0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 24 : แค่จะไปพบ เหงื่อกลับไหลโชก

 

ความจริงแล้ว โส่วเจี่ยได้เสร็จสิ้นการทดลองกับไก่ควากซ์ตั้งแต่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ทว่าคนไข้ในอนาคตของเขาไม่ใช่ไก่ตัวหนึ่ง แต่กับเป็นมนุษย์ ดังนั้นแล้วเขาจึงยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องกระทำ

 

แม้ว่าเด็กชายอาจจะสามารถมองข้ามความรู้สึกของไก่ไปได้ แต่เขาไม่อาจทำตัวเฉยชากับความรู้สึกของมนุษย์ไปได้ และด้วยเหตุนี้ โส่วเจี่ยยังต้องทำการทดลองเพื่อค้นหาวิธีการลดความเจ็บปวดให้น้อยที่สุด แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด วิธีการของเด็กชายยังทำได้เพียงลดจำนวนของชั้นไขมันได้เพียงทีละนิด ไม่สามารถทำได้ทั้งหมดในคราเดียว หรือไม่เช่นนั้นแล้วคนไข้ของเขาอาจจะกลายเป็นง่อยหรือจนถึงขั้นสิ้นชีวิตได้

 

หลังจากทำการทดลองกับไก่ควากซ์ หรือแม้กระทั่งกับตนเองเป็นเวลาสองเดือน เด็กชายก็สามารถพัฒนาวิธีการลดน้ำหนักอย่างสมบูรณ์ขึ้นมาได้ มันพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับสายตาของสังคมแล้ว คนไข้จะยังสามารถเดินออกไปได้ด้วยตนเองหลังจากเข้ารับการรักษา คนทั่วไปต้องเข้าคอร์สนี้เพียงสามครั้งเท่านั้นเพื่อลดน้ำหนัก และผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่านั้นอาจจะต้องเข้าคอร์สทั้งหมดเก้าครั้ง คอร์สนี้ล้วนไม่ทำให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวด และไม่มีผลข้างเคียงอันตรายใดๆ อย่างน้อยโส่วเจี่ยก็ยังไม่พบมัน

 

เด็กชายมีประสบการณ์มากมายจากการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่เขาต้องทำคือหาสตรีผู้อวบอ้วนนางนั้น และใช้หนี้บุญคุณของเขาแก่นางด้วยความสามารถของตนเอง

 

ทว่าสตรีผู้นั้นนั้นย่อมไม่คิดว่าเด็กชายตัวเล็กๆจะช่วยสิ่งใดนางได้ ตอนนั้นการช่วยเหลือของนางเป็นไปอย่างรวดเร็ว ไม่แม้กระทั่งทิ้งนามของเธอไว้

 

คำใบ้เพียงหนึ่งเดียวที่นางทิ้งไว้คือการที่นางเอ่ยอ้างนามของดยุคเหวินฉา สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้คือต้องไปยังที่อยู่ของดยุคเหวินฉา และลองถามหาข้อมูลของสตรีอ้วนผู้นั้น เด็กชายเชื่อว่ามันคงมิใช่เรื่องยากที่จะตามหาสตรีที่มีลักษณะเฉพาะตัวเช่นนาง ทุกคนในบ้านนั้นย่อมสามารถนึกถึงนางออกได้อย่างง่ายดาย

 

ตำหนักของดยุคเหวินฉานั้นหาได้ง่ายดายยิ่ง หากคนไม่รู้ทาง ก็ลองถามผู้ที่ผ่านไปมาสักคนดู พวกเขาสามารถตอบอธิบาถึงเส้นทางไปยังตำหนักของดยุคเหวินฉาผู้นั้นได้อย่างแม่นยำ เพราะในปัจจุบันดยุคเหวินฉาคือผู้ปกครองของเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์!

 

เด็กชายมาถึงยังหน้าตำหนักของเจ้าเมืองโดยไร้ซึ่งปัญหาใดๆ และเมื่อเขาเอ่ยถึงสตรีผู้มีร่างกายใหญ่โต ยามเฝ้าประตูก็เปิดทางให้เขาเข้าไปด้านในโดยไร้ซึ่งคำถามใดๆ โดยเฉพาะเมื่อเขาอ้างว่าตนเองเป็นสหายของนาง

 

เมื่อเขาเข้าไปยังภายใน ปากของเขาก็ต้องอ้าค้างเมื่อเห็นสวนอันงดงาม ประหนึ่งสวนในเทวตำนานของจีน พื้นที่ภายในตำหนักนั้นช่างกว้างขวาง หรูหราและเต็มไปด้วยความฟุ่มเฟือย เพียงแค่ค่าที่ดินก็คงมีเพียงดยุคเหวินฉาคนเดียวที่สามารถอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ได้ แม้กระทั่งห้องน้ำยังกว้างกว่าห้องแคบๆของเขาและมารดาหลายเท่า

 

โส่วเจี่ยเดินเข้าไปภายในสวน นึกตำหนิตนเองว่าเหตุใดจึงไม่เอ่ยถามว่าจะหาสตรีผู้นั้นได้จากที่ใด แต่เขาก็ไม่อาจถูกตำหนิได้ ผู้ใดเล่าจะคาดว่าภายในตำหนักนั้นจะกว้างขวางเสียจนคนผู้จะสามารถเดินหลงทางได้!

 

“ท่านควรจะไป ข้าไม่มีค่าพอให้ท่านเสียเวลาหรอก ข้ามิใช่สตรีผู้นั้นอีกต่อไปแล้ว ลืมข้าไปเสียเถอะ!” ในขณะที่เดินเลาะไปตามริมอาคาร เด็กชายก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยด้วยความเศร้าโศก

 

เมื่อได้ยินเสียงนั้น โส่วเจี่ยก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และเพียงแค่เขาสามารถหาแหล่งที่มาของเสียงได้ เสียงของบุรุษที่ราวกับใจสลายก็เอ่ยตอบโต้

 

“ไม่! เหวินหยา เจ้าทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้ เจ้าก็รู้ว่าข้ารักเจ้า!”

 

“ท่านอ๋องสี่ ได้โปรดลืมเรื่องราวระหว่างเราในอดีต ในปัจจุบัน แม้กระทั่งข้าก็ยังขยะแขยงตนเองอยู่ไม่น้อย ด้วยสถานะของท่าน ท่านสามารถหาสตรีได้มากมายเท่าที่ท่านต้องการ!” สตรีที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหดหู่

 

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น โส่วเจี่ยก็หยุดฝีเท้าของตน มันชัดเจนยิ่ง ว่าถึงแม้วตนเองจะไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง มันก็สายเกินไปเมื่อเขาได้ทำมันลงไปแล้ว ในบัดนั้นเองที่เด็กชายไม่รู้ว่าเขาควรจะแสดงตนออกไปดีหรือไม่ หรือบางทีการแอบอยู่เงียบๆอาจจะดีกว่า

 

ในขณะที่เด็กชายกำลังลังเล ผู้ที่ถูกเรียกว่าอ๋องสี่ก็คร่ำครวญออกมาด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า

 

“เหวินหยา! เจ้าไม่รู้เช่นนั้นหรือ? หัวใจของข้ามีได้เพียงเจ้า ตั้งแต่เมื่อเด็กจนกระทั่งบัดนี้ พวกเรานับเป็นสหายสนิทกันเสมอ แม้ว่ารูปลักษณ์ปัจจุบันของเจ้าจะเปลี่ยนแปลงไป ข้าก็ไม่สนใจ ข้าเพียงแค่ต้องการอยู่เคียงข้างเจ้าไปชั่วชีวิต ไม่ว่าเจ้าจะมีรูปลักษณ์เช่นไร ข้าก็ไม่สนใจมันทั้งสิ้น!”

 

“ฮ่า…” หญิงสาวหัวเราะเสียงแห้งแล้ง น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยขึ้น

 

“ข้ายินดีในไมตรีของท่านนัก แต่…แม้ว่าท่านจะไม่ใส่ใจ แต่ข้านั้นไม่อาจทำได้เช่นนั้น มันไม่มีทางที่ข้าจะปรากฏตัวด้วยเรือนร่างอันน่ารังเกลียดเช่นนี้ต่อหน้าท่าน ท่านรู้ใช่ไหม? แม้กระทั่งข้ายังไม่อาจทำใจมองร่างอันอวบอ้วนน่ารังเกียจเช่นนี้ได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของท่านและข้า ได้โปรด ไปเสียเถอะ…”

 

เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ โส่วเจี่ยจึงจำได้ว่านั่นคือเสียงของสตรีที่เคยช่วยเหลือตนในวันนั้น แต่ทว่า… ใครกันที่นางกำลังพูดด้วย? สตรีร่างใหญ่ผู้นั้นเรียกเขาว่าอ๋องสี่ บางทีเขาอาจจะเป็นท่านอ๋องสี่แห่งจักรวรรดิแสงศักดิ์สิทธิ์?

 

เรื่องราวของตำนานความรักน้ำเน่านั้นเด็กชายเคยได้ยินมาจากมารดาบ่อยครั้ง เรื่องราวของเจ้าหญิงและเจ้าชาย ไม่ว่าจะเป็นในโลกใบไหนล้วนเป็นวรรณกรรมชั้นเอกและมีฉากเรียกน้ำตาอยู่เสมอ

 

เจ้าอาจจะขบขันกับเรื่องราวพวกนั้นได้เท่าที่เจ้าต้องการ แต่เจ้าไม่สามารถปฏิเสธสถานการณ์ก่อนหน้าที่ยังคงดำเนินต่อไปเบื้องหน้าได้ แม้ว่ารักแท้นั้นจะหายากยิ่ง แต่มันก็ยังคงมีอยู่จริงในโลกใบนี้

 

ในขณะที่โส่วเจี่ยกำลังรู้สึกเสียใจ อ๋องสี่ก็เอ่ยต่อ

 

“ไม่ ข้าไม่มีวันยอมแพ้ หากข้าไม่อาจอยู่เคียงข้างเจ้าได้ แม้ว่าข้าจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้ ก็ล้วนไร้ซึ่งความหมาย ทุกสิ่งที่ผ่านมายามที่มีเจ้าเคียงข้างมันช่างมหัศจรรย์และน่าจดจำยิ่ง หากข้าเสียเจ้าไป เช่นนั้นชีวิตข้าก็ไร้ซึ่งความหมายเช่นกัน”

 

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ อ๋องสี่ก็กระทืบเท้าของเขาแล้วเอ่ยอย่างหนักแน่น

 

“ข้าไม่สนใจอีกต่อไป พรุ่งนี้เมื่อข้าไปยังเมืองหลวง ข้าจะบอกท่านพ่อ ว่าข้าต้องการที่จะแต่งงานกับเจ้า และให้เจ้าเป็นภรรยาข้า แม้ว่าข้าจะต้องเสียสิทธิ์ในการครองบัลลังก์ ข้าก็ไม่นึกเสียใจ!” สิ้นคำ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนก็ดังขึ้นก่อนจะค่อยๆ จางหายไป แม้ว่าเหวินหยาจะร้องไห้เสียงฝีเท้านั้นก็ไม่หยุดลง

 

โส่วเจี่ยส่ายศีรษะอย่างชื่นชม เขารู้ว่าอ๋องสี่ผู้นั้นได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว เมื่อบุรุษได้ตัดสินใจสิ่งใดลงไปเช่นนี้ ไม่มีสิ่งใดที่จะหยุดพวกเขาได้

 

หญิงสาวนั่งอยู่ริมหน้าต่างด้วยความหดหู่ใจ นางได้หลงรักอ๋องสี่อย่างลึกล้น ทว่ารูปลักษณ์ของนาง ณ บัดนี้ ล้วนทำให้นางไม่อาจเคียงคู่กับเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นจักรวรรดิใด ตราบเท่าที่นางจะกลายเป็นฮองเฮา นางย่อมกลายเป็นที่หัวเราะขบขันของผู้คนทั้งหมดเป็นแน่

 

เหวินหยาปฏิเสธอ๋องสี่เพื่อประโยชน์ของเขา เมื่อพวกเขาแต่งงานกัน อ๋องสี่จะสละสิทธิ์ในราชบัลลังก์ หญิงสาวไม่อาจยอมรับได้ที่อ๋องสี่ผู้นั้นจะเสียสละเพื่อนางมากมายเช่นนั้น

 

แน่นอนว่าเรือนร่างที่อวบอ้วนน่าเกลียดนี้ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นางปฏิเสธ รูปลักษณ์ของนางในปัจจุบัน แม้กระทั่งตัวนางเองยังรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ แล้วนางจะสามารถยอมให้อ๋องสี่ผู้ซื่อตรงผู้นั้น อยู่กับนางในสภาพเช่นนี้ทุกวันได้อย่างไร?

 

เหวินหยาและอ๋องสี่เติบโตมาด้วยกัน ความรู้สึกระหว่างพวกเขานั้นลึกล้ำจนไม่อาจหาคำบรรยาย นางไม่อาจตบแต่งกับผู้ใดได้นอกจากอ๋องสี่ และอ๋องสี่ก็ไม่อาจจะอภิเษกกับผู้ใดได้นอกจากนาง แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยคาดคิดว่าเหวินหยาที่งดงามชวนหลงใหล ผู้ซึ่งเคยงดงามถึงขนาดนั้น ผู้ที่ได้ชื่อว่างดงามเป็นอันดับหนึ่งของเมืองแสงศักดิ์สิทธิ์ จะกลายร่างเป็นลูกบอลขนาดยักษ์หลังจากที่ล้มป่วยหนัก!

 

เหวินหยาค่อยๆ หยิบมีดบนโต๊ะอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเลื่อนมันจ่อที่คอหอยนางด้วยมือที่สั่นสะท้าน เมื่อทุกอย่างมาถึงขั้นนี้แล้ว นางก็ไม่อาจที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อตัวของนาง และเพื่ออ๋องสี่ เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องถูกผู้คนหัวเราะเยาะ เพื่อไม่ให้เกียรติยศศักดิ์ศรีของตระกูลต้องถูกทำลายเพราะนาง กระทั่งตัวนางเองยังไม่อาจทนดูรูปลักษณ์โง่เง่าเช่นนี้ได้ หากนางต้องใช้ชีวิตไปเช่นนี้ สู้ตายไปเสียดีกว่า มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะขัดขวางความคิดอันไร้ซึ่งสติของอ๋องสี่ได้

 

หยาดน้ำไหลลงตามรูปหน้าอ้วนกลม หญิงสาวขยับมือที่จับมีดไว้ ก่อนจะดันมันเข้าไปยังคอหอยของนาง ฉากนั้นถูกเห็นโดยโส่วเจี่ยอย่างชัดเจนขณะที่เขาเพิ่งเคลื่อนตัวออกมาจากมุมกำแพง!

 

“หยุดนะ!” เด็กชายตะโกนเสียงลั่น ก่อนจะควบคุมสายน้ำของเขาอย่างอัตโนมัติ การฝึกฝนอย่างหนักในช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมานั้นได้แสดงผลลัพธ์แล้ว ผลประโยชน์จากการที่เขาฝึกฝนคอร์สลดน้ำหนัก ไม่เพียงช่วยเหลือให้ผู้อื่นลดน้ำหนักได้ แต่การฝึกฝนในช่วงเวลาสองเดือนก็ทำให้ความสามารถในด้านการควบคุมสายน้ำของโส่วเจี่ยนั้นละเอียดอ่อน แม้กระทั่งผู้อื่นจะเรียกขานว่าเด็กหนุ่มเป็นผู้มีความสามารถในการควบคุมธาตุน้ำอันดับหนึ่งก็ไม่ถือว่าเกินเลยไป

 

ช่างนับเป็นโชคดียิ่งนัก ที่ระยะห่างระหว่างเขากับหญิงสาวนั้นต่ำกว่า 10 เมตร ยังอยู่ในระยะที่เขาสามารถควบคุมได้โดยสมบูรณ์ ดังนั้นเขาจึงควบคุมการเคลื่อนไหวของนางได้ มีดสั้นเย็นเยียบสะกิดโดนผิวบอบบาง โลหิตสีสดไหลซึมออกมาจากลำคอของเธอ

 

“เฮ้อ…” โส่วเจี่ยถอดถอนใจอย่างโล่งอก เขาตบมือลงที่อกของตน

 

“ก่อนหน้าท่านยังดูดีอยู่เลย เหตุใดจึงได้ต้องการตายเสียล่ะ? ยังดีนักที่ข้ามาทันการณ์ มิเช่นนั้นข้าคงต้องเสียท่านไปแล้ว สหาย!”

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha