0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 84 : มิตรภาพระหว่างเพื่อน (2)

 

เอ็มม่านั่งอยู่ตรงมุมของห้องรับแขก บนโต๊ะข้างหน้าเธอมีถาดขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยผลไม้ แม้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก แต่ความต้องการของเธอกลับไม่เคยหมดสิ้น เธอยังกินอยู่ตลอดเวลา ปากของเธอก็ไม่เคยหยุดกินได้

 

เธอเอื้อมมือไปหยิบองุ่นเข้าปาก พร้อมกับปิดตาเพื่อรับรสความอร่อยของมัน ซึ่งเธอก็รู้สึกพึงพอใจยิ่งกับรสชาติของมัน เธอกำมือตนเล็กน้อย เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างแช่ช้า แย้มยิ้มแห่งให้แก่เด็กหนุ่ม และกล่าวขึ้น “ข้าอ้วนขึ้นอีกแล้ว เจ้าช่วยรักษาข้าหน่อยสิ”

 

กริยาท่าทางของเอ็มม่านั้นเปลี่ยนแปลงไปราวฟ้ากับเหว ส่วนที่สำคัญคือวิธีการพูดของเธอ คำกล่าวแต่ละคำเป็นเหมือนคำขอร้องจากเด็กที่น่าสงสาร และมันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะปฏิเสธคำขอร้องของเธอได้

 

โส่วเจี่ยพยักหน้าและยิ้มเล็กน้อยก่อนกล่าวอย่างเชื่องช้า “นั่นไม่ใช่ปัญหา ตั้งแต่ที่ตัวข้าได้ให้คำมั่นสัญญาแก่ท่าน มันแน่นอนยิ่ง ว่าข้าย่อมรักษาคำพูด ยินดีที่จะรักษาท่านในทุกโอกาสที่ท่านร้องขอ ตามที่ได้ตกลงไว้….แต่ก่อนอื่น ท่านต้องช่วยข้าสักเล็กน้อยก่อน”

 

หลังจากที่เธอได้ยินโส่วเจี่ยกล่าว เอ็มม่าก็ได้หยุดฝ่ามือจากการหยิบองุ่นและตอบกลับอย่างสับสน “เจ้ามีสิ่งใดหรือ? เจ้ามีอะไรต้องการกล่าวกับข้าละ ว่ามาได้เลย!”

 

เห็นรอยยิ้มที่น่ารักของเอ็มม่า โส่วเจี่ยเจี่ยจึงเริ่มกล่าว “เมื่อเร็วๆนี้ ข้าได้มอบหมายให้กลุ่มบางกลุ่มไปนำผลของบัวหิมะกลับมา แต่ข้ากลับคาดไม่ถึง ว่าพวกเขาจะนำมันกลับมามากเสียจนสถานที่แห่งนี้ไม่อาจรองรับได้ ตำหนักขาวของข้าไม่สามารถระบายมันได้ทัน ข้าจึงจะขอให้ท่าน ช่วยคิดวิธีขายหรือระบายผลของบัวหิมะเหล่านี้ออกไปสู่ตลาด ข้าต้องการขายมันออกให้เร็วที่สุดเท่ที่จะทำได้”

 

“ผลบัวหิมะ!” เมื่อได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย เอ็มม่าก็ตอบด้วยความประหลาดใจขึ้น “เจ้านั้นมีผลบัวหิมะ! สิ่งนี้มัน……ข้าต้องการจะกินมัน เจ้าช่วยไปเอามันมาให้ข้าเร็วๆ”

 

โส่วเจี่ยได้แต่ยิ้ม ผู้หญิงคนนี้ไม่สามารถพูดคำอื่นได้เกินสามคำ พอครบสามทีไรก็จะวกมาจบที่คำว่า ‘กิน’ เธอไม่กลัวเลยหรือ? ที่จะกลับมาอ้วนดังเดิม สายตาของโส่วเจี่ยจ้องไปที่เอ็มม่า คิดอยากจะลองเปลี่ยนเธอให้กลับไปอ้วนดูซักครั้ง

 

โส่วเจี่ยยิ้มและกล่าว “ผลของมันมีมากเหลือเกิน ไม่ว่าท่านจะกินมันเยอะขนาดไหน ท่านเพียงคนเดียวย่อมไม่อาจทานจนหมดได้ ถ้าท่านต้องการที่จะกินเพื่อตอบสนองความต้องการของท่าน แต่ผลของบัวหิมะเหล่านี้มัน….”

 

เด็กสาวมองไปที่โส่วเจี่ย ไม่อาจเข้าใจถึงปัญหาของเด็กชายผู้นี้ ก่อนที่จะกล่าวออกมา “ผลไม้เหล่านี้มีค่ามาก สิ่งที่ผู้คนกลัว คือมันจะไม่เพียงพอต่อความต้องการที่มากจนเกินไป เจ้ามีมันอยู่เท่าไหร่? ข้าจะซื้อมันทั้งหมด!

 

โส่วเจี่ยนั้นหรี่ตาลงพร้อมกับชายตามองไปที่เอ็มม่าและกล่าวกับเธอขึ้น “อันที่จริง จากคำกล่าวของท่าน มันก็ไม่ได้มีมากเท่าไหร่ มันมีเพียงแค่ 900 กก. ท่านจะซื้อมันทั้งหมดหรือ?

 

“อ้าาาาา….” ได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย เอ็มม่าได้แต่ขากรรไกรค้างและกล่าวอย่างจริงจังขึ้น “ทำไมเจ้ามีมันมากขนาดนี้? เจ้าปลูกมันไว้ในสวนหลังบ้านหรือ?”

 

เธอขมวดคิ้วของตนเข้าหากันขณะขบคิดวิธีแก้ไข เพื่อจัดการปัญหานี้ จนในที่สุด เธอก็กล่าวออกมา “ข้านั้นไม่สามารถซื้อมันเป็นจำนวนมากขนาดนั้นได้ แต่ภายใต้ร้านต่างๆที่มีชื่อเสียงของท่านพ่อ ข้าสามารถที่จะนำมันไปขายได้ อย่างไรก็ตาม รายได้ทั้งหมด ข้าจะให้พวกเขานำมันกลับมาให้กับเจ้า เจ้าคิดว่าไง?

 

“ฮึ่ม….” หลังจากที่โส่วเจี่ยคิดทบทวนเล็กน้อย “มันเป็นงานที่ยากลำบาก แต่…..ซึ่งพวกข้าก็ได้ขายภายใต้ชื่อเสียงของผู้อื่น อย่างไรก็ตาม เพื่อความเหมาะสม รายได้ส่วนหนึ่งควรจะเป็นของพวกเจ้า”

 

“ไม่ๆ ความสัมพันธ์ของเราไม่ใช่แบบนั้น การที่เจ้านำมันมาขายในร้านของข้า มันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย!” เอ็มม่าโบกมือของเธออย่างรวดเร็ว

 

เห็นเอ็มม่าทำหน้าตาที่น่ารักออกมา โส่วเจี่ยจึงกล่าวขึ้น “จะใช้ความคุ้นเคยระหว่างกันมาตัดสินได้อย่างไร ต้องทำให้มันชัดเจน มิตรภาพจะเกิดจากการที่ทั้งสองฝ่ายต่างไม่เอาเปรียบกันและช่วยรักษาผลประโยชน์ของกันและกัน สิ่งใดที่ท่านได้ช่วยข้า ข้าก็จำเป็นที่จะต้องขอบคุณ และท่านก็ต้องได้รับส่วนแบ่งอย่างเท่าเทียม ตามที่สมควรได้”

 

“เอาล่ะ!” ได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย เธอจึงตอบกลับอย่างจริงจัง “นับตั้งแต่ที่เจ้านำมันมา ข้าก็ต้องการเพียงส่วนหนึ่ง แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไป ในส่วนที่เหลือ ข้าจะขอให้ท่านพ่อทำการประกาศโฆษณาออกไป มันจะถูกขายในราคาที่เหมาะสม พวกเราจะได้รับความร่ำรวยครั้งนี้ด้วยกัน

 

ในขณะที่เอ็มม่ากำลังกล่าว เธอก็ได้หยิบองุ่นใส่ปากของเธอ และกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อู้อี้ “ต่อจากนี้ ข้าจะรีบกลับไปเตรียมการ เจ้าเพียงแค่ส่งผลของบัวหิมะเหล่านั้นมา ส่วนที่เหลือข้าจะให้พ่อบ้านของข้าเป็นผู้จัดการทุกอย่างเกี่ยวกับมัน

 

เมื่อเห็นเอ็มม่านั้นตื่นเต้นและมีความสุข โส่วเจี่ยช่วยไม่ได้ที่จะถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย ก่อนหน้านี้ตัวเขาได้แต่คิดว่ามันจะเป็นงานที่ยากลำบาก และรู้สึกเสียหน้าที่ต้องมาขอความช่วยเหลือเช่นนี้ แต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกว่าการที่ได้มาขอความช่วยเหลือนั้นก็ไม่ได้เป็นวิธีที่แย่นัก มันเป็นดั่งที่พี่ใหญ่กล่าว ระหว่างเพื่อนย่อมเป็นสิ่งที่แน่นอนที่ทั้งสองฝ่ายต่างจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

 

โส่วเจี่ยคิดจะให้เหล่านักรบวายุอัคคีทั้ง 36 ขนบัวหิมะทั้งหมดไปที่บ้านของเอ็มม่า แต่ก่อนหน้านั้น มันถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ หากจะมอบแหวนแห่งมิติเวลาให้เหล่าสาวๆทั้ง 36 คน

 

เหตุผลที่เขาจะให้ของขวัญชิ้นนี้แก่เหล่าสาวๆนั้นมีอยู่ 2 ประการ ประการแรกคือแหวนแห่งมิติเวลานั้น ทำให้สิ้นค้าที่ขนได้มีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนเหตุผลอย่างที่สอง มันช่วยมอบความปลอดภัยให้กับพวกเธอ ด้วยแหวนเหล่านี้ พวกเธอจะสามารถใช้มันเพื่อปกป้องชีวิตได้ ในช่วงเวลาที่พวกเธอนั้นต้องตกอยู่ในภยันตราย

 

เมื่อโส่วเจี่ยเข้ามาในพื้นที่ฝึกฝนใต้ทะเลสาบ สายตาของเขาก็มองไปที่เหล่าสาวๆนักรบวายุอัคคีที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ อย่างไรก็ตาม…..โส่วเจี่ยไม่ได้รบกวนการนั่งสมาธิของเหล่าสาวๆ และทำการรอให้พวกเธอนั้นตื่นขึ้นมาจากการนั่งสมาธิด้วยตนเอง

 

เวลาผ่านไปไม่นาน เหล่าสาวๆก็ได้ลืมตาขึ้นจากการนั่งสมาธิ

 

ผลของบัวหิมะเหล่านี้ พวกเขาใช้เวลา 2 เดือนในการไปเก็บเกี่ยว และต้องใช้ความเพียรพยายามที่จะขนพวกมันกลับมาให้ถึงเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ หากทว่าผลไม้เหล่านี้ไม่อาจขายได้ในราคาที่เหมาะสม ความพยายามในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาของพวกเธอก็จะถือว่าไร้ความหมาย

 

โส่วเจี่ยล้วงเข้าไปในชายเสื้อของตนเพื่อดึงกระเป๋าแหวนจากมิติออกมา จากนั้นโส่วเจี่ยจึงได้ทำการเทแหวนทั้งหมดออกมาที่เบื้องหน้าของตน เมื่อเหล่าสาวๆเห็นการกระทำของโส่วเจี่ย พวกเธอก็เริ่มรู้สึกสงสัยขึ้น โส่วเจี่ยจะนำแหวนที่มากมายเหล่านี้ไปทำสิ่งใด?

 

เห็นเหล่าสาวๆกำลังสับสน  โส่วเจี่ยจึงหยิบแหวนขึ้นมา ก่อนจะสวมมันที่นิ้วชี้ข้างซ้าย จากนั้นก็หันหน้าไปหาเหล่าสาวๆและกล่าวกับพวกเธอ “จงชักดาบออกมาและทำการโจมตีใส่ข้าให้สุดแรง!”

 

“อ๊า…!” สาวๆทุกคนต่างร้องออกมาด้วยความตกใจ ในระยะประชิดขนาดนี้ นักเวทก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาทั่วๆไป ถ้าพวกเธอตวัดดาบลง โส่วเจี่ยจะต้องขาดครึ่งอย่างแน่นอน?

