0 Views

BTSA :บทที่ 30 –  การพัฒนา

 

เมื่อค้นพบว่าหลินเฟิงเป็นนักล่าซิวเซียงแสดงสีหน้าอ่อนลงมากเขาไม่สามารถช่วยได้ได้แต่ต่อว่าน้องชายของเขาที่ไปหาเรื่องนักล่าทำให้เขาไม่พอใจเมื่อโลกเข้าสู่ยุคเลวร้ายน้อยคนนักที่จะสามารถเป็นนักล่าได้นักล่าทุกคนมีความสามารถในการจัดการซอมบี้ชั้นสูง เมื่อเปรียบเทียบกับคนธรรมดาก็เหมือนสวรรค์และโลก

 

จำนวนประชากรของฐานมากกว่า 5 หมื่นคนมีเพียง 100 คนเท่านั้น ที่อยู่ในตำแหน่งสูงนั่นก็คือพวกนักล่า แม้กระทัั่งกัปตันผู้พิทักษ์ทั้ง8คนยังต้องเชื่อฟังอย่างสุภาพไม่ต้องคำนึงถึงระดับของนักล่า ความแข็งเกร่งของเขาไม่สามารถที่คนธรรมดาจะสามารถเทียบได้ เหงื่อค่อยๆหยดลงบนใบหน้าของซิวเซียงความไม่พอใจก่อนหน้านี้ได้จางหายไปเกิดเป็นความหดหู่ในใจเล็กๆ ตัวเขาเริ่มสั่น

 

คนๆนี้ไม่รู้ว่านักล่าผู้ยิ่งใหญ่จะเข้ามาเที่ยวในตลาดมืดจึงไม่ได้อำนวยความสะดวกให้ต้องขออภัยด้วย

 

ซิวเซียงไม่ได้สนใจเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เขาหวังเพียงว่าฝ่ายตรงข้ามจะอภัยให้เขา อาวุธร้อนไม่สามารถทำอะไรนักล่าได้ซิวเซียงไม่แม้แต่จะกล้าคิดถึงการเล็งปืนไปที่นักล่าแม้เขาจะไม่ทราบถึงระดับของนักล่าแม้แต่กัปตันของเขาก็ไม่สามารถจัดการกับนักล่าระดับ1ได้

 

พฤติกรรมคนเราเปลี่ยนได้มากขนาดนี้เลยหรอเมื่อมองไปยังซิวเซียงหลินเฟิงได้แต่แปลกใจเขาไม่คิดว่าตัวตนของนักล่าจะมีประโยชน์ขนาดนี้เขาไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะกลัวเมื่อรู้ว่าเขาเป็นนักล่า ไม่ว่าในกรณีใดๆสถานะการณ์นี้ก็ช่วยขจัดปัญหาออกไปได้ดูเหมือนตัวตนของนักล่าจะนำมาซึ่งข้อดีต่างๆกินอาหารกระป๋องของคนอื่นลงมือทำร้าย นี่เรียกว่าถูกกฎหรอนี่พวกคุณทำงานกันจริงๆใช่ไหม

 

หลินเฟิงกล่าวเหน็บแนม

 

นั่นเป็นเพราะการดูแลไม่ทั่วถึงจึงทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขอให้ท่านช่วยเมตตาด้วย

 

การฆ่าในฐานไม่ได้รับอนุญาตแต่ใช้ไม่ได้กับนักล่าในช่วงยุคที่เลวร้ายพลังอำนาจเป็นใหญ่นักล่าอยู่เหนือกฎแม้ว่าหลินเฟิงจะฆ่าคนในวันนี้ฐานก็จะไม่ติดตามเอาเรื่อง เหตุผลเพราะฐานไม่เข้าแทรกแซงการฆ่าของนักล่ากฎของป่าแข็งแกร่งที่สุดนี่คือกฎของโลกที่เลวร้ายซิวเซียงกลัวหลินเฟิงจะฆ่าเขาด้วยความโกรธเขารีบคำนับลงอย่างรวดเร็ว ซิวเซียงหันไปรอบๆแล้วตบหน้าของซิวดงอย่างต่อเนื่องเป็น10ครั้งจนหน้าของซิวดงบวมเป็นหัวหมู

 

ฉันไม่ได้สอนแกอย่างถูกต้องปล่อยให้แกเป็นคนพาลวันนี้แกกล้าที่จะกระตุ้นนักล่าดูซิว่าฉันจะไม่ฆ่าแกในวันนี้

 

ซิวเซียงไม่กล้าที่จะหยุดมือที่ตบลงไปที่หน้าของน้องชายส่งผลให้ซิวดงปากเจ่ออย่างน่ากลัว

 

พอ

 

หลินเฟิงเห็นซิวเซียงแสดงออกถึงการสอนบทเรียนให้กับซิวดงแล้วแต่นี่ก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาทั้งหมดเขาจึงขี้เกียจที่จะดูละครต่อไป

 

ฉันจะจำเหตุการณ์ในวันนี้ไว้หวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก

 

โดยไม่พูดอะไรมากหลินเฟิงพาดงวูออกจากตลาดมืด

 

พี่ชาย ว่านักล่านี้คงไม่เอาเรื่องนี้ไปแจ้งกับเบื้องบนใช่ไหม

 

เมื่อเฝ้าดูหลินเฟิงเดินออกไปซิวดงพึมพำ

 

แกกล้าที่จะพูดเรื่องนี้อีกหรอตั้งแต่วันนี้ไปแกถูกกักขังอยู่แต่ในบ้านดีแค่ไหนแล้วที่วันนี้รักษาชีวิตตัวเองไว้ได้ถ้าเกิดแบบนี้อีกครั้งจะมีใครบ้างที่ตายเพราะแกซิวเซียงรู้สึกเสียใจไม่คิดว่าน้องชายของเขาจะไปรุกรานนักล่า

 

สวรรค์ได้โปรดให้นักล่าอย่าเอาเรื่องด้วยเถิด

 

ซิวเซียงอธิษฐานในใจอย่างเงียบๆ

 

1 สัปดาห์ต่อมาภายในห้องของหลิวเฟิงเกิดเสียงลมขึ้นหลินเฟิงอาบด้วยแสงสีน้ำเงินอีกครั้ง วิญญาณคริสตัลของเขาได้ขยายใหญ่ขึ้นหลินเฟิงได้กลายเป็นนักล่าระดับ 4 แล้ว

 

ในช่วงสัปดาห์นี้หลินเฟิงไม่ได้ออกไปข้างนอก เขาใช้เวลาทั้งหมดดูดซับคริสตัลขาวหลินเฟิงตระหนักได้ว่าการดูดซับคริสตัลขาวของเขาเร็วกว่าโดยูจินอย่างมีนัยยะและเขายังดูดซับพลังงานน้อยกว่าโดยูจินยกตัวอย่างเช่นโดยูจินต้องใช้คริสตัลขาว5 เม็ดเพื่อเปลี่ยนจากคนธรรมดาเป็นนักล่าในขณะที่หลินเฟิงใช้เพียงคริสตัลขาว 2 เม็ดเท่านั้นหลังจากโดยูจินมาถึงระดับ1เธอใช้คริสตัลขาวไป 30 เม็ดแล้วแต่ยังไม่เลื่อนระดับในขณะที่หลินเฟิงใช้คริสตัลขาวเพียง 1 โหลและเข้าสู่ระดับ 2นี่คือความแตกต่าง

 

มันเป็นไปได้ไหมว่าร่างกายของคนในโลกนี้แตกต่างกัน

 

เมื่อไม่มีเหตุผลอื่นๆ หลินเฟิงจึงให้ความดีความชอบทั้งหมดกับร่างกายของเขา ภายใน 1 สัปดาห์หลังจากที่หลินเฟิงดูดซับคริสตัลขาวไปประมาณ 100 เขาก็ประสบความสำเร็จการขึ้นเป็นระดับ4ความแตกต่างระหว่างระดับ 3 กับระดับ 4ของนักล่ามีความแตกต่างอย่างชัดเจนความแข็งแกร่งของเขาปัจจุบันมีความเร็วมากกว่าเมื่อเทียบกับเป็นนักล่าระดับ 3 แล้วเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว

 

ตั้งแต่ที่เขากลับมาจากตลาดมืดหลินเฟิงไม่ได้ออกจากบ้านเลย พอได้คริสตัลขาว 1000 เม็ดเพียงพอที่จะใช้ตลอด 3 ปีนับตั้งแต่ที่เขาได้พบกับซอมบี้คลาส 4หลินเฟิงพยายามฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆถ้าไม่ใช่เพราะเขาโชคดีในวันนั้นหลินเฟิงคงถูกฆ่าตายไปแล้วโลกใบนี้การอยู่รอดเป็นสิ่งสำคัญเมื่อเขาเลื่อนเป็นนักล่าระดับซีความสามารถในการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นถึง 1000ในขณะที่ลำดับในเมืองของเขาเพิ่มขึ้น 1800สิ่งที่หลินเฟิงไม่รู้ก็คือความแรงของความต่อสู้นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับของนักล่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของโลกใบนี้ ได้รับการพัฒนามากขึ้น ความสามารถในการต่อสู้ของบุคคลนั้น มาถูกตัดสินโดย DNA ของพวกเขา สำหรับหลินเฟิงพื้นฐานของเขานอกจากศิลปะการต่อสู้และคริสตัลแห่งความสับสนของเขาแล้วหลินเฟิงอาจเทียบได้กับนักล่าระดับ 5 ยกเว้นแต่หลินเฟิงเองก็ยังไม่รู้ตัว

 

เมืองเทียนฉีมีประชากรประมาณ 5 ล้านคนกล่าวได้ว่ามีรักล่าประมาณ10000 คนเท่านั้นการได้เป็นหนึ่งใน 1หมื่นคนนั้นถือว่าตอนนี้หลินเฟิงปลอดภัยพอสมควรภายในฐานจางหลางมีวูฟดคนเดียวที่อยู่ระดับ 7และมีเพียงสองคนที่อยู่ในระดับ 6เพราะฉะนั้นระดับความแข็งแกร่งของหลินเฟิงจึงถือว่าดียิ่งนัก นอกจะชนะนักล่าด้วยกันแล้ว จะต้องชนะซอมบี้ขั้นสูงอีกด้วย ตัวอย่างเช่น ซอมบี้คราส4 อาจจะมีซอมบี้ที่แข็งแกร่งมากกว่านี้หลินเฟิงไม่รู้ว่า ซอมบี้พวกนี้พัฒนาความแข็งแกร่งได้อย่างไรแต่ที่เขารู้ดีก็คือคนแข็งแกร่งจะไม่ตายถ้าสู้กับซอมบี้ขั้นสูง

 

ตั้งแต่ที่ฉันมาอยู่โลกใบนี้ฉันต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น

 

เมื่อรู้สึกถึงพลังในร่างกายเขาก็ปฏิญาณในใจ

******************

ติดตามได้ที่เพจ ดำน้ำแปล