0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 66 : คุณสมบัติที่น่าประหลาดใจ

 

สถานณ์การณ์ของทั้งสองนั้นเริ่มเลวร้ายลง ท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่ก็ติดอยู่ในวงล้อมของศัตรู ซึ่งในชั่วพริบตานั้น เจ้าชายก็ได้เผชิญกับการโจมตีที่สามารถคร่าชีวิตของตนได้ อย่างไรก็ตาม ในวินาเสี้ยวินาที เจ้าหญิงได้ใช้ร่างของตนเข้าบดบังร่างกายของคนรัก จนในที่สุด ร่างกายของเจ้าหญิงก็ร่วงลงในอ้อมกอดของเจ้าชาย

 

สายตาของเจ้าชายเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาขณะที่มองเห็นร่ายในอ้อมกอดของตนที่ถูกชโลมไปด้วยเลือดและไร้ซึ่งแสงแห่งชีวิตด้วยความโศก เจ้าชายรู้สึกเจ็บปวดจากการกระทำของกษัตริย์ทั้งสองและเริ่มใช้พลังงานชีวิตของตนเพื่อร่ายเวทย์สังหารเหล่านักฆ่าที่ถูกส่งมาทั้งหมด อย่างไรก็ตาม… หลังจากเวทมนตร์ได้ถูกใช้ออกไปด้วยพลังชีวิต แสงแห่งชีวิตของเจ้าชายก็ได้ริบหรี่ลง

 

เมื่อได้ยินเรื่องราวดังกล่าว ภายในแววตาของโส่วเจี่ยก็ปกคลุมไปด้วยหยาดน้ำตาและเอ่ยอย่างติดๆขัดๆ “ พวก..เขาทั้งสองเสียชีวิตหรือ? ”

 

“อึ่มม…” เธอพยักหน้าอย่างโศกเศร้า  “พวกเค้าทั้งสองได้เสียชีวิต ตามตำนานเล่าว่าพวกเค้าเสียชีวิตในฤดูใบไม้ผลิบนแผ่นดินของแดนสวรรค์ แต่ก่อนที่เข้าชายจะเสียชีวิต เพื่อไม่ให้ดวงวิญญาณของเจ้าหญิงได้แตกกระจายไป เจ้าชายได้ทำการแลกดวงวิญญาณของตนกับพรของพระเจ้าในการปกป้องดวงวิญญาณของเจ้าหญิง ดวงวิญญาณของเจ้าหญิงได้กลายเป็นอัญมณีที่บริสุทธิ์และมีแสงแห่งชีวิตอยู่ภายใน

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเหวินหยา โส่วเจี่ยได้หันไปมองที่สร้อยคอบนเวที ท่ามกลางแสงที่ปกคลุมอยู่  สร้อยคอเวทมนตร์นั้นมีอัญมณีสีเขียวโปร่งแสง โส่วเจี่ยได้มองเข้าไปภายในอัญมณีที่ส่องประกายงดงามอีกครั้ง

 

เหวินหยาจึงกล่าวขึ้น “ ถ้าลองมองเข้าไปภายในอัญมณีสีเขียวนั้น จะเห็นพลังงานไหลเวียนอยู่ด้านใน ทุกคนกล่าวว่านั่นคือ จิตวิญญาณของเจ้าหญิงที่ถูกปกป้องด้วยพรของเจ้าชาย”

 

โส่วเจี่ยได้มองไปทางสร้อยคออันน่าหลงใหลนั้น ก็เกิดความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ โส่วเจี่ยนั้นไม่เคยต้องการสิ่งใดมากขนาดนี้มาก่อน แต่โส่วเจี่ยก็รู้ดี ว่าอุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นนี้นั้นมีมูลค่ามากมากมหาศาล ซึ้งเขาไม่ทางเลยที่จะสามารถเป็นผู้ครอบครองมันได้

 

ขณะที่กำลังขบคิดอยู่นั้น โส่วเจี่ยก็มองไปยังสร้อยคออย่างหมดหวัง ในขณะเดียวกัน เหวินหยาก็ได้กล่าวอีกครั้งนึง “น้องโส่วเจี่ย เจ้าอาจจะยังไม่ทราบถึงเรื่องบางอย่าง มันมีข้อแตกต่างของอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับตำนานอยู่”

 

โดยทั่วไปแล้วจะมีการแยกประเภทของอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับตำนานออกเป็นระดับอยู่ซึ่งได้แก่ ระดับต่ำ ระดับกลาง และยังมีระดับสูงอยู่อีก สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นสร้อยคอระดับตำนานที่ถูกจัดให้อยู่ในระดับสูง ซึ่งจะทำให้ผู้ที่สวมใส่มันจะได้รับพลังเทียบเท่ากับเผ่าเทพ

 

“เทียบเท่ากับเผ่าเทพ? โส่วเจี่ยเอ่ยถามอย่างสับสน

 

“ใช่…” เหวินหยาพยักหน้าอย่างจริงจัง “ในความเป็นจริงแล้ว ความสามารถของสร้อยเส้นนี้เมื่อคนธรรมดาสวมใส่ มันจะทำให้ยกระดับการฟื้นฟูพลังเวทย์ของคนผู้นั้นให้อยู่ในระดับเดียวกับเผ่าเทพ ทุกคนล้วนแต่ทราบกันดี ว่าร่างกายของเผ่าเทพนั้นเกิดจากธาตุ การฟื้นฟูพลังงานเวทมนตร์และการพัฒนาของเผ่าเทพนั้นถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์อันดับหนึ่งในโลกใบนี้. ดังนั้นผู้ที่สวมใส่สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ จะได้รับความสามารถในการพัฒนาและฟื้นฟูพลังเวทย์เฉกเช่นเดียวกับเผ่าเทพ!

 

“ระดับสูง! มันเป็นระดับสูง” โส่วเจี่ยน้ำตาเกือบไหลลงมาเมื่อได้ยินคำพูดของเหวินหยา หากเขาได้สร้อยเส้นนี้มาการฟื้นฟูและการพัฒนาของเวทมนตร์ของตนจะต้องดีขึ้นเป็นอย่างมาก มันจะทำให้เขาอยู่ระดับเดียวกับเทพ มันก็ไม่เกินจริงเลย ถ้าเขาได้ฝึกอบรมอีกไม่กี่ปีก็จะทำให้ไม่มีใครที่อายุใกล้เคียงเทียบกับเขาได้

 

ในแต่ละเผ่าพันธ์ล้วนแต่มีจุดอ่อนและจุดแข็งในตัวของมันเอง ซึ่งเผ่าเทพนั้นมีจุดแข็งอยู่ที่การรวบรวมพลังธาตุและการฟื้นฟูที่รวดเร็ว แต่เผ่าเทพนั้นมีพลังวิญญาณที่ต่ำมาก ต่ำกว่าเผ่ามนุษย์เสียอีก แม้ว่าพวกเค้าจะสามารถใช้เวทมนตร์ที่แข็งแกร่งได้ แต่ก็ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าเวทมนตร์ของเผ่ามนุษย์เท่าใดนัก

 

ในด้านของเผ่ามนุษย์แม้จะมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง แต่พวกเค้าก็ไม่มีพลังเวทมนตร์ที่มากพอ ถึงจะมีพลังวิญญาณมากจนสามารถใช้เวทมนตร์ได้หลายรูปแบบก็ตาม แต่กลับมีพลังเวทมนตร์ไม่เพียงพอที่จะทำให้เวทมนตร์ที่ใช้นั้นทรงพลัง ซึ่งในแต่ละด้านของเผ่ามนุษย์และเผ่าเทพนั้นล้วนแต่มีความสามารถที่ใกล้เคียงกัน

 

ถ้ามีมนุษย์ผู้ใดได้ครอบครองสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ มนุษย์ผู้นั้นก็จะได้ครอบครองความสามารถของทั้งสองเผ่าพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านพลังวิญญาณของเผ่ามนุษย์หรือพลังเวทของเผ่าเทพ ซึ่งมันคงจะดียิ่งกว่าการได้ครอบครองอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับมหากาฬเสียอีก

 

แต่การที่ได้สวมใส่อุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าโส่วเจี่ยนั้นจะแข็งแกร่งขึ้นในทันที แต่อย่างไรก็ตาม มันสามารถฟื้นฟูและเพิ่มความก้าวหน้าของเวทมนตร์ให้กับโส่วเจี่ยอย่างได้ถึง 100% ถ้าเค้าได้ฝึกฝนอีก 2 ปี พลังเวทย์ของเขาย่อมจะสูงส่งเกินจะคาดเดาได้!

 

แต่น่าเสียดายที่โส่วเจี่ยทำได้เพียงแค่ชายตามองด้วยความอิจฉาเท่านั้น เนื่องจากในการประมูลครั้งนี้ ได้ประกาศราคาเริ่มต้นของสร้อยคอจิตวิญญาณศักสิทธินั้นอยู่ที่

100,000,000 ทอง!

 

การประมูลก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อราคาได้ถูกประกาศไป สถานที่จัดงานประมูลก็ได้มีความวุ่นวายเกิดขึ้นแม้ว่าทุกคนจะไม่ได้เสนอราคาแต่ก็ให้ความสนใจกับของสิ่งนี้อย่างมาก คนส่วนใหญ่ทำได้เพียงเพลิดเพลินกับงานประมูลเพราะราคาดังกล่าวที่ประกาศออกมามันเป็นสิ่งที่พวกเค้าไม่มีวันที่จะหามาจ่ายได้ แต่บางคนที่สามารถจ่ายได้ก็แสดงออกถึงความกดดัน

 

บางคนมีแววตาแห่งความอยาก บางคนเริ่มกัดฟันและไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร… แต่ละคนนั้นมีการแสดงออกที่หลากหลายไม่ว่าจะอย่างไรทุกคนก็ให้ความสนใจกับสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

 

ในโลกนี้ มันเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ไม่ว่าจะเป็นระดับตำนานหรือระดับมหากาฬ รวมไปถึงอาวุธของนักรบและของอาชีพอื่น

 

แม้ว่าราคา 100 ล้านทอง มันจะเป็นราคาที่สูงแต่มันก็คุ้มค่ามาก อย่างไรก็ตาม ราคาของมันสุดท้ายแล้วยังต้องสูงกว่า 100 ล้านทอง ซึ่งมันจะตกไปอยู่ในเงื้อมมื้อของผู้ที่มั่งคั่ง

 

ถึงจะมีการประกาศให้รับรู้กันทั่ว ราคาสุดท้ายของอุปกรณ์เวทนั้นจะขึ้นอยู่กับดวง ถ้ามันดึงดูดความสนใจของผู้ที่ร่ำรวย 10 อันดับต้นๆได้ ราคาของมันก็จะพุ่งสูงเสียดฟ้าในทันที  แต่ถ้ามันไม่อาจดึงดูดผู้ที่มั่งคั่งได้มันก็ยากที่จะขายออก

 

หลังจากใครครวญอยู่ชั่วอึดใจ ก็มี…หลายคนนั้นเริ่มเสนอราคาจาก 110 ล้านทอง ไปจนถึง 140 ล้านทอง แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเสนอราคาเพิ่มอีก

 

เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ผู้ดำเนินการประมูลก็ไม่สามารถที่จะทำสิ่งใดได้ นอกจากขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาเข้าใจดี สถานที่ประมูลแห่งนี้แทบไม่เคยมีอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับนี้ถูกนำออกมาประมูลมาก่อน จึงทำให้ไม่มีผู้ที่มีความมั่งคั่งคนไหนตัดสินใจที่จะเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ หากอุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นนี้ถูกขายไปด้วยราคาเพียง 140 ล้านทอง ก็จะเป็นโชคร้ายสำหรับเขา การประมาณก่อนหน้านี้ สร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์น่าจะขายได้สูงกว่า 200 300 หรือ 400 ล้านทอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติสำหรับมัน

 

เขากัดฟันของตน และเริ่มประกาศ “บุรุษท่านนี้ได้เสนอราคา 140 ล้านทอง ครั้งที่หนึ่ง … ครั้งที่สอง?” หากไม่มีใครให้ราคาเพิ่มมากไปกว่านี้ เมื่อเขานับถึงสามและเคาะขายไป ผู้ที่เสนอราคาหลังจากนี้ ก็ถือว่าไร้ประโยชน์ มันจึงทำให้จิตใจของเขา รู้สึกเศร้าอยู่ไม่น้อย

 

ค้อนที่ยกสูงขึ้น เริ่มลดระดับลงมา ชายคนดังกล่าวเตรียมที่จะขานเป็นครั้งที่สาม เมื่อเห็นว่าไม่มีใครเสนอราคาแล้ว เขาทำได้แค่กัดฟันและปล่อยค้อนลงตัดผ่านอากาศ

 

“หยุด” เสียงตะโกนอย่างเย่อหยิ่งก็ดังขึ้นเช่นเดียวกับค้อนที่กำลังพุ่งลงมาก็ได้หยุดลง “ มันเป็นสิ่งที่น่าตลกสิ้นดี ถ้าขายได้ราคาเพียงแค่นี้? ข้าจะให้ 200 ล้านทอง

 

เมื่อผู้ดำเนินการประมูลได้ยินเสียงก็ได้หยุดค้อนของตนลง และได้เงยหน้าขึ้น พยายามมองหาต้นเสียงนั้น ตาของผู้นำเสนอการประมูลก็เป็นเบิกกว้างขึ้น เมื่อมองไปยังห้องวีไอพีหมายเลข 18 ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าผู้ใดในเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถอยู่ในห้องนั้นได้

 

เขามองขึ้นไปอย่างมีความสุข พร้อมกับเริ่มประกาศขึ้นอีกครั้ง ห้องมาเลข 18 ได้ทำการเสนอราคา 200 ล้านทอง ครั้งที่หนึ่ง … ครั้งที่สอง?

 

เมื่อทุกคนได้ยินเสียงของผู้นำเสนอการประมูลนั้น ก็ล้วนแต่ปรากฏสีหน้าที่ดูถูกดูแคลน หากพวกเขาสามารถเสนอราคาได้ ทำไมพวกเขาจะต้องรอจนถึงตอนนี้เล่า? แม้ว่าจะมีผู้ที่สามารถจ่ายได้ แต่จะมีใครกล้าหาญที่จะเอาชนะเอ็มม่ากัน? ภายในนครแห่งนี้ ผู้มีอำนาจมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ผู้คนส่วนมากจึงพอจะเดาได้ว่าห้องวีไอพีแต่ละหมายเลขนั้นมีผู้ใดกำลังทำการประมูลอยู่ ถ้าพวกเขาต้องการได้อุปกรณ์เวทมนตร์ชิ้นนี้ก็ต้องเสนอราคาที่มากกว่า แต่ใครกัน ใครจะต้องการเป็นศัตรูกับครอบครัวของเอ็มม่า ยกเว้นก็แต่ พวกเค้านั้นไม่ต้องการที่จะมีสถานที่อยู่ในเมืองแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แล้ว คงไม่มีใครโง่พอจะทำมัน

 

“ปั้ง” ในที่สุดค้อนนั้นก็ได้เคาะลงบนแท่น แม้ว่าผู้ที่ดำเนินการประมูลจะไม่ได้ขายอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับตำนานชิ้นนี้ในราคา 400 ล้านทอง เค้าก็ยังประกาศต่อทันที “เอาล่ะ ในที่สุดสร้อยคอจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ก็ได้เป็นของห้องวีไอพีหมายเลข 18 แล้ว ทางโรงประมูลก็จะขอปิดการประมูลลง ณ บัดนี้

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha