0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 122 : เลือกสมบัติ (2)

 

โส่วเจี่ยพยักหน้าด้วยความยินดี และได้กล่าวกับเหล่าผู้นำนักฆ่าทั้งสิบ “ข้าเชื่อในการจัดการของท่านผู้นำกลุ่มนักฆ่าผมขาวผู้นี้ การจัดการของท่านถือว่าสมบูรณ์แบบ และภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร? ถึงแม้ข้าจะต้องการปฎิเสธ ข้าก็คงไม่กล้ากล่าวมันออกมาอย่างแน่”

 

“ฮา ฮา ฮา………..” หลังจากได้ยินคำกล่าวของโส่วเจี่ย เหล่าผู้นำตระกูลนักฆ่าทั้งสิบก็หัวเราะออกมาด้วยด้วยความพอใจ พื้นฐานของการทำธุรกิจคือการร่วมมือกันของทุกฝ่าย ถึงแม้สิ่งที่ได้รับจากแต่ละตระกูล จะไม่ได้มากมายเท่าไหร่นัก แต่เมื่อได้รับจากตระกูลทั้งสิบ มันก็เป็นสิ่งที่มากมายกว่ามูลค่าของกริซเล่มนี้ไปแล้ว มันคุ้มค่าอย่างยิ่งสำหรับการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้

 

หลังจากทุกคนหัวเราะออกมา ผู้นำตระกูลผมขาวก็ได้กล่าวขึ้น “เอาละพวกเจ้า…จงนำวัตถุดิบที่ตระเตรียมอาไว้ออกมา ให้โส่วเจี่ยได้ตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าของเหล่านี้ ถูกรวบรวมมาได้ครบตามที่ได้กล่าวหรือไม่?”

 

เมื่อได้ยินคำกล่าวของผู้นำตระกูลนักผมขาว ผู้นำตระกูลอีกเก้าตระกูลที่เหลือก็ไม่รอช้า รีบนำกล่องไม้ขนาดหนึ่งลูกบาศก์เมตรออกมาทันที ซึ่งมันได้ถูกนำออกมาทั้งหมด 10 กล่อง ภายในกล่องไม้ทั้งหมด คือวัตถุดิบที่โส่วเจี่ยต้องการและให้พวกเขาออกค้นหา”

 

“ฮา ฮา ฮา….” เมื่อเห็นกล่องไม้ทั้งสิบ โส่วเจี่ยได้หัวเราะออกมาด้วยความยินดี และก้าวออกไปยังกล่องไม้ทีละกล่อง เพื่อตรวจสอบวัตถุดิบที่อยู่ข้างใน มันเป็นดั่งที่ผู้นำตระกูลผมขาวได้กล่าวไว้ วัตถุดิบทั้งหมดได้อยู่ที่นี่แล้ว แร่ หนัง ไม้….ซึ่งไม่มีวัตถุดิบชิ้นไหนที่ขาดหายไปแม้แต่อย่างเดียว

 

โส่วเจี่ยปิดฝากล่องไม้ลงด้วยรอยยิ้ม ซึ่งเขาได้กล่าวกับเหล่าผู้นำตระกูลนักฆ่าทั้งสิบอีกครั้ง “ข้าขอเชิญพวกท่านทุกคนไปยังห้องรับรองอีกแห่งหนึ่งเพื่อทำธุรกิจครั้งนี้ แล้วข้าจะให้คนรับใช้มาจัดเก็บวัตถุดิบที่พวกท่านนำมา” หลังจากที่กล่าวจบ โส่วเจี่ยจึงได้โยนกริซให้กับผู้นำตระกูลผมขาว เพื่อใช้เป็นหลักประกันว่าเขาจะไม่กลับคำหรือ เล่นตุกติกอันใดออกมา

 

ไม่นานหลังจากนั้น เหล่าผู้นำตระกูลก็ได้ทยอยออกจากห้องทีละคน เพื่อไปยังห้องรับรองหลักที่ใช้ในการทำธุรกิจ โส่วเจี่ยยังคงอยู่ภายในห้องและขยับมือของตน เพื่อเก็บวัตถุดิบเหล่านี้ลงในแหวนแห่งมิติเวลา เขาคิดว่าหลังจากนี้ จะนำพวกมันไปให้กับช่างตีเหล็ก เพราะคำกล่าวของช่างตีเหล็กที่ได้กล่าวเอาไว้ ว่าจะไม่คิดค่าใช้จ่ายๆใดๆ สำหรับการสร้างอาวุธและชุดเกราะให้กับสาวๆวายุอัคคีของตน

 

เหล่าผู้นำตระกูลนักฆ่าทั้งสิบได้มาอยู่ในห้องประชุมแล้ว และพวกเขาก็เดินไปมาด้วยความกังวล ซึ่งด้านหน้าของที่นั่งแต่ละคน ล้วนแต่มีกล่องที่มีสมบัติที่หาค่าไม่ได้ของแต่ละตระกูลถูกนำออกมาวางไว้ เพื่อให้โส่วเจี่ยได้พิจารณา และตัดสินใจว่าจะทำการแลกเปลี่ยนกับใคร เมื่อโส่วเจี่ยได้มาถึงห้องรับรองหลัก เด็กชายก็ไม่รอช้า เขาเข้าไปตรวจสอบกล่องทีละใบทันที

 

ภายในกล่องแต่ละใบจะต้องเป็นสมบัติที่สืบทอดกันมา หรือสมบัติที่หายากมากที่เหล่าผู้นำตระกูลนักฆ่าได้เก็บสะสมไว้ และเนื่องจากสามารถนำมาได้เพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ภายในกล่องทั้งสิบใบนี้จะต้องมีอุปกรณ์ระดับตำนานเป็นอย่างน้อยอยู่ภายใน หรือแม้กระทั้งอุปกรณ์ระดับมหากาฬก็ไม่ใช่เรื่องแปลก  ซึ่งภายในกล่องแต่ละใบจะมีหนังสือเล็มเล็กเพื่ออธิบายถึงคุณสมบัติและความสามารถของมัน เพื่อให้โส่วเจี่ยสามารถเข้าใจสิ่งของเหล่านี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะพวกเขากลัวว่า โส่วเจี่ยจะไม่รู้จักสิ่งที่ตนได้นำมา และจะไม่เป็นผลดีต่อการตัดสินใจของโส่วเจี่ย

 

ถึงแม้เหล่าผู้นำตระกูลทั้งสิบจะมีความมั่นใจในสมบัติของตนเอง แต่พวกเขาก็รู้ว่าผู้นำแต่ละกลุ่มนั้นเป็นถึง 1 ใน 10 ตระกูลนักฆ่าระดับสูง จึงทำให้ความแตกต่างของสิ่งที่ได้นำมานั้นมีไม่มากนัก สิ่งสุดท้ายที่จะใช้ในการเลือกสมบัติเหล่านี้ ก็คือความต้องการของโส่วเจี่ยเท่านั้น

 

โส่วเจี่ยมองเข้าไปภายในกล่องแต่ละใบด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้ หัวใจของเขาเต้นแรงยิ่ง นักโส่วเจี่ยนั้นอยากได้ทุกอย่างที่เหล่าผู้นำตระกูลนักฆ่าได้นำมา แต่เขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาพวกมันทั้งหมดเป็นของตนเอง

 

ในบรรดากล่องทั้งหมด 10 กล่อง นั้นมีอุปกรณ์ระดับตำนานอยู่ถึง 6 ชิ้นและอีก 4 กล่องมันเป็นสิ่งที่โส่วเจี่ยไม่คาดคิดเลยว่ามันจะเป็นอุปกรณ์ระดับมหากาฬ เขาไม่อยากจะพลาดของสิ่งใดเลย แต่เขาสามารถเลือกมันได้เพียง 1 ชิ้นเท่านั้น

 

ถ้าโส่วเจี่ยสามารถครอบครองพวกมันได้ทั้งหมด และสวมใส่มัน โส่วเจี่ยเชื่อว่าความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าจนไม่อาจประมาณได้ แต่มันก็เป็นได้เพียงความฝันเท่านั้น เขาต้องเลือกมันเพียงหนึ่งจากทั้งหมดสิบชิ้น

 

โส่วเจี่ยได้ตรวจสอบกล่องแต่ละใบอย่างละเอียด เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย และนำกล่องทุกใบกลับเข้าที่เดิม พร้อมกับเดินไปยังกล่องใบหนึ่ง และนำมือของตนแตะไปที่กล่องใบนั้นพร้อมกับกล่าวออกมาอย่างช้าๆขึ้น “ข้าได้ตัดสินใจแล้ว ข้าเลือกกล่องใบนี้!”

 

เมื่อเห็นว่าโส่วเจี่ยได้ตัดสินใจเลือกกล่องใบนี้ หนึ่งในผู้นำตระกูลก็รู้สึกดีใจ และส่วนผู้นำตระกูลอีกเก้าคนที่เหลือก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย ตอนนี้ โส่วเจี่ยอยากจะนำกล่องทั้งหมดมาเก็บไว้ แต่ถ้าหากเขาทำเช่นนั้น เขาคงจะไม่มีชีวิตรอดอีกต่อไป

 

โส่วเจี่ยได้ส่งกล่องที่เหลืออีกเก้าใบคืนไปในทันที พร้อมกับกล่าวขึ้น “ถึงเวลาสำหรับมื้อเที่ยงแล้ว ข้าให้เหล่าข้ารับใช้นั้นจัดเตรียมอาหารไว้สำหรับพวกท่านทุกคน พวกท่านควรจะรับประทานอาหารก่อนที่จะกลับ….”

 

นอกเหนือจากผู้นำตระกูลที่แต่งตัวค่อนข้างประหลาดที่โชคดีอย่างยิ่ง ส่วนผู้นำตระกูลอีกเก้าคนที่เหลือ ต่างรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาจะมีอารมณ์ที่จะอยู่รับประทานอาหารได้อย่างไร? ไม่ต้องรอให้โส่วเจี่ยกล่าวจบ ผู้นำตระกูลผมขาวได้กล่าวลา “ไม่จำเป็น! พวกข้าไม่ต้องการสร้างความลำบากให้กับท่านลอร์ดโส่วเจี่ย”

 

ไม่มีใครที่ไม่รู้จักโส่วเจี่ย เขาให้การต้อนรับอย่างดี เมื่อยามผู้นำตระกูลนักฆ่าทั้งสิบได้มาถึง และตอนนี้เขาก็ยังรักษามารยาทที่ดีต่อพวกเขาไว้ เมื่อเหล่าผู้นำทั้งสิบต้องการกลับ เขาก็ไม่คิดที่จะรั้งไว้เพื่อให้เกิดปัญหา ตอนนี้ โส่วเจี่ยอยากจะตรวจสอบอุปกรณ์ที่เขาพึ่งได้มา ว่ามันจะพิเศษขนาดไหน

 

เมื่อส่งผู้นำตระกูลทั้งสิบกลับไป โส่วเจี่ยต้องการตรวจสอบสิ่งที่ได้มาอย่างยิ่ง เขาจึงรีบตรงไปยังห้องฝึกฝนใต้ทะเลสาบของตน  เขาอยากจะรู้ยิ่งนัก ว่าสมบัติที่ได้มานั้นเป็นจริงตามาคำอธิบายที่ได้เขียนไว้หรือไม่ ถึงแม้โส่วเจี่ยจะต้องเลือกสมบัติทั้งสิบกล่อง  แต่ก่อนที่โส่วเจี่ยจะได้เลือก เขาก็มีความรู้สึกคุ้นเคยกับกล่องไม้ใบที่สองทางด้านขวามืออยู่ก่อนแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องเปิดดูเลย ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร แต่โส่วเจี่ยก็ตั้งใจที่จะเลือกมันอย่างแน่นอน

 

เมื่อเขาได้ขยับเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้ากล่องไม้ใบที่สอง โส่วเจี่ยสามารถสัมผัสได้ทันที ว่าภายในกล่องไม้ใบนี้จะต้องมีอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับหมวกปัญญาแห่งแอตแลนติสอย่างแน่นอน ซึ่งสิ่งที่จะเกี่ยวข้องกับหมวกปัญญาแห่งแอตแลนติส จะต้องเป็นอุปกรณ์ระดับมหากาฬ!

 

โส่วเจี่ยถอนให้ใจเข้าด้วยความตื่นเต้น และค่อยๆเปิดกล่องไม้ออกช้าๆ สิ่งที่เขาเห็นคือต่างหูที่มีรูปร่างแปลกตา แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือมันมีเพียงข้างเดียว ซึ่งโดยปกติของต่างหู จะต้องมีเป็นคู่ แต่ต่างหูอันนี้มันกลับถูกสร้างขึ้นมาเพียงข้างเดียว

 

แต่ถึงแม้มันจะเป็นต่างหูสำหรับใส่เพียงข้างเดียว แต่มันกลับมีวงแหวนอยู่ถึง 7 วง ซึ่งแต่ละวงนั้นมีสีสันที่แตกต่าง และมันยังมีตัวอักษรที่แปลกตาถูกสลักเอาไว้ โส่วเจี่ยไม่รู้ถึงคุณสมบัติที่แน่นอนของมัน ถ้าหากยังไม่ได้สวมใส่ ซึ่งการที่จะใส่มันจะต้องเจาะรูที่ใบหูของตนถึง 3 รูด้วยกัน

 

โส่วเจี่ยได้ทำการเจาะใบหูของตนทันที ซึ่งมันทำให้โส่วเจี่ยรู้สึกเจ็บปวดยิ่ง โส่วเจี่ยจึงร่ายศาสตร์การฟื้นฟูแห่งสายน้ำใส่บริเวณใบหูของตน เพื่อรักษาอาการเจ็บปวด

 

โส่วเจี่ยพยักหน้าของตนด้วยความยินดี…..อุปกรณ์ระดับมหากาฬชิ้นนี้ ทำให้รับรู้เสียงผ่านละอองน้ำได้ ซึ่งหลังจากที่เขาสวมต่างหูข้างนี้ แล้วมันทำให้เขารับรู้เสียงทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถ้ามีน้ำเป็นสื่อกลาง โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้หูของตนในการฟังเสียงเลย

 

โส่วเจี่ยถอนหายใจ พร้อมกับหยิบหนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์แอตแลนติสออกมา หลังจากที่ได้ตรวจสอบมัน เขาก็รู้ทันที ว่าต่างหูอันนี้เป็นอันเดียวกับที่อยู่ในหนังสือ

 

ชื่อของมันคือเสียงกระซิบแห่งแอตแลนติส ซึ่งมันสามารถได้ยินเสียงพูดคุยกันโดยมีน้ำเป็นสื่อกลาง ซึ่งมันทำให้รับรู้ถึงคำพูดต่างๆ ไม่ว่ามันจะเบาแค่ไหน และเมื่อมันได้อยู่คู่กับหมวกปัญญาแห่งแอตแลสติส มันจะเพิ่มพลังเวทธาตุน้ำขึ้นอีกด้วย

 

จากคำอธิบาย มันก็ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษมากมายนัก แต่มันก็มีชื่อเสียงอย่างมาก เพราะมันเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ระดับมหากาฬ และยังเป็นเซ็ตแอตแลนติส จึงไม่ใช่สิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้แน่นอน ว่าความสามารถของมันทำอะไรได้บ้าง เพราะไม่เคยมีผู้ใดได้สวมมันเกิน 1 ชิ้นมาก่อน ยกเว้นเจ้านครแอตแลนติสเท่านั้น โส่วเจี่ยจึงต้องทำการค้นคว้าด้วยตนเอง

 

ความสามารถในการฟังเสียงผ่านได้แม้แต่ละอองน้ำ ซึ่งมันก็คือการทำความเข้าใจในธาตุน้ำ เมื่อสวมใส่มัน จะทำให้ผู้สวมเข้าใจในธาตุน้ำมากขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากสายน้ำได้หลากหลายรูปแบบ ถึงแม้โส่วเจี่ยจะไม่ได้มีประสบการณ์ที่ยาวนานนัก และยังไม่ได้รับการขัดเกลาที่มากพอ แต่ตอนนี้…เขาก็มีความเข้าใจในธาตุน้ำที่มากเพียงพอแล้ว

 

แต่เมื่อโส่วเจี่ยได้สวมต่างหูเสียงกระซิบแห่งแอตแลนติส มันจะทำให้ความเข้าใจในธาตุน้ำมากขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า ซึ่งมันจะทำให้เขาควบคุมสายน้ำได้ง่ายขึ้น และมันจะทำให้โส่วเจี่ยสามารถควบคุมน้ำได้ในปริมาณที่มากขึ้นตามไปด้วย และเมื่อเขาสามารถควบคุมน้ำได้มากขึ้น ก็จะทำให้ลูกตุ้มน้ำแข็งของเขามีจำนวนที่มากขึ้น และการใช้แต่ละครั้ง ก็สามารถทำให้ขนาดของลุกตุ้มให้ใหญ่โตมากขึ้นตามไปด้วย

 

ในที่สุด…โส่วเจี่ยก็ได้ใส่มัน จึงทำให้ตอนนี้เขามีอุปกรณ์แห่งแอตแลนติสถึง 2 ชิ้นแล้ว ซึ่งมันทำการประสานกันอย่างราบลื่น และทำให้โส่วเจี่ยมีความเข้าใจในธาตุน้ำเพิ่มขึ้นในทันที

 

ความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นจากการสวมใส่ต่างหูเสียงกระซิบแห่งแอตแลนติสนั้น จะไม่สามารถรับรู้ได้เลย หากไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ระดับแอตแลนติสอีกอัน แต่เมื่อสวมมันมากกว่า 1 ชิ้นขึ้นไป มันจะทำให้ความเข้าใจธาตุน้ำเพิ่มมากขึ้นอีกระดับ ถึงแม้ตอนนี้ ผลของมันจะไม่เด่นชัดนัก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป ผลของการสวมใส่มันจะค่อยๆปรากฏออกมา

 

อุปกรณ์ระดับมหากาฬ ทุกคนต่างรู้ว่ามันมีประวัติที่ยาวนาน และเป็นที่รู้จักของทุกคน เพราะมันจะเป็นอุปกรณ์ของวีรบุรุษหรือจอมวายร้ายที่มีชื่อเสียง

 

โส่วเจี่ยเลิกคิดถึงเรื่องราวของมัน ก่อนจะหลับตาลงเพื่อฟังเสียงต่างๆ เสียงที่โดดเด่นที่สุดตอนนี้ ก็คือเสียงหัวใจของตนเอง ที่กำลังเต้นเป็นจังหวะและนุ่มนวล เขาพยายามฟังอย่างตั้งใจ เพราะมันเป็นครั้งแรกที่เขาสามารถรับรู้เสียงหัวใจของตนได้ชัดเจนเช่นนี้

 

โส่วเจี่ยหมกตัวอยู่ในห้องฝึกฝนใต้ทะเลสาบ เป็นระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ เพื่อฟังเสียงต่างๆอย่างตั้งใจ และพยายามแยกแยะมัน ซึ่งนอกจากตอนกินอาหารแล้ว เขาไม่ได้ทำอะไรอีกเลยนอกจากนั่งฟังเสียงสิ่งรอบข้าง

 

หลังจากผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ โส่วเจี่ยก็ต้องการออกมาจากห้องฝึกฝน เพราะเขาได้ทราบข่าวจากพี่ใหญ่ ว่าตอนนี้เหล่าสาวๆวายุอัคคีกำลังจะกลับมาถึง เมื่อได้ยินถึงเรื่องดังกล่าว โส่วเจี่ยก็ลูบไปที่แหวนของตน เพราะเขาสามารถรวบรวมวัตถุดิบได้จนครบแล้ว มันจึงถึงเวลาที่….ช่างตีเหล็กจะได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับตน ในการสร้างอาวุธและชุดเกราะทั้งหมดขึ้นจากวัตถุดิบเหล่านี้ โดยไม่คิดค่าแรงในการสร้างแม้แต่ทองเดียว

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha