0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 83 : มิตรภาพระหว่างเพื่อน (1)

 

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โส่วเจี่ยเน้นไปยังการฝึกพันธสัญญาหิมะเยือกแข็ง ภายใต้การปกป้องจากถุงมือสีฟ้า โส่วเจี่ยจึงฝึกฝนมันได้เป็นระยะเวลานาน ทำให้เด็กชายก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว แต่ถึงแม้จะรวดเร็วเช่นไร ผลที่ได้ก็ยังไม่ชัดเจนนัก มันไม่สามารถมองออกด้วยตาเปล่าว่าผลลัพธ์นั้นก้าวหน้าขึ้นขนาดไหน

 

ในที่สุด กลุ่มของสาวๆนักรบวายุอัคคีก็ได้กลับมาถึง ถึงแม้ใบหน้าของพวกเธอจะดูเหนื่อยล้ายิ่ง แต่ประกายตาของพวกเธอก็ยังคงสดใส ซึ่งโส่วเจี่ยก็รู้ว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากที่พวกเธอได้กินผลของบัวหิมะเข้าไป พวกเธอจึงสามารถเดินทางได้ง่ายขึ้น หากไม่เช่นนั้น พวกเขาจะไม่กลับมาในสภาพเช่นนี้!

 

พวกเธอได้รับการต้อนรับอย่างดี และถูกนำไปที่ห้องฝึกฝนใต้ทะเลสาบของโส่วเจี่ย เมื่อพวกเธอเห็นเด็กชาย หนึ่งในหญิงสาวก็ได้กล่าวขึ้น “นายน้อยโส่วเจี่ย ครั้งนี้พวกข้าเก็บเกี่ยวได้ค่อนข้างมาก” ในขณะที่พูดพวกเธอก็ได้หยิบถุงออกมาวางที่พื้นด้านหน้าของเด็กชาย

 

เมื่อมองไปยังถุงที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติเหล่านั้น โส่วเจี่ยก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกชื่นชมพวกเธอ มันมีขนาดสองเท่าจากที่ได้คาดการณ์ไว้! สิ่งที่อยู่ข้างในก็ต้องมีจำนวนมากกว่าที่คิดถึงสองเท่า ดูเหมือนว่า……ในครั้งนี้ พวกเธอจะเสี่ยงอันตรายเป็นอย่างยิ่ง

 

หญิงสาวได้กล่าวออกมาอย่างมีความสุข “เพื่อผลประโยชน์ในการเดินทางครั้งนี้ พวกข้าได้เก็บมันจนมีน้ำหนักถุงละ 25 กิโล เราต้องสร้างกำไรได้มหาศาลเป็นแน่ ฮ่าฮา……”

 

มองไปที่ใบหน้าอันเหนื่อยล้า แต่ยังเต็มไปด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด โส่วเจี่ยจึงกล่าวอย่างเศร้าใจขึ้น “เหล่าสาวๆทั้งหลาย พวกเจ้าไม่คิดว่ามันเยอะเกินไปหรือ? แม้ว่าพวกเจ้าจะต้องฝึกฝน แต่พวกเจ้าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องนำมันกลับมามากจนเกินไป

 

“คิก คิก….” เมื่อได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย พวกเธอจึงเริ่มอธิบาย “ตอนแรก พวกข้ายังไม่อยากกลับมาเสียด้วยซ้ำ ผลของบัวหิมะนั้นมีอยู่มากมาย พวกเราจึงตั้งใจเลือกอย่างพิถีพิถัน แต่เนื่องจากเวลาที่จำกัด และพวกข้าก็ไม่ต้องการสูญเสียมันแม้แต่ผลเดียว….ดังนั้น”

 

เด็กชายมองไปที่กลุ่มสาวๆอย่างหมดคำพูด โส่วเจี่ยทำอะไรไม่ถูกได้แต่ส่ายศีรษะ แบบนี้ ผลของบัวหิมะจะมีมากเกินไป? ผลของบัวหิมะนั้นมีค่ามหาศาล ซึ่งพวกเธอนั้นใช้เวลาถอนมันไม่นาน พวกเธอจึงถอนมันออกมาเยอะจนเกินไป

 

มันเป็นความจริงที่การถอนผลบัวหิมะนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไร แต่สิ่งสำคัญ บริเวณนั้นเป็นพื้นที่อันตราย มีสัตว์เวทย์ป้วนเปี้ยนอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ถ้าสามารถกำจัดพวกมันได้ พวกเธอจะมีเวลาอีกเหลือเฟือ ในการเลือกว่าจะเอาสิ่งใดกลับมา

 

เมื่อเห็นโส่วเจี่ยกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น สาวนักรบวายุอัคคีจึงได้กล่าวขึ้น “นายน้อยโส่วเจี่ย ครั้งนี้พวกข้าสามารถเก็บรวบรวมผลของมันมาได้เป็นจำนวน 900 กิโล พวกมันสามารถขายได้ถึงจำนวนเงินที่ต้องการหรือไม่?

 

“นี่….” มองไปที่เหล่าสาวๆด้านหน้าอย่างหดหู่เล็กน้อย โส่วเจี่ยคอยเป็นกังวลว่าในสองเดือนที่ผ่านมา พวกเธอจะได้พบเจอกับความยากลำบากที่มากจนเกินไป จนอาจไม่สามารถนำสิ่งที่มีค่ากลับมาจากการเดินทางในครั้งนี้!

 

แต่ในตอนนี้ เขาคิดได้เพียงอย่างเดียว ว่ามันมากจนเกินไป เนื่องจากพวกเธอนั้นได้ผลบัวหิมะกลับมามีจำนวนเกือบหนึ่งต้น มันเป็นสิ่งที่เกินจะคาดเดานัก! ในตลาดตอนนี้ ตามร้านค้าต่างๆ ทำการขายพวกมันในหน่วยของออนซ์ แต่ ณ เวลานี้ เขากลับมีมันถึงหนึ่งตัน!

 

เมื่อต้องพบเจอกับผลบัวหิมะจำนวนมาก โส่วเจี่ยได้ตกสู่สถานการณ์ที่ยากลำบาก สิ่งที่หายาก มันก็มาพร้อมกับความคุ้มค่าที่มากขึ้น ในตอนนี้ เขากลับต้องมาครุ่นคิดว่าจะขายพวกมันอย่างไร? ขณะที่เขาไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร โส่วเจี่ยจึงเรียกพี่ใหญ่มาเพื่อสอบถามว่ามีวิธีการแก้ปัญหานี้อย่างไร

 

ไม่นานหลังจากนั้น พี่ใหญ่ก็รีบวิ่งมาและเธอก็ได้เห็นถุงทั้ง 36 ใบ ที่เต็มไปด้วยผลของบัวหิมะ เธอแต่แต่ฝืนยิ้มด้วยความตกใจ นี่เป็นสิ่งที่แตกต่างกับลิ้นจี่ที่ทุกคนสามารถกินได้ที่ละมากๆ มันขายเป็นออนซ์ (1 ออนซ์ประมาณ 30 กรัม) และออนซ์เดียวก็มีมูลค่าถึง 10,000 ทอง นอกจากนั้น มันยังไม่ถูกกำหนดราคาที่ตายตัวในตลาดอีกด้วย แต่ตอนนี้ พวกเขากลับต้องขายมันให้ได้ถึงหนึ่งตัน

 

พี่ใหญ่ขมวดคิ้วของตนขึ้นก่อนจะกล่าวออกมา “มันเป็นไปไม่ได้ ที่ทางตำหนักขาวขายพวกมันให้ได้ทั้งหมด สินค้าเหล่านี้มีคุณภาพ ปริมาณและราคาที่สูงจนเกินไป ต้องคิดหาวิธีอื่น”

 

หลังจากที่ขบคิดอยู่ซักพัก ตาของพี่ใหญ่ก็เป็นประกายขึ้นและกล่าวอย่างตื่นเต้น “นายน้อย ทางตำหนักขาวนั้นยังมีพื้นที่เล็กๆที่ติดกับมุมถนน เราสามารถตั้งร้านเฉพาะทางขึ้นได้!”

 

“หมายถึง?” คิ้วของโส่วเจี่ยขมวดขึ้นอย่างงุนงง กล่าวถามกับพี่ใหญ่ “ข้าไม่เข้าใจในสิ่งที่ท่านกล่าวมา ท่านลองบอกรายละเอียดของ ข้าจะได้เข้าใจมากขึ้น….”

