0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 104 : ความแข็งแกร่งของโส่วเจี่ย (2)

 

เมื่อเห็นอาการตื่นเต้นของนักรบธาตุวายุ โส่วเจี่ยจึงกล่าวขึ้น “ประวัติศาสตร์ของพวกเจ้าจะต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่คงจะเป็นอีกความหมายหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นนักรบหรือนักเวท พวกเจ้าก็เป็นได้เพียง บันไดให้พวกข้าเหยียบย่างเท่านั้น และในท้ายที่สุด พวกข้าก็จะกลายเป็นอันดับ 1 ของระดับแรก!

 

นักรบธาตุวายุรู้สึกโกรธมาก เมื่อได้ยินคำกล่าวของเด็กชาย เขาได้ชี้นิ้วไปทางโส่วเจี่ย “เจ้ามันโอหังเกินไปแล้ว เจ้าควรจะรู้ว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไร ไม่มีเวทมนตร์ประเภทใดจากพวกอ่อนต่อโลกอย่างเจ้า จะสร้างรอยขีดข่วนให้กับข้าได้ ถ้าเจ้ายอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ พวกเจ้าจะได้ไม่ต้องขายขี้หน้า จากสายตานับร้อยนับพันที่คอยเฝ้าดูอยู่!”

 

หลังจากได้ยินนักรบธาตุวายุกล่าวจบ โส่วเจี่ยจึงยกนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว พร้อมกับประกาศให้คนดูทั้งสนามได้ยินว่า ข้าจะเอาชนะนักรบธาตุวายุที่อ่อนด้อย ในการโจมตีเพียงสามครั้งเท่านั้น  เพียงสามการโจมตี หากพวกเจ้าสามารถอยู่รอดได้ พวกเจ้าจะเป็นฝ่ายชนะ”

 

“อะ..!” คนดูทั้งสนามต้องรู้สึกตกใจกับคำประกาศของโส่วเจี่ย พวกเขาไม่รู้ว่าโส่วเจี่ยมีเหตุผลอันใดจึงได้กล่าวเรื่องไร้สาระเช่นนี้ออกมา สำหรับนักรบธาตุวายุ ที่มีความรวดเร็วจนหาทางจับยาก ถึงแม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ของเวทมนตร์ หากจบการประลองด้วยการโจมตีเพียง 3 ครั้ง พวกเขาก็ถือเป็นอัจฉริยะแล้ว แต่กับสามการโจมตีนั้น…!

 

เมื่อได้ฟังคำกล่าวของโส่วเจี่ย ตัวแทนของนักรบธาตุวายุลำดับที่ 1 จึงชี้นิ้วไปทางโส่วเจี่ย พร้อมกับกล่าวขึ้น “ดี ดี ดี…กับคำกล่าวของเจ้า ข้าจะดู ว่ามันจะเป็นจริงตามนั้นหรือไม่!” เมื่อกล่าวจบ นักรบธาตุวายุจึงกลับไปยังตำแหน่งของตน เพื่อรอคำประกาศเริ่มการแข่งขันของผู้ตัดสิน

 

เมื่อผู้ตัดสินเห็นว่าทั้งสองพร้อมแล้ว จึงได้ประกาศเริ่มการแข่งขันขึ้น หลังจากที่ผู้ตัดสินประกาศเริ่มการแข่งขัน นักรบธาตุวายุจึงพุ่งไปรอบๆด้วยความรวดเร็ว และขยับเข้ามาใกล้โส่วเจี่ยขึ้นเรื่อยๆ

 

นักรบธาตุวายุได้พุ่งไปรอบๆกายของอีกฝ่าย แต่โส่วเจี่ยกลับยืนนิ่ง นำมือทั้งสองข้างไขว่ไปที่ด้านหลังและยืนมองการกระทำของนักรบธาตุวายุ ด้วยความสบายใจ ราวกับว่าเขากำลังจ้องมองม้าแข่งด้วยความสนุกสนาน

 

เมื่อเห็นท่าทางของโส่วเจี่ย ที่กำลังยืนอยู่อย่างสบายใจ นักรบธาตุวายุยิ่งรู้สึกโกรธมากกว่าเดิม เขาจึงเพิ่มความเร็วพร้อมกับพุ่งเข้าใส่โส่วเจี่ยในทันที เขาไม่มีความหวาดกลัวต่อนักเวทธาตุน้ำอยู่เลย ด้วยความเร็วของเขา มันสามารถจบการประลองกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ในรุ่นเดียวกันได้อย่างง่ายดาย!

 

ภายใต้การจับจ้องของเหล่าผู้ชม นักรบธาตุวายุได้วิ่งเข้ามาเรื่อยๆ จนเหลือระยะห่างเพียง ห้าสิบ สี่สิบ สามสิบ และในที่สุดก็เหลือเพียง 20 เมตร  ขณะนั้น โส่วเจี่ยได้ขยับมือขวาของตน เหยียดยืดไปด้านหน้า ก่อนที่นักรบธาตุวายุ จะกระเด็นไปด้านข้าง กลิ้งลงไปกองกับพื้น

 

เมื่อเห็นนักรบธาตุวายุนั้นลงไปกองกับพื้น โส่วเจี่ยจึงไม่รอช้า ขยับมือขวาอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏบอลน้ำแข็งขึ้น พุ่งกระแทกหน้าอกของอีกฝ่าย เมื่อบอลน้ำแข็งกระทบกับร่างกายของนักรบธาตุวายุ เสียงกระดูกแตกหักก็ดังออกมา แม้ว่าระยะห่างระหว่างคนดูกับสนามจะห่างไกลกัน แต่ก็สามารถเห็นนักรบธาตุวายุกระอักเลือดออกมาได้อย่างชัดเจน

 

“เพียงสองการโจมตี!” นักรบธาตุวายุไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อไปได้….มีเรื่องแปลกประหลาดเช่นนี้อยู่ในโลกด้วยหรือ?

 

ทุกคนนั้นรู้ว่าการโจมตีครั้งที่สองนั้นเกิดขึ้นจากหอกน้ำแข็ง แต่การโจมตีครั้งแรกล่ะมันคืออะไรกัน? มันเหมือนกับว่าโส่วเจี่ยได้ทำการผลักอากาศออกมาและจู่ๆนักรบธาตุวายุก็ล้มลงกับพื้น มันเป็นเวทมนตร์หรืออย่างไร? มันแปลกประหลาดยิ่งนัก!

 

นักรบธาตุวายุพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เขาพยายามอดทนต่ออาการบาดเจ็บ ซึ่งเขารู้ว่าตอนนี้กระดูกในร่างกายได้หักลงแล้ว ถ้าใช้เวลานานกว่านี้ เขาอาจจะต้องเสียเลือดมากจนตาย

 

นักรบธาตุวายุกัดฟันด้วยความเจ็บปวดและตะโกนออกมา “สองการโจมตีแล้ว แต่ข้ายังไม่ได้พ่ายแพ้ ในตอนนี้ยังเหลืออีกหนึ่งการโจมตี ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้อย่างไร? นักรบธาตุวายุพยายามทนต่อความเจ็บปวดและยกดาบของตนขึ้นมา

 

“ฮู่ว!” ในตอนนี้ระยะทางระหว่างโส่วเจี่ยกับนักรบธาตุวายุนั้นเหลือเพียงแค่ 5 เมตรเท่านั้น

 

แม้ว่าบริเวณหน้าอกของนักรบธาตุวายุจะชโลมไปด้วยเลือด แต่เขายังจะสามารถเอาชนะโส่วเจี่ยได้อยู่ แม้จะต้องบาดเจ็บแค่ไหนก็ตาม มันก็ไม่สำคัญเท่ากับชัยชนะ ขอแค่เพียงทนรับอีกหนึ่งการโจมตีเท่านั้น

 

“ท่าทางไม่ค่อยดีแล้ว!” เมื่อเห็นเหตุการณ์บนลานประลอง อาจารย์ของนักเวทธาตุน้ำ ไอร่า ไอมี่และเด็กสาวในชั้นเรียน ต่างลุกขึ้นด้วยความตกใจ เพราะเมื่อระยะทางนั้นเหลือเพียง 5 เมตร มันเป็นระยะที่นักเวทธาตุต่างๆ ไม่สามารถทำอะไรกับนักรบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักรบธาตุวายุที่มีความรวดเร็วสูง

 

การร่ายเวทย์อย่างน้อยต้องใช้เวลาหลายวินาที สำหรับนักรบธาตุวายุ ระยะห่าง 5 เมตรเป็นเพียงระยะการฟันที่รวดเร็วเท่านั้น มันไม่มีทางเลย ที่โส่วเจี่ยจะป้องกันได้ เขาได้สูญเสียโอกาสในการชนะการประลองนี้ไปแล้ว

 

มันจะเป็นจริงรึ? โส่วเจี่ยมองไปทางนักรบธาตุวายุด้วยความเวทนา ในการโจมตีอีกหนึ่งครั้ง เขาไม่ต้องการใช้แหวนแห่งมิติเวลา เพราะอย่างไรก็ตาม….โส่วเจี่ยไม่ต้องการใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ ในการเอาชนะฝ่ายตรงข้าม เขาจะต้องใช้ความแข็งแกร่งของตน เพื่อสยบฝ่ายตรงข้าม แสดงถึงระดับชั้นที่แตกต่างกัน

 

โส่วเจี่ยมองไปทางนักรบธาตุวายุด้วยความเย็นชา พร้อมกับกล่าวขึ้น “ปกติแล้ว ข้าสามารถทำให้เจ้าพ่ายแพ้อย่างง่ายดายในระยะ 20 เมตร และเมื่อกี้ ที่เจ้าลงไปนอนกองกับพื้น หากข้าใช้บอลน้ำแข็งอีกลูก การต่อสู้จะจบลง แต่ข้าไม่ได้ต้องการชัยชนะด้วยวิธีแบบนี้”

 

ตาของโส่วเจี่ยเป็นประกายขณะกล่าว “ตอนนี้ระยะทางเหลือเพียง 5 เมตร มันเป็นช่วงระยะการโจมตีของเจ้าที่น่ากลัวที่สุด และยังเป็นสถานการณ์ที่ข้าจงใจให้เกิดขึ้น เนื่องจากมันเป็นความตั้งใจของข้า ที่จะเอาชนะเจ้าในยามที่เจ้าแข็งแกร่งที่สุด มันเป็นวิธีต่อสู้ของข้า!”

 

โส่วเจี่ยยกมือขวาขึ้น และชี้ไปยังนักรบธาตุวายุพร้อมกับกล่าวว่า “ถ้าตอนนี้เจ้ายอมแพ้ ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต้ถ้าเจ้ายังคงยืนยันรับการโจมตีอีกครั้ง…ก็อย่าหาว่าข้านั้นโหดร้าย!”

 

“เหอะ…” นักรบธาตุวายุได้พ่นเลือดออกมา และกล่าวขึ้น “จะมีเพียงสองอย่างเท่านั้นที่จะเกิดขึ้น คือการที่เจ้าจะพ่ายแพ้ภายใต้คมดาบของข้า และอีกหนึ่ง คือการที่เจ้าจะยอมแพ้เท่านั้น แต่ถ้าเจ้ายังคิดว่าข้าจะยอมแพ้ล่ะก็ เชิญฝันไปคนเดียวเถอะ เข้ามา…ข้าจะมอบของขวัญให้กับเจ้า!”

 

นักรบธาตุวายุได้กำดาบของเขาแน่น พร้อมกับแสงสว่างที่ได้ออกมาปกคลุมร่างกายของเขา มันชัดเจนยิ่ง ว่าการโจมตีต่อไปนี้ของนักรบธาตุวายุจะรวดเร็วและรุนแรงที่สุด!

 

“ฮึ่ม…” โส่วเจี่ยถอนหายใจออกมาด้วยความเวทนาอีกครั้ง หลังจากนั้นเขาจึงเริ่มงอแขนขวา พร้อมกับกำฝ่ามือ….เมื่อเห็นฉากดังกล่าว ทุกคนก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ!

 

มันได้มีกลุ่มเลือดที่รวมตัวกันเป็นมังกรออกมาจากชุดเกราะของนักรบธาตุวายุ ซึ่งมันได้อยู่ในการควบคุมของโส่วเจี่ย เลือดของนักรบธาตุวายุได้ถูกดึงออกมาจากร่างกายถึง 60 มิลลิลิตรในทันที

 

แม้ว่านักรบธาตุวายุ ต้องการจบการต่อสู้โดยการฟันไปที่โส่วเจี่ยเพียงหนึ่ง แต่ตอนนี้ ร่างกายของเขากลับไม่สามารถควบคุมได้ มันเหมือนกับร่างกายนั้นถูกสาปให้เป็นหิน ก่อนจะล้มลง

 

ในเวลาเดียวกัน โส่วเจี่ยได้กวาดมือไปรอบๆ มังกรที่ถูกสร้างมาจากเลือดของนักรบธาตุวายุได้ม้วนรอบร่างกายของเด็กชาย เมื่อนักรบธาตุวายุต้องสูญเสียเลือดไปจำนวนมาก เขาจึงไม่อาจยืนขึ้นได้

 

มองไปที่นักรบธาตุวายุที่ทรุดลงกับพื้น โส่วเจี่ยจึงกล่าวขึ้น “ข้าบอกเจ้าแล้ว ข้ากับเจ้าไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ข้ายังใช้ความสามารถเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น สำหรับนักรบและนักเวทฝึกหัดในสายตาข้า พวกเจ้าก็เป็นได้แค่ลูกเจี๊ยบที่เพิ่งเกิด เพียงแค่ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ก็มากพอที่จะฆ่าได้แล้ว อย่าแม้แต่ที่จะพยายามขัดขืน เพราะผลลัพธ์มันอาจจะแย่กว่าที่เจ้าคิดมากมายนัก!”

 

“รีบพาเขาออกไป! การแข่งขันจบแล้ว ถ้าพวกเจ้ายังไม่รีบพาออกไป เขาอาจจะต้องตาย!” เมื่อเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้ตัดสินรีบตะโกนด้วยความรีบร้อน จนอาจารย์ของนักรบธาตุวายุที่นิ่งอึ้ง สามารถเรียกสติกลับมาได้ เขาจึงรีบวิ่งเข้ามาที่ข้างกายของลูกศิษย์ เพื่อจะนำอีกฝ่ายไปรักษาโดยด่วน แต่ก่อนที่เขาจะสัมผัสถูกร่างกายของลูกศิษย์ เสียงหนึ่งก็ดังออกมา

 

“หยุดก่อน!” โส่วเจี่ยตะโกนขึ้น “ถ้าขยับร่างกายเขาตอนนี้ เขาอาจจะตายทันที!”

 

โส่วเจี่ยขยับมือขวาของตน มังกรเลือดที่น่าเกรงขามก็ได้พุ่งกลับเข้าไปในร่างของนักรบธาตุวายุ และในเวลาไม่นาน นักรบธาตุวายุก็ค่อยๆได้สติกลับมา ใบหน้าที่ซีดขาวของอีกฝ่ายก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง  โส่วเจี่ยได้มองไปทางนักรบาตุวายุด้วยสายตาที่เยือกเย็น “นี่เป็นเพียงการประลอง ข้าจึงไม่คิดที่จะเอาชีวิตเจ้า!”

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha