0 Views
 
— เขาจะสามารถรับมือกับความแข็งแกร่งแบบนี้ได้จริงหรือ —  นี่นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของริชาร์ด จึงทำให้เขากังวลใจอยู่ไม่น้อย
 
 
ม้าศึกสูญเสียความแข็งแกร่งของมันไปอย่างรวดเร็ว ความเร็วของมันลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่ามันก็ยังคงมีความเร็วสูงกว่าม้าศึกโดยทั่วไปอยู่มาก และยิ่งเวลาผ่านไป พละกำลังของมันก็ยิ่งลดลงอย่างต่อเนื่อง และในที่สุดก็หมดไปอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ผ่านอุปสรรคด่านสุดท้ายไปได้ ม้าตัวใหญ่ก็แสดงอาการอ่อนล้าอย่างชัดเจน มันส่งเสียงร้องอย่างทุรนทุรายพร้อมกับทรุดตัวลงกับพื้น ฟองน้ำลายจำนวนมากฟูมอยู่ในปากขนาดใหญ่ กีบเท้าทั้งสี่กระตุกเกร็งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะหยุดเคลื่อนไหวไปในที่สุด
 
 
ริชาร์ดเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจกับผลลัพธ์ที่เห็นตรงหน้า เขาหันไปมองแกรนด์เมจเฟย์ด้วยแววตาลนลาน เมจเฒ่าตบบ่าเขาแล้วพูดว่า “ไม่ต้องตื่นตระหนก รูนธรรมดาจะเพิ่มความเร็วขึ้น 30% เท่านั้น แต่สิ่งที่เจ้าทำมันไม่พอดี เพราะเจ้าเพิ่มมันถึง 50% ซึ่งมันมากเกินไป ทำให้ม้าแบกรับรูนไม่ไหว นี่เป็นแค่การทดสอบและมันเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าถึงต้องบังคับรูนให้ได้ หากทุกอย่างเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบ รูนก็จะไม่สามารถทำอันตรายเจ้าม้านั่นได้ เอาล่ะ ตอนนี้ข้ามั่นใจว่า เจ้าคงรู้แล้วว่ารูนมาสเตอร์เปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไร”
 
 
ริชาร์ดพยักหน้า หัวใจของเขายังคงเต้นรัว จนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ชั่วขณะ 
 
 
“นี่เป็นพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ดังนั้นจงใช้มันอย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะเจ้านะ ริชาร์ด” เฟย์พูดทิ้งท้าย ก่อนจะก้าวนำริชาร์ดออกไป 
 
 
ริชาร์ดได้รับอนุญาตให้พักผ่อนได้หลังจากนั้น แต่ยังคงมีบางอย่างที่เขาต้องการจะจัดการให้เสร็จ การวาดรูนทำให้เขาอยู่ในสภาพที่ตื่นตัวตลอดทั้งคืนและนั่นทำให้เขาต้องสูญเสียพลังและมานาทั้งหมดของเขาไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ริชาร์ดแทบจะไม่สามารถควบคุมอาการตื่นเต้นของตัวเองได้เลยเมื่อเห็นรูนที่เขาสร้างขึ้น และหลังจากที่ความตื่นเต้นจางหายไป และจิตใจเขาสงบลงแล้ว ความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ภายในร่างกายก็เข้าครอบงำร่างกายเขาทันที ริชาร์ดรู้สึกเหมือนกับมีหินก้อนใหญ่กดลงมาที่เปลือกตาของเขาจนทำให้เขาไม่สามารถฝืนลืมตาขึ้นมาได้อีก สิ่งเดียวที่เขาต้องการในตอนนี้คือการนอนหลับเท่านั้น…….
 
 
เฟย์เรียกเมจรับใช้ที่เข้าเวรในวันนี้มาเพื่อให้เขาพาริชาร์ดกลับไปยังห้องพักส่วนตัว หลังจากที่เมจนำตัวริชาร์ดออกไปแล้ว เฟย์ก็เรียกศิษย์ของตัวเองที่อยู่ใกล้ตัวเขามากที่สุดเข้ามาหา แล้วนำรายการสิ่งของที่ต้องซื้อ กล่องโพชั่นมานาและโพชั่นพลังงานสองกล่องที่อยู่ในกระเป๋าของเขาส่งให้กับนักเรียนคนนั้นเพื่อมอบให้กับริชาร์ดต่อไป
 
 
นักเรียนคนนี้อายุ 30 ปีแล้ว เขาติดตามแกรนด์เมจมาเป็นเวลาหลายปี แม้ว่าเขาจะแสดงใบหน้าแห่งความแปลกใจออกมาเพียงเล็กน้อย แต่ภายในจิตใจของเขากลับโหมกระหน่ำไปด้วยพายุแห่งความริษยา ในสองกล่องนี้มีขวดโพชั่นอยู่กล่องละ 10 ขวด และโพชั่นแต่ละขวดจะมีประสิทธิภาพการทำงานที่นานกว่าปกติ เฟย์มีตำแหน่งสูงภายในดีพบูลจึงทำให้เขามีรายรับที่ค่อนข้างสูงให้สมกับสถานะที่เขาเป็นอยู่ในตอนนี้ ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่กล่องโพชั่นทั้งสองกล่องนี้ก็มีราคาที่สูงมาก จนเทียบเท่ากับเงินเดือนของเฟย์ตลอดทั้งเดือน ซึ่งรายรับของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายภายในห้องแล็บและเงินเดือนของพนักงานด้วย !
 
 
นักเรียนอีกคนที่อยู่ถัดออกมาก็แทบจะหยุดความคิดไม่ได้เช่นเดียวกันเมื่อเห็นท่าทีของอาจารย์ของตนเอง พวกเขาต่างมีความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความฉงนปนความริษยา แต่ก็จำเป็นต้องแสดงท่าทีวางเฉยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น…….
 
 
การทดสอบรูนใช้เวลาตลอดทั้งเช้าของวันรุ่นขึ้น เฟย์มองดูนาฬิกาทรายที่บอกเวลา และพบว่าคาบเรียนปรัชญาเวทมนต์ในตอนบ่ายใกล้จะเริ่มต้นแล้ว ทันใดนั้นเครื่องเทเลพอร์ตก็กระพริบขึ้นทางตะวันออกเฉียงเหนืออย่างฉับพลัน พร้อมกับการปรากฎตัวของสตีเว่นและมินนี่ 
 
 
ทันทีที่เห็นแกรนด์เมจยืนอยู่ สตีเว่นก็เปล่งเสียงร้องออกมา “อาจารย์เฟย์ ในที่สุดข้าก็ได้พบท่าน!”  ชายหนุ่มแสดงท่าทางปิติยินดีอย่างสุดซึ้งเมื่อเจอกับเฟย์
 
 
เขาวิ่งตรงมายังจุดที่เฟย์ยืนอยู่ ก่อนที่จะโค้งตัวทำความเคารพอย่างกระตือรือร้น มารยาทของเขานับว่าโดดเด่นมากกว่าเด็กคนอื่นๆที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา  เมื่อดูจากพื้นฐานตระกูลรวมถึงพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมของเขาแล้ว ก็ถือว่าเขาวางตัวได้อย่างน่าชื่นชมมากเมื่อเทียบกับศิษย์ส่วนตัวของชารอนอีกสองคนที่เหลือ ซึ่งนั่นก็หมายถึงมินนี่ผู้เต็มไปด้วยความหยิ่งยโสและริชาร์ดผู้ที่ไม่เคยสนใจใคร แม้แต่ตอนที่อยู่ในห้องเรียนริชาร์ดก็มักจะจดจ่ออยู่แต่กับบทเรียนโดยที่ไม่ใส่ใจสิ่งอื่นใดรอบข้างทั้งสิ้น และแม้ว่าจะมีหลายคนที่อยากเป็นเพื่อนกับเขา แต่จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีใครที่เข้าถึงตัวเขาได้ 
 
 
“อาจารย์เฟย์ ข้าสร้างสิ่งนี้ขึ้นจากแรงบันดาลใจที่ข้าได้รับมาเมื่อคืนนี้ ได้โปรดช่วยประเมินให้ข้าด้วย !” น้ำเสียงของสตีเว่นเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น แม้แต่ความอ่อนน้อมถ่อมตนของเขาก็ไม่สามารถปิดบังความภาคภูมิใจที่เขารู้สึกต่อความสำเร็จครั้งในนี้ได้ และนั่นจึงทำให้เฟย์รู้สึกอยากรู้สิ่งที่เขานำเสนอ ชายหนุ่มเปิดกระเป๋าหนังเวทมนตร์ในมือของเขาอย่างระมัดระวัง แล้วหยิบเอาหนังอสูรรูปหกเหลี่ยมออกมายื่นให้แกรนด์เมจ
 
 
หนังอสูรสีแดงเข้มนี้มีกลิ่นของกำมะถันที่ฉุนจนแสบจมูก บนแผ่นหนังเต็มไปด้วยรอยด่างสีดำเข้มและทึบเป็นดวงๆที่ดูเหมือนคราบเลือด และจุดสีดำเข้มขนาดใหญ่ที่ปรากฎให้เห็นบ่งบอกได้ชัดเจนว่ามันถูกลอกออกมาจากอสูรที่อันตรายอย่างมากตนหนึ่ง —  มังกรดิน หนังมังกรดินเป็นวัสดุที่มีความทนทานมากเป็นพิเศษ ทำให้มันถูกใช้เป็นวัสดุในระดับมาตรฐานสำหรับการวาดรูนที่มีประโยชน์สำหรับระดับ 2 ลงไป ทว่าจากผลงานที่เห็นชี้ชัดว่าสตีเว่นทำได้ยอดเยี่ยมกว่าปกติมาก นี่แทบจะเรียกได้ว่าเขาสามารถสร้างรูนระดับ 3 ซึ่งเป็นทักษะของรูนมาสเตอร์ได้เลยทีเดียว
 
 
การปรับแต่งเป็นไปอย่างปราณีตราวกับไม่ใช่ผลงานของสตีเว่น ส่วนตรงกลางถูกวาดไว้ด้วยวงเวทย์ขนาดเท่ากำปั้นที่มีความซับซ้อนวิจิตรบรรจง และมันยังเปล่งออร่าที่ดุร้าย ออกมาอย่างน่าเกรงขาม 
 
 
เส้นและองค์ประกอบของโครงสร้างของภาพร่างชี้ให้เห็นได้ชัดว่าผู้วาดมีความเชี่ยวชาญสูง ในมาตรฐานทั่วไปแล้วถือว่าทำออกมาได้ดี แต่รูปทรงของมันกลับยังไม่ได้ประณีตเท่าไหร่นัก เนื่องจากนี่เป็นรูปแบบที่หลอมรวมสิ่งเล็กๆสามอย่างเข้าด้วยกัน จึงต้องการความแม่นยำและความเข้าใจของภาพรวมที่ไม่สามารถวัดได้ด้วยมาตรฐานทั่วไป แม้ว่าการสร้างภาพร่างนี้จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์แต่แสงที่กะพริบเป็นครั้งคราวจากผลงานชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่าบางส่วนของมันมีประสิทธิภาพ
 
 
แกรนด์เมจเฟย์พิจารณาวงเวทย์บนหนังมังกรอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ แต่บนใบหน้าก็ยังแสดงความแปลกใจชัดเจน “สเตร็งค์ขั้นพื้นฐาน (ความแข็งแกร่งขั้นพื้นฐาน) มันดูเหมือนจะสำเร็จไป…….20% อืม ไม่เลวเลยสำหรับอายุและความสามารถของเจ้า รูนนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นสไตล์ของเซนต์เคลาส์ ดูเหมือนว่าเขาค่อนข้างใส่ใจที่จะฝึกเจ้า ข้าจะให้ลูซดูมันหลังจากที่เขากลับมา เพื่อดูว่าเจ้าจะสามารถพัฒนาส่วนไหนเพิ่มเติมได้อีกบ้าง”
 
 
เมื่อพูดจบ เฟย์ก็ส่งหนังมังกรไปยังศิษย์ที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะเดินตรงไปยังจุดเทเลพอล์ต แกรนด์เมจเฒ่าหยุดยืนตรงหน้าสตีเว่น เขากวาดสายตามองเด็กหนุ่มดราก้อนวอล็อคแล้วพูดว่า “อีกอย่างนะ หนังมังกรค่อนข้างดี แต่นี่มันดูเสียของไปหน่อย”
 
 
เมื่อพูดจบร่างของเฟย์ก็หายวับไปในแสงแห่งเวทมนต์ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีดำอีกครั้งพร้อมกับสายลมแห่งฤดูหนาวที่พัดผ่านเข้ามา
 

 ติดตามได้ที่เพจ : https://www.facebook.com/cityofsinnovel

ช่องทางการจัดจำหน่าย (ลงวันละ 3-4 ตอน) : https://novelrealm.com/detail.php?novel=51  <<< <<< (ถึงตอนที่ 146 แล้วครับ)