 

เมื่อเห็นเหล่าสาวๆทำหน้าอย่างหดหู่ โส่วเจี่ยจึงได้กล่าวขึ้น “พวกเจ้าคิดอะไร? ในสายตาของพวกเจ้า เจ้าคิดว่าข้าอ่อนแอขนาดนั้นเชียว? ถ้าข้าบอกให้พวกฟัน พวกเจ้าก็ต้องฟัน อย่าได้คิดอะไรให้มากความ? รีบโจมตีมา ถ้าพวกเจ้าไม่รีบโจมตีมาพวกเจ้าจะไม่รู้ถึงประโยชน์ของแหวน พวกเจ้าจะไม่รู้เลยว่ามันทำอะไรได้บ้าง!”

 

ได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย หนึ่งในสาววายุอัคคีก็ได้กำดาบที่เหน็บไว้บนแผ่นหลังของเธอแน่น ก่อนจะพุ่งเขาใส่เด็กชายและเริ่มตะโกนขึ้น อย่างไรก็ตาม ถึงเธอจะทำให้ดูน่าเกรงขาม………….แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอก็ยังอยู่ไกลจากโส่วเจี่ย เมื่อประชิดตัว เธอได้ตวัดดาบลงอย่างรวดเร็ว แต่เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับโส่วเจี่ย เธอจึงรวบรวมสติของตน หากปรายดาบใกล้จะสัมผัสกับเด็กชาย เธอจะรีบหยุดดาบในทันที!

 

โส่วเจี่ยไม่รอให้หญิงสาวได้ลดความเร็วลง ทำการโบกมือข้างซ้าย

 

“ปังงงงงงงงงงงงงงง”

 

เสียงสะท้อนดังออกมา สาววายุอัคคีนั้นตกใจอย่างที่สุด ข้อมือปวดแปลบๆ ราวกับสายฟ้ากำลังวิ่งแล่นทั่วท่อนแขน ดาบที่เธอได้ฟันลงไป ราวกับพบเจอเข้ากับเหล็กกล้า ที่ทั้งแข็งและทนทานยิ่ง!

 

สายตาของสาวๆทุกคนจับจ้องไปทางโส่วเจี่ย เด็กชายใช้เพียงหมัดเปล่าๆที่ไร้ซึ่งการป้องกันใดๆหยุดดาบของอีกฝ่ายลงได้ โส่วเจี่ยนั้นเดินถอนหลังไปเล็กน้อย และจ้องมองไปที่ข้อมือของสาววายุอัคคีที่กำลังถือดาบอย่างงุนงง มือของเธอนั้นกำลังสั่นสะท้าน ปรากฏคราบเลือดสดๆไหลลงมาระหว่างข้อต่อบริเวณนิ้วมือ

 

ทุกคนได้แต่มองไปที่โส่วเจี่ยด้วยอาการตกใจ พวกเธอสงสัยยิ่งว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันเป็นเทคนิคการป้องกันตัวแบบไหนกัน? จึงสามารถป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ และยังมีผลสะท้อนกลับ จนอีกฝ่ายถึงกับต้องหลั่งเลือด มันเป็นเทคนิคอะไรกัน?

 

โส่วเจี่ยยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเห็นอาการตกใจของสาวๆ เขาถอดแหวนออก “มามามา มันมีแหวนเพียงพอสำหรับทุกคน ทุกคนจะสามารถใช้มันได้!”

 

พวกเธอได้แต่เหม่อมองไปที่แหวนของโส่วเจี่ย หลังจากนั้น พวกเธอก็ดึงสติกลับมาจากอาการตกใจได้ และนำแหวนที่โส่วเจี่ยให้มาสวมไว้ที่นิ้วของพวกเธอ ซึ่งพวกเธอได้แต่ลูบคลำไปที่แหวนบนนิ้วของตน และทันใดนั้นเอง หนึ่งในสาววายุอัคคีก็ได้กล่าวขึ้นอย่างความตกใจ “สวรรค์ นายน้อยโส่วเจี่ย คงจะไม่บอกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ เป็นผลมาจากความสามารถของแหวนเล็กๆวงนี้!”

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha