0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 53 : อิสระที่แท้จริง

 

เหล่าเด็กสาวพยักหน้าโดยไร้ซึ่งความลังเล เป็นดั่งที่คาดการไว้ สำหรับพวกนาง ไม่ว่าราคานั้นจะมากมายเพียงไรก็ไม่สำคัญ ตราบที่พวกนางยังสามารถรักษารูปลักษณ์เอาไว้ได้ พวกเธอก็พร้อมที่จะรับข้อเสนอทุกประการ

 

“เยี่ยม!” โส่วเจี่ยเอ่ยเสียงดังว่า

 

“หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะนำความงามดังเดิมของพวกเจ้ากลับมาในวันนี้ ในขณะเดียวกัน ข้าก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพวกเจ้าให้งดงามถึงที่สุดได้เช่นกัน! ทว่า…” เมื่อกล่าวไปครึ่งหนึ่ง เด็กชายก็แย้มยิ้มก่อนจะหรี่ตา

 

“ก่อนที่ข้าจะทำเช่นนั้น ข้าขอกล่าวถึงคำขอของข้าก่อน หากพวกเจ้ารู้สึกว่าไม่อาจรับได้ เช่นนั้นก็จงคิดเสียว่าการพูดคุยกันในวันนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน พวกเจ้าคิดเช่นไร?”

 

หลังจากได้ยินคำของอีกฝ่าย เหล่าเด็กสาวต่างพยักหน้าอย่างพร้อมเพียง ซึ่งโส่วเจี่ยก็ไม่รอช้าเอ่ยต่ออีกว่า

 

“แม้ว่าข้าจะนำรูปลักษณ์แต่ก่อนของพวกเจ้ากลับมาได้ ข้าก็ไม่อยากให้ผู้ใดรับรู้ถึงเรื่องนี้ ข้าหวังว่าจะไม่มีพวกเจ้าคนใดเปิดเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงให้ผู้อื่นรับรู้ แม้พวกเจ้าจะได้รูปลักษณ์อันงดงามกลับมาแล้ว อย่างไรก็ตาม… ผ้าคลุมนั่นคือสัญลักษณ์ของพวกเจ้า และข้า…ก็ต้องการความลึกลับนั่น!”

 

“นั่น… นั่นเป็นไปไม่ได้!” หนึ่งในเด็กสาวใต้ผ้าคลุมส่ายศีรษะ

 

“แม้พวกข้าจะปกปิดมันจากผู้อื่นได้ แต่ที่สถาบัน รวมไปถึงเหล่าคณาจารย์ล้วนไม่อาจปกปิด อย่างน้อย… พวกเราก็ต้องเจอกับพวกเขาทุกวัน ความลับเช่นนี้พวกเราไม่สามารถเก็บมันเอาไว้ได้หรอก!” โส่วเจี่ยยิ้มบาง เด็กชายหยิบกระเป๋าข้างกายของตนก่อนจะโยนมันไปยังเบื้องหน้าของนักรบธาตุผสม ในขณะเดียวกันเด็กชายก็ได้กล่าวขึ้นอีกครั้ง

 

“หลังจากที่เจ้าเปิดกระเป๋านั่น เจ้าจะเข้าใจทุกอย่าง” เด็กสาวบางส่วนรู้สึกสงสัยเมื่อได้ยินคำกล่าวของอีกฝ่าย ทว่าพวกนางก็ยังคงทำตามที่เด็กชายบอกและเปิดกระเป๋าที่อยู่เบื้องหน้า หลังจากนั้น… สิ่งของหน้าตาแปลกประหลาดก็ได้ปรากฏขึ้นต่อสายตาของเด็กสาวทั้ง 36 โส่วเจี่ยรู้ว่าทั้งหมดสังเกตเห็นมันแล้วจึงเอ่ยอย่างใจเย็น

 

“นั่นคือหน้ากากที่ข้าสั่งทำพิเศษสำหรับพวกเจ้า พวกมันจะพอดีกับใบหน้าอันงดงามของพวกเจ้า และมันยังมีระบบระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พวกเจ้านั้นปกปิดหน้าตา แต่มันยังช่วยปกป้องผิวหนังของพวกเจ้าจากความร้อนและการเสียดสีจากลมและไฟได้ ที่สำคัญที่สุด หากพวกเจ้าเป็นผู้สวมใส่มัน จะไม่มีผู้ใดกล้านำมันออก แม้แต่อาจารย์ของพวกเจ้า” เมื่อได้ยินคำกล่าวของเด็กชาย เหล่าเด็กสาวจึงได้เข้าใจในที่สุด ตราบเท่าที่พวกนางสวมใส่หน้ากากนี้ ใบหน้าที่แท้จริงของพวกนางก็จะไม่ถูกเปิดเผย แม้ว่าผ้าคลุมของพวกนางจะถูกทำลาย ก็ยังมีหน้ากากคอยปกป้องใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง เด็กชายยิ้มพร้อมเอ่ย

 

“อย่างที่พวกเจ้ารู้ ชีวิตของพวกเจ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับตนเอง แต่เพื่อจักรวรรดิ ดังนั้นแล้ว หลังจากที่พวกเจ้าสำเร็จการศึกษา พวกเจ้าจะถูกแต่งตั้งให้เป็นทหาร ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการเห็น” คำพูดของเด็กชายทำให้เด็กสาวทั้งหมดสั่นสะท้านตั้งแต่หัวจรดเท้า อีกฝ่ายกล่าวถูกต้อง หากพวกนางมีสิทธิที่จะเลือก พวกนางย่อมเลือกที่จะไม่เรียนรู้วิชาของลมและไฟ แต่ในความเป็นจริง เมื่อพวกนางถูกค้นพบว่ามีธาตุไฟและลมอยู่ในตัว พวกนางก็นับว่าไม่มีทางเลือกอื่น ในความเป็นจริง พวกนางล้วนถูกบังคับให้เรียนและฝึกฝน หากพวกนางไม่ฝึกฝกให้หนักเพียงพอล่ะก็ พวกนางย่อมไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จและจะถูกลงโทษ

 

ในฐานะของเพชรฆาตและอาวุธสังหารของจักรวรรดิ พวกนางอาจจะดูเหมือนมีอิสระแต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ฉากหน้าเท่านั้น ทว่าในความเป็นจริง อิสระนั้นเป็นเพียงเรื่องหลอกลวง พวกนางไม่มีสิทธิ์กระทั่งกำหนดชะตาชีวิตตน แล้วอิสระนั่นจะสามารถพูดออกมาอย่างเต็มปากได้อย่างไร?

 

พวกนางเคยคิดจะขัดขืนเมื่อนานมาแล้ว ทว่า…ไม่ว่าพวกนางจะแข็งแกร่งเพียงไร พวกนางก็มีเพียง 30 กว่าคนเท่านั้น พวกนางจะต่อต้านทั้งประเทศได้อย่างไร? นอกจากนั้น พวกนางยังมีบิดามารดา พี่น้อง และมิตรสหาย พวกนางไม่อาจทำลายคนสำคัญรอบตัวของพวกนางได้

 

มิใช่ว่าพวกนางไม่ต้องการขัดขืน เพียงแต่พวกนางไม่อาจขัดขืนต่างหาก พวกนางไม่เคยรู้สึกสำนึกบุญคุณของผู้คนในจักรวรรดิที่ฝึกพวกนางให้เป็นอาวุธสังหาร กลับกัน พวกนางล้วนเกลียดชังจักรวรรดิแห่งนี้!

 

โส่วเจี่ยมองร่างที่สั่นสะท้านเหล่านั้น ก่อนจะหัวเราะออกมา

 

“เท่าที่ข้ารู้ มีพวกเจ้าบางคนที่จะสำเร็จการศึกษาในปีนี้ ข้ากล่าวถูกต้องหรือไม่?”

 

หนึ่งในเด็กสาวหยักหน้า “ถูกต้อง 6 คนจากเหล่าพี่น้องทั้งหมด ที่จะสำเร็จการศึกษาในปีนี้ ซึ่งที่พักของเราก็ได้ถูกตระเตรียมไว้แล้ว แต่… เหตุใดท่านจึงถามเช่นนี้? ท่านต้องการอันใด?” เด็กชายสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนัก

 

“ข้าต้องการให้พวกเจ้าหาโอกาสแสร้งปล่อยข่าวว่าพวกเจ้านั้นตายแล้ว จากนั้น… เปลี่ยนรูปลักษณ์ของพวกเจ้าและกลับมาหาข้า พวกเจ้าน่าจะรู้ว่าหลังจากที่พวกเจ้ากลายเป็นอาวุธของจักรวรรดิ มันย่อมเป็นเรื่องยากสำหรับข้าที่จะช่วยเหลือพวกเจ้า ไม่ต้องกล่าวถึงการตอบแทนเลย”

 

คำกล่าวของเด็กชายบาดลึกเข้าไปในจิตใจของทั้งหมด ร่างกายของพวกนางได้แต่สั่นไหวอย่างรุนแรง หลังจากนั้นชั่วครู่ น้ำเสียงสั่นสะท้านก็ดังขึ้น

 

“ท่านกำลังหมายความว่า ท่านจะคืนอิสระให้พวกเราอย่างนั้นหรือ?!” เด็กชายพยักหน้าอย่างหนักแน่น และเอ่ยอย่างมั่นใจ

 

“ถูกต้อง นี่คือวิธีการที่ดีที่สุด มีเพียงหนทางนี้หนทางเดียวเท่านั้นที่พวกเจ้าจะตอบแทนข้าได้”

 

“ไม่มีปัญหา!” เพียงแค่เสียงของเด็กชายเงียบลง เด็กสาวทั้งหมดก็ตะโกนขึ้นทีละคน

 

แม้จะเป็นวิธีที่หุนหันพลันแล่นไปเสียหน่อย ทว่ากลับเป็นวิธีที่ยากจะปฏิเสธ ไม่เพียงแต่พวกนางจะยังคงความงดงามของพวกนางเอาไว้ได้ แต่พวกนางยังได้รับอิสระภาพคืนมาด้วย ในทางกลับกัน หากพวกนางสิ้นชีวิตลงแล้ว ทางจักรวรรดิก็จะทำการชดใช้เงินให้กับครอบครัวของพวกนางเป็นจำนวนมหาศาล

 

ลองคิดดูสิ! พวกนางมีพลังน่าเกรงขาม ทั้งยังสามารถคงความงดงามไว้ได้ พวกนางจะสามารถมีความรักและสร้างครอบครัวอันอบอุ่นได้ ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางจะได้อิสระ! และไม่ตกเป็นเครื่องมือของจักรวรรดิอีกต่อไป!

 

เด็กสาวทุกคนรู้ว่า แม้พวกนางจะสามารถออกจากกรงขังของจักรวรรดิ แต่พวกนางก็ยังไม่ได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง พวกนางจะต้องเป็นข้ารับใช้ของโส่วเจี่ยไปตลอดชีวิต ทว่า โลกใบนี้ล้วนแต่ไร้ซึ่งอิสระอย่างแท้จริง นอกจากนั้น… พวกนางยังนับได้ว่าเท่าเทียมกับเด็กชาย เช่นเดียวกับหนวดของตั้กแตน ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะปฏิบัติกับพวกนางอย่างย่ำแย่ จนอาจกล่าวได้ว่า ความสัมพันธ์ของพวกนางเป็นดั่งคู่ค้า ไม่เหมือนเช่นจักรวรรดิที่ปกครองพวกนางด้วยการบังคับฝืนใจอย่างสิ้นเชิง! ในขณะที่ครุ่นคิดนั้น หนึ่งในเด็กสาวก็เอ่ยอย่างตื่นเต้น

 

“สามสัปดาห์นับจากนี้ พวกข้าจะไปยังป่าสัตว์เวทย์ ข้าคิดว่า… นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะแสร้งตาย พวกเราเพียงแค่ต้องวางแผนเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และข้าขอสัญญา ว่าพวกเราจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย กระทั่งเทพสวรรค์หรือภูติผีก็มิอาจตามพวกเราเจอ!”

 

“อืม…” โส่วเจี่ยผงกศีรษะอย่างยอมรับ

 

“เยี่ยมมาก พวกเจ้ากลับไปคิดให้รอบคอบ เตรียมตัวให้เร็วที่สุด และเมื่อเจ้าแสร้งตายสำเร็จ พวกเจ้าก็จงเปลี่ยนรูปลักษณ์และไปยังนครรุ่งโรจน์ หลังจากนั้นค่อยติดต่อข้าด้วยจดหมาย!”

 

“ได้ พวกเราจะทำเช่นนั้น!” เด็กสาวใต้ชุดคลุมแดงเอ่ยอย่างเร่งรีบ โส่วเจี่ยผงกศีรษะก่อนจะมุ่นคิ้วและเอ่ย

 

“แต่ว่าพวกเจ้าอย่าได้เสียโอกาสที่จะแข็งแกร่งขึ้น พวกเจ้าที่สำเร็จการศึกษา จงถ่ายทอดความรู้ทั้งหมดที่มีให้กับพี่น้องของพวกเจ้าซะ ตอนนี้พวกเจ้านับว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ยิ่งทุกคนแข็งแกร่งขึ้นเท่าใด ความเป็นไปได้ที่จะรอดชีวิตก็ยิ่งมากเท่านั้น ด้วยคำพูดเมื่อครู่ คงไม่จำเป็นให้ข้าต้องอธิบายอีก พวกเจ้าคงจะเข้าใจนะ?”

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของเด็กชาย เหล่านักรบธาตุผสมก็รีบพยักหน้าของพวกนาง ในขณะเดียวกัน โส่วเจี่ยก็ลุกขึ้นยืนและยืดร่างกายก่อนจะยิ้มและเอ่ยว่า

 

“เอาล่ะ ต่อไปพวกเจ้าจงเข้าไปเปลี่ยนชุดซะ หลังจากที่พวกเจ้าเปลี่ยนชุดเสร็จ ก็ออกมารอข้าที่นี่ ข้าจะเรียกสหายข้ามา แล้วค่อยคุยกันถึงเรื่องวิธีการรักษารูปลักษณ์ของพวกเจ้าอีกครั้ง”

 

ได้ยินคำกล่าวของเด็กชาย เหล่าเด็กสาวก็ทำตามอย่างว่าง่าย เดินเข้าไปยังห้องที่อยู่ด้านข้างเพื่อทำการเปลี่ยนเสื้อผ้าของตน และในขณะเดียวกัน โส่วเจี่ยก็หมุนตัวกลับเดินไปยังประตูทางออก

 

เด็กหญิงธาตุน้ำทั้งหนึ่งร้อยคนเดินตามเด็กชายเข้าไปยังห้องฝึกฝนใต้ดิน พวกนางมองไปยังพื้นที่โล่งว่างกว้าง มันเต็มไปด้วยความลึกลับ น่าตื่นตะลึงและน่าหลงใหล

 

เพื่อที่จะเก็บเรื่องราวของนักรบธาตุผสมเป็นความลับ เด็กชายจึงไม่ได้บอกพวกนางว่าคนที่จะเข้ามารับการบำบัดนั้นเป็นผู้ใด และเพื่อที่จะปกปิดมัน เขาจึงจำเป็นต้องใช้วิธีการเล็กๆน้อยๆ

 

อย่างแรก เหล่าข้ารับใช้ถูกสั่งให้ปิดพื้นที่ฝึกฝนด้วยผ้าสีขาวขนาดใหญ่ทั้งสี่ทิศจนกลายเป็นห้องขนาด 40 ตารางเมตร จากนั้น…เหล่านักรบธาตุผสมทั้ง 36 จึงถูกพาตัวเข้าไปด้านในที่ถูกขึงด้วยผ้าขาวล้อมรอบ ผู้ที่อยู่ด้านนอกจึงมิอาจมองเห็น ดังนั้น ไม่ว่าเด็กสาวทั้งหมดจะรู้สึกสงสัยมากขนาดไหน พวกนางก็ไม่อาจรู้ได้ว่าผู้ใดที่กำลังทำการรักษาอยู่ในนั้น

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha