0 Views

              เมื่อมองเห็นเงาที่ห่างไกลโบกมือ หลินเฟิง ก็ชะลอตัวลง เงาชัดเจนว่าเป็นมนุษย์ ปัจจุบัน หลินเฟิง เพิ่งมาถึงโลกนี้และไม่ค่อยเข้าใจโลกใบนี้นัก สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับหลินเฟิงคือการพบกับผู้รอดชีวิตจากโลกใบนี้เพื่อให้เข้าใจว่าสภาพของโลกนี้เป็นอย่างไร ในเวลาเดียวกันหลินเฟิงไม่ได้ลดการป้องกันลง ถ้าคนนี้เป็นซอมบี้หลินเฟิงก็พร้อมที่จะขับรถชนทันที
เมื่อรถเข้าไปในระยะใกล้หลินเฟิง ได้ตรวจสอบบุคคลนั้นอย่างระมัดระวัง
              “พี่ใหญ่,พี่ใหญ่ หยุดรถและพาผมไปกับคุณด้วย ผมไม่มีอาวุธ” ขณะพูดเขายกมือทั้งสองข้างขึ้น
             เขาเป็นคนอ้วน แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาขาดสารอาหารเป็นเวลานานหรือเขาอาจจะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว ชายอ้วนยกมือของเขาและตะโกนออกไป ในเวลาเดียวกัน
             เมื่อเห็นว่าคน ๆ นั้นสามารถพูดได้ หลินเฟิง ก็ผ่อนคลาย รถหยุดอยู่หน้า ชายอ้วน และ หลินเฟิง ก็ส่งสัญญาณให้เขาด้วยสายตาแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถขึ้นมาบนรถได้ หลินเฟิงผู้นั่งอยู่บนที่นั่งคนขับแอบใช้มือซ้ายจับมือมีดยาวเพื่อระวังเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ชายอ้วนยังถูกจับตามองตลอด เขาขอบคุณหลินเฟิงมาก ๆ ขณะที่เขาเปิดประตูและปีนเข้าไปในรถ
“ทำไมนายถึงเดินบนถนนสายนี้คนเดียวละ? นายไม่กลัวที่จะถูกโจมตีโดยซอมบี้หรอ? กล้าหาญดีนี้! “
            หลังจากแลกเปลี่ยนชื่อกันและกันแล้วหลินเฟิงพบว่า ชายอ้วนชื่อ ดงวู แล้วหลินเฟิงก็แกล้งทำเป็นไม่รู้และถามออกไป
           “กล้าหาญ? พี่ชายล้อเล่นใช่ไหม? ถ้าไม่ใช่ฝนประหลาดเมื่อสามปีก่อน คนหนุ่มอย่างผมคงมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ใครจะคิดว่าการออกมาทำหน้าที่อย่างหนักในการฆ่าซอมบี้จะเป็นเรื่องสนุก? “ ชายอ้วนพูดอย่างอ่อนแรงราวกับได้ระบายออกมา ดูเหมือนว่าวันสิ้นโลกเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้จริงแล้วก็เมื่อ สามปีก่อน ดูเหมือนว่าชายอ้วนจะมีฝีมือไม่ธรรมดานักที่สามารถอยู่ในโลกใบนี้ได้ เป็นที่ยอมรับว่าคนที่อยู่ได้ต้องไม่ธรรมดา หลินเฟิงคิดและแสร้งถามว่า            “นายแต่งตัวแบบเนี่ยนะเมื่อออกไปล่า?” เห็นว่าชายอ้วนไม่ได้มีอาวุธใด ๆ กับเขาเลยล่ะ หลินเฟิง มีข้อสงสัยบางอย่าง
           “โอ้ย ไม่ไช่หรอก เพราะฉันไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะล่า ถ้าฉันคนนี้เป็นนักล่าจะต้องการมีดไปทำไมกัน? นานมาแล้วฉันเคยเกือบจะได้ใช้อาวุธปืนด้วยนะ พวกนักล่าในฐาน ฉางหลาง พวกเขาไม่มีอะไรนอกจากนักล่าระดับ1 ถ้ามีอาวุธปืนเหล่าหลี่คงไม่… เพราะเป็นซอมบี้ระดับ 1… “ในขณะที่เขาพูดดวงตาของชายอ้วนก็มีสีแดงเล็กน้อย “จริงๆแล้วยังต้องพูดเรื่องนี้ไปเพื่ออะไร? วันนี้ชีวิตของเจ้าอ้วนได้รับการช่วยเหลือจากพี่ชาย เสี่ยวหลินถ้ามีอะไรในอนาคตฉันดงวูจะไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือ! หลังจากพูดแบบนี้เขามองไปที่รถ คนที่มีความสามารถในการแลกเปลี่ยนน้ำมันเพื่อออกมาล่าได้เช่นหลินเฟิง เขาคิดว่าไม่มีอะไรที่จะให้เขาช่วยก็ตาม แน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่านี่เป็นความเข้าใจผิดอย่างสวยงาม ด้านในของคลังสินค้านั้นไม่มีอะไรเหลือแล้ว นักล่าจึงไม่ไปที่นั่น มันเป็นเพียงแค่บังเอิญพบโดยหลินเฟิง แน่นอนว่าสินค้าที่อยู่ในมือของหลินเฟิงก็เพียงพอแล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดทั้งสองคน
              หลินเฟิง ไม่ใส่ใจกับชายอ้วน ที่ตรวจสอบสภาพของรถและพยายามที่จะทำความเข้าใจสิ่งที่เจ้าอ้วนพูด ถึงแม้เจ้าอ้วนจะหมดแต่เขายังคงพูดเรื่อยมา ดูเหมือนเขาเป็นคนพูดมาก นี่เป็นสิ่งที่ดี เมื่อใดก็ตามที่พวกพูดมากชอบพูดเขาจะไม่ได้คิดอะไรมากมาย ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคิดถึงวิธีที่ทำให้หลินเฟิงพูดถึงตัวเขาเอง หลินเฟิง รู้สึกดีใจที่ไม่ได้เจอคนที่น่าเบื่อและไม่ยอมพูดอะไร ดูเหมือนว่าผู้รอดชีวิตทั้งหมดในฐาน ฉางหลาง มีแข็งแรงอยู่มาก? ศิลปะการต่อสู้? เวทมนตร์หรือความสามารถ? นอกจากนี้การแบ่งออกเป็นกลุ่มลำดับของนักล่า เช่นเดียวกับ ซอมบี้ระดับ 1 บางทีซอมบี้ก็คงมีประเภทตามลำดับ ซอมบี้ที่หลินเฟิงเห็นเมื่อตั้งแต่เดินทางน่าจะเป็นซอมบี้ธรรมดา หลังจากที่เห็นการเคลื่อนไหลที่รวดเร็วเป็นพิเศาของเจ้าอ้วนแล้ว ขนาดใช้คนสองคนก็ไม่แน่ที่จะหยุดเขาได้ เมื่อคิดถึงสิ่งเหล่านี้การปรากฏตัวของหลินเฟิงก็ดูง่ายขึ้นทำให้ เจ้าอ้วนคิดว่าหลินเฟิงเป็นผู้รอดชีวิตที่มีฝีมือ แน่นอนว่าการประเมินความแข็งแรงของหลินเฟิงนั้นเป็นแค่คนธรรมดาเพียงแต่สิ่งที่เจ้าอ้วนพูดแลจะเกินจริง ถ้าเขาไม่บังเอิญพบกับรถของหลินเฟิงและถ้า ซอมบี้ระดับ 1 โผล่ออกมาเจ้าอ้วนก็จะตกเป็นเหยื่ออย่างแน่นอน มันจะไม่ดูเกินจริงเลยถ้าเขาจะพูดแบบนี้
              บังเอิญในเวลานี้ หลินเฟิง ได้ยินเสียงท้องร้องของเจ้าอ้วนที่เต็มไปด้วยความหิว หลังจากที่ทุกอย่างสู่การสิ้นโลกอาหารค่อนข้างจะหายากมาก เมื่อขับรถผ่านพื้นที่เพาะปลูกก็ไม่มีร่องรอยของใครก็ตามที่พำนักอยู่ บางทีในโลกนี้อาหารคงมีค่ามาก
หลินเฟิงมุ่งความสนใจไปที่หัวใจและเข้าสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั่วคราว เขาหยิบเนื้อกระป๋องสำเร็จรูปจากชั้นวางของในซุปเปอร์มาเก๊ต หลังจากฉีกเครื่องหมายการค้าและวันหมดอายุแล้วเขาก็นำมันกลับมาสู่ความเป็นจริง
แกล้งทำเป็นว่าเอามันมาจากด้านหลังของรถ แล้วยื่นมันให้กับดงวู
             “เอานี่ กินซะก่อน แล้วเล่าเกี่ยวกับฐานฉางหลางให้ฟังที ตอนที่เกิดเหตุซอมบี้ ฉันอยู่ที่บ้านไร่ในวันหยุด ที่หมู่บ้านเล็กๆที่ไกลจากที่นี้ และที่นั้นไม่ค่อยมีซอมบี้นัก ตอนนี้ผมคงต้องขอบคุณเจ้านายที่ให้หยุดในวันนั้น ไม่งั้นชั้นคงไม่ได้ไปอยู่ที่หมู่บ้านนั้นถึงตอนนี้ “ เมื่อเห็นว่าเจ้าอ้วนตกใจเมื่อเห็นกระป๋องเนื้อ หลินเฟิงจึงพูดโกหกต่อ อย่างน้อยในโลกนี้ก็ไม่มีใครรู้จักเขา ใครรู้ที่เจ้านายของเขาคือใคร ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาสร้างตัวตนใหม่ในโลกใบนี้
             ในนิยายวันสิ้นโลกที่หลินเฟิงเคยอ่านผู้คนที่อยู่ในฐานผู้รอดชีวิตมักซับซ้อน มีทรัพยากรอย่างจำกัด การเข้าของคนแปลกหน้านั่นคือเหตุผลว่าทำไมจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับฐานนี้
เพื่อที่จะทำความเข้าใจกับฐานนี้เขาต้องปล่อยให้เจ้าอ้วนได้ลิ้มรสอาหารเป็นรางวัล แค่ 1 กระปป๋องสำหรับ หลินเฟิงที่มีซุปเปอร์มาเก๊ตไม่ได้มีผลกระทบอะไรเลย
             “นี่ … มันมีค่ามากเกินไป เมื่อพี่ใหญ่ช่วยฉันไว้ แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ฉันคงต้องอับอายมากถ้ายังรับสิ่งนี้จากพี่” ถึงแม้เจ้าอ้วนอยากจะกินเนื้อกระป๋องนี้ แต่เขาก็รู้ว่าสิ่งนี้มีค่ามากและสามารถใช้แลกเปลี่ยนสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ เขาเลียริมฝีปากของเขาแล้วต่อต้านการล่อล่วงก่อนจะตัดใจได้ เขาพยายามไม่เหลือบมองกระป๋องเนื้อมากที่สุด “ไม่มีอะไรที่ฉันไม่สามารถพูดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในฐาน ฉางหลาง ค่าของเนื้อกระป๋องนี้เทียบได้กับคริสตัลขาวได้เป็นโหล “
             เห็นว่าทาท่างที่ดงวูแสดงออกมา หลินเฟิงก็หัวเราะออกมา เจ้าอ้วนนี่เป็นคนดี ผลึกสีขาวหลายโหลควรเป็นสกุลเงินของโลกที่เลวร้ายนี้ การที่แทบจะไม่สามารถอดกลั้นความอยากกินแต่ก็ยังทำแบบนี้นับว่าเป็นคนดีคนหนึ่ง หลังจากนั้น หลินเฟิง ได้กล่าวว่าเมื่อวันสิ้นโลกเกิดขึ้นเขาไม่เคยเข้าฐานและไม่รู้เกี่ยวกับมูลค่าของอาหารเลย อย่างไรก็ตามแม้รู้ว่าหลินเฟิงไม่รู้จักมูลค่าของมัน ดงวูก็ไม่ได้กินทั้งที่สามารถทำได้ นี่ทำให้หลินเฟิงไว้ใจเขามากขึ้น นอกจากนั้นเขาเป็นคนแรกที่หลินเฟิงพบหลังจากเข้าสู่โลกนี้ แน่นอน ประการแรกหลินเฟิง ไม่ได้หยิบกระป๋องออกมาทันทีเขาทำเป็นริ้อค้นอยู่สักพักอย่างเป็นธรรมชาติ  ประการที่สอง เจ้าอ้วน ไม่มีอาวุธ แต่ หลินเฟิง มีมีดยาวอยู่ในมือ นอกจากนี้หลินเฟิงยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลินเฟิง จะอยู่ตำแหน่งที่ปลอดภัยและรัดกุม
            พอรู้ว่า ดงวูเป็นคนแบบไหน หลินเฟิง ก็จริงใจมากขึ้นและอธิบายกับเจ้าอ้วน “หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ค่อยใครอยู่ตั้งแต่แรก เมื่อฉันไปที่นั่นไม่มีแม้แต่ไกด์ทัวร์ อันที่จริงในวันหยุดของฉันนอกเหนือจากชาวนาในท้องถิ่นไม่มีใครมาที่หมู่บ้านเล็ก ๆ แบบนี้ เมื่อฉันออกมาฉันพบคลังสินค้าที่ไม่มีใครอยู่บนถนนสายนี้ นั่นเป็นเหตุผลที่สิ่งนี้ไม่มีอะไรมาก เอ้ากินเลย “ ดงวูได้ยินที่หลินเฟิง พูดและเคารพเขามากยิ่งขึ้น หลังจากที่สามารถเดินทางไปไกลได้เพียงลำพังในโลกใบนี้เขาสงสัยว่า หลินเฟิง เป็นชาวไร่หรือไม่ แน่นอนว่านี่เป็นความเข้าใจผิดอย่างสวยงาม
            นับตั้งแต่ที่โลกแตกไป สองปีแล้วที่ ดงวู ไม่ได้ลิ้มรสอาหารกระป๋อง เมื่อได้ยินหลินเฟิงกล่าวเขาก็ไม่สามารถต้านทานความอยากกินได้อีกต่อไป เขารีบหยิบกระป๋องขึ้นมารีบกินอย่างรวดเร็ว ในไม่กี่คำมันก็หมดเขาเลียริมฝีปากและมีความอยากกินมากกว่านี้ มองเห็นว่าหลินเฟิงมองเขาอยู่ ดงอูก็หัวเราะอย่างอับอาย เมื่อคิดถึงสิ่งที่ได้กล่าวมาก่อน ดงวู เริ่มให้คำแนะนำกับ หลินเฟิง และพูดคุยเกี่ยวกับสถานะการในตอนนี้
            ดงวูรู้ เมื่อเขาเริ่มต้นหัวข้อแล้วเขาก็พูดถึงเรื่องนี้กับหลินเฟิงอย่างไม่หยุดหย่อนและก็ไม่สามารถหยุดได้
            มีฝนตกชุกเมื่อสามปีก่อนและ 80% ของประชากรโลกทั้งหมดติดเชื้อและกลายเป็นซอมบี้ ส่วนที่เหลือต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
ไม่นานหลังจากนั้นคนพบกับการต่อสู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดกับซอมบี้และเริ่มสร้างฐานที่มีขนาดแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงของผู้คนที่เนื่องจากฝนกลายเป็น นักล่า แต่มีเพียงจำนวนน้อยมาก
           นักล่าที่แตกต่างกันเหล่านี้มีความเร็วและความแรงที่ไม่มีในคนธรรมดา เป็นผลให้พวกเขาจัดกองทัพทหารของตัวเองจัดตั้งฐานและสร้างกองกำลังของตนเอง ฐาน ฉางหลาง เป็นหนึ่งในหลาย ๆ ฐานและแน่นอนผู้ก่อตั้งฐานเป็น นักล่า
           ตั้งแต่เวลาที่โลกนี้เข้าสู่วันสิ้นโลกเมื่อสามปีที่แล้วปัญหาขาดแคลนมากที่สุดคืออาหารและยา บ่อยมากที่คนจะฆ่ากันเพื่อขโมยสิ่งเหล่านี้ แต่ ณ จุดนี้ชีวิตที่ตกต่ำในตอนนี้อาหารกระป๋องที่ หลินเฟิงให้ สามารถแลกเป็นคริสตันขาวได้หลายสิบชิ้นแล้วยังสามารถแลกกับผู้หญิงได้ พูดอย่างนี้ดงวูมองไปที่ หลินเฟิง ด้วยความรู้สึกเคารพและกลัว
           ช่วงเวลาสั้นๆที่เขาบอกกล่าวกับหลินเฟิงตั้งแต่เริมเหตุการณ์ เมื่อได้ฟังคำแนะนำของเจ้าอ้วนแล้วหลินเฟิงก็สามารถเข้าใจโลกใบนี้มากขึ้น
ดงอูยังได้พูดคุยเกี่ยวกับวันของเขาว่าเขาและเพื่อนคนเดียวของเขาเหลาหลี่ได้ออกมาล่าในวันนี้ โชคไม่ดีเพราะเขาไม่มีอาวุธอย่างดี เหล่าหลี่ ติดเชื้อจากซอมบี้ระดับหนึ่ง ถ้าเหล่าหลี่ไม่ได้ต้า่นซอมบี้ระดับหนึ่งไว้ให้ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนไป ดงอูหวังว่าเขาจะไม่สามารถหลบหนีได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องของ หลินเฟิง หลังจากพูดแบบนี้การแสดงออกของดงวูก็คล้ำอีกครั้ง
            “คนทั่วไปต้องการที่จะอยู่รอด แต่เฉพาะผู้ที่มีกำลังเท่านั้นที่ออกไปเพื่อฆ่าซอมบี้ แน่นอนคุณก็เช่นกันเสี่ยวหลิน เมื่อซอมบี้ตายสมองของพวกมันจะผลิตคริสตัล ว่ากันว่าคริสตัลเหล่านี้มีชนิดของพลังงานและสามารถทำให้นักล่า เพิ่มการบ่มเพาะของพวกเขาได้ แน่นอนเราคนปกติไม่ทราบวิธีการใช้ เราสามารถไปฆ่า ซอมบี้ เพื่อแลกกับอาหารและอาวุธเพื่อความอยู่รอดได้ “ หลังจากกินอาหารกระป๋องแล้วดงวูก็มีพลังและเล่าเรื่องให้หลินเฟิงฟังอย่างชัดเจนเกี่ยวกับธุรกิจในฐาน เขายังคงสงสัยว่าหลินเฟิงนั่นอาจจะเป็นนักล่า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงบอกว่า คริสตัลสามารถกระตุ้นการบ่มเพาะของนักล่าได้ ขณะที่เขามองหลินเฟิง”คริสตัลสามารถใช้ในปรับปรุงขีดความสามารถได้
             ซอมบี้เองก็มีอันดับ หลังจากผ่านการแนะนำของดงวูแล้วหลินเฟิงก็เข้าใจ ซอมบี้ที่เขาพบมาก่อนเป็นเพียงซอมบี้ที่ระดับศูนย์ซึ่งเป็นเพียงคนที่กลายเป็นซอมบี้
             แต่ยังคงมีการแตกต่างระหว่างซอมบี้ เป็นไปได้ว่าสัตว์ที่กลายเป็นซอมบี้จะโหดและรุนแรงมากขึ้น เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้แล้วจะจึงได้มีการจัดอันดับ สำหรับตอนนี้ซอมบี้ทั่วโลกมีระดับ ศูนย์นับเป็นซอมบี้ที่ธรรมดาที่ไม่นับรวม รูปแบบความแตกต่างเริ่มจากระดับหนึ่งเป็นต้นไป อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงทฤษฎีเท่านั้น เมื่อโลกใบนี้กลายเป็นโลกที่สิ้นหวังเมื่อสามปีที่แล้วดงวูได้ยินว่าอันดับหนึ่งของซอมบี้อยู่ที่ระดับระดับห้าเท่านั้น จากข่าวที่แพร่กระจายไปทั่วฐานว่าซอมบี้ระดับห้าสามารถทำลายฐานขนาดกลางได้ทันที
              แต่คริสตัลที่ปล่อยออกมาจากสมองของซอมบี้ระดับหนึ่งมีสีขาว คริสตัลของระดับสองมีสีเหลืองอ่อนในขณะที่คริสตัลระดับสามมีสีเหลืองเข้ม นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นคนธรรมดาเช่นดงวูไม่เคยเห็นมาก่อน
             คริสตัลจากซอมบี้ระดับสองในทฤษฎีสามารถแลกเปลี่ยนได้สำหรับคริสตัลขาวได้ 100 ชิ้น อย่างไรก็ตามในทำนองเดียวกันนี้ ความยากลำบากในการฆ่าซอมบี้ระดับสองเป็นวิธีที่ยากกว่าฆ่าซอมบี้ระดับหนึ่ง 100 ตัว นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมคริสตัลซอมบี้ระดับหนึ่งเท่านั้นที่เป็นสกุลเงินของโลกนี้
คราวนี้ดงวูและเหล่าหลี่ออกมาล่าซอมบี้ ถ้าเหล่าหลี่มีปืนเขาจะไม่เสียชีวิต อย่างไรก็ตามราคาของอาวุธในตอนที่โลกถึงจุดจบนี้มีราคาแพงมาก โดยทั่วไปแล้วไม่มีใครมีอาวุธได้นอกจากพวกเขาจะเป็นตำรวจหรือทหารก่อนวันสิ้นโลก แต่แม้แต่คนประเภทนี้ที่มีปืนก็มีน้อยมาก
เมื่อฟัง ดงวู บอก หลินเฟิง ก็เข้าใจ ในโลกนี้เคารพความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตามสิ่งที่จำเป็นสำหรับความแข็งแกร่งคืออะไร? มันคือสินค้า ในสภาวะโลกถึงจุดจบนี้ คุณต้องมีสินค้าเพียงอย่างเดียวเพื่อให้ได้สิ่งที่คุณต้องการ
             ตอนนี้หลินเฟิงมีซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เต็มเปี่ยม ซูเปอร์มาร์เก็ตของ หลินเฟิง เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ สินค้ามากมาย แม้กระทั่งยา ในโลกใบนี้ทุกสิ่งที่ถูกนำมามีมูลค่าสูงกว่าครั้งที่อยู่ในโลกปกติถึงร้อยเท่า
              อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะแข็งแกร่ง หลินเฟิง ไม่ได้วางแผนที่จะนำสินค้าออกมาจำนวนมาก หลินเฟิง รู้ว่าในโลกใบนี้ถ้าผู้คนรู้ว่ามีคนครอบครองสินค้าจำนวนมากแน่นอนว่ามันจะนำไปสู่ความหายนะ เรื่องนี้มันพอจะเป็นปัญหาให้การใช้ชีวิตของหลินเฟิงย่ำแย่
             นั่นคือเหตุผลที่หลินเฟิงตัดสินใจว่าจะค่อยๆใช้ความสามารถนี้ เขาต้องการที่จะคิดถึงวิธีการใช้สินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตในโลกใบนี้อย่างปลอดภัยและเอาตัวรอดได้
             รถคันนี้ค่อนข้างวิ่งเร็วและดงวู ไม่ได้ไปไกลจากฐานนัก ภายใต้การนำของดงวู เพียง 10 นาทีต่อมาพวกเขามาถึงทางเข้าของฐาน นี่คือฐาน ฉางหลาง ที่ ดงวู พูดถึง
          “หลินเฟิง เพื่อที่จะได้เขาไปที่ฐานจำเป็นต้องใช้ 1 คริสตัลขาว นาฺฬิกาวันสิ้นโลกของนายมีคริสตัลขาวไหม”
เมื่อพวกเขากำลังจะถึงทางเข้าฐาน ดงวู ถาม หลินเฟิง
“นาฬิกาวันสิ้นโลก? นาฬิกาวันสิ้นโลกคืออะไร? “
นาฬิกาวันสิ้นโลกที่ดงวูบอก หลินเฟิงไม่รู้จักมันสักนิด
“ฉันลืมไป ว่านายไม่เคยเข้าฐานมาก่อน นาฬิกาวันสิ้นโลกนี้เป็นนาฬิกาอัจฉริยะ หลังจากโลกถึงวันสิ้นสุด ทุกคนต้องใช้มัน มันเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะ ไม่ใช่ขิงกิน นายสามารถแลกมันมาด้วย 1 คริสตันขาว เป็นราคาที่ถูกมาก “
เมื่อได้ยินว่าหลินเฟิงไม่มีนาฬิกาวันสิ้นโลกดงวูก็ได้อธิบายในทันที