0 Views

ผู้แปล : จิ้งจอกดำ

ตรวจสอบคำผิด : ไก่แว่น

 

 

บทที่ 102 : กลยุทธ์ที่เหนือกว่า (2)

 

เนื่องจากรูปแบบของเวทย์โคลนดูดที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะดูออกว่ามันคือเวทย์อะไร  แม้ว่ามันจะเป็นเพียงการอัดน้ำลงไปในดิน แต่เมื่อมีผู้ใดเหยียบย่างเข้าไป มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้ความแข็งแกร่งทางร่างกายเพื่อสลัดมันให้หลุด และถ้าพวกเขาใช้แต่พลังเพื่อสลัดให้หลุด มันจะยิ่งทำให้สถานการณ์มีแต่เลวร้ายลง

 

วิธีที่ฉลาดที่สุดในการออกจากบ่อโคลน คือการค่อยๆหมุนขาและขยับทีละนิด เพื่อหาจังหวะในการออกจากบ่อโคลน ซึ่งนักรบธาตุไฟผู้นี้จึงค่อยๆขยับขาของตนไปรอบๆ สุดท้าย…ขาซ้ายก็หลุดออกจากบ่อโคลนของไอร่า

 

เมื่อนักเวทธาตุไฟเห็นว่าเท้าซ้ายของตนได้หลุดออกมาแล้ว เขาก็รู้สึกดีขึ้น ก่อนจะทุ่มแรงทั้งหมดเพื่อกระโดดออกไปด้านข้าง แต่เมื่อใส่แรงในการกระโดด เขากลับก็ต้องรู้สึกตกใจ เมื่อเขารู้สึกว่าขาขวาของตนยิ่งจมลึกเข้าไปในบ่อโคลนมากขึ้น

 

แม้ว้านักรบธาตุอัคคีจะสามารถทำให้ขาซ้ายหลุดออกจากบ่อโคลนได้ แต่ขาขวากลับจมลึกยิ่งกว่าเดิม เขาจึงพยายามใช้เท้าซ้ายอีกข้างเอื้อมไปยังจุดที่บ่อโคลนไปไม่ถึง แต่เมื่อไอร่าเห็นสิ่งที่เขาทำ จึงได้กะจังหวะให้พอดีกับเท้าซ้ายชองอีกฝ่ายที่กำลังจะสัมผัสไปที่พื้นอีกจุดหนึ่ง เพื่อสร้างบ่อโคลนดักเท้าซ้ายของอีกฝ่าย มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับไอร่า ที่จะกะเวลาให้พอดีกับการกระทำของอีกฝ่าย และด้วยความรวดเร็วในการร่ายของเธอ เมื่อทั้งสองอย่างรวมกัน มันถือได้ว่าสมบูรณ์แบบ

 

นักเวทธาตุไฟได้ใช้ศักยภาพทางงร่างกายทุกอย่าง เพื่อให้ร่างกายหลุดออกจากบ่อโคลน แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถหลุดออกมาได้ และมันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ายิ่ง เพราะขาซ้ายของนักรบธาตุไฟได้จมเข้าสู่บ่อโคลนอีกครั้ง และเมื่อขาทั้งสองข้างกลับมาติดอยู่ในบ่อโคลน แม้ว่าจะพอขยับได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่เขาจะสามารถสลัดให้หลุดได้อีกครั้ง

 

“ชิ!” นักรบธาตุไฟสูดลมหายใจเข้าเพื่อเตรียมที่จะใช้พลังปราณธาตุไฟ เขารู้ถึงวิธีการที่จะหลุดออกจากบ่อโคลนแล้ว เขาต้องใช้พลังลมปราณธาตุไฟเพื่อทำให้บ่อโคลนที่ติดกับขาของตนนั้นเกิดความร้อน จนโคลนที่เกาะอยู่ที่ขาทั้งสองข้างเกิดการคลายตัว และเมื่อเป็นเช่นนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ที่เขาจะสลัดให้หลุดจากบ่อโคลน ไม่นาน เขาจึงโคจรพลังปราณให้ไหลเวียนไปยังทุกส่วนของร่างกาย ก่อนจะแปรเปลี่ยนพลังปราณให้กลายเป็นความร้อนแผ่กระจากสู่ภายนอก……

 

“ชี่…” ขาขวาของนักเวทธาตุไฟเริ่มหลุดจากบ่อโคลน การโคจรพลังปราณธาตุไฟ ทำให้มีเสียงของไอร้อนที่ดังขึ้นจากบ่อโคลน  แต่ขณะที่โคลนบริเวณปลายเท้าเริ่มคลายตัว เหนือศีรษะของนักรบธาตุไฟก็ปรากฏก้อนน้ำแข็ง ที่พุ่งตรงเขามาด้วยความรวดเร็ว

 

ถ้ามันเป็นสถานการณ์ปกติ นักรบธาตุไฟไม่จำเป็นต้องกลัวเวทย์บอลน้ำแข็ง และยามใดที่มันพุ่งเข้ามาใกล้ เขาสามารถที่จะหลบหรือทำลายมันลงได้ แต่ตอนนี้ เมื่อขาทั้งสองข้างติดอยู่ในบ่อโคลน จึงทำให้เขาเหลือตัวเลือกไม่มากนัก นอกจากทำลายบอลน้ำแข็งของไอร่าทิ้ง

 

นักดาบธาตุไฟได้กระชับดาบในมือแน่น ฟันออกไปด้านหน้า บังเกิดเสียงกระทบกันของวัตถุทั้งสอง ‘เพ็ง’ บอลน้ำแข็งถูกทำลายเป็นเศษภายในพริบตา ก่อนจะตามติดมาด้วยไอเย็นที่ค่อยๆแผ่กระจายสู่ห้วงอากาศโดยรอบ

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้นักรบธาตุไฟจะประสบความสำเร็จในการทำลายบอลน้ำแข็ง แต่ด้วยการฟันเมื่อครู่ ขาทั้งสองข้างของนักรบธาตุไฟก็ยิ่งจมลึกเข้าสู่บ่อโคลน จนตอนนี้ บ่อโคลนได้ดูดร่างของอีกฝ่ายจนถึงบริเวณหน้าแข็งส่วนบนแล้ว!

 

ตอนนี้ ไอร่าได้สร้างบ่อโคลนดูดที่มีความลึกเพียง 30 ซม. แต่ถ้าเธอยังคงใช้เวทมนตร์อย่างต่อเนื่อง บ่อโคลนจะมีความลึกเพิ่มขึ้นทีละ 10 ซม. และอีกไม่นาน นักรบธาตุไฟจะไม่สามารถหนีออกไปจากบ่อโคลนได้ จนท้ายที่สุด ร่างทุกส่วนก็จะถูกฝังอยู่ในบ่อโคลน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดของเวทย์โคลนดูด!

 

นักรบธาตุไฟพยายามขยับขาของตนอย่างยากลำบาก เขาต้องการหาทางหลุดออกไปจากบ่อโคลนให้ได้โดยไว เพราะถ้ามันจมต่อไปเรื่อยๆ เขาจะไม่สามารถใช้พลังปราณธาตุไฟเพื่อสลัดให้หลุดได้อีก และเมื่อถึงตอนนั้น เขาจะไม่สามารถทำอะไรได้เลย นอกจากเป็นกระสอบทรายของไอร่า

 

แต่น่าเสียดายที่ไอร่าไม่ให้เขาได้มีเวลาเพื่อสลัดให้หลุด เธอยิงบอลน้ำแข็งจากทุกทิศทางใส่นักรบธาตุไฟอยู่ตลอดเวลา นักรบธาตุไฟจึงทำได้เพียง ใช้ดาบปัดป้องและทำลายบอลน้ำแข็งทิ้งทีละอัน

 

เขาได้ทำลายบอลน้ำแข็งลงอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด….นักรบธาตุไฟก็จำไม่ได้แล้ว ว่าตนเองทำลายบอลน้ำแข็งทิ้งไปมากเท่าไร ซึ่งไอเย็นจากการทำลายบอลน้ำแข็งได้แพร่กระจายไปทั่ว จนปกคลุมบนชุดเกราะนักรบธาตุไฟ ตอนนี้ มันทำให้เขาขยับร่างกายได้ยากขึ้น

 

อากาศเย็นที่ได้ปลุกคลุมชุดเกราะของนักรบธาตุไฟ มันเริ่มทำผิวหนังที่อยู่ภายใต้ชุดเกราะ นั้นเริ่มส่งผลกระทบจากความหนาวเย็น ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นาน ร่างกายของเขาคงมิอาจทนได้ เขาต้องหาหนทางเพื่อให้ตนเองออกจากจุดนี้ให้ได้ แต่…นักเวทธาตุน้ำผู้นี้ ได้ปล่อยบอลน้ำแข็งอย่างไม่จบไม่สิ้น อากาศเริ่มเย็นลง บ่อโคลนที่อยู่ด้านล่างได้ปรากฏความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ‘บ่อโคลนเริ่มแข็งตัว’

 

นักรบธาตุไฟพยายามหันไปรอบๆ จนต้องรู้สึกตกใจขึ้น เพราะขาทั้งสองข้างเริ่มที่จะขยับไม่ได้แล้ว

 

เมื่อไอร่าเห็นท่าทางของนักรบธาตุไฟ เธอจึงรู้ว่าโอกาสแห่งชัยชนะได้มาถึงแล้ว ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกฝ่ายจะต้องพ่ายแพ้ในอีกไม่นาน! และในที่สุด นักรบธาตุไฟจึงยกมือขึ้น เพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดื้อดึงอีกต่อไป แค่นี้ท่อนล่างเขาก็เริ่มไร้ความรู้สึกแล้ว หากนานกว่านี้ มีแต่จะทำให้ร่างกายบาดเจ็บ!

 

เมื่อเห็นนักรบธาตุไฟเดินลงจากลานประลอง โส่วเจี่ยรู้สึกผ่อนคลายลง เขาเข้าใจดี ว่าการต่อสู้นี้จะเป็นประสบการณ์ที่สำคัญสำหรับไอร่า แม้เธอจะใช้เพียงบอลน้ำแข็งและเวทย์โคลนดูด แต่เธอกลับสามารถสร้างผลกระทบเพิ่มเติม ในการเปลี่ยนสภาพบ่อโคลนให้กลายเป็นน้ำแข็ง โดยการลดอุณหภูมิโดยรอบที่ละนิด เธอได้เลียนแบบการใช้เหมันต์เยือกแข็งที่โส่วเจี่ยแสดงให้ดู เพื่อฝังนักรบธาตุไฟให้ติดอยู่ในโคลนดูด และเมื่ออีกฝ่ายหนีไม่ได้ เธอจึงค่อยๆแผ่ไอเย็นไปยังห้วงอากาศโดยรอบ เฝ้ารอให้อีกฝ่ายทนไม่ไหว จนต้องกล่าวย้อมแพ้ไป!

 

เมื่อเห็นว่าไอร่าได้ยืนอยู่บนลานประลองด้วยสีหน้าที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง โส่วเจี่ยพบวาเขายิ่งรู้สึกชื่นชมในตัวของอีกฝ่ายมากขึ้น ถึงแม้เธอจะพูดไม่เก่ง แต่ทุกครั้งที่เธอพูด เธอกลับแสดงออกถึงปัญญาที่สูงล้ำ ซึ่งได้ถูกปกปิดไว้ด้วยเปลือกนอกที่เป็นดั่งประติมากรรมน้ำแข็ง เธอสงบอยู่และไม่แยแสสิ่งใดที่อยู่รอบข้าง และในเวลานี้ เธอได้ยืนอย่างมั่งคงและหนักแน่นเหมือนขุนเขา ที่มิอาจพังทลายได้

 

ด้านล่างของลานประลอง นักรบธาตุไฟอันดับที่สามได้กล่าวออกมาด้วยเสียงที่หม่นหมอง “ท่านอาจารย์ เทคนิคการใช้น้ำแข็งของเธอ ข้าไม่อาจเอาชนะได้เลย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ข้ามั่นใจ เวทย์บอลน้ำแข็งที่อีกฝ่ายใช้ มันไม่มีทางที่นักเวทฝึกหัดอย่างเธอจะใช้ได้? ข้าสงสัยว่าเธอจะใช้ความช่วยเหลือจากอุปกรณ์เวทมนตร์!”

 

“เงียบซะ!” เมื่อกล่าวจบ อาจารย์หันไปมองทางไอร่าและกล่าวด้วยเสียงที่หนักแน่นขึ้น “อย่าได้กล่าวอะไรที่น่าอับอายเช่นนั้น ให้พวกเราต้องขายหน้าอีก! ถึงเธอจะไม่สามารถใช้บอลน้ำแข็งจนต้องพึ่งพาอาวุธในมือเธอ แต่มันจะสำคัญอะไรเล่า! เวทย์บอลน้ำแข็งนั้นไม่ได้มีความน่ากลัวอยู่เลย แต่สิ่งที่น่ากลัวคือจินตนาการของเธอต่างหาก ที่ทำให้เจ้าพ่ายแพ้”

 

“อะ! เธอพึ่งพาอาวุธเพื่อให้ได้รับชัยชนะ? สำหรับพวกเรามันถือว่าไม่ยุติธรรมยิ่งนัก” นักรบธาตุไฟลำดับที่สาม ได้กล่าวออกมา เมื่อมองไปทางไอร่าที่กำลังยืนอยู่บนลานประลอง

 

“เฮ้อ…” หัวหน้าทีมของนักรบธาตุไฟได้แต่ถอนหายใจออกมา และตบไปที่ไหล่ของนักรบธาตุไฟอันดับที่สามเบาๆ พร้อมกับกล่าวขึ้น “อย่างนั้นเจ้าก็ต้องทิ้งดาบของเจ้าก่อน เจ้าจึงจะสามารถให้อีกฝ่ายทิ้งอาวุธของเธอได้ ในความเป็นจริง ดาบของเจ้ามีระดับที่สูงกว่าคทาธาตุน้ำของเธออีก”

 

“เอ๊ะ!” ได้ยินคำกล่าวของหัวหน้าทีม นักรบธาตุไฟอันดับที่สาม รู้สึกตกใจจึงต้องอุทานออกมาด้วยเสียงที่สั่นไหว แม้ว่าเขาไม่อยากที่จะยอมรับ แต่เขาก็ทำไม่ได้ เพราะดาบที่ตัวเองใช้นั้นมีระดับที่สูงกว่าจริง และเป็นเขาเองที่ไร้ซึ่งความสามารถ มิอาจดึงพลังของอาวุธคู่กายออกมาได้เต็มร้อย

 

นักรบธาตุไฟอันดับที่สาม พยายามจะหาคำโต้แย้งอยู่นั้น อาจารย์จึงได้กล่าวออกมา “อย่าดื้อดึงอีกเลย ถ้าเจ้าไม่รู้จักประมาณตน และไม่ยอมรับกับความพ่ายแพ้ ภายภาคหน้า เจ้าคงไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะเด็กคนนั้นได้ ไม่ต้องกล่าวถึงความคิดและทักษะ ในด้านอื่นๆเธอก็เหนือกว่าเจ้ามาก เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว เจ้านั้นเหมือนเด็กที่พึ่งเกิดได้ไม่นาน!”

 

เมื่อกล่าวจบ อาจารย์จึงได้หันไปยังนักรบธาตุไฟอันดับที่สองและกล่าวว่า “เอาล่ะ ตอนนี้ถึงตาเจ้าแล้ว ขึ้นไปแสดงฝีมือของเจ้าซะ เจ้าจงจำไว้….เมื่อเริ่มการแข่งขัน เจ้าห้ามหยุดอยู่กับที่เด็ดขาด และอย่าได้ลืมว่าเจ้าต้องระมัดระวังโคลนดูดของเธอให้มากขึ้น”

 

อาจารย์ของรักรบธาตุไฟได้หยุดเล็กน้อย และกล่าวต่ออีกครั้ง “ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม จงระวังเวทย์โคลนดูดให้ดี ก้าวให้ไว ถ้าเจ้าติดอยู่ในบ่อโคลน จงโคจรพลังปราณเพื่อสลัดให้หลุดโดยไว ตราบใดที่เจ้าสามารถเข้าประชิดตัวเธอได้ ข้าเชื่อว่า…การแข่งขันจะจบลงด้วยชัยชนะของเจ้า!”

 

“ข้าเข้าใจแล้ว! ข้าจะจำให้ขึ้นใจ! เมื่อได้ยินคำกล่าวของอาจารย์ ประกายตาของนักรบธาตุไฟอันดับที่สองก็ลุกโชนด้วยความมั่นใจ

 

ไม่นานหลังจากนั้น การแข่งขันรอบที่สองกำลังจะเริ่มขึ้น ไอร่ายืนอยู่บนลานประลองเพื่อเป็นตัวแทนของนักเวทธาตุน้ำ เธอมองเห็นความมั่นใจ ที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนักรบธาตุไฟ ที่จะเป็นคู่ประลองคนถัดไปของเธอ แม้อีกฝ่ายจะมั่นใจ แต่ไอร่าก็ไม่ได้ใส่ใจนักและมีสีหน้าที่เฉยชา เพราะในช่วงพักเที่ยงที่ผ่าน เธอได้วิเคราะห์และวางแผนไว้หมดแล้ว มั่นไม่เหลือช่องโหว่หรือโอกาสให้อีกฝ่ายพลิกกลับมาชนะได้!

 

เมื่อผู้ตัดสินได้ประกาศเริ่มการแข่งขัน นักรบธาตุไฟก็ทำตามคำแนะนำของอาจารย์ และเริ่มวิ่งวนไปรอบๆ เมื่อต้องเจอกับการกระทำของนักรบธาตุไฟ ไอร่าจึงเริ่มใช้เวทย์โคลนดูดออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งฝ่ายตรงข้ามก็สามารถหลบหลีกได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป อีกฝ่ายก็ร่วงลงสู่บ่อโคลนของเธอ แต่เมื่อก่อนที่นักรบธาตุอัคคีจะก้าวลงสู่บ่อโคลน เขาได้เร่งพลังลมปราณไว้พร้อมแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องอยากที่จะสลัดให้หลุดจากบ่อโคลน และเมื่อหลุดออกมาได้ รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบ้หน้าของนักรบธาตุไฟ

 

นักรบธาตุไฟ เริ่มเข้ามาใกล้ไอร่าด้วยความชะล่าใจ เมื่อเขาเข้ามาถึงระยะโจมตี ไอร่าจะไม่สามารถใช้เวทย์ในระยะประชิดได้ ซึ่งมันจะเหลือเพียงดาบของเขาเท่านั้น ที่จะขัดขวางจังหวะการร่ายเวทย์ของอีกฝ่าย และจบการต่อสู้ลง ด้วยการฟันเพียงหนึ่งครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นนักรบธาตุไฟพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอเย้ยยิ้มที่มุกปาก พร้อมกับลดคทาของเธอลง จับจ้องไปที่นักรบธาตุอัคคีซึ่งอยู่ห่างเพียง 20 เมตร ก่อนจะสร้างโล่น้ำปกคลุมร่างของเธอ!

 

โล่น้ำของเธอ ไม่ได้สร้างจากมาเวทมนตร์ มันเป็นเพียงการควบคุมสายน้ำให้ม้วนเป็นวงกลม ปกคลุมร่างเอาไว้แบบหยาบๆ แต่เมื่อนักรบธาตุไฟเข้ามาใกล้ เธอจึงผลักโล่น้ำให้พุ่งไปยังนักรบธาตุไฟที่กำลังคืบเข้ามา

 

ทุกคนต้องรู้สึกตกใจกับการกระทำของเธอ โดยเฉพาะโส่วเจี่ย ที่ไม่อาจจะเข้าใจจริงๆ ว่ามีเหตุผลอะไรที่เธอจะต้องผลักโล่น้ำ ไปหาฝ่ายที่กำลังเข้าประชิดตัว…เอามันปกคลุมร่างเพื่อลดความเสียหายไม่ดีกว่าหรือ?

 

 

 

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่รวดเร็วได้ที่ Facebook : Oni.Matcha