0 Views

บทที่ 7 การเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่

“ 12 กระป๋อง”

ได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของหลินเฟิงชายวัยกลางคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมีอาการช็อค

ในตอนแรกเขาคิดว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะมีอาหารกระป๋องซัก 3 กระป๋องก็ถือว่าดีมากแล้วเขาไม่คิดว่าจะมีจำนวนมากเช่นนี้

อาหารกระป๋องในโลกนี้มีค่ามากถ้าเขาสามารถขายได้ 12 กระป๋องแม้แต่คนโง่เง่าก็รู้ได้ทันทีว่าหลินเฟิร์นไม่ใช่คนธรรมดา

“ ผมขอถามได้ไหมนายน้อยเอาอาหารกระป๋องจำนวนมากนี้มาจากไหน”

วิธีที่ชายกลางคนพูดเปลี่ยนไปอีกครั้งจากพี่ชายตอนนี้เป็นนายน้อย เนื่องจากเขารู้ถึงอิทธิพลของอาหารกระป๋อง เพียงแค่กระป๋องขนาดเล็กก็สามารถเปลี่ยนสถานะของบุคคลได้อย่างชัดเจนและเห็นได้ชัดว่ามันแทบไม่มีอยู่แล้วในโลกใบนี้

ใช่วัยกลางคนเลือกตามไปที่หลินฟงที่นั่งก้มหน้าอยู่และถามอย่างระมัดระวัง

 

ความสามารถในการครอบครองอาหารกระป๋องจำนวนมากนี้เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดามันเป็นเวลา 3 ปีแล้วตั้งแต่โลกถึงกาลอวสาน ซุปเปร์มาเก็ต ทั้งหมดที่ใกล้ฐานว่างเปล่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีเว้นเสียแต่ว่าเป็นสถานที่ไกลจากฐานออกไป

อย่างไรก็ตามมันกลายเป็นอันตรายมากขึ้นยิ่งกว่าใกล้ฐาน ซอมบี้จำนวนมากอยู่นอกฐานมีซอมบี้คลาสสูงชนิดใดบ้างที่จะปรากฏตัวขึ้นไม่จำเป็นต้องพูดถึงคนธรรมดาแม้แต่นักล่าในฐานยังไม่กล้าเสี่ยงไปค้นหาในสถานที่ห่างไกลจากฐานสถานที่ที่ไม่รู้จักยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้น

 

ในสถานการณ์แบบนี้ยังสามารถนำอาหารกระป๋องออกมาขายได้หมายความว่า เขาไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน

หลินเฟิงหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าแล้วขึ้นมาจุดสูบ

เมื่อเห็นยาสูบชายวัยกลางคนหยุดดื่มชา ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย ก่อนจะยืนยันความคิดก่อนหน้านี้

บุหรี่เป็นสินค้าที่หรูหราในตอนนี้มีเพียงพวกชนชั้นที่อยู่กลางฐานเท่านั้นที่สามารถสูบบุหรี่ได้ชายวัยกลางคนจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายเขาสูบบุหรี่เมื่อไหร่

เมื่อเห็นท่าทางของชายวัยกลางหลินเฟิงก็หยิบบุหรี่ออกมาจากกล่องส่งให้เขา

เขาไม่รอแม้กระทั่งวางมันลงบนโต๊ะเขาจุดบุหรี่ด้วยมือสั่นเทา เปลวไฟสว่างขึ้นจากนั้นเขาสูดมันเต็มปอดและหลับตาลงด้วยความพอใจ

 

“ผมจะไม่โกหกแล้วกัน เจ้าของร้านผมไม่ใช่คนในฐานนี้”หลินเฟิงส่งบุหรี่ให้ดงวูแต่ดงวูปฏิเสธว่าเขาไม่สูบบุหรี่ จากนั้นหลินเฟิงก็เปิดปากอีกครั้ง

“ในระหว่างการล่าซอมบี้ครอบครัวของผมถูกแยกออกจากกัน ตอนนั้นพวกเขากำลังเร่งรีบและไม่มีผลึกสีขาวมากนัก พวกเขาจึงต้องการมัน”

 

หายใจเป่าควันออกมาอย่างอ้อยอิง หลินเฟิงเอนกายลงบนเก้าอี้ขณะที่เขากำลังพูด

ควันกระจายในอากาศรอบๆ

เป็นไปตามคาดหลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเฟิงชายกลางคนพึมพำกับตัวเองเล็กน้อย

จากประมาณอาหารกระป๋องนี้ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน หลินเฟิงไม่ได้ปิดบังเรื่องที่มาของอาหารกระป๋องเท่านั้นเขายังคงบอกว่ายังมีครอบครัวที่หนุนหลังเขาอยู่

 

หลินเฟิงได้ผลึกขาวมาใส่ในนาฬิกาของเขาถึง 360 เม็ด หลินเฟิงมองไปที่ผลึกขาวพวกนี้ และหัวเราะอย่างมีความสุข

อาหารกระป๋อง 12 กระป๋องเขาสามารถแลกผลึกขาวได้ 30 เม็ดต่อ 1 กระป๋อง แม้ว่าจะเป็นการให้ราคาที่สูงชายวัยกลางคนก็เต็มใจอย่างยิ่ง

ชายวัยกลางคนคาดหวังว่า ถ้าพวกเขามีอาหารกระป๋องอีกพวกเขาต้องกลับมาที่นี้แน่นอนแต่หลินเฟิงไม่คิดแบบนั้น

หลินเฟิงให้ผลึกขาว ดงวู 5 เม็ด ตามที่ตกลงกันไว้ เขาปฏิเสธในตอนแรกแต่ก็ต้องยอมรับมันในท้ายสุด

“พี่ชายหลินไม่ว่าทีั่ไหนผมก็พร้อมจะไปกับพี่”

เมื่อกลับมาดงวูเอาแต่พูดแบบนี้ด้วยความซื่อสัตย์

แม้จะรู้จักหลินเฟิงเป็นเวลาแค่ 1 วัน ดงวูก็เห็นความใจกว้างของหลินเฟิงซึ่งให้อาหารกระป๋องแก่เขาแม้มันจะมีค่ามากเท่า 30 ผลึกขาวที่เพียงพอแก่คนปกติไปตลอด 3 เดือน แต่หลินเฟิงสามารถมอบมันให้เขาได้ตั้งแต่เจอกันครั้งแรก

ดงวูคิดว่าเขาจะได้เพียงผลึกขาวแค่ 1 เม็ด ตามที่ตกลงกับหลินเฟิงไว้ แต่หลินเฟิงกับให้เขามากกว่านั้นนอกจากนี้การทำทางมายังร้านขายของชำนี้เป็นใครก็สามารถทำได้แต่เขาเลือกดงวู

 

ในโลกใบนี้แม้จะบอกว่าชีวิตมนุษย์ไร้ค่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความไว้วางใจและความภักดีถ้าไม่มีสองอย่างนี้มันยากมากที่จะมีชีวิตรอดในโลกใบนี้

คนอาจมีอำนาจแต่พวกเขาไม่สามารถเผชิญกับอันตรายได้เพียงคนเดียวแต่ถ้ามีเพื่อนที่เชื่อถือได้ ไม่ต้องบอกว่าจะมีประโยชน์มากขึ้นเท่าไหร่

ดงงูไม่ได้คิดถึงว่าหลินเฟิงจะมีปัญหาอะไรมาหรือไม่เพียงแค่หลินเฟิงใจดีกับเขาเขาก็เต็มไปด้วยความจริงใจ

“กลับไปเก็บของกันแล้วหาที่อยู่ใหม่.”

หลินเฟิงมองไปที่ดงวูแต่เขาก็ยังไม่ตอบในทันที

ปัญหาแรกที่ต้องจัดการคือเรื่องสภาพแวดล้อมในชุมชนแออัดนั้นน่ากลัวทุกๆ 2 หรือ 3 วันจะมีคนที่หิวโหยตายหรือไม่ก็เจ็บป่วย หลินเฟิง คิดบางทีเขายังไม่ทันตายจากน้ำมือซอมบี้แต่อาจตายด้วยโรคติดต่อจากการเจ็บป่วย

ระหว่างทางลิงเฟืงได้ถามดงวูต่อ และได้เรียนรู้ว่าภายในฐานก็มีหลายอาชีพยกตัวอย่างเช่นหมอที่รักษาคนป่วยในทุกเดือนฐานจะส่งกองทัพและนักล่าเพื่อค้นหาเสบียงมีอยู่หลายครั้งที่พวกเขาค้นพบยาและเครื่องมือแพทย์ในช่วงก่อนวันโลกแตก

 

หลังจากนั้นสิ่งเหล่านั้นจะถูกนำกลับมาเก็บไว้ที่โรงพยาบาลขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในฐานเนื่องจากโรงพยาบาลถูกควบคุมโดยผู้นำคนปกติต้องเสียค่าธรรมเนียมในการแพทย์ สินค้าทางการแพทย์ถูกค้นพบโดยฐานในระหว่างค้นหาค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจึงเป็นที่เข้าใจอย่างไรก็ตามคนที่ไม่มีเงินก็ไม่สามารถรักษาได้ ฐานไม่ได้เป็นองค์กรการกุศลดังนั้นจึงไม่มีการรักษาฟรี

 

แต่ถึงอย่างไรโรงพยาบาลก็มีความจำเป็นคนที่เคยเป็นหมอจะได้รับคัดเลือกเข้าโรงพยาบาลและได้รับเงินเดือนทุกเดือน

ไม่ใช่แค่โรงพยาบาลเท่านั้นยังมีบริการอื่นในฐาน บริการทั้งหมดเหล่านี้จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนพวกเขาจะได้รับเงินเดือนตอบแทนในการทำหน้าที่

 

ด้วยวิธีนี้ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนเกิดขึ้น คนที่มีงานทำและคนที่มีความสามารถตามธรรมชาติจะมีค่าครองชีพสูงไม่ต้องพูดถึงพวกนักล่าเนื่องจากพวกเขาอยู่ในฐานะสูงอยู่แล้ว ผู้ที่ไม่มีพลังและผู้ที่ไม่มีทักษะด้านเทคโนโลยีทำได้เพียงเป็นชนชั้นล่างและอยู่ในชุมชนแออัดเท่านั้น

ทั้งสองมาถึงบริเวณด้านนอกของชุมชนแออัด ในตอนนี้พวกเขาต้องการย้ายที่อยู่และต้องเก็บของไปบางอย่าง ถึงแม้ว่าดงวูจะไม่มีอะไรที่จะเก็บก็ตาม

 

หลินเฟิงเองก็ยังต้องการความช่วยเหลืออยู่ เขาเพิ่งเข้ามายังโลกที่แตกสลายนี้และยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับมันมากนัก ซึ่งดงวูเองค่อนข้างเป็นคนซื่อสัตว์ อย่างน้อยตอนที่เขาได้รับผลึกขาวจากค่าอาหารกระป๋องก็ไม่เห็นความโลภในดวงตาของเขา แม้ว่้าหลินเฟิงจะให้ผลึกขาวมากกว่าที่ตกลงกันไว้ แต่ดงวูก็พยายามปฏิเสธและต้องการเพียงเท่าที่ตกลงกันไว้อย่างไม่เสแสร้ง

 

“ได้โปรด..ฉันขอร้องละ ปล่อยลูกของฉันเถอะ..”