0 Views

 

ริชาร์ดนึกถึงอะไรบางอย่างก่อนที่จะถามขึ้นมาว่า “มาสเตอร์ไม่ได้ทิ้งบาดแผลไว้ให้กับท่าน

ใช่หรือไม่ ?”

 

“หึ ! แน่นอนว่าไม่ !” กาตอนตอบเสียงแข็งพร้อมกับลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของเขา แต่เมื่อเขารู้ตัวก็รีบนั่งลงอย่างรวดเร็วจนทำให้หลุมฝังศพที่อยู่ด้านล่างเกิดเสียงดังขึ้นราวกับว่ามันพร้อมที่จะแตกหักได้ตลอดเวลา

 

ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นจากสายตาที่กำลังสงสัยของริชาร์ดทำให้กาตอนหายใจเข้าออกอย่างรวดเร็ว เขากล่าวออกมาว่า “โอเค อันที่จริงมันก็มีบาดแผลที่ทิ้งไว้นั่นแหละ แต่มันก็ไม่ได้หนักหนาอะไร ! มันก็แค่เรื่องของเงินไม่ใช่รึไง !? ข้าเป็นถึงผู้นำที่เก่งกาจและข้าก็มั่นใจว่าข้าสามารถคืนหนี้ทั้งหมดนั้นได้แน่ ถ้าข้าสามารถยึดเพลนได้มากขึ้นในอีก 180 ปีข้างหน้า !”

 

คำพูดที่กาตอนกล่าวออกมาทำให้ริชาร์ดแทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ทันทีที่ได้ยินเขาก็แทบอยากจะเปิดปากถามกาตอนเหลือเกินว่า 180 ปีที่เขาพูดเมื่อครู่เป็นเวลาของเพลนหรือของนัวแลนด์กันแน่ ทว่าเขาก็รู้สึกว่ามันอาจจะเป็นคำถามที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นักจึงเลือกที่จะไม่ถามออกไปเช่นนั้น

 

การที่ทั้งชารอนและเม้าเทนซีเข้ามาอยู่ในชีวิตของเขามีอิทธิพลต่อนิสัยของเขาอย่างมาก ซึ่งก็ดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มไปทางที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

 

ทันทีที่ริชาร์ดกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมา สัญชาตญาณที่เฉียบคมของกาตอนก็บอกเขาว่าสิ่งที่ริชาร์ดกำลังจะกล่าวออกมาจะต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ กาตอนจึงพูดแทรกขึ้นมาว่า “เอาล่ะ เจ้าหนู ! เลิกสนใจเรื่องพวกนั้นแล้วก็ลืมเรื่องไร้สาระที่เจ้าได้เรียนรู้มาในดีพบลูไปซะ ข้าจะสอนสกิลของจริงให้กับเจ้า มันเป็นสิ่งที่จะทำให้เจ้าสามารถใช้พลังทางสายเลือดของเจ้าได้”

 

กาตอนลุกขึ้นและมองไปยังริชาร์ดซึ่งกำลังแสดงท่าทีที่คาดเดาได้ยาก เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดว่า “ไม่ต้องรีบปฏิเสธข้าหรอก ข้าไม่ได้จะสอนวิชาของอาเครอนให้กับเจ้า สิ่ง ๆ นี้มันเป็นสิ่งที่แม่ของเจ้าควรจะสอนเจ้า แต่ดูเหมือนว่านางจะยังไม่ได้สอน และในตอนนี้ ข้าจะเป็นคนสอนมันให้กับเจ้าเอง”

 

“ท่านแม่ ?” ริชาร์ดเปล่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ เพราะสำหรับเขา เขารู้เพียงว่ามารดาของเขาเป็นแค่อโคไลท์เท่านั้น และแม้ว่าในขณะที่เขาเล่าเรียนอยู่ภายในดีพบลู เขาจะตระหนักขึ้นมาได้ว่าเอเลน่าไม่ได้เป็นแค่อโคไลท์ แต่เขาก็ไม่คิดว่านางจะอยู่ในระดับเกรทเมจ

 

กาตอนพยักหน้า “ครั้งหนึ่งแม่ของเจ้าเคยเป็นราชวงศ์อยู่ภายในราชวังซิลเวอร์มูน ในตอนนั้นนางเป็นชาแมนแห่งอลูเซียซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ นี่จึงทำให้เจ้ามีสายเลือดของเอลฟ์ซิลเวอร์มูน สิ่งที่ข้าจะสอนให้กับเจ้าเป็นสกิลลับที่สืบทอดต่อ ๆ กันมา”

 

กาตอนสะบัดข้อมือตัวเองและในมือของเขาก็ปรากฏอาวุธออกมา อาวุธในมือเขานั้นมีความยาวประมาณ 1 เมตร และมีความกว้างของใบมีด 4 เซนติเมตร รูปทรงของมันเรียบตรงอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าความแหลมคมของใบมีดมีความบางมากกว่าที่จะเป็นดาบธรรมดา ทันทีที่กาตอนสะบัดดาบในมือของเขาก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้นอย่างไม่หยุด

 

“ดูให้ดี นี่เป็นสกิลลับของดาบซิลเวอร์มูนที่เรียกว่า — แอนนิฮิเลชั่น” กาตอนก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วก่อนที่จะยกอาวุธในมือของเขายื่นไปข้างหน้า

 

จันทร์สีฟ้าครึ่งเสี้ยวปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของกาตอนอย่างฉับพลัน แสงจันทร์สาดลงมาที่ตัวเขาราวกับแสงสะท้อนของผิวน้ำ ปลายของอาวุธเปล่งประกายออกมาด้วยสีน้ำเงินสะดุดตา และพลังลึกลับบางอย่างก็ทำให้อาวุธในมือของเขาพุ่งไปด้านหน้าในทันทีพร้อมกับที่ร่างของกาตอนก็พุ่งออกไปด้วย เขาพุ่งไปไกลกว่า 10 เมตรโดยไม่มีสัญญาณเตือน

 

การเคลื่อนไหวนี้เป็นไปอย่างสวยงามแต่ก็มีความอ้างว้างแฝงอยู่ มีแสงสีฟ้าทิ้งไว้ตามทางในขณะที่กาตอนเคลื่อนที่ออกไปราวกับเป็นภาพในความฝัน ในดาบนั้นบรรจุไปด้วยพลังของดวงจันทร์อันดับที่ 4 บลูมูน (จันทราสีฟ้า) ซึ่งดูเหมือนว่ามีพลังพอที่จะทะลุร่างของมังกรขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

 

กาตอนปรากฏตัวด้านหน้าริชาร์ดอีกครั้งอย่างไร้ร่องรอยและเขาก็เก็บดาบเข้าไปดังเดิม ทว่าแสงสีฟ้ายังคงหลงเหลืออยู่ตามทางที่เขาผ่านมา มันยังคงลอยอยู่เหนือศีรษะของเขาด้วย แสงของมันส่งออกไปในรัศมี 10 เมตรพร้อมกับส่องแสงจันทร์ที่เย็นยะเยือกมายังร่างของริชาร์ด

 

กาตอนลูบดาบยาวก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงผิดหวังว่า “นี่เป็นท่าที่แม่ของเจ้าเคยใช้ครั้งหนึ่งในอดีต ข้าจึงสามารถจำมันได้อย่างชัดเจน ส่วนท่าอื่น ๆ ข้าคิดมันออกมาด้วยตัวของข้าเองในตอนที่ข้ามีเวลาว่าง ซึ่งข้าก็ได้พยายามมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่อาจเป็นเพราะข้าไม่ได้มีสายเลือดของซิลเวอร์มูน ข้าจึงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ข้าทำถูกต้องหรือไม่ เจ้าใช้สิ่งที่ข้าแสดงให้เจ้าดูเป็นพื้นฐาน แต่ในส่วนของการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์นั้น เจ้าอาจจะต้องศึกษามันด้วยตัวของเจ้าเองเมื่อเจ้ามีโอกาส”

 

เสี้ยวที่อยู่ด้านบนศีรษะของกาตอนแปรเปลี่ยนจากสีฟ้ากลายเป็นสีแดงก่อนที่มันจะเปลี่ยนจาก  ดวงจันทร์อันดับที่ 4 กลายมาเป็นดวงจันทร์อันดับที่ 1 พลังของกาตอนระเบิดออกมาอีกครั้ง และในครั้งนี้ดาบของเขาที่ย้อมไปด้วยแสงจันทร์สีแดงก็ฟันผ่านอากาศไปอย่างเงียบ ๆ ขณะที่เข้าก้าวไปด้านหน้า

 

การเคลื่อนไหวแรกเปรียบเสมือนวอริเออร์ที่กล้าหาญและเหมือนกับกองกำลังที่ไม่อาจต้านทานได้ เสี้ยวที่อยู่บนอากาศก่อนหน้านี้ได้จางหายไปตามวิถีของดาบ และในตอนนี้มันดูเหมือนกับคริสตัลสีแดงอ่อนที่ถูกผสมผสานเข้ากับการเคลื่อนไหวที่สง่างามของกาตอนราวกับกำลังเกิดดวงจันทร์ดวงใหม่ขึ้น นี่เป็นสกิลลับที่สอดคล้องกับสกาเล็ตมูน (จันทราสีแดงเพลิง) ซึ่งเรียกว่า — บีเฮดดิ้ง นิวมูน —

 

ก่อนที่จะตามด้วยดวงจันทร์อันดับที่ 2 เอ็มเบอร์มูน (จันทราเหลืออำพัน) ซึ่งเป็นการโจมตีที่กินพื้นที่รอบ ๆ ตัวของเขา ส่วนไวโอเลตมูน (จันทราสีม่วง) ซึ่งเป็นดวงจันทร์อันดับที่ 5 นั้นมีความรวดเร็วอย่างมากจนสามารถที่จะโจมตีฝ่ายตรงข้ามได้ในชั่วพริบตา ในขณะที่ดวงจันทร์ดวงอันดับที่ 6 ซิลเวอร์มูน (จันทราสีเงิน) จะสร้างเกลียวขึ้นมาเพื่อโจมตีไปยังศัตรูอย่างไม่สิ้นสุด

 

เมื่อเสี้ยวพระจันทร์บนศีรษะของกาตอนได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นสีเขียวมรกตแล้ว เขาก็หยุดการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันก่อนที่จะยืดตัวขึ้น แสงจันทร์สีเขียวสาดส่องมาที่ไหล่ของเขาราวกับการไหลของสารปรอท ทันทีที่มันสัมผัสเข้ากับพื้น มันก็กระจายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นแห่งชีวิตกระจายออกไปทั่วทุกพื้นที่ที่แสงจันทร์สาดส่อง แม้แต่หินภูเขาไฟที่เป็นสีดำสนิทก็ยังเปลี่ยนเป็นสีเขียวในชั่วพริบตาเดียว หินนี้ไม่เคยเคลื่อนที่แม้กระทั่งในตอนที่ลาวาปะทุออกมา ทว่าท่ามกลางรอยแยกของมันในตอนนี้กลับมีต้นอ่อนที่กำลังเติบโตผุดขึ้นมา ! และนี่เป็นสกิลลับแห่งดาบของดวงจันทร์ที่ 3 ที่เรียกว่า — เดเวาท์ เพรเยอร์ —  ซึ่งมันสามารถฟื้นฟูชีวิตได้

 

เมื่อพระจันทร์สีเขียวค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ กลิ่นแห่งชีวิตก็กลับไปเป็นกำมะถันเดือดที่คุ้นชินอีกครั้ง ต้นอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นก็เหี่ยวเฉาอย่างฉับพลัน และทุกอย่างก็กลับกลายเป็นสีดำหม่นอีกครั้ง ในตอนนี้ทุกอย่างกลับสู่สภาพปกติแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงภาพลวงตาของดวงจันทร์ทั้ง 6 ที่ดูเหมือนเป็นเพียงแค่ความฝัน

 

“มันน่าจะมีสกิลที่ผสมผสานพระจันทร์ทั้ง 7 เข้าด้วยกัน แต่ในตอนนี้ข้ายังไม่ค้นพบวิธีการเหล่านั้น” กาตอนยื่นดาบยาวให้ริชาร์ด “เอาล่ะ ตอนนี้มันเป็นของเจ้าแล้ว ! ข้าได้ดาบนี้มาจากอาณาจักรเอลฟ์ที่อยู่ในเพลนแห่งหนึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าจะตั้งชื่อให้กับมันหลังจากนี้ด้วยตัวเจ้าเองก็ได้”

 

ริชาร์ดรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเขาได้ดาบเล่มนี้มาครอบครอง มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา ภายในใบมีดนี้ยังมีพระจันทร์อีก 6 ดวงที่ยังคงซ่อนอยู่ และทันทีที่เขาครอบครองมัน ร่างกายของเขาก็เกิดการสั่นไหวเบา ๆ ตามแรงที่เกิดจากดาบเล่มนี้ ในบรรดาดวงจันทร์ทั้ง 7 โกลด์มูน (จันทราสีทอง) มีความมืดมนมากที่สุด ในหนึ่งปีมันจะปรากฏขึ้นเพียง 2-3 วันเท่านั้น สีสันภายในตัวของมันที่ไม่ได้สะดุดตาเท่าไหร่นักทำให้มันถูกเพิกเฉยและไม่ได้รับความสนใจ ทว่าพลังของมันกลับมีความลึกลับซับซ้อนและยากที่จะค้นพบได้

 

ดาบเล่มนี้ไร้ฝัก ริชาร์ดใช้มือของเขาลูบไปที่ใบมีดอย่างเบามือทว่ามันกลับมีความแหลมคมจนทำให้มันบาดเข้าที่นิ้วของเขาในทันที ในความเป็นจริงเลือดของเขาควรจะหยดลงบนใบมีด แต่มันกลับไหลลงสู่พื้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทิ้งคราบเลือดไว้บนใบมีดแม้แต่หยดเดียว

 

ริชาร์ดจับด้ามจับด้วยมือทั้งสองข้างของเขาก่อนที่จะชี้มันไปด้านหน้า ใบมีดสั่นเล็กน้อยตามแรงแกว่งพร้อมกับปรากฏสีน้ำเงินจาง ๆ ตรงบริเวณปลายมีด ริชาร์ดรับรู้ถึงความแปลกประหลาดของบางอย่างตั้งแต่ที่เริ่มขยับกาย และเขาก็รู้สึกถึงพลังของดวงจันทร์ดวงที่ 4 อย่างแรงกล้า

 

‘บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาเคยเห็นการเคลื่อนไหวและกระบวนท่าจากท่านแม่ก่อนหน้านี้ เขาจึงสามารถเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ได้มากกว่าคนอื่น’  ริชาร์ดนึก แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาไม่รู้เลยคือสาเหตุที่กาตอนรู้สกิลพวกนี้ก็เพราะว่าครั้งหนึ่งมันเคยแทงเข้ามาที่หัวใจของเขา ตอนนี้ริชาร์ดตื่นเต้นเกินจนลืมสงสัยไปว่า : เหตุใดกาตอนจึงสามารถใช้วิชาดาบของเอลฟ์ที่เป็นมรดกตกทอดกันมาภายในปราสาทซิลเวอร์มูนได้ ? —

 

กาตอนนั่งลงบนหลุมฝังศพก่อนที่เขาจะแสดงสีหน้าปกติและกล่าวออกมาว่า “เอาล่ะบอกข้ามาซิว่าหลังจากนี้เจ้าจะทำอย่างไรต่อไป ? อันที่จริงแล้วเจ้าสามารถอยู่ที่นี่เพื่อสร้างรูนของเจ้าต่อไปก็ได้หรือเจ้าจะเข้ามายังดินแดนของข้าพร้อมกับสร้างกองทัพของเจ้าเองก็ได้ ข้าจะหาคนมาสร้างกองทัพให้กับเจ้า 10 คน และเจ้าก็สามารถร่วมต่อสู้ไปกับกองทัพของข้าได้เช่นกัน นี่เป็นธรรมเนียมของอาเครอนที่จะเริ่มฝึกฝนโดยการเป็นหัวหน้ากองทัพธรรมดาในตอนเริ่มแรก แต่เมื่อเจ้ากลายเป็นรูนมาสเตอร์แล้ว เจ้าสามารถที่สร้างกองทัพเมจของเจ้าได้ด้วยตัวเอง และเจ้าก็จะมีรูนไนท์ที่จะคอยป้องกันอันตรายให้กับเจ้าด้วย เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าเองก็สามารถที่จะสร้างห้องทดลองเวทย์ของเจ้าได้ตามที่เจ้าต้องการ”

 

ในตอนนี้ริชาร์ดรู้เป้าหมายในอนาคตของตัวเองแล้ว เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนที่จะตอบกลับไปว่า “ข้าต้องการมีส่วนร่วมในสงครามแย่งชิงเพลน”

 

“เพียงลำพัง ?” กาตอนถามด้วยความตกตะลึงพร้อมกับสังสัยในการตัดสินใจของริชาร์ด

 

“ใช่ เพียงลำพัง ข้าต้องการออกไปค้นหาความลับของเพลนด้วยตัวของข้าเอง และข้าก็อยากจะพิชิตเพลนเหล่านั้นสัก 2-3 เพลนในระหว่างที่ข้าเดินทางผ่าน ข้าไม่อยากตามท่านรวมถึงกองทัพใหญ่ของท่าน” ริชาร์ดตอบด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นและตั้งใจ

 

กาตอนหัวเราะออกมา “ไม่เลวเลยหนิ ! แต่สงครามที่เจ้าพูดถึงมันไม่ใช่แค่การผจญภัยสามัญนะเจ้าควรจะรู้ด้วย ทุกการผจญภัยต่างก็ต้องการผู้ร่วมเดินทางไปกับเจ้า สงครามไม่ใช่เกม ซึ่งนั่นหมายความว่าในบางครั้ง เจ้าจะไม่สามารถพิชิตเพลนได้ด้วยตัวเจ้าเองเพียงคนเดียว !”

 

ริชาร์ดขมวดคิ้วก่อนจะตอบว่า “ตอนนี้ข้ามีคุณสมบัติที่จะเป็นรูนมาสเตอร์แล้ว ภายใน 2-3 ปีนี้ ข้าสามารถที่จะสร้างกองทัพจำนวน 10 คนได้ถึง 2 กองทัพ ข้าจะให้รูนไนท์กับท่าน 10 คน ส่วนตัวข้าจะนำกำลังส่วนที่เหลือสร้างเป็นกองทัพของข้าเพื่อที่จะไปต่อสู้ยังเพลนอื่น ๆ จากที่ข้าเคยศึกษามา รูนไนท์ 10 คนถือว่าเป็นจำนวนที่เพียงพอสำหรับการเข้าพิชิตเพลนระดับต่ำ ได้ สำหรับวอริเออร์ 10 คนที่ข้าให้กับท่านถือเป็นการชำระหนี้สินที่ตระกูลได้ลงทุนให้กับข้าก่อนหน้านี้ ข้ารู้ดีว่ามันยังไม่เพียงพอตามจำนวนที่ลงทุนไปทั้งหมด แต่ข้าต้องการที่จะออกสำรวจเพลนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

 

สายตาของกาตอนจับจ้องไปยังริชาร์ด เขาตั้งใจฟังสิ่งที่ริชาร์ดกล่าวก่อนที่จะถามขึ้นมาว่า “เจ้าบอกว่าเจ้าจะสามารถสร้างรูนไนท์ 20 คนได้ภายในระยะเวลา 3 ปีงั้นรึ ?”

 

ริชาร์ดพยักหน้า “แน่นอน และจะเป็นรูนไนท์ที่ยอดเยี่ยมด้วย”

 

กาตอนเปล่งเสียงหัวเราะออกมาในทันที เขาตบไปยังไหล่ของริชาร์ดจนเกือบทำให้ริชาร์ดหน้าคมำลงไปกับพื้น “เพียงพอแล้วล่ะ ! ข้าไม่คาดหวังว่าเจ้าจะมีความสามารถเช่นนั้น แต่ดูเหมือนว่าบางทีเจ้าอาจจะพิชิตเพลนไร้ขอบเขตได้ก่อนที่ข้าจะทำมันได้สำเร็จด้วยซ้ำ”

 

 

ติดตามได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/cityofsinnovel

ช่องทางการจัดจำหน่าย (ลงวันละ 3-4 ตอน) : https://novelrealm.com/detail.php?novel=51  <<< <<< (ถึงตอนที่ 290 แล้วครับ)