 

“อึ่ม….” พี่ใหญ่หยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวอย่างมั่นใจ “พวกเราต้องทำการเปิดร้านค้าที่ให้บริการเฉพาะทางขึ้น ซึ่งร้านดังกล่าวจะทำการขายอาหารและยารักษา ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกฝน วิธีนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นซึ่งจะต้องถูกสร้างขึ้นในอนาคตอยู่แล้ว แค่เร่งเวลาให้เร็วขึ้นเท่านั้น ด้วยวิธีนี้ มันจะทำให้การระบายสิ้นค้าของเหล่าสาวๆได้รวดเร็วขึ้น มันเหมือนเป็นการยิงกระสุนนัดเดียวแต่ได้นกถึงสองตัว

 

พี่ใหญ่ยิ้มขึ้นและกล่าวต่อ “สถานที่ตั้งของตำหนักขาวนั้นดีมาก มันอยู่ใกล้กับถนนสายหลัก ตำหนักขาวนั้นมีพื้นที่มากจนเกินไปและยังมีอีกหลายส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งเป็นดั่งโชคร้ายที่ไม่อาจใช้มันได้อย่างคุ้มค่า นี่คือจุดเต็มไปด้วยสีสันของเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะขายอะไร มันก็จะกลายเป็นรายได้ที่มั่นคงให้กับคนผู้นั้น

 

“มันจะต้องถูกสร้างขึ้นแน่นอน แต่ผลของบัวหิมะละ? ร้านที่จะสร้าง ย่อมไม่มีทางที่จะเสร็จทัน!” โส่วเจี่ยหงุดหงิดเล็กน้อยจากคำกล่าวของพี่ใหญ่

 

ณ ตอนนี้ พี่ใหญ่ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ผลของบัวหิมะนั้นสามารถเก็บไว้ได้นานที่สุดแค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม การที่จะสร้างร้านค้าให้เสร็จในเวลาเพียงหนึ่งอาทิตย์ยังพอเป็นไปได้ แต่ถึงจะเสร็จทัน พวกเขาก็ไม่มีเวลามากพอที่จะโฆษณาได้ทัน

 

มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่ตำหนักขาวจะสามารถจัดการกับผลไม้เหล่านี้ ถ้าพวกเขาขายมันให้แก่ลูกค้าคนละ 0.05 กก. และมันมีจำนวนทั้งหมด 900 กก. แม้ว่าลูกค้าจะมีความร่ำรวย พวกเขาก็จะกินมันแค่ 0.05 กก.เท่านั้นไม่มากไปกว่านี้ ฉะนั้นพวกเขาต้องการลูกค้าถึง 18,000 คน ซึ่งเป็นไปไม่ได้

 

หลังจากใครครวญอยู่ซักพัก พี่ใหญ่ก็ได้กล่าวขึ้น “ข้านั้นยังไม่อาจคิดวิธีที่ดีกว่านี้ออกได้ แต่ถ้าเจ้าไม่ต้องการเสียผลประโยชน์จากผลของบัวหิมะเหล่านี้ เจ้ายังสามารถไปหาเอ็มม่าและถามเธอดูว่ามีวิธีใดที่พอจะจัดการกับผลไม้เหล่านี้

 

พี่ใหญ่ยิ้มขึ้นและส่ายศีรษะของเธอเบาๆ “เจ้ามักจะกลัวการเป็นหนี้บุญคนอื่นจนเกินไป เจ้าคอยปฏิเสธความช่วยเหลือจากจากคนอื่นอยู่เสมอ ถ้าเป็นแบบนี้ เจ้าก็จะไม่ได้รับสิ่งดีๆหรือมิตรภาพจากผู้อื่น และความสัมพันธ์ของเจ้าก็จะเริ่มลดลงเรื่อยๆ เจ้าควรจะให้ความสำคัญในจุดนี้? ความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นจากการพูดคุยกับผู้อื่น มันไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวเลย ตราบใดที่เจ้ายังกลัวอยู่ เจ้าก็ไม่สามารถที่จะปรับตัวให้อยู่รอดได้”

 

พี่ใหญ่นิ่งเล็กน้อยแล้วถอนให้ใจพร้อมกับกล่าวต่อ “การเดินทางไปพร้อมกับเพื่อน มันเป็นสิ่งที่วิเศษเสมอ หากเจ้าต้องการความช่วยเหลือใดๆ เจ้าก็จะได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนตราบใดที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ ด้วยความช่วยเหลือที่มอบให้กันซ้ำไปซ้ำมาหลายๆครั้ง ความใกล้ชิดก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ”

 

ภายในศีรษะของโส่วเจี่ย เหมือนถูกกรีดด้วยมีดอย่างเจ็บปวด เขาได้แต่ยิ้มอย่างเศร้าหมองและกล่าวขึ้น “ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่นั้นมีเหตุผลเสมอ ซึ่งข้าก็ไม่อาจที่จะถกเถียงได้ เพราะมันเป็นความจริง ข้านั้นต้องหาทางทำอะไรซักอย่างกับผลของบัวหิมะ ข้าไม่สามารถที่จะทนดูสิ่งที่มีค่าเหล่านี้ต้องเน่าเสียลงกับตาได้ มันเป็นผลไม้ที่หายาก และทุกคนก็ได้เสี่ยงชีวิตที่จะนำมันกลับมา พวกเธอต้องเหนื่อยยากขนาดไหนที่ต้องแบกพวกมันกลับมาถึงนี่ได้ ถึงแม้ตัวข้าจะต้องเสียหน้า แล้วอย่างไรล่ะ ไม่ว่าข้าจะต้องอับอายแค่ไหน ข้าก็จะต้องให้เธอช่วยเหลือข้าให้จงได้!”

 

เมื่อพี่ใหญ่ได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย เธอก็ไม่ได้แสดงกริยาใดๆออกมา แต่สำหรับกลุ่มสาวๆนักรบวายุอัคคี พวกเธอกลับรู้สึกซาบซึ้งยิ่ง คำกล่าวและการกระทำของโส่วเจี่ย ได้ทำให้พวกเธอเกิดความผูกพันที่ยากจะเมินเฉยไปได้

 

เหล่าหญิงสาววายุอัคคีล้วนแต่เข้าใจถึงการกระทำของโส่วเจี่ย พวกเธอก็เป็นเหมือนกับโส่วเจี่ยที่กลัวการติดหนี้บุญคุณคน สิ่งที่โส่วเจี่ยต้องกระทำ พวกเธอรู้ดีว่ามันต้องใช้ความกล้าและความอดทนขนาดไหน ในความเป็นจริงแล้ว ถ้าโส่วเจี่ยมีทางเลือกอื่น มันก็เป็นที่แน่นอนว่าโส่วเจี่ยจะไม่ทำแบบนี้ แต่เพื่อผลประโยชน์ของเหล่าสาวๆวายุอัคคี ที่ได้ใช้ความพยายามจำนวนมากในการขนผลบัวหิมะพวกนี้มา เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่น

 

ในขณะที่ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ พี่ใหญ่ก็ได้หัวเราะขึ้น “โอ้ว…นายน้อยโส่วเจี่ย เอ็มม่าเพิ่งมายังตำหนักขาวเมื่อไม่นานนี้เอง และเธอก็ต้องการที่จะพบเจ้า หากได้พบกันแล้ว เจ้าสามารถกล่าวถึงเรื่องนี้ได้ทันที”

 

พี่ใหญ่หยุดยิ้มเล็กน้อยและมองไปที่โส่วเจี่ยพร้อมกับกล่าวต่อ “เจ้าไม่ต้องสับสนสิ่งใด และไม่ต้องมีความกังวลกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เพราะผลของมันจะต้องเป็นที่น่ายินดีของทั้งสองฝ่าย สินค้าที่มีความต้องการสูง ย่อมเป็นประโยชน์ต่อครอบครัวของเอ็มม่า พวกเจ้าจะสามารถทำงานร่วมกันได้ ถ้าเจ้านั้นกล้าที่จะพูดและแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ต้องการจากเธอ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากที่จะจัดการพวกเจ้าทั้งสองนั้นสามารถปรึกษาและหาวิธีแก้ไขร่วมกันได้ แต่ถ้าเจ้าไม่ทำ มันก็จะกลายเป็นการสูญเสียอย่างยิ่ง สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ของเหลาสาวๆวายุอัคคี”

 

โส่วเจี่ยลุกขึ้นอย่างเงียบสงบ พร้อมกับถอนหายใจและกล่าวว่า “เอาล่ะ ท่านควรพาเหล่าสาวๆวายุอัคคีไปพักก่อน ข้าจะไปพูดคุยกับเอ็มม่า ข้าเชื่อว่า ตราบใดที่ข้ากล่าวออกมา มันก็เป็นไปได้ที่เธอจะช่วย” โส่วเจี่ยหันไปมองรอบๆและเดินออกจากประตู

 

“น้องโส่วเจี่ย…ข้าอยู่ทางนี้” ในไม่กี่นาทีต่อมา เด็กชายก็ได้เข้ามายังตำหนักขาว และได้ยินเสียงเรียกของเอ็มม่า เธอกำลังเคาะแหวนอย่างเป็นจังหวะ

 

เขามองไปในทิศทางของเสียงนั้น ก็ได้เห็นเอ็มม่ากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวสูง เธอกำลังโบกมือให้กับเขาอย่างมีความสุข เมื่อเห็นใบหน้าที่ไร้เดียงสาของเอ็มม่า โส่วเจี่ยก็ค่อยๆเดินไปหยุดตรงหน้าเธอ

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha