0 Views

 

พื้นที่ภายในดีพบลูโดยเฉพาะรอบ ๆ หอคอยหลักเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัย ดูเหมือนว่าสตีเว่นจะอยู่ในคนกลุ่มน้อยที่กล้าเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อโจมตีคู่ต่อสู้ภายในสถานที่แห่งนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะทำเรื่องที่สุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยของตัวเอง ทว่าในตอนนี้เขาก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในดีพบลูได้อย่างปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในตอนนี้ลูกน้องของเขาเองก็มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน และเพื่อให้มั่นใจว่าสตีเว่นจะได้รับชัยชนะจากการแข่งขัน ดยุกโซแลมก็ได้ส่งกองทัพขนาดใหญ่เพื่อมาเป็นกองหนุนให้กับเขาด้วย

 

ในเวลานี้แบล็คโกลด์กลับเริ่มรู้สึกผิดหวังที่ตัดสินใจให้คนเหล่านี้อยู่ต่อโดยไม่ได้ทำโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ทันทีที่เขารู้ว่าเม้าเทนซีและริชาร์ดอยู่ด้วยกันตลอดเวลา เขาก็เริ่มกังวลว่าสตีเว่นจะลงมือสังหารริชาร์ดรวมถึงทำร้ายเม้าเทนซี เพราะสถานการณ์ของสตีเว่นในตอนนี้ เขาคือคนที่ไม่หลงเหลือเหตุและผล เขาคงจะเลือกทำทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาอีกต่อไป

 

คนแคระเกรย์เชื่อว่าเม้าเทนซีไร้เทียมทาน ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ อายุ หรือแม้แต่วิธีการสะสมความร่ำรวย สำหรับคนที่ร่ำรวยอย่างนางก็ถือเป็นความโชคดีที่พวกเขาได้รับพรมาจากพระเจ้า ขณะนี้สตีเว่นเริ่มเผยตัวว่าเป็นศตรูกับนางอย่างชัดเจนขึ้น ซึ่งแบล็ดโกลด์ก็ไม่ได้กลัวว่าชีวิตของเม้าเทนซีจะมีความเสี่ยงอะไร แต่สิ่งเดียวที่แบล็คโกลด์กังวลในตอนนี้คือเขากลัวว่าเม้าเทนซีจะถูกคุกคาม นี่ทำให้คนแคระเกรย์ตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ในที่สุดเขาก็เลือก 1 ในตัวเลือกที่ยากพอสมควร เขาตัดสินใจส่งคนไปคอยควบคุมและจับตามองสตีเว่น

 

แน่นอนว่าสตีเว่นย่อมเริ่มที่จะเห็นเมจผู้คุมกฎ 4 คนและไนท์อีก 2 คนมาติดตามเขาไปในทุก ๆ ที่เพื่อ ‘ป้องกัน’ เขา คนเหล่านี้ตามติดไปทุกที่ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน แม้แต่เวลาเรียนพวกเขาก็ยังคงติดตามเข้าไปด้วยเช่นกัน

 

ข่าวคราวเกี่ยวกับริชาร์ดและเม้าเทนซีถูกแพร่กระจายอย่างรวดเร็วภายในดีพบลู ทุกคนต่างเริ่มตระหนักถึงสถานะและภูมิหลังของเม้าเทนซี หลังจากนั้นทุกคนเห็นนางปรากฏตัวในห้องเรียนของริชาร์ดบ่อยครั้ง ทว่าการพูดถึงกลับไม่ได้ถูกเปิดเผยเท่าไหร่นัก ด้วยความแข็งแกร่งและน่าเกรงขามของนาง จึงทำให้คนเหล่านั้นยังรู้สึกกลัวที่จะแสดงความเห็นออกมา

 

เวลาผ่านไปอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาแห่งการแข่งขันเริ่มใกล้เข้ามาทุกที ในวันหนึ่งคนแคระเกรย์ได้นัดพบริชาร์ด เขาพูดคุยกับริชาร์ดเป็นเวลานานโดยอธิบายถึงความยากลำบากทั้งหมดที่ชารอนต้องพยายามทำตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในตอนแรกเขากล่าวกับริชาร์ดว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องง่ายสำหรับนางเลยที่จะมีความมั่งคั่งได้อย่างทุกวันนี้ เขายังบอกกับริชาร์ดอีกว่าชารอนพึงพอใจในตัวเขาอยู่ไม่น้อย ทว่าในตอนนี้สถานะทางการเงินของดีพบลูถึงขั้นวิกฤติแล้ว ในวันพรุ่งนี้ดีพบลูอาจจะต้องขายสินค้าออกไปในราคาที่ถูกลงเพื่อนำเงินมาชดใช้หนี้ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ เมื่อฟังเช่นนั้นริชาร์ดก็รู้สึกหน่วงใจขึ้นมา

 

ในขณะที่ริชาร์ดกำลังครุ่นคิดว่าเขาจะสามารถช่วยเลเจนดารี่เมจในครั้งนี้ได้อย่างไร ทันใดนั้นคนแคระเกรย์ก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงสูงว่ามีคนอยู่คนหนึ่งในตอนนี้ที่สามารถช่วยเลเจนดารี่เมจได้ ซึ่งใครคนนั้นก็ไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็น ‘เม้าเทนซี’ นั่นเอง

 

คนแคระเกรย์เดินมายังโต๊ะกาแฟที่อยู่ตรงหน้าริชาร์ด เขามองหน้าริชาร์ดก่อนที่จะพูดวิงวอนด้วยน้ำเสียงที่จริงใจและเคร่งขรึมว่า “ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตอบแทนท่านชารอนแล้ว และสิ่งที่ดีที่สุดที่เจ้าสามารถทำได้ในเวลานี้คือเจ้าต้องทำตัวเป็นสหายที่ดีของเม้าเทนซีและทำให้นางอยู่ที่นี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ตอนนี้นางลงทะเบียนเรียนสำหรับหนึ่งเดือนเท่านั้น และการลงทะเบียนในรอบต่อไปกำลังจะมาถึงเร็ว ๆ นี้”

 

คนแคระเกรย์กล่าวเสริมเป็นนัย ๆ ให้กับริชาร์ดอีกด้วยว่า เขาควรปฏิบัติตามคำขอทั้งหมดของเม้าเทนซีเพื่อให้นางประทับใจ ยกตัวอย่างเช่นการมอบ ‘ของขวัญ’ ให้นางมากขึ้น เพราะสิ่ง ๆ นั้นดูเหมือนว่าตัวริชาร์ดเองก็ไม่ได้เสียหายอะไร

 

คำพูดของคนแครเกรย์ทำให้ริชาร์ดเริ่มสงสัยว่าคนแคระเกรย์แอบติดตาวิเศษไว้ภายในห้องพักของเขาหรือไม่ และก่อนที่ริชาร์ดจะกลับ คนแคระเกรย์ได้กล่าวสัญญาว่า หากริชาร์ดยอมช่วยเขาในเรื่องนี้ เขาจะพยายามช่วยให้ริชาร์ดชนะการแข่งขันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

ริชาร์ดเดินออกมาจากที่ทำงานของแบล็คโกลด์ด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม แม้ว่าเขาจะไม่สามารถนิยามความรู้สึกในตอนนี้ของเขาได้ แต่เขารู้สึกได้อย่างหนึ่งว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเม้าเทนซีในตอนนี้ มันเป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์เสียจนเขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเขาและเม้าเทนซีต้องมาแปรเปลี่ยนไป เขาจึงตัดสินใจที่จะลืมเรื่องทุกอย่างที่เขาสัญญาไว้กับแบล็คโกลด์ก่อนที่จะก้าวเดินออกไป

 

ในค่ำคืนนั้นหลังจากที่ริชาร์ดและเม้าเทนซีกินอาหารค่ำเสร็จ เม้าเทนซีก็ได้รับ ‘ของขวัญ’ ที่นางเฝ้ารอคอยมานาน และแน่นอนว่าหากริชาร์ดไม่ต่อต้านแผนการของแบล็คโกลด์ ของขวัญชิ้นนี้คงจะเป็นของขวัญที่สมบูรณ์มากกว่านี้

 

แม้ว่านางจะรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก แต่นางก็สังเกตเห็นว่าริชาร์ดในตอนนี้ดูผิดปกติไปจากเดิม “มีอะไรรบกวนใจเจ้างั้นรึ ? ” นางถามขึ้น

 

ริชาร์ดพยักหน้าตอบ

 

“เจ้าอยากจะเล่าให้ข้าฟังหรือไม่ ?” นางถามพร้อมกับเอามือเท้าคางไว้

 

ริชาร์ดส่ายหน้าปฏิเสธ เม้าเทนซีถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกขึ้นมายืนข้างเขาอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับมองไปยังรูนเวทมนตร์ชิ้นใหม่ที่เขากำลังออกแบบอยู่

 

เวลาผ่านไปอย่างต่อเนื่อง ช่วงเวลาในการแข่งขันก็ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เม้าเทนซีเองก็เลื่อนเวลาในการอยู่ภายในดีพบลูออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีท่าทีที่จะย้ายออกไปเช่นกัน ยิ่งนางอยู่ในดีพบลูนานมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้แบล็คโกลด์มองริชาร์ดในแง่ดีมากขึ้นเท่านั้น นั่นก็เพราะเงินที่ได้รับจากนางช่วยให้ดีพบลูมีเงินสำหรับใช้จ่ายหนี้อันมหาศาลได้มากขึ้นกว่าเดิม ชีวิตมักเต็มไปด้วยความบังเอิญเสมอ ริชาร์ดที่รอการแข่งขันอย่างเงียบ ๆ และดำเนินชีวิตในทุก ๆ วันอย่างไม่หวือหวากลับต้องมาเจอกับสตีเว่นด้วยความบังเอิญในขณะที่เขากำลังเดินไปเรียนเหมือนกับทุกวัน สำหรับเรื่องนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะทั้งสองเลือกที่จะเข้าชั้นเรียนในหัวข้อวิชาที่แตกต่างกันตั้งแต่ที่พวกเขากลายเป็นคู่แข่งกันแล้ว แบล็คโกลด์เองก็คอยระมัดระวังอย่างมากเพื่อไม่ให้พวกเขาทั้งสองต้องมาเจอกันในชั้นเรียน

 

เมื่อสตีเว่นเจอกับริชาร์ดอีกครั้ง เลือดดราก้อนวอล็อคของเขาก็ปะทุขึ้น ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ ทว่าเขาก็ยังคงพยายามรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองไว้ เขาดึงมินนี่มาข้างตัวพร้อมกับเดินตรงไปยังริชาร์ดช้า ๆ ด้วยความมั่นใจ

 

ความมั่นใจของดราก้อนวอล็อคไม่ได้มาจากเหล่าลูกน้องที่ติดตามเขา แต่มาจากเหล่าเมจผู้คุมกฎ 4 คนรวมถึงไนท์อีก 2 คนที่เดินตามหลังเขามา แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่ผู้ช่วยของเขา แต่เป็นคนที่แบล็คโกลด์ส่งมาเพื่อควบคุมและจับตาดูเขา อย่างไรก็ตามคนส่วนมากก็เข้าใจผิดคิดว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ช่วยระดับสูงของดราก้อนวอล็อค ในเวลานี้สตีเว่นต้องการที่จะใช้ความเข้าใจผิดนั้นเพื่อข่มริชาร์ดให้หลีกทางให้กับเขา เขารู้ดีว่าการกระทำของเขาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาได้ เขาคิดเพียงว่าการได้ข่มขู่ริชาร์ดเพียงชั่วขณะจะสร้างความพึงพอใจให้เขาอยู่ไม่น้อย

 

ทว่าเมื่อเขาก้าวเดินตรงไปข้างหน้าและกำลังจะพูดออกมา เขากลับรู้สึกว่าอะไรบางอย่างได้หายไปจากด้านหลังของเขา เขาหันกลับไปมองด้วยความเร่งรีบและพบว่าเหล่าผู้คุ้มกันที่มากับเขายังยืนอยู่จุดเดิมโดยไม่ได้สนใจที่จะก้าวตามเขามาอย่างที่ควรจะเป็น สายตาของคนเหล่านั้นจับจ้องไปที่ผู้หญิงที่อยู่ข้างกายริชาร์ดด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ดราก้อนวอล็อคเดินตรงไปด้านหน้าหญิงสาว เขานึกขึ้นได้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นคนเดียวกับคนที่ชนเขาในเทศกาลกลางฤดูร้อน ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้นสร้างความอับอายให้กับเขามาก

 

ริชาร์ดจ้องมองมาที่สตีเว่นเช่นเดียวกัน ในเวลานี้เขาไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวสตีเว่นเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างไรการที่ได้มาเจอกันเช่นนี้ก็ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป

 

ก่อนที่ริชาร์ดจะทันได้แสดงท่าทีอะไรออกมา สตีเว่นและมินนี่ก็ได้ก้าวข้ามไปยังถนนฝั่งตรงข้ามแล้ว ริชาร์ดสังเกตเห็นว่าตอนที่เดินผ่าน สตีเว่นไม่ได้เหลียวมองมาเลยแม้แต่นิด ! เขาทำราวกับว่าตั้งใจที่จะเดินไปยังฝั่งตรงข้ามตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

แต่ทันทีที่สตีเว่นเดินข้ามไปถึงอีกฝั่ง เขาก็หันกลับมามองริชาร์ดด้วยสายตาดุดัน ซึ่งนั่นทำให้เห็นว่าสตีเว่นจงใจที่จะหลีกเลี่ยงไม่เผชิญหน้ากับเม้าเทนซี เพราะสำหรับเขาแล้วการสร้างความโกรธแค้นให้กับเจ้าหญิงแห่งจักรพรรดิมิลเลนเนียลเป็นเรื่องที่ไม่น่าทำเท่าไหร่นัก หากนางโมโหขึ้นมาจริง ๆ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

 

การกระทำของสตีเว่นทำให้ริชาร์ดมึนงงอยู่ไม่น้อย รู้ตัวอีกทีสตีเว่นก็หายไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนหรือพูดจายั่วยุให้เขาโกรธเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา และหลังจากที่เขาเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็หันไปมองหญิงสาวที่อยู่ข้างกายก่อนที่จะได้รับคำตอบจากเรื่องนี้ทันที

 

ในตอนนี้ริชาร์ดเข้าใจแล้วว่าทำไมสตีเว่นจึงทำเช่นนั้น และเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพร้อมกับส่ายหน้าไม่ต้องการเก็บเรื่องเหล่านั้นมาใส่ใจ ส่วนเม้าเทนซีนั้น ดราก้อนวอล็อคไม่ได้อยู่ในสายตาของนางเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าเขาเป็นเพียงสิ่งของที่ไม่มีตัวตนและพร้อมที่จะเคลื่อนตัวออกจากทางเดินของนางได้ด้วยตัวของมันเองโดยที่นางไม่จำเป็นต้องทำอะไร

 

ติดตามได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/cityofsinnovel

ช่องทางการจัดจำหน่าย (ลงวันละ 3-4 ตอน) : https://novelrealm.com/detail.php?novel=51  <<< <<< (ถึงตอนที่ 230 แล้วครับ)