0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 67 : ความสำคัญของมิตรภาพ

 

ด้วยความเสียใจอย่างไม่สิ้นสุด,โส่วเจี่ยก็ได้เดินทางกลับบ้าน โส่วเจี่ยไม่สามารถข่มตาลงได้ตลอดทั้งคืน จิตใจของเค้าก็ได้ตกอยู่ในภวังค์ของสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งทำให้เขานั้นไม่สามารถนั่งสมาธิได้เลย

 

วันรุ่งขึ้น โส่วเจี่ยได้นั่งกินอาหารเช้าด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ถึงแม้ว่าอาหารของวันนี้จะน่าทานและเป็นวันที่ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ โส่วเจี่ยได้รับประทานอาหารทุกอย่างโดยไร้ความรู้สึก ในความคิดของเขา ไม่มีทางใดเลยที่จะทำให้ได้รับสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นมา ซึ่งมันทำให้โส่วเจี่ยรู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง

 

หลังจากที่กินอาหารเช้าเสร็จ โส่วเจียก็ได้เดินทางออกจากตำหนักขาวเหมือนทุกวันและมุ่งตรงไปยังโรงเรียนของเขา หลังเดินทางออกจากบ้านได้ไม่นาน ก็ปรากฏบุคคลที่มีชั้นไขมันหนาเตอะอยู่ตรงหน้า

 

“ชิ”  เมื่อเขาเหลือบมองตรงไปที่ด้านหน้า ดวงตาของโส่วเจี่ยก็ต้องเบิกกว้าง เขามองไปที่รูปร่างนั้นด้วยความประหลาดใจและไม่รู้จะทำเช่นไรกับสถานการณ์ในตอนนี้

 

บุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าโส่วเจี่ย ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเอ็มม่านั่นเอง เธอได้สวมใส่สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ได้ถูกประมูลไปเมื่อวานนี้ไว้บนลำคอของเธอ มันเป็นสิ่งที่ทำให้เค้าไม่อาจหลับได้เมื่อคืนวาน และในมืออีกข้างหนึ่งของเธอก็ได้ถือคทาเสียงคำรามของวัลแคน อาวุธเวทมนตร์ระดับปราช

 

เมื่อเอ็มม่าเห็นโส่วเจี่ย เธอก็ได้แย้มยิ้มให้กับเขา  “โอ้ว นั่นมันท่านลอร์ดโส่วเจี่ยนี่นา ? ท่านลอร์ดกำลังมุ่งหน้าไปที่ใดกัน?

 

เขามองอย่างเศร้าสลดไปที่สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์กับคทาเสียงคำรามของวัลแคนที่ได้ถูกสวมอยู่บนคอและถูกกำอยู่ในมือของเธอ ถึงโสวเจี่ยจะอยากได้สิ่งของเหล่านั้นเท่าไร เขาก็ไม่คิดที่จะโยนศักดิ์ศรีของเขาลงเพื่อให้ได้รับสิ่งของเหล่านั้นมา แม้ว่ามันจะมีประโยชน์กับตัวเขามากเท่าใด แต่เขาจะไม่ยอมให้ผู้อื่นคิดว่าเขาเป็นพวก ‘ทำดีเพื่อหวังผล’?

 

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั่น ก็ได้ก้มศีรษะลงเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ข้ากำลังจะไปโรงเรียน โรงเรียนกำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้า ลาก่อน” เมื่อโส่วเจี่ยกล่าวจบเขาก็เลิกสนใจเอ็มม่าและเดินจากไป สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ได้ตกอยู่ในมือของเอ็มม่ามันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า ทุกครั้งที่เขาหันไปมอง มันจะทำให้เขาจะรู้สึกถึงความเจ็บปวด

 

แต่ตอนนี้ เอ็มม่านั้นรู้สึกงุนงงเมื่อเห็นโส่วเจี่ยนั้นเดินจากไป เธอคิดว่าเมื่อโส่วเจี่ยได้เห็นสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และคทาเสียงคำนามของวัลแคน เขาจะดีใจเป็นอย่างมากและคงเริ่มคิดหาวิธีที่จะได้อุปกรณ์เวทมนตร์สองสิ่งนี้ไปจากเธอ และเมื่อมันเป็นเช่นนั้น เธอจะให้ของสองสิ่งนี้เป็นของขวัญเพื่อขอให้โส่วเจี่ย นั้นช่วยลดน้ำหนักให้กับตัวเธอ เอ็มม่าก็ยังไม่คิดที่จะให้อุปกรณ์ระดับมหากาฬหมวกปัญญาแห่งแอตแลนติส มันเป็นสมบัติที่ล้ำค่ามาก มันจะเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับเธอ

 

แต่เธอไม่เคยคิดว่าความคิดของโส่วเจี่ยนั้นจะแตกต่างกับสิ่งที่เธอได้คาดการณ์ไว้ ทันทีที่เขากวาดตามองอย่างรวดเร็วไปที่สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์และคทาเสียงคำรามของวัลแคน เขาได้ทำสีหน้าที่เย็นชาออกมา ทำให้เอ็มม่าไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรต่อไปดี นี่อาจจะหมายถึง… โส่วเจี่ยนั้นอาจจะไม่ได้มีความต้องการอุปกรณ์เหล่านี้?

 

“ต๊อบตั๊ก ต๊อบตั๊ก” ขณะที่เหงื่อกำลังไหลลงอาบใบหน้าของเอ็มม่า เสียงของรถม้าที่หรูหราก็ค่อยๆหยุดที่ข้างกายของหญิงสาว

 

เมื่อได้ยินเสียงรถม้านั้นหยุดลง เอ็มม่าหันมองไปที่ด้านหน้าด้วยความสับสน “จ้องมองใบหน้าอันสวยงามของเหวินหยา ที่ปรากฏออกมาจากผ้าม่านอย่างช้าๆ และได้นำตัวเธอขึ้นไปบนรถม้าที่หรูหรานั้น

 

เมื่อต้องเผชิญกับใบหน้าที่งามงดง้อยของเหวินหยา เอ็มม่าก็ไม่สามารถที่จะปฏิเสธเธอได้ เมื่อตัวเธอได้ขึ้นไปบนรถม้า รถม้าก็เริ่มที่จะเคลื่อนตัวต่อไป

 

ภายในรถม้า เหวินหยาได้ฉีกยิ้มให้กับเธอ “น้องเอ็มม่า แม้ว่าท่านจะหัดเรียนรู้ที่จะสังเกตและมีน้ำใจกับคนอื่น วิธีการปฏิบัติของท่านกลับไม่ค่อยถูกต้องนัก ถ้าท่านมีแต่ความเอาแต่ใจและยังคงเย่อหยิ่งอยู่นั้น ท่านจะไม่ได้รับการยอมรับจากผู้อื่น ข้าไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคุณต้องทำให้คนอื่นมาอ้อนวอนหรือร้องขอจากท่าน? ทำไมท่านต้องการให้ผู้อื่นเห็นว่าท่านนั้นมีฐานะที่ยิ่งใหญ่กว่า? และเมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านจะไม่มีทางได้รับมิตรภาพจากวิธีการเหล่านี้ได้”

 

“ข้า..” เอ็มม่าทำได้แค่รู้สึกอับอายจากคำพูดของเหวินหยา นอกจากนี้ แม้เธอจะสามารถซ่อนแผนการเล็กๆน้อยๆจากโส่วเจี่ยได้ แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะซ่อนมันจากเหวินหยาได้

 

เมื่อเห็นเอ็มม่าเริ่มลำบากใจ เหวินหยาก็ได้ส่ายศีรษะ “ท่าน..ท่านควรเรียนรู้วิธีปฏิบัติกับคนอื่นด้วยความจริงใจ  ความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้นไม่สามารถที่จะล้อเล่นได้ ถ้าฝั่งตรงข้ามเห็นมัน มิตรภาพที่ควรจะมีก็จะสิ้นสุดในทันที ท่านคงไม่ปรารถนาให้มันเกิดขึ้น”

 

“เอ่อ..” การแสดงของเอ็มม่านั้นได้เปลี่ยนแปลงไปทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของเหวินหยา มันเป็นความจริง… เหวินหยาได้กล่าวกับเอ็มม่าเหมือนดังว่าเธอนั้นได้ผ่านเหตุการณ์ที่คล้ายๆกัน ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยเข้าใจว่าทำไมเพื่อนๆของเธอจึงได้เริ่มตีตัวออกห่าง เธอเคยคิดว่ามันเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาของเธอ แต่เมื่อได้ยินคำใบ้ของเหวินหยา ในที่สุดเธอก็เข้าใจมันได้ ว่าเธอนั้นได้ทำผิดพลาดไป

 

เมื่อเห็นว่าเอ็มม่าเริ่มคิดได้และเริ่มรู้สึกตัว เหวินหยาก็ได้กล่าวต่อ “เมื่อท่านรู้ว่าเพื่อนของตัวเองนั้นได้แอบวางแผนไว้ลับหลัง ท่านยังจะปล่อยให้เค้าได้ทำตามที่หวังอย่างนั้นหรือ?

 

เอ็มม่าได้แต่พยักหน้ากับคำกล่าวของเหวินหยา เอ็มม่ากล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง “ใช่ ใช่ มันเป็นความผิดของข้าเอง วิธีการมันผิดพลาด แล้วข้าควรทำเช่นไรดี ข้าควรจะทำอย่างไรดี?”

 

เหวินหยายิ้มเมื่อเห็นเอ็มม่ามีการแสดงออกอย่างอ่อนน้อมลง “มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เมื่อท่านเผชิญหน้ากับโส่วเจี่ย ท่านจะต้องทำตัวให้เป็นไปตามธรรมชาติ ข้าเชื่อว่าตราบใดที่ท่านแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา โส่วเจี่ยย่อมจะเข้าใจในตัวตนท่าน และมันจะทำให้โส่วเจี่ยนั้นย้อมตกลงที่จะเป็นเพื่อนกับท่าน ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ท่านได้กลายเป็นเพื่อนของโส่วเจี่ย ท่านก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ว่าเขาจะไม่ช่วยเหลือท่าน

 

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้เหวินหย่าก็ได้หยุดไป ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหูของเอ็มม่า “น้องเอ็มม่า มีบางสิ่งที่พี่สาวคนนี้ต้องเตือนเอาไว้ก่อน คนอื่นอาจจะไม่เป็นไร แต่กับโส่วเจี่ยนั้น จะต้องเป็นเพื่อนกับเขาไปตลอดกาล ไม่เช่นนั้น เมื่อโส่วเจี่ยได้ลดน้ำหนักให้กับท่านแล้ว จะมั่นใจได้อย่างไร ว่านำหนักนั้นจะไม่กลับมาอีกตลอดไป?”

 

“เพ้ย” เอ็มม่าไม่สามารถทำไรได้ นอกจากสูดลมหายใจลึกเมื่อได้ยินคำกล่าวของเหวินหยา เธอไม่เคยคิดถึงคำถามนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้เธอคิดแค่เพียงจะใช้ประโยชน์จากโส่วเจี่ยเพื่อลดน้ำหนักของเธอ แต่เธอไม่เคยคิดถึงเลยว่าเมื่อเธอประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักแล้ว จะยังต้องได้รับความช่วยเหลือจากโส่วเจี่ยอีก เพื่อคงสภาพความงดงามของเธอต่อไป

 

เมื่อได้เห็นเอ็มม่าเข้าใจได้ในที่สุด เหวินหยาก็ยิ้มขึ้น “ในตอนนี้ โส่วเจี่ยนั้นนับถือข้าเป็นพี่สาวที่มีความสัมพันธ์กับเค้าดั่งสายเลือด ทุกสัปดาห์เขาจะมาตรวจดูและทำการรักษาให้กับตัวข้าตั้งแต่เริ่มจนเสร็จสิ้นทุกขั้นตอน ถ้าเป็นคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเงินเท่าไร โส่วเจี่ยก็จะไม่เสียแรงในการช่วยจัดการปัญหาเหล่านั้น

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเหวินหยา ตัวของเอ็มม่าก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ เธอจึงตระหนักได้ถึงผลที่ตามมา แม้ว่าเธอจะประสบผลสำเร็จในการรักษาความงามของเธอ แต่มันจะอยู่ได้นานเท่าใดกัน หนึ่งเดือน สองเดือน หรืออาจจะปี? แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป เธอจะต้องกลับมาเป็นแบบนี้อีกครั้ง

 

เอ็มม่าได้แต่เอามือรูปใบหน้าของเธอ ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ใบหน้าของเธอกลับอ้วนขึ้นมากและชี้ให้เห็นถึงรอยย่นที่กลับมาอีกครั้ง แน่นอนว่าอีกไม่นานใบหน้าของเธอก็จะปรากฏชั้นของไขมันขึ้นเช่นเดิม ถ้าเธออยากจะรักษาความงดงามของเธอให้คงอยู่ตลอดไป มันจะไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินหรือของขวัญ ตามที่เหวินหยาได้ว่าไว้ จึงมีเพียงวิธีเดียวคือเธอจะต้องเป็นเพื่อนกับโส่วเจี่ยเท่านั้น

 

ในขณะที่เอ็มม่ากำลังไตร่ตรองอยู่นั้น เหวินหยาก็ลูบเบาๆที่ใบหน้าของเธอและกล่าวว่า “โส่วเจี่ยได้สัญญากับข้าไว้ ว่าจะมารักษาให้ข้าอย่างน้อยปีละครั้งตราบที่ยังมีชีวิตอยู่ จะเจอเขาเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าเขานั้นมีเวลาว่าง ไม่ว่าจะอายุ 70 หรือ 80 ปี ข้าก็ยังสามารถคงความงามเหมือนดั่งตอนนี้ได้ ท่านไม่ต้องการเป็นอย่างข้าหรือ?”

 

“อึก…” เอ็มม่ากลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก เธอรู้สึกเหมือนติดอยู่ในสถานการณ์เป็นตาย เมื่อเธอนั้นคิดถึงความงามของผู้หญิง ที่ส่วนมากจะอยู่ได้พียงไม่กี่สิบปี

 

ความสามารถในการรักษาความงามเป็นสิ่งที่ผู้หญิงนั้นต้องการที่สุดในชีวิต ทางเดียวที่ทำให้ความต้องการนี้เป็นจริงได้ มีเพียงการเป็นเพื่อนกับโส่วเจี่ย มันเป็นทางเดียวเท่านั้น

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha