0 Views

บทที่ 6 ธุรกิจขนาดใหญ่

 

หลังจากตะหนักถึงข้อจำกัดของซุปเปอร์มาเก็ตได้มีการเปลี่ยนแปลง หลินเฟิง ใช้โอกาสทั้งสามของวันในการเอาอาหารกระป๋องจำนวน 4 กระป๋องน้ำหนัก 2 ปอนด์ออกมา 3 ครั้งรวม 12 กระป๋อง

 

หลินเฟิง ทดสอบก่อนหน้านี้แล้วว่าข้อจำกัดของซุปเปอร์มาเก็ตเกี่ยวกับน้ำหนักเป็นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงไป  ทดสอบก่อนหน้านี้แล้วว่าข้อจำกัดของซุปเปอร์มาเก็ตเกี่ยวกับน้ำหนักเป็นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงไป จำนวนยังเป็น 3 ครั้งต่อวัน จำนวนทั้ง 12 กระป๋องถือว่าเป็นปริมาณที่ค่อนข้างมากในโลกใบนี้

 

หลินเฟิง ใช้เวลาเล็กน้อยในการตัดเอาฉลากออก เขาไม่ต้องการให้คนรู้แหล่งที่มาของมันจากนั้นหลินเฟิงก็หยิบอาหารกระป๋องใส่ไว้ในนาฬิกาหลังจากประสบปัญหาหลายๆอย่างในวันนั้นหลินเฟิงรู้สึกเหนื่อยและนอนหลับอย่างทันที

 

ในเช้าวันรุ่งขึ้นดงวูตื่นเช้าและต้องการออกไปล่าชีวิตในช่วงวันสิ้นโลกเป็นเรื่องยากถ้าต้องการจะมีชีวิตรอดพวกเขาต้องออกไปเสี่ยงถ้าไม่ทำเช่นนี้ เขาจะเหมือนเพียงคนแก่ๆที่ป่วยและพิการที่ได้รับเพียงขนมปังเก่าๆจากฐานทุก 3 วัน เพื่อแค่ให้มันใจว่าจะไม่อดตายอย่างไรก็ตามการได้กินขนมปังชิ้นเท่าฝ่ามือในทุก 3 วันนั้นไม่สามารถดับความหิวโหยได้

 

ดงวูอายุไม่ถึง 20 ปีเขาต้องการใช้ช่วงเวลานี้หาผลึกสีขาวเพื่อสำรองไว้ในกรณีที่เขาเป็นคนพิการในอนาคตในโลกใบนี้คงไม่มีใครสามารถทนกับความอดอยากได้

หลินเฟิง หยุดดงวูและเสนอความคิดของเขา

 

“นายคุ้นเคยกับฐานมากแล้วที่นี่มีการค้าเสรีหรือเปล่า”

ในนาฬิกาของหลินเฟิงมีอาหารกระป๋องจำนวน 12 กระป๋อง หลินเฟิง ต้องการแลกเป็นผลึกสีขาว

ผลประโยชน์จากผลึกสีขาวสำหรับหลินเฟิงนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนเขาต้องการผลิตจำนวนมากเพื่อเพิ่มระดับของเขาในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปกป้องตัวเองในโลกใบนี้

 

“คุณต้องการจะซื้ออะไร”

ดูเหมือนว่าหลินเฟิงจะไม่ปล่อยให้เขาออกไปล่าดงวูรู้สึกไม่พอใจอย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงว่า หลินเฟิงเป็นคนช่วยเขาและยังให้อาหารแก่ดงวูเขารู้สึกขอบคุณอย่างมาก

 

“ไม่ได้ซื้อ..ฉันต้องการขายอาหารบางส่วนและฉันไม่รู้ว่าจะขายได้ที่ไหนในฐานนี้”

เกี่ยวกับดงวู หลินเฟิงยังไม่สามารถไว้ใจเขาได้ทั้งหมดแต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ดงวูสามารถช่วยเขาได้หลังจากเข้าสู่โลกนี้แม้จะใช้ช่วงเวลาสั้นๆกับเจ้าอ้วน หลินเฟิง ก็รู้สึกได้ว่าดงวูไม่ได้เลวร้ายนัก

 

“พื้นที่ใช้สอยในฐานมีร้านขายของชำ ถ้าคุณมีอาหารสามารถขายได้ที่นั่นและจะได้รับผลึกสีขาวมาผมเคยไปสองสามครั้ง”

 

ดงวูค่อนข้างคุ้นเคยสถานที่ภายในฐาน หลังจากโลกเข้าสู่วันสิ้นโลกมา 3 ปีืที่แล้ ว ฐานนี้ถูกก่อตั้งเมื่อ 2 ปีก่อน แม้ว่าดงงูจะอยู่เพียงพื้นที่แออัดเมื่ออยู่ที่นี่แต่เมื่อกลับมาจากการล่ามีบางครั้งที่ดงวูติดต่อร้านขายของชำดังกล่าว แม้ว่าพื้นที่แออัดและพื้นที่อยู่อาศัยมีความแตกต่างกันแต่ไม่มีข้อจำกัดในการเข้าและออกพื้นที่เหล่านี้

 

ผลที่ตามมาคือ หลินเฟิง ตั้งเงื่อนไขจะให้ผลึกสีขาวกับดงวูเมื่อพาไปที่นั่น

พื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่แออัดมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผิวและเสื้อผ้าของคนที่เดินอยู่บนถนนนั้นดีมากเมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่ในพื้นที่แออัด นอกเหนือจากรถแล้วมีทุกๆอย่างเหมือนหมู่บ้านเล็กๆในเมืองเล็กๆจากโลกเดิมของหลินเฟิง

 

ดงวูพาไปร้านทันทีป้ายบอกทางของร้านไม่ใหญ่นักแต่มีสินค้ามากมายจากเสื้อผ้าเครื่องใช้ในครัวเรือน หลายชนิด

“พวกคุณต้องการอะไร”

ผู้ช่วยของร้านมองดูเสื้อผ้าของดงวู ที่กระเซอะกระเซิง อย่างรังเกียจ

 

“เรามาที่นี่เพื่อขายของช่วยไปบอกเจ้านายของคุณ”

ดงวูมักมาที่ร้านนี้ เพราะเขามาจากพื้นที่แออัดเขาจึงโดนดูถูกไม่น้อยเขารู้ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นล่างและดงวูสามารถอดทนอย่างเงียบๆ

แต่ในตอนนี้เขามีทัศนคติที่ต่างออกไปพอได้ยินว่าหลินเฟิงต้องการขายอาหารกระป๋องความเชื่อมั่นของดงวูจึงสูงขึ้น

 

อาหารกระป๋องคืออะไร? พวกมันเป็นสินค้าหรูหราระดับโลกดงวูไม่ได้กินอาหารกระป๋องมานานกว่า 2 ปีแล้ว เขายังจำกลิ่นของมันที่ หลินเฟิงให้เมื่อวานนี้ได้

 

“ขายอะไร? เรื่องตลกหรือไงที่ทำให้แกคิดว่าจะเรียกเจ้านายแล้วออกมาคุยถ้าไม่มีอะไรแล้วออกไปจากหน้าร้านอย่ามาขวางทาง”

 

ผู้ช่วยร้านนั้นหัวเราะเขาเห็นเสื้อผ้าสกปรกของดงวู และคิดว่าจะมาขายอะไรได้คนพวกนี้เพียงต้องการเห็นเจ้านายใช่ไหม ถึงแม้เสื้อผ้าของหลินเฟิงจะสะอาดอยู่ดี แต่เนื่องจากเขาอยู่กับดงวูมันจึงทำให้เหมือนกับว่าเป็นพวกเดียวกันดังนั้นพวกเขาจึงโดนไล่ออกไปทันที

ในขณะนั้นชายวัยกลางคนเดินลงมาจากชั้น 2 หลังจากได้ฟังดงวูและผู้ช่วยของเขาพูดกันจากนั้นมองไปที่หลินเฟิงการแสดงออกของเขาก็เปลี่ยนไป

 

“เสี่ยวลี่จะไปทำอะไรก็ไป”ชายวัยกลางคนบอกกับผู้ช่วยร้านที่ชั้นล่างหลังจากนั้นเขาก็หันมาพูดอย่างสุภาพกับทั้งคู่ “โปรดตามผมขึ้นไปชั้นบนพวกคุยกัน”

 

“นายต้องการจะขายอะไรน้องชาย?”

หลินเฟิง และดงวูเดินตามชายวัยกลางคนไปที่ชั้น 2  ในช่วงเวลาสั้นๆ หลินเฟิง ก็รู้ว่าชายวัยกลางคนรู้ว่าเขาเป็นนักล่า

 

ร่างกายของนักล่ามีความผันผวนของพลังงานถึงแม้ว่าความผันผวนของพลังงานจะเล็กมากแต่ก็เป็นไปได้ที่จะสังเกตเห็นจากผู้ที่เป็นนักล่า ชายวัยกลางคนนี้ยังเป็นนักล่าเช่นกัน  หลินเฟิงรู้สึกว่าร่างกายของชายวัยกลางคนมีความผันผวนของพลังงาน แต่ไม่รู้ว่าอยู่ในระดับใด

 

นักล่าส่วนใหญ่สามารถควบคุมความผันผวนของพลังงานในร่างกายได้ การนำความผันผวนของพลังงานเข้าสู่คริสตัลวิญญาณจะช่วยให้ผู้อื่นไม่สังเกตแห่งความผันผวนของพลังงานของนักล่าได้ อย่างไรก็ตามขั้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้เวลา หากมีสถานการณ์ฉับพลันอยากใช้พลังของคริสตัลวิญญาณจะ ต้องใช้เวลาในการดึงความผันผวนของพลังงานกลับมาซึ่งแน่นอนว่ามีความเสี่ยง ดังนั้นนักล่าส่วนใหญ่จะไม่ปิดบังความผันผวนของพลังงานของตัวเอง หลินเฟิงเองก็ไม่ได้ปกปิดความผันผวนของพลังงาน เช่นนี้ถ้ามีนักล่าคนอื่นๆอยู่ใกล้ๆพวกเขาจะสามารถรู้จักเพื่อนนักล่าได้

 

“อาหารกระป๋อง”

หลินเฟิง หยิบถ้วยชาขึ้นมาเป่าเบาเบา

อาหารกระป๋อง!

หลังจากฟังที่หลินเฟิงกล่าวชายวัยกลางคนก็สบถดัง  ไม่นานหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกว่าตัวเองสูญเสียการควบคุมไปเล็กน้อยจึงสงบสติอย่างรวดเร็ว

“พี่ชายคุณมีอาหารกระป๋องกี่กระป๋อง?”

เมื่อได้ยินว่าหลินเฟิงมีอาหารกระป๋องชายกลางคนเปลี่ยนเปลี่ยนสรรพนามเรียกทันทีเห็นได้ชัดว่าโลกใบนี้อาหารมีอิทธิพลต่อคนมาก

ตอนนี้เมื่อพูดถึงอาหารกระป๋องเป็นประเภท เก็บไว้ได้นานเมื่อเปรียบเทียบกับขนมปังที่เป็นราแน่นอนว่าดีกว่าอยู่แล้วอาหารกระป๋องแท้ๆสำหรับตอนนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันคืออาหารเลิศรสระดับโลกไม่ต้องพูดถึงเจ้าของร้านที่เป็นคนอาศัยอยู่ตรงกลางฐานความตื่นเต้นของอาหารกระป๋องเป็นเรื่องใหญ่ที่พวกเขามองว่าเป็นสินค้าที่หรูหราชายวัยกลางคนถามหลินเฟิงด้วยเสียงสั่นเล็กน้อย

 

“ 12 กระป๋อง”

หลินเฟิง วางถ้วยชาและกล่าวเรียบๆ

ธุรกิจใหญ่! ธุรกิจขนาดใหญ่แน่นอน!

เมื่อได้ยินว่าหลินเฟิงบอกว่าเขามีอาหารกระป๋อง 12 กระป๋องใบหน้าของชายวัยกลางคนแดงขึ้นและรู้สึกขนหัวลุก….