ์สิทธิ์กับชุดเกราะอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้ ซึ่งมันจะทำให้พวกเธอนั้นเป็นเหมือนดั่งดอกกุหลาบแห่งความตาย

 

เมื่อเห็นว่าใบหน้าของโส่วเจี่ยได้มีเหงื่อไหลออกมา เธอก็รีบกล่าวด้วยรอยยิ้มขึ้นอย่างรวดเร็ว “เจ้าไม่ต้องกังวล ข้ายังพอมีวิธีอยู่ ถึงแม้จะไม่ได้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับอุปกรณ์เหล่านั้น แต่ข้าก็พอจะหาผู้ที่สามารถทำการปลอมแปลงอาวุธและชุดเกราะเหล่านั้นได้

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha