0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 135 : หนังสือเวทมนตร์ (1)

 

คลื่นของความรู้สึกที่หลากหลายทำให้โส่วเจี่ยรู้สึกรื่นรมย์เป็นอย่างยิ่ง ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ และมันทำให้จิตใจของโส่วเจี่ยเข้าสู่ห้วงสมาธิ จนทำให้เกิดอาณาจักรแห่งความว่างเปล่าขึ้นในจิตใจ

 

ด้วยความว่างเปล่านี้ มันทำให้โส่วเจี่ยรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่ง เพราะเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้กัน ถ้าหากทำสิ่งใดได้ เขาก็อยากจะผ่าสมองตนเองออกมาศึกษายิ่งนัก แต่ก่อนที่เขาจะทำสิ่งใดต่อไป ความรู้สึกทั้งหมดก็ใกล้จะมาถึงจุดสุดท้าย

 

ตอนนี้ร่างกายของโส่วเจี่ยกำลังสั่นด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น และด้วยความรู้สึกเช่นนี้มันถึงกับทำให้ขอบเขตที่ 3 ของการทำสมาธิที่ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ไม่อาจทะลวงผ่านไปได้ แต่ตอนนี้กลับผ่านพ้นไปอย่างง่ายดาย ทะลวงเข้าไปสู่ขอบเขตที่ 4 ของการทำสมาธิในพริบตา มันเป็นสิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!

 

ด้วยความรู้สึกสุดท้าย มันเป็นสิ่งที่สุดยอดยิ่ง เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่เหมือนมีน้ำบางอย่างไหลออกมาจากร่างกายของเขา ซึ่งเขาคิดว่า มันเป็นเพียงปัสสาวะของตนตามปกติเท่านั้น โส่วเจี่ยจึงค่อยๆลืมตาขึ้น พร้อมกับภาพที่เห็นตรงหน้า คือมืออันเรียวงามของเด็กสาวทั้งสองที่กำลังจับก้อนเนื้อน้อยๆของตนอยู่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำขาวๆอันเหนียวเหนอะหนะ

 

หลังจากที่ความรู้สึกสุดท้ายหายไป ตอนนี้โส่วเจี่ยนั้นไร้ความรู้สึก และร่างกายเริ่มอ่อนแรง จนต้องถอนหายใจออกมา

 

“เอ๋?” ด้วยเสียงถอนหายใจของโส่วเจี่ย สองสาวได้หันหน้ามามองโส่วเจี่ยก่อนที่ไอมี่จะถามขึ้น

 

“มีอะไรเกิดขึ้นหรือ? การลูบๆคลำๆของพวกเรามันทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดหรือเปล่า?”

 

ด้วยสิ่งที่ไอมี่กล่าว โส่วเจี่ยได้แต่ส่ายศีรษะของตน พ่นลมหายใจที่เหนื่อยล้า ก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยความสับสน “ข้าก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกเหล่านี้มันคืออะไร จะอึดอัดก็ไม่ใช่ จะรู้สึกสบายตัวข้าก็ไม่มั่นใจ มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก!”

 

ด้วยคำตอบที่สับสนของโส่วเจี่ย  ไอมี่ได้แต่มองไปยังก้อนเนื้อของโส่วเจี่ยที่เธอกำลังกำอยู่ในมือ ก่อนที่จะถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสงสัย “แปลกมาก ทำไมมันถึงขยายขนาดขึ้นได้ ยังมีน้ำไหลออกมาด้วย และตอนนี้มันก็หดลงไปแล้วอีกต่างหาก สิ่งนี้มันใช้สำหรับทำอะไรกัน?”

 

“อึ่ม….” โส่วเจี่ยยืนอึ้งอยู่เล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่าย “มันจะใช้ทำสิ่งใดอีกเล่า? มันใช้ในการฉี่เท่านั้น”

 

หลังจากได้ยินคำตอบของโส่วเจี่ย ไอมี่ได้ก้มไปหาแท่งเนื้อด้วยความสงสัยอีกครั้ง เธอก้มหน้าลงไปอีก ก่อนจะสูดกลิ่นของมันอย่างเชื่องช้า ด้วยกลิ่นของมัน คิ้วของเธอต้องย่นเข้าหากัน และต้องถอยหลังออกห่างอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยความขุ่นเคือง “ทำไมเจ้าไม่บอกข้าแต่แรก?”

 

หลังจากที่เธอได้ถอยห่างไปเล็กน้อย…..เธอจึงเริ่มใช้ศาสตร์การฟื้นฟูแห่งสายน้ำทำให้เกิดหมอกแห่งความชุ่มชื้นปกคลุมบริเวณแท่งเนื้อของโส่วเจี่ย ซึ่งเธอยังใช้ฝ่ามือของตนเพื่อถูและชำระล้างสิ่งสกปรกที่ปกคลุมมันอยู่จนสะอาด แต่การกระทำของไอมี่กลับทำให้โส่วเจี่ยต้องส่งเสี่ยงแปลกประหลาดออกมาโดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ

 

ตอนนี้โส่วเจี่ยไม่สามารถรับความรู้สึกได้อีกต่อไป หลังจากที่ได้ผ่านจุดสุดท้ายแห่งความรื่นรมย์มา….และด้วยการกระทำของไอมี่ โส่วเจี่ยจึงตบไปที่ฝ่ามือของไอมี่อีกครั้ง เพราะหากไอมี่ทำต่อไป เขารู้สึกเหมือนพลังชีวิตของตนจะถูกดูดไปจากร่าง ซึ่งหลังจากที่ฝ่ามือของไอมี่ได้ผละจากก้อนเนื้อของเขาไปแล้ว โส่วเจี่ยก็รีบสวมใส่เสื้อผ้าของตนทันที

 

หลังจากที่โส่วเจี่ยสวมเสื้อผ้าของตนแล้ว เขาก็เริ่มสอนวิธีการร่ายเวทมนตร์ที่เขาได้ค้นพบให้เด็กสาวทั้งสองคน วิธีการที่โส่วเจี่ยคิดขึ้น มันไม่ใช่สิ่งที่ซับซ้อนอันใด มันเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงวงเวทย์เล็กน้อย และอักขระบางตัวก็เอาออกไป ซึ่งด้วยวิธีการของโส่วเจี่ย ทำให้วงเวทย์ที่ต้องร่ายมีเพียงไม่กี่ตัวอักษร ซึ่งมันสามารถทำให้การร่ายเวทย์รวดเร็วขึ้นและเสร็จสมบูรณ์ได้ไม่ต่างกัน

 

ขณะที่โส่วเจี่ยกำลังสอนวิธีการร่ายวงเวทย์แบบใหม่อยู่ พี่ใหญ่ก็ได้เดินเข้ามาที่ห้องอีกครั้ง และเธอก็ได้เดินมาหาโส่วเจี่ยพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูของเบาๆ “ตอนนี้มีการ์ดถูกส่งมาที่ตำหนักขาว เพื่อเชิญชวนให้ท่านไปร่วมการประมูลที่กำลังจะเริ่มขึ้นในค่ำคืนนี้”

 

“โอ้!” ด้วยสิ่งที่พี่ใหญ่กล่าว ประกายตาของโส่วเจี่ยต้องสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง การประมูลในค่ำคืนนี้จะต้องแตกต่างจากครั้งก่อนๆ เพราะมันเป็นการประมูลที่จะถูกจัดขึ้นทุกๆครึ่งปี สิ่งที่นำเข้าประมูลจะต้องล้ำค่ายิ่ง

 

อย่างไรก็ตาม งานประมูลจะเริ่มขึ้นในช่วง 2 ทุ่ม แต่ตอนนี้มันเพิ่งบ่ายโมงเท่านั้นมันยังมีเวลาอีกมาก เขาจะต้องทำสิ่งอื่นเพื่อฆ่าเวลาก่อน หลังจากที่พี่ใหญ่เดินออกไป โส่วเจี่ยก็นำหนังสือเวทมนตร์ออกมา การกระทำของไอมี่ทำให้สมาธิของเขาทะลวงเข้าสู่ขอบเขตที่ 4 แล้ว มันสมควรอย่างยิ่งที่เขาจะเริ่มฝึกเวทมนตร์ระดับที่ 4

 

เวทมนตร์ระดับ 4 ส่วนมากที่นักเวทธาตุน้ำจะฝึกเป็นอย่างแรกก็คือศรน้ำแข็ง เวทมนตร์บทนี้จะสร้างศรน้ำแข็งขนาดเท่ากิ่งไม้ขนาดเล็กซึ่งมีความแหลมคม มันสามารถเจาะทะลุผิวหนังและทำให้เกิดบาดแผลที่ร้ายแรงขึ้นได้!

 

โดยปกติแล้ว บอลน้ำแข็งจะเป็นเวทมนตร์ที่ใช้ในการโจมตีทางกายภาพ แต่ถ้าหากเป็นบอลน้ำแข็งที่สมบูรณ์แบบ มันจะสามารถแช่แข็งฝ่ายตรงข้ามได้เล็กน้อย

 

ส่วนศรน้ำแข็งจะเป็นการโจมตีทางกายภาพที่ผสมผสานกับการโจมตีในรูปแบบเวทมนตร์ ประสิทธิภาพของมันไม่เพียงแต่สร้างบาดแผลเท่านั้น แต่มันยังทำการแช่แข็งอย่างรุนแรง เนื่องจากบริเวณปลายลูกศรจะถูกอัดไปด้วยสัมผัสเยือกแข็ง

 

เมื่อมันสร้างบาดแผลให้กับศัตรู ถึงแม้จะเพียงเล็กน้อย แต่มันก็สามารถแทรกซึมเข้าสู่ภายในไปเพื่อแช่แข็งอวัยวะฝ่ายตรงข้าม จนร่างกายไม่สามารถปรับสภาพได้ทัน ถึงแม้จะมีพละกำลังมากมายแค่ไหน มันก็ไม่มีผลกับลูกศรน้ำแข็งแม้แต่น้อย มันจึงเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบมากกว่าการใช้เวทย์บอลหนามน้ำแข็ง

 

เพราะเวทย์บอลหนามน้ำแข็ง เมื่อสัมผัสถูกร่างกายของศัตรูหรือสร้างบาดแผลขึ้น มันก็ทำได้เพียงแช่แข็งบริเวณผิวหนังภายนอกเท่านั้น แต่ภายในร่างกายของศัตรูยังคงไม่อาจแช่แข็งได้ และถ้าหากศัตรูมีพละกำลังมากมายมหาศาล ก็เป็นอะไรที่ง่ายดายยิ่งที่จะทำลายชั้นน้ำแข็งภายนอก!

 

ศรน้ำแข็งเป็นวิวัฒนาการของบอลหนามน้ำแข็ง ที่แม้แต่นักเวทระดับสูงหรือแม้แต่นักเวทที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ว่าเวทย์ศรน้ำแข็งนั้นเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งที่สุด และไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด

 

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเวทมนตร์ระดับที่ 4 แต่มันก็มีพื้นฐานมาจาก กระสุนน้ำระดับ 1 และบอลน้ำแข็งที่อยู่ในระดับ 2 ซึ่งการฝึกศรน้ำแข็งจะมาแทนที่เวทมนตร์ทั้ง 2 บทนี้ การฝึกฝนเวทมนตร์พื้นฐานทั้งสองบท ไม่ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง เพราะความเข้าใจในเวทมนตร์พื้นฐานทั้งสองบท จะช่วยทำให้ความเข้าใจในศรน้ำแข็งนั้นล้ำลึกล้ำยิ่งขึ้น

 

หลังจากที่ได้ผ่านการเป็นนักเวทฝึกหัด พวกเขาจะได้เรียนรู้เวทมนตร์ระดับที่ 3 ซึ่งก็คือสัมผัสเยือกแข็งและศรน้ำแข็งที่อยู่ในระดับที่ 4 โดยปกติแล้วความรู้พื้นฐานของนักเวท ที่เพิ่งผ่านการเป็นนักเวทฝึกหัดจะไม่มากนัก ซึ่งทำให้การที่จะใช้งานศรน้ำแข็งได้จะต้องอ่านหนังสือเวทมนตร์หลายๆเล่ม เพื่อเพิ่มความรู้เกี่ยวกับศรน้ำแข็งจึงจะสามารถเริ่มใช้งานมันได้

 

ซึ่งมันก็เหมือนเวทมนตร์บทๆอื่นๆที่อยู่ในระดับสูงขึ้น ที่ต้องการความเข้าใจจำนวนมาก และเมื่อมีความเข้าใจเพียงพอจนใช้งานมันออกมาได้แล้ว ในครั้งต่อๆไป ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็จะสามารถใช้งานออกมาได้ โดยที่ไม่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีก

 

หลังจากที่เขาได้เปิดหนังสือเวทมนตร์ โส่วเจี่ยก็เปิดไปที่หน้าของเวทมนตร์ระดับ 4 ศรน้ำแข็ง ในหน้าของหนังสือมีทั้งวิธีการฝึกฝนและวงเวทย์ของศรน้ำแข็งถูกเขียนเอาไว้ หลังจากที่โส่วเจี่ยได้ศึกษา เขาก็รู้ได้ทันทีว่าวงเวทย์ของมันไม่ได้แตกต่างไปจากเวทมนตร์บทอื่น อย่างบอลน้ำแข็งมากนัก ซึ่งในวงเวทย์ของมัน ได้เพิ่มตัวอักษรเข้าไปแค่ 1 ตัวเท่านั้น

 

มันทำให้เขาเข้าใจมากยิ่งขึ้น ว่าศรน้ำแข็งได้พัฒนามาจากบอลน้ำแข็ง และบอลน้ำแข็งก็พัฒนามาจากกระสุนน้ำ ซึ่งโส่วเจี่ยยังเข้าใจอีกว่า เวทมนตร์ที่ระดับสูงขึ้น การที่จะใช้งานมันก็ต้องอาศัยเพียงการควบคุม!

 

เนื่องจากความเข้าใจในธาตุน้ำที่เหนือล้ำกว่าคนอื่น ทำให้โส่วเจี่ยทำความเข้าใจต่อศรน้ำแข็งได้ทันที เพื่อเป็นการไม่เสียเวลา เขาจึงสะบัดมือของตนหนึ่งครั้ง เพื่อสร้างศรน้ำแข็งขึ้น…!

 

“ฟรืดดด!” กระแสน้ำได้ก่อตัวขึ้นภายในอากาศ ก่อนที่จะจับตัวกันจนแข็งกลายเป็นศรสีขาวเงิน มีขนาดเท่ากับกิ่งไม้เล็กๆ ก่อนที่มันจะพุ่งใส่เป้าหมายเวทมนตร์ที่โส่วเจี่ยได้จัดเตรียมไว้ ด้วยเป้าที่แข็งแกร่ง แต่กลับถูกศรเวทมนตร์ทะลวงเข้าไปอย่างง่ายดาย พร้อมกับแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้เป้าเวทมนตร์สั่นไปมาดั่งต้นหลิว

 

ด้วยภาพที่เห็น โส่วเจี่ยได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความภาคภูมิ ผลของมันถือว่าไกลเกินกว่าที่โส่วเจี่ยได้จินตนาการไว้ มันรวดเร็วกว่าบอลน้ำแข็ง ถึงแม้มันจะไม่มีพลังทำลายที่มากมาย แต่ถ้าโดนเข้าไป…..ศัตรูของเขาไม่มีทางรอดไปได้ และเขายังรู้สึกชื่นชมตัวเองอีกด้วย ที่สามารถใช้มันออกมาได้ตั้งแต่ครั้งแรก!

 

ก่อนหน้านี้ ที่โส่วเจี่ยก็สามารถเปิดใช้งานสัมผัสเยือกแข็งได้ทันทีหลังจากที่สวมใส่ถุงมือสีฟ้า แต่ตอนนี้ เขาต้องการทดสอบเพื่อบีบอัดสัมผัสเยือกแข็งลงไปที่ปลายลูกศร เขาจึงสะบัดฝ่ามือของตนอีกครั้ง ลูกศรก็ปรากฏขึ้นมา ก่อนที่จะพุ่งไปยังเป้าหมายเวทมนตร์อันเดิม

 

แต่ในครั้งนี้ เมื่อมันกระทบกับเป้าหมาย เสียงระเบิดดังขึ้น พร้อมกับเป้าหมายดังกล่าวได้ถูกแช่แข็ง และหลังจากการตรวจสอบ มันถึงกับทำให้ใบหน้าของโส่วเจี่ยปรากฏรอยยิ้มแห่งความยินดีออกมา เพราะน้ำแข็งที่ปกคลุมเป้าหมายนั้นเกิดขึ้นจากด้านใน ซึ่งบ่งบอกได้ทันทีว่าสัมผัสเยือกแข็งที่เขาบีบอัดไปนั้น ถูกใช้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ด้วยความเหลือเชื่อ  โส่วเจี่ยจึงหยิบหนังสือที่มีข้อมูลเกี่ยวกับชุดอุปกรณ์แห่งแอตแลนติสขึ้นมา และเริ่มค้นหาถุงมือแห่งแอสแลนติส ถึงแม้หน้าตามันจะไม่เหมือนกัน แต่ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่ เป็นไปได้ว่ามันอาจจะถูกดัดแปลง…!

 

ถ้าหากมันเป็นไปดั่งที่เขาคิด ถุงมือนี้จะต้องเชื่อมต่อกับหมวกปัญญาแห่งแอสแลนติสที่เขาสวมอยู่ และเป็นไปได้ที่มันกำลังเชื่อมกับต่างหูเสียงกระซิบแห่งแอสแลนติสด้วย

 

ตามที่หนังสือได้กล่าวไว้  การเชื่อมต่อถุงมือกับหมวกปัญญาแห่งแอสแลนติสนั้นสามารถทำให้เขาใช้สัมผัสเยือกแข็งได้ทันที โดยที่ไม่ต้องร่ายเวทย์ และการเชื่อมต่อของถุงมือกับต่างหูจะสามารถทำให้เขาใช้ศรน้ำแข็งโดยที่ไม่ต้องร่าย ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่หนังสือได้กล่าวไว้ทั้งหมด ถ้าหากเขาสามารถรวบรวมอุปกรณ์แห่งแอสแลนติสทั้ง 13 ชิ้นจนครบ จะทำให้เขาสามารถใช้เวทมนตร์ทั้ง 12 บทโดยไม่ต้องร่าย!

 

แต่ตอนนี้ ถึงแม้โส่วเจี่ยจะสามารถทะลวงเข้ามาสู่ขั้นที่ 4 ของการทำสมาธิได้แล้ว แต่การที่จะใช้งานเวทมนตร์ระดับ 4 อย่างต่อเนื่องถึง 10 ครั้ง มันกลับทำให้สติของโส่วเจี่ยเริ่มเลือนรางลง ซึ่งเขาก็เข้าใจได้ทันที ว่าพลังเวทมนตร์และพลังวิญญาณของตนยังไม่เพียงพอ

 

หลังจากการทดสอบและฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้มันถึงเวลา 2 ทุ่มเรียบร้อยแล้ว ซึ่งโส่วเจี่ยกับพี่ใหญ่จึงเดินทางไปพบกับเอ็มม่าและท่านพี่เหวินหยา ก่อนที่จะเข้าไปยังห้องประมูลหมายเลข 1 เพื่อรอให้งานประมูลได้เริ่มขึ้น

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha