0 Views

BTSA :บทที่ 29 – ติดตาม

 

นั่นคือเขา แม้ว่ามันจะกลายเป็นขี้เถ้าฉันก็จำมันได้ พี่ชายต้องแก้แค้นให้ฉันนะ

 

ซิวดงตะโกนจากที่ไกลๆ ข้างๆเขามีชายประมาณ 2-3 คนที่ไม่ได้สวมหน้ากากอยู่ หลินเฟิงขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าซิวดงกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

หยุด

 

ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างซิวดงตะโกนเสียงดังมายังทางหลินเฟิง เมื่อหลินเฟิงหันกลับไปมองชายวัยกลางคนมีลักษณะคล้ายกับซิวดง นั่นดูเหมือนจะเป็นพี่ชายของซิวดงซึ่งเป็นหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของตลาดมืด เขาเดาไม่ผิดว่าซิวดงหลังจากได้รับความอับอายแล้วจะร้องไห้ไปฟ้องพี่ชายของเขาเพื่อมาแก้แค้น แน่นอนว่าซิวดงไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมดที่เกิดขึ้น เขาบอกเพียงว่าเขาเห็นคนขายอาหารกระป๋องและเมื่อเขาพยายามทดสอบว่ามีอาหารกระป๋องอะไรบ้าง ผู้ขายก็บังคับให้เขาซื้อ

ซิวเซียงไม่สามารถรู้ได้เลยว่าจริงๆแล้วเป็นน้องชายของเขาที่อยากจะปล้นคนอื่น เมื่อ3ปีก่อนเมื่อโลกเข้าสู่ยุคเลวร้าย แม่ของซิวเซียงตายอย่างหน้าเศร้าก่อนจะตายเขาได้ฝากฝังให้ซิวเซียงดูแลน้องชายเป็นอย่างดีซึ่งประโยคนี้อยู่ในใจของซิวเซียงเสมอตั้งแต่เขากลายเป็นหัวหน้าทีมของตลาดมืดซิวเซียงรู้ว่าซิวดงใช้อิทธิพลของเขาเพื่อข่มเหงคนในตลาดมืดแต่มันก็เป็นอะไรที่เล็กๆน้อยๆเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันหากคุณไม่มีพลังที่จะต่อต้านก็ไม่สามารถตำหนิคนอื่นได้

วันนี้หลังจากได้ยินซิวดงบอกซิวเซียงว่าเขาเจอปัญหาซิวเซียงก็รู้สึกไม่พอใจในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าทีมซึ่งมีคนมากกว่า 5หมื่นคนในฐาน แต่มีเพียง8พันคนที่เป็นหัวหน้าทีมในหมู่คน5หมื่นซึ่งพื้นฐานของเขาสูงกว่าคนธรรมดามากแน่นอนว่าซิวเซียงไม่ต้องการกระตุ้นนักล่าภายในฐานที่มีเพียงแค่ 100 กว่าคนแม้แต่หัวหน้าทีมทหารองครักษ์อื่นๆก็ยังคุยกับเขาด้วยความสุภาพไม่มีใครดูถูกเขาได้แม้เขาจะไม่สามารถเทียบกับนักล่าได้เมื่อเห็นว่าน้องชายของเขาได้รับบาดเจ็บซิวเซียงโกรธเป็นอย่างมาก ใครกันที่กล้าหายจะก่อปัญหาภายในเขตของเขา ซิวเซียงจึงมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีก 2 คนจากนั้นเขาก็พบชายคนหนึ่งตามที่ซิวดงบอก

 

การต่อสู้ไม่ได้รับอนุญาตในที่แห่งนี้นี่เป็นกฎคุณไม่เข้าใจหรอ

 

เมื่อเขาพูดจบหลินเฟิงหยุดเท้าลง ซิวเซียงพอใจแล้วพูดต่อแต่หลินเฟิงได้กล่าวกลับมาว่า

 

คุณสามารถถามน้องชายตัวน้อยของคุณได้ว่าใครเป็นคนเริ่มก่อนถ้าไม่เชื่อก็ถามพยานแถวนี้ได้

 

หลิงเฟิงชี้ไปที่ซิวดงขณะที่เขาพูดกับซิวเซียง เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไร้เหตุผลหลินเฟิงรู้สึกว่า มันน่าหัวเราะและน่าเบื่อจริงๆ

 

คนที่มาตลาดมืดรู้จักซิวดงเป็นอย่างดี ซิวดงมักจะกดขี่ข่มเหงผู้ขายแผงลอยอยู่เสมอถึงตอนนี้เมื่อเห็นซิวดงถูกทำลายทุกคนในตลาดมืดปรบมือให้ อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนที่ห่วงใยหลินเฟิงพยายามบอกเขาว่าซิวดงเป็นน้องชายของซิวเซียงอย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่ซิวดงพ่ายแพ้บุคคลอื่นจึงถูกดึงดูดด้วยเหตุการณ์นี้

 

เห็นได้ชัดว่าน้องชายคุณทำร้ายคนแล้วก็ปล้นอาหารของเขาแถมยังตีเขาด้วยหลังจากนั้นเมื่อพี่ชายของเขามาเขาจะแก้แค้นคืนมันเป็นความผิดของเขาหรอมีคนอยู่ในฝูงชนเริ่มบ่น แต่เมื่อซิวเซียงหันไปมองเขาด้วยสายตาอาฆาตคนพวกนั้นก็รีบมุดหัวหายไป

 

เห็นได้ชัดว่าซิวดงผิด

 

ถูกต้องเขาไปรบกวนคนอื่น

 

เห็นได้ชัดว่า ซิวดงเป็นที่รังเกียจต่อคนจำนวนมากในตลาดมืดนี้ อย่างไรก็ตามคนพวกนี้สวมหน้ากากพวกเขาจึงไม่กลัวที่จะได้รับผลกระทบ

 

มันไม่สำคัญว่าใครเป็นคนทำคนแรกตอนนี้จับไปทั้งสองคนนั่นแหละ

 

เมื่อได้ยินเสียงล้อเลียนไม่หยุดหย่อนจากฝูงชนซิวเซียงพยายามยับยั้งความอับอายบนใบหน้าของเขาและสั่งให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาเข้าไปจับหลินเฟิงกับดงวูเมื่อได้รับคำสั่งเจ้าหน้าที่ เดินไปที่หลินเฟิงกับดงวูอย่างรวดเร็ว เขาหยิบกุญแจมือออกจากนาฬิกาเพื่อจับกุมเมื่อเห็นว่าซิวเซียงออกคำสั่งไม่ยอมฟังเหตุผลทุกคนที่อยู่รอบข้างที่ตะโกนช่วยหลินเฟิงเมื่อครู่ก็รู้สึกโกรธแค้น ขณะนี้มันทำให้หลินเฟิงโกรธ

 

แต่เดิมหลินเฟิงไม่ได้ต้องการก่อปัญหาภายในฐาน อย่างไรก็ตามฉันคิดว่าแม้กระทั่งหัวหน้าทีมของหน่วยรักษาความปลอดภัยจะรำเอียงเช่นนี้ไม่ฟังความเข้าจับกุมอย่างไม่ต้องสืบสวนถ้าหลินเฟิงเป็นคนธรรมดาเขาจะถูกจับไปและทรมานอย่างไม่เป็นธรรมแต่นี่เมื่อเข้าสู่ยุคเลวร้ายหลิงเฟิงไม่จำเป็นต้องฟังเหตุผลเขาจะใช้กฎของป่า(แข็งแกร่งกว่าเป็นใหญ่) เจ้าหน้าที่ 2 คนพยายามจับกุมเขาหลินเฟิงขยับไปด้านข้างอย่างรวดเร็วแล้วคว้าที่ใส่กุญแจมือเข้าไว้ด้วยกันก่อนใช้แรงบีบทำให้กุญแจมือที่ทำจากเหล็กแหลกเหลว

 

นักล่า !!

 

เมื่อมองไปที่ผลงานของหลินเฟิงทุกคนตกใจความสามารถทำให้เหล็กกลายเป็นแบบนี้ได้มีเพียงนักล่าเท่านั้นแม้ความแข็งแรงของคนธรรมดาจะเยี่ยมยอดแต่ก็ยังเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถทำลายกุญแจมือได้แต่ไม่ใช่กับนักล่าแน่นอนว่านักล่าพวกเขาจะถูกใส่กุญแจมือได้อย่างไรไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่ทำร้ายซิวดงจะเป็นนักล่า เมื่อเห็นการกระทำของหลินเฟิงการแสดงออกของซิวเซียงใบหน้าซีดขาว