0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 121 : เลือกสมบัติ (1)

 

หลังจากได้ยินตัวแทนของผู้นำทั้งสิบได้กล่าวออกมา เหล่าผู้นำตระกูลนักฆ่าอีกเก้าคนที่เหลือก็พยักหน้าเห็นด้วยในทันที ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้มีการประลองครั้งล่าสุด พวกเขาทั้ง 10 กลุ่มก็ได้สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยการแต่งงานระหว่างกลุ่ม เพื่อเพิ่มพูนอำนาจของกันและกัน จนทำให้กลุ่มนักฆ่าทั้งสิบนั้นมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันตลอดมา!

 

มันไม่ได้มีผลกระทบมากนัก หากผู้ใดจะได้กริชเล่มนี้ไป เพราะความสัมพันธ์ของพวกเขายังเหมือนเดิม แต่ถ้ามีหนึ่งในพวกเขาต้องการกริชเล่มนี้ จนใช้อารมณ์ร่วมในการประมูล มันอาจทำให้เกิดความขัดแย้งจนบานปลายได้ และถ้าหากพวกเขาทั้งสิบไม่สามารถครอบครองกริชเล่มนี้ได้เลย มันอาจจะต้องตกไปอยู่ในมือของกลุ่มนักฆ่านอกเหนือจากกลุ่มนักฆ่าทั้ง 10 ที่ได้มาในวันนี้ ซึ่งมันจะส่งผลให้ผู้ที่ครอบครองนั้นกลายเป็นอันดับหนึ่งแทน ซึ่งถ้าหากมีอันดับหนึ่งนอกเหนือไปจาก 10 กลุ่มนี้ มันจะทำให้ความสัมพันธ์และความสมดุลถูกทำลายลงได้

 

ผู้นำกลุ่มอีกเก้าคนที่เหลือ ได้หันไปมองผู้นำกลุ่มผมขาวที่กำลังกล่าวอยู่ ทุกคนต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่เขากล่าว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม กริชเล่มนี้จะต้องอยู่กับกลุ่มนักฆ่าทั้งสิบในที่นี้ ซึ่งพวกเขาอาจจะต้องใช้กำลังเมื่อถึงคราวจนตรอก

 

แต่ถ้าหากกระมูลนี้เป็นไปได้ด้วยดี พวกเขาจะไม่ใช้วิธีสุดท้ายนี้ พวกเขาไม่ได้ต้องการทำลายกฎ ถึงแม้จะเป็นนักฆ่าแต่ก็มีความซื้อสัตย์ตรงไปตรงมา พวกเขาจะไม่ขโมยสินค้าที่มีผู้ครอบครองอยู่ก่อน เพราะถ้าพวกเขาใช้วิธีขโมยมา แล้วจะมีผู้ใดต้องการเข้ามาซื้อของในร้านที่พวกเขาเปิดกัน?

 

นอกจากนี้ ด้วยสถานะของโส่วเจี่ย การขโมยจึงเป็นความคิดที่เลวร้ายที่สุด ถึงแม้จะสามารถขโมยมันได้ แต่ก็ไม่สามารถนำมันออกมาใช้ได้ เพราะถ้าหากมีผู้ใดรู้ว่ากริชที่ถูกขโมยไป อยู่กับกลุ่มนักฆ่าของพวกเขา คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรอดพ้นจากการถูกทำลายทั้งกลุ่มได้ มันจึงเป็นเหตุผลสำคัญ ที่พวกเขาไม่คิดจะใช้วิธีขโมย มันเป็นเพียงทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น

 

เมื่อเห็นว่าเหล่าผู้นำอีกเก้าคนได้ตอบตกลงกับข้อเสนอของเขาแล้ว ผู้นำกลุ่มผมขาวจึงหันไปทางโส่วเจี่ย พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยความจริงใจ ”ในครั้งก่อนที่พวกข้าได้กลับไป ก็ได้ออกค้นหาวัตถุดิบเหล่านี้ และเมื่อหาวัตถุดิบเหล่านี้มาได้ เจ้าคงจะยินดีให้พวกข้าเข้าร่วมหรือทำการแลกเปลี่ยนมัน แต่….”

 

เมื่อได้กล่าวถึงตรงนี้ ผู้นำกลุ่มผมขาวจึงได้หยุดเล็กน้อยและกล่าวต่อด้วยความลำบากใจ “วัตถุดิบเหล่านี้มีมูลค่าสูงมาก ซึ่งพวกข้าใช้จำนวนเงินมากมายเพื่อรวบรวมมันมา และด้วยเวลาเพียงครึ่งปี มันเป็นเรื่องยากสำหรับการรวบรวมพวกมันทั้งหมด ถึงแม้พวกข้าจะตั้งใจค้นหา แต่มันก็ต้องพึ่งโชคสำหรับการค้นหาด้วย ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น พวกข้าก็ไม่ได้ย่อท้อต่อการค้นหาเลย”

 

หลังจากได้ยินคำกล่าวของผู้นำกลุ่มผมขาว โส่วเจี่ยก็พยักหน้าทันที เพราะเขารู้ว่าผู้นำกลุ่มคนนี้จะกล่าวอะไร วัตถุดิบเหล่านี้ต้องใช้โชคในการค้นหา ถึงแม้ว่าจะมีเงินมากมายเท่าไหร่ แต่หากไม่มีโชค ก็ย่อมหาพวกมันไม่เจอ มันจึงเป็นสาเหตุ ที่จะมีผู้ใดกันจะ ยอมนำมันทั้งหมดมาแลกกับกริชเพียงเล่มเดียว? วัตถุทั้ง 40 กว่าชนิดนั้นมีมูลค่าที่มากมายมหาศาล.

 

ผู้นำกลุ่มผมขาวจึงได้กล่าวต่อ “มันเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกข้ายินดีที่จะเข้าร่วมการประมูลในครั้งนี้ ผู้นำของกลุ่มนักฆ่าทั้งสิบ ต้องการหาทางออกสำหรับผู้ที่ต้องการครอบครองกริชด้วยการแลกเปลี่ยน ซึ่งพวกข้าได้แบ่งวัตถุดิบออกเป็นทั้งหมดสิบส่วนในการเข้าร่วมครั้งนี้ เพื่อให้เจ้าสามารถครอบครองพวกมันทั้งหมดได้ พวกข้าจึงจะนำมันให้เจ้าคนละส่วน!”

 

ผู้นำกลุ่มผลขาวยังได้กล่าวต่ออย่างรวดเร็ว “มันเป็นโชคดีของเจ้า เมื่อกลุ่มนักฆ่าของพวกเราทั้งสิบได้ร่วมมือกัน จึงแทบไม่มีสิ่งใดที่พวกข้าหามาไม่ได้ และถึงแม้วัตถุดิบเหล่านี้ จะไม่มีอยู่ในคลังของพวกข้าก็ตาม แต่พวกข้าก็ได้นำกำลังทั้งหมดเพื่อออกเสาะหา ไม่ว่ามันจะอยู่ตามที่แห่งไหนก็ตาม จนตอนนี้…พวกข้าสามารถรวบรวมมันมาได้ครบตามที่เจ้าต้องการ”

 

“อะ…!” เมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้นำผมขาวกล่าว โส่วเจี่ยรู้สึกตกใจยิ่ง เขามองผู้นำผมขาวด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ มันเป็นความจริงหรือ? โส่วเจี่ยนั้นรู้ดี ว่าวัตถุดิบเหล่านี้หายากขนาดไหน ถึงแม้จะเป็นกลุ่มนักฆ่าทั้ง 10 มันก็เป็นไปไม่ได้เลย ที่จะมีกลุ่มไหนหามาจนครับได้ แต่เมื่อกลุ่มนักฆ่าทั้งสิบร่วมมือกัน ก็ไม่มีวัตถุดิบอะไรที่จะหามาไม่ได้!”

 

เมื่อเห็นการแสดงออกด้วยความตกใจของโส่วเจี่ย ผู้นำผมขาวจึงยิ้มออกมาเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวขึ้น “ถึงแม้พวกข้าทั้งสิบจะมีส่วนร่วมในการประมูลแลกเปลี่ยนครั้งนี้ และวัตถุดิบของผู้นำนักฆ่าแต่ละกลุ่มที่ให้ไป จะสามารถเทียบเท่ากับกริชเล่มนี้ได้ แต่เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ดีจากพวกข้า….”

 

ผู้นำผมขาวหยุดเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มและกล่าวออกมาอีกครั้ง “ถึงแม้กริชเล่มนี้จะไม่สามารถเทียบกับวัตถุดิบทั้งหมดที่พวกข้าทั้งสิบกลุ่มได้เสาะหามาให้เจ้าได้….แต่พวกข้ายังต้องการมอบอุปกรณ์เวทมนตร์ให้กับเจ้าอีกด้วย ซึ่งเจ้าสามารถแลกกริชเล่มนี้กับอุปกรณ์เวทมนตร์ที่หนึ่งในพวกข้าได้นำมา เจ้าคิดว่าข้อเสนอนี้เป็นเช่นไร?”

 

 

เมื่อได้ฟังสิ่งที่ผู้นำกลุ่มคนนี้ได้กล่าวออกมา โส่วเจี่ยได้ตอบตกลงอย่างไม่ลังเลเลย เขากวาดตามองเหล่าผู้นำตระกูลนักฆ่าด้วยความสุข ความมั่งคั่งและความสัมพันธ์ของกลุ่มนักฆ่าทั้งสิบนั้นน่ากลัวยิ่ง โส่วเจี่ยรู้ได้ทันที่ว่าชายผมขาวคนนี้ คงจะมีอำนาจมากที่สุดในกลุ่มผู้นำนักฆ่าทั้งสิบ และเมื่อเขาเป็นคนจัดการเรื่องกริชเล่มนี้ มันก็ไม่มีปัญหาใดเกิดขึ้น

 

ประการแรก ชายผมขาวผู้นี้คงเป็นคนออกความเห็น ให้ผู้นำกลุ่มนักฆ่าอีกเก้ากลุ่มที่เหลือ แบ่งกันไปหาวัตถุดิบทั้งหมดมาและเสนอให้แต่ละกลุ่มนำอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ล้ำค่าที่สุดมาคนละหนึ่งชิ้น เพื่อให้โส่วเจี่ยตัดสินใจว่าจะทำการแลกเปลี่ยนกริชกับอุปกรณ์เวทมนตร์ของผู้ใด เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น

 

ประการที่สอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียที่มากเกินไป เพราะการประมูลในแต่ละครั้ง จะเป็นการเสนอราคาจนเกินกว่ามูลค่าของสิ่งที่ประมูลไปเรื่อยๆจนกว่าจะได้ผู้ชนะ ซึ่งจะเกิดการสูญเสียมหาศาล และมันยังนำมาซึ่งความขัดแย้งที่ยากจะแก้ไข นอกจากนั้น เพื่อทำให้การทำธุรกิจในครั้งนี้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกคนมีโอกาสได้รับกริชอย่างเท่าเทียมกัน ในท้ายที่สุดแล้ว ถ้าหากไม่ได้กำหนดและสร้างแนวทางขึ้น พวกเขากลัวว่าโส่วเจี่ยจะต้องอ้างว่ากริชเล่มนี้จะทำให้ผู้ที่ครอบครองเป็นอันดับหนึ่งในการประลองที่กำลังจะมาถึง อาจะเป็นไปได้ว่า การแข่งขันเพื่อครอบครองกริชเล่มนี้ อาจจะต้องสูญเสียสมบัติมากกว่าครึ่งของพวกเขาไป

 

แต่หลังจากที่ได้สร้างแนวทางนี้ขึ้น ก็จะเสียเพียงวัตถุดิบในการเข้าร่วม และอุปกรณ์เวทมนตร์อีกหนึ่งชิ้นเท่านั้นเพื่อครอบครองมัน ซึ่งมันจะไม่สงผลกระทบต่อความมั่งคั่งของกลุ่มพวกเขาเลย สิ่งที่พวกเขาต้องทำ คือการนำอุปกรณ์ที่ดีที่สุดที่คาดว่าโส่วเจี่ยจะให้ความสนใจ และต้องการที่สุดมาเท่านั้น

 

ถึงแม้โส่วเจี่ยจะรู้ว่าอุปกรณ์ที่ได้มา อาจจะไม่คุ้มค่านัก เมื่อเทียบกับการนำกริชออกประมูล แต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะวัตถุดิบที่ได้มา สำหรับการเข้าร่วมนั้นเป็นสิ่งที่จะหามาไม่ได้เลย ถ้าหากไม่ใช้กลุ่มนักฆ่าทั้งสิบ ซึ่งมันจะต้องใช้เวลาจำนวนมากขนาดไหนกัน? ถ้าหากต้องหามันด้วยวิธีอื่น? และถ้าหากเขาไม่ตอบตกลงกับวิธีการที่ถูกเสนอขึ้นโดยผู้นำผมขาวแล้วล่ะก็ อาจไม่เป็นผลดีต่อการทำธุรกิจในวันข้างหน้าอีกด้วย เมื่อเขาได้วัตถุดิบทั้งหมดนี้มา เหล่าสาวๆวายุอัคคีของตนจะมีชุดเกราะและดาบที่ต้องการ ซึ่งมันจะเพิ่มพลังอำนาจให้กับโส่วเจี่ยอย่างยิ่ง

 

นอกจากนั้น สิ่งที่ผู้นำของกลุ่มนักฆ่าทั้งสิบได้นำมา จะต้องเป็นสิ่งที่ล้ำค่า จนสามารถแข่งกับผู้อื่นได้ จึงเป็นเหตุให้อุปกรณ์ที่นำมา จะต้องมีประวัติที่ยาวนานนับพันปี ซึ่งมันต้องเป็นสมบัติที่สืบทอดกันมาของบรรพบุรุษในตระกูล? จะมีผู้ใดกล้าที่จะนำอุปกรณ์ระดับต่ำมาแลกกับการเป็นอับดับหนึ่งของการประลองที่จะถึงนี้ ? พวกเขาจะต้องนำสิ่งที่ดีที่สุดที่ได้เก็บไว้ออกมาอย่างแน่นอน!

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha