0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 69 : พลังของสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

 

แอตแลนติสเป็นทั้งชื่อคนและชื่อของนคร จักรพรรดิแอตแลนติสนั้นเป็นนักเวทมนตร์ธาตุน้ำที่มีพลังอยู่ในระดับเดียวกับพระเจ้า  เขานั้นมีพลังที่สามารถสร้างนครใต้น้ำได้!

 

ชุดเวทมนตร์แห่งแอตแลนติสเป็นของจักพรรติแอตแลนติส มันจัดอยู่ในอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับมหากาฬ แม้ว่าความสามารถของมันจะยังไม่เป็นที่แน่นอนก็ตาม ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ไม่เคยมีใครสามารถรวบรวมชุดเวทมนตร์ระดับมหากาฬชุดนี้ได้มาก่อน และตามที่เคยมีการบันทึกทั้งหมด ชุดเวทมนตร์แห่งแอตแลนติสสามารถให้อำนาจแบบเดียวกับจักพรรดิแอตแลนติสในการสร้างนครใต้น้ำที่น่าอัศจรรย์ขึ้นมาได้

 

อย่างไรก็ตามชุดอุปกรณ์เวทแห่งแอตแลนติสนั้นปรากกฎขึ้นแค่เพียงบางชิ้น หมวกใบนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนชิ้นอื่นๆไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน

 

หมวกที่อยู่ด้านหน้าโส่วเจี่ยนั้นดูเหมือนจะทำมาจากไพลินสีคราม ตามตำนานเคยมีบุคคลที่ได้สวมหมวกใบนี้ เธอสามารถใช้หมวกปัญญาแห่งแอสแลนติสได้ ถึงแม้จะได้รับความสามารถจากหมวกใบนี้ลดลงครึ่งหนึ่งก็ตาม แต่ถึงความสามารถจะลดลงกึ่งหนึ่ง มันก็ยังแข็งแกร่งและไม่ได้ด้อยไปกว่ากันนัก หากนำไปเปรียบเทียบกับอาวุธเวทมนตร์ระดับตำนาน โดยรวมแล้ว ประสิทธิภาพของมันในตอนนี้ก็ไม่ได้น้อยไปกว่าสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นัก

 

โส่วเจี่ยรู้สึกอ่อนแรงพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ของตน เมื่อเห็นการแสดงออกที่เต็มไปด้วยความจริงใจของเอ็มม่า “เอาล่ะ คุณชนะแล้ว ข้าจะพยายามเป็นเพื่อนกับท่าน นอกจากนี้… ข้าจะทำอย่างสุดความสามารถในการลดน้ำหนักให้กับท่านและยินดีที่จะรักษาความงดงามของท่านในตอนไหนก็ได้”

 

“เจ้า..”  เอ็มม่าอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อได้ยินคำพูดของโส่วเจี่ยและเธอก็กล่าวว่า “เจ้าพูดอะไร? เจ้าหมายถึงอย่างไร….”

 

เมื่อมองไปที่เอ็มม่า โส่วเจี่ยช่วยไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “ไม่ต้องกังวล เมื่อท่านได้มอบหมวกปัญญาแห่งแอตแลนติสนี้ให้กับข้า แน่นอน ว่าข้าจะทำให้ดีที่สุดสำหรับการรักษาท่าน ข้าจะไม่เพียงแค่ช่วยให้น้ำหนักของท่านลง ข้าจะยังช่วยรักษาความงามของท่านให้คงอยู่ตลอดไปจนกว่าท่านจะสั่งให้ข้าหยุด”

 

“เจ้าเพิ่งบอกกับข้า ว่าหากพวกเราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน เจ้าจะไม่ทำมัน” เอ็มม่าถามอย่างหวาดระแวง

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเอ็มม่า โส่วเจี่ยก็ส่ายศีรษะ “ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ข้าก็ยังจะทำมัน  ทั้งหมดนั้น… ข้าก็ไม่อาจจะปฏิเสธมันได้เมื่อข้าได้รับของขวัญจากท่านมา ข้าก็ต้องให้การบริการเป็นการตอบแทนกลับคืนไป ดังนั้น แม้ว่าท่านจะไม่ได้เป็นเพื่อนกับข้า แต่เนื่องจากหมวกใบนี้ข้าก็จะพยายามช่วยท่านให้ดีที่สุด มันเป็นจริยธรรมทางธุรกิจของข้า”

 

เอ็มม่าได้แต่ถอนหายใจเมื่อมองไปยังโส่วเจี่ย ถึงแม้โส่วเจี่ยจะยังไม่ยอมรับอย่างสมบูรณ์ แต่ก็ไม่ได้เมินเฉยต่อมัน เขายอมรับหมวกและจะพยายามเป็นเพื่อนของเธอหลังจากที่เธอได้ทำการขอร้องออกมา

 

ถึงโส่วเจี่ยจะไม่ยอมรับอย่างสมบูรณ์ แม้พวกเค้าจะไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แต่เพื่อผลประโยชน์จากหมวกใบนี้ เขาก็ยังยินดีทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้กับเธออย่างเต็มที่ แต่สำหรับเธอแล้ว โส่วเจี่ยนั้นเป็นคนที่ตรงไปตรงมา ไม่ทำให้เรื่องของเธอนั้นยุ่งเหยิงมากไปกว่านี้

 

หลังจากมองไปที่โส่วเจี่ยอย่างจดจ่ออยู่นั้น เอ็มม่าก็นึกถึงคำพูดของเหวินหยา ถ้าเธอต้องการที่จะได้รับมิตรภาพจากโส่วเจี่ย เธอต้องแสดงตัวตนที่แท้จริงของตัวเองออกมาต่อหน้าโส่วเจี่ย และในตอนนี้ โส่วเจี่ยก็เต็มใจที่จะทำเพื่อเธอและยังจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเป็นเพื่อนกับเธอ โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความอีก เขาได้ยอมตกปากรับคำในการรักษาเอ็มม่าแล้ว

 

เมื่อเห็นประกายตาแห่งความสุขของเขา เอ็มม่าก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นก็พลันรู้สึกมีความสุข ตื่นเต้นและทำให้เธอมีความพึงพอใจเป็นอย่างมาก นี่คืออะไร? เธอไม่ได้เป็นผู้ที่ได้รับสิ่งดังกล่าวแล้วทำไมตัวเธอนั้นถึงได้รู้สึกมีความสุขไปกับมันในเรื่องนี้?

 

หลังจากที่ชื่นชมกับหมวกใบนั้น โส่วเจี่ยก็ได้เก็บความรู้สึกของเขาลงไป เขายิ้มไปที่เอ็มม่า “เอาละ ข้าสามารถให้ท่านเลือกเวลาในการลดน้ำหนักเมื่อไหร่ก็ได้ ท่านสามารถกำหนดเวลาและสถานที่ได้!”

 

“โอเค…” เอ็มม่าไตร่ตรองอยู่ซักพักและเริ่มกล่าวว่า “เอาเป็นวันพรุ่งนี้ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่บ้านในคืนพรุ่งนี้  มันเป็นเรื่องที่ดีมากถ้าหากมีพ่อและแม่ดูอยู่ด้วย เพราะหากว่ามันเปลี่ยนมากเกินไปข้ากลัวท่านพ่อกับท่านแม่จะจำข้าไม่ได้”

 

โส่วเจี่ยยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าของเขา “ไม่มีปัญหา อย่างนั้นเอาเป็นตอนเย็นวันพรุ่งนี้ เวลาสองทุ่ม ข้าจะไปถึงที่บ้านท่านให้ตรงเวลาและช่วยลดน้ำหนักให้กับท่าน อย่างไรก็ตาม… แม้ว่าพ่อและแม่ของท่านสามารถที่จะดูอยู่ด้านข้างได้ ก็ขอให้ท่านได้กล่าวเตือนพวกเขาด้วยว่าไม่มีสิ่งใดที่พวกเขาจะสามารถรบกวนได้ หากเกิดการผิดพลาดมันอาจนำไปสู่ความเสียหายที่ไม่สามารถจะกลับไปแก้ไขได้และมันอาจจะทำให้ท่านนั้นสูญเสียโอกาสที่จะกลับไปเป็นสาวงามได้อีกครั้ง.”

 

หลังจากตกลงกันเรียบร้อย โส่วเจี่ยก็ได้พาเอ็มม่าออกมาส่ง หลังจากนั้น… โสวเจี่ยนำสมบัติไปยังห้องฝึกฝนของเขาที่อยู่ใต้ทะเลสาป เขารู้สึกอยากที่จะลองใช้พวกมันเป็นอย่างมาก เขาอยากลองใส่สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และหมวกปัญญาแห่งแอสแลนติส มันเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจของโส่วเจี่ยเป็นที่สุดและไม่สามารถหยุดมันได้ เนื่องจากมันเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับมหากาฬ

 

โส่วเจี่ยนั่งพาดขาสบายๆ และเริ่มตรวจสอบคทาเสียงคำรามของวัลแคน มันจะเป็นการดีที่สุดถ้าเริ่มจากสิ่งของที่ระดับต่ำขึ้นไป มันเป็นทางที่ดีสำหรับความสุข แต่ถ้าเริ่มต้นจากสิ่งที่ดีที่สุดความสุขที่ควรมีมันก็จะเริ่มลดลงไปจนมันจะกลายเป็นความผิดหวัง

 

เขาพลิกคทาเสียงคำรามของวัลแคนไปมา โส่วเจี่ยรู้สึกเสียใจเล็กน้อย แม้ว่ามันจะเป็นอาวุธที่วิเศษที่เหมาะสมกับระดับปัญญา แต่โส่วเจี่ยไม่สามารถใช้งานมันได้ และเหตุผลที่ทำให้เขารู้สึกเสียใจยิ่งกว่าคือมันเป็นอาวุธจากอุปกรณ์เวทมนตร์ทั้ง 3 และยังเป็นเพียงอย่างเดียวที่สามารถเพิ่มพลังเวทมนตร์ ถึงแม้ว่าโส่วเจี่ยจะใส่ไอเทมเวทมนตร์อีกสองชิ้นพร้อมกันมันก็ไม่เพิ่มความแข็งแกร่งของเวทมนตร์ให้กับตัวเขา แต่ของชิ้นนี้มันยังเป็นสิ่งที่โส่วเจี่ยไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากโส่วเจี่ยมีความใกล้ชิดกับธาตุน้ำที่สุดซึ่งคทาอันนี้มันเป็นคทาของธาตุไฟ

 

เมื่อเขารู้สึกเสียใจจากคทาเสียงคำรามของวัลแคน โส่วเจี่ยก็ได้หยิบสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาอย่างช้าๆ และในขณะนั้นเอง….ประกายแสงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏอยู่ภายในสายตาของเขา

 

สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงนั้นไม่มีความเกี่ยวเนื่องกับโซ่สีเงินที่ได้ร้อยเป็นสร้อยอยู่เลยแต่สิ่งที่ยึดติดกับโซ่นั้นเป็นสิ่งที่ถูกเรียกว่าจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง

 

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นอัญมณีคริสตัลที่มีขนาดเท่าเม็ดถั่วมีลักษณะเป็นหกเหลี่ยมโปร่งใส ภายในอัญมณีคริสตัลนั้นเป็นแสงสีเขียวขุ่น นั่นคงจะเป็นจิตวิญญาณของเจ้าหญิงแห่งแดนสวรรค์?

 

โส่วเจี่ยสูดหายใจลึกๆและเริ่มสวมสร้อยคอ เขาปลดตะขอเกี่ยวสร้อยคอออกและใส่มันเข้ากับคอของเขา ในขณะนั้น…. ก็ได้มีความรู้สึกสดชื่นเข้ามาจากบริเวณผิวตรงลำขอของเขา    ภายในเสี้ยวพริบตามันซึมผ่านเข้าสู้ร่างกายทุกส่วนของโส่วเจี่ย โส่วเจี่ยรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงพลังเวทมนตร์ที่อยู่รอบตัวเขาและกำลังไหลเข้าสู่ภายในร่างกาย โส่วเจี่ยรับรู้ได้… พลังที่เข้ามาในร่างกายนั้นสามารถปรับตัวเข้ากับมันได้ในทันที

 

โส่วเจี่ยได้ทำการปิดตาลง รับรู้ได้ทันทีว่าธาตุเวทมนตร์ต่างๆนั้นเข้ามาอัดแน่นอยู่ภายในร่างกายของเขา สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์มีกิติศัพท์สมกับที่ได้รับการยอมรับว่าอยู่ในระดับตำนานอย่างแท้จริง เมื่อก่อนพลังของร่างกายโส่วเจี่ยสามารถดูดซับพลังจากธาตุเวทมนตร์รอบๆตัวได้อย่างเชื่องช้าและการฟื้นฟูของมันก็ไม่ได้สูงนัก

 

แต่ในตอนนี้ ร่างกายของโส่วเจี่ยไม่ปิดกั้นจากการรับพลังธาตุเวทมนตร์ที่อยู่รอบๆตัว เป็นการสร้างพื้นฐานในการดึงดูดพลังจากธาตุเวทมนตร์รอบตัวเขา ธาตุเวทมนตร์รอบตัวยังคงถูกดูดซึมอย่างต่อเนื่องเข้าสู่ร่างกายและบางครั้งมันก็ไหลกลับออกมา แน่นอนที่มันเป็นผลของการฟื้นฟูพลังเวทมนตร์

 

อาจจะกล่าวได้ว่าหลังจากการสวมใส่สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในสภาพไหน การฟื้นฟูเวทมนตร์และการเจริญเติบโตของเวทมนตร์ก็เพิ่มขึ้นถึง 100% นี่คือสาเหตุที่ทำไมราคาของสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นถึงมีมูลค่าที่สูงเป็นอย่างมาก

 

หลังจากความเงียบผ่านไป เมื่อรู้ผลของความสามารถของสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์แล้วนั้น โส่วเจี่ยก็เปิดสายตาขึ้นอย่างช้าๆ และมองไปที่หมวกปัญญาแห่งแอสแลนติส ในฐานะที่มันเป็นถึงอุปกรณ์ระดับมหากาฬที่ได้รับการจัดอันดับไว้บนสุด ประสิทธิภาพของหมวกใบนี้จะขนาดไหน

 

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha