0 Views

บทที่ 49 คูปอง

ปะป๋าสวี่นั้นเป็นนักสูบมาตั้งแต่ไหนแต่ไร มือข้างหนึ่งถือไฟแช็ค ปากก็คาบบุหรี่ไว้

แม้ยังไม่ถึงขั้นที่เป็นปัจจัยในการหย่าร้าง แต่ก็มีหลายครั้งที่เขามักจะสาบานอะไรประมาณ “ถ้าเธออยากให้ฉันเลิกบุหรี่ ฉันยอมอดข้าวดีกว่า” เช้านี้ปะป๋าสวี่ลืมตาตื่นจากฝัน ปฏิกิริยาแรกก็คือเอื้อมมือไปที่โต๊ะหัวเตียง เป็นพฤติกรรมที่ปะป๋าสวี่ทำมานานหลายสิบปีแล้ว อย่างแรกที่ทำตอนเช้า สูบบุหรี่สักตัว แล้วก็ลุกจากเตียง

พอภรรยาที่ดูแลเขาเห็นแบบนี้ ก็โกรธจัดแต่ก็ไม่สามารถลงไม้ลงมือกับเขาได้ จึงได้แต่จ้องเขาด้วยสายตาทะลุทะลวงก่อนเริ่มแว๊ดใส่ “สูบบุหรี่ สูบบุหรี่ สูบมันเข้าไป เวลาแบบนี้ คุณยังคิดจะสูบอีกเหรอ จะสูบให้ตายไปเลยใช่ไหม ทำให้ลูกสาวกับฉันตกใจกลัวและเป็นห่วงแบบสุดๆ แบบนั้น ……”

หม่าม้าสวี่พร่ำไม่หยุด แต่สมองปะป๋าสวี่ตื่นเต็มที่ เขามองไปรอบตัว พอเขานึกฉากเมื่อคืนตอนที่เขาหมดสติไปออก หัวใจเขาก็กรีดร้อง ฉันเสร็จแน่ สูบบุหรี่จนต้องนอนโรงพยาบาลแบบนี้ วันข้างหน้าต้องมีต้องเรื่องแน่ๆ

ปะป๋าสวี่นั้นเป็นชายแท้ๆที่สง่างามมีเกียรติเต็มภาคภูมิ เขาไม่กลัวความตาย ไม่กลัวการผ่าตัด แต่สิ่งที่เขาหวาดกลัวที่สุดคือเสียงบ่นของภรรยาตัวเอง แค่อาการป่วยเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไป ภรรยาเขาก็สามารถบ่นไปสามวันสามคืนได้แล้ว แต่ตอนนี้เขาถึงกับเข้าโรงพยาบาล เธอจะไม่บ่นเขาจนตายเลยเหรอไง นอกจากนี้พอนั่วนั่วเข้ามาเยี่ยมในห้องคนไข้ ปะป๋าสวี่ก็โดนบ่นเสียจะตายไปครึ่งตัวอยู่แล้ว

> _ <

เช้านี้ที่ไม่มีบุหรี่มาปลุกเขา แถมด้วยการบ่นไม่หยุดของภรรยาต่อหน้าเหล่า“ว่าที่” ทำเอาเขาขายหน้าสิ้นดี เมื่อปะป๋าสวี่เห็นลูกสาวเข้ามา ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ แต่พอเห็นลูกเขยผู้แสนยอดเยี่ยมแล้ว เฒ่ายอดนักสูบก็คิดแผนการออกทันที

ก่อนบอสใหญ่เซียวจะออกไป ปะป๋าสวี่ใช้น้ำเสียงนุ่มลื่นเอ่ยอีกสามสี่คำ “เซียวอี้เอ้ย อ้อ นายรู้ไหมว่าลูกสาวน่ะเป็นที่รักของพ่อที่สุด นั่วนั่วเป็นเด็กกตัญญู ถ้าเรื่องนี้ไม่สำเร็จด้วยดี ฮะฮะ ……”

เฒ่าปลาไหลทิ้งประโยคไว้ไม่พูดให้จบ ล้มตัวลงนอนก่อนหลับตา ฮัมเพลงเบาๆ แต่คำขู่ที่ซ่อนเร้นไว้นั้นสื่อสารออกไปอย่างดีเยี่ยม ปะป๋าสวี่ไขว้ขา ดูพึงพอใจกับการกระทำของตัวเองมาก เขาเป็นใครกัน ข้าราชการที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย แม้ว่าที่ลูกเขยเขาเป็นสัปปะรด[1] ก็ไม่สามารถหนีจากมือเขาไปได้หรอก

แต่จริงๆ แล้ว ปะป๋าสวี่ประมาทความสามารถของบอสใหญ่เซียวเกินไป

หลังจากผ่านไปสิบนาทีบอสใหญ่เซียวที่หายตัวไปก็กลับมาถึงห้องคนไข้ที่นั่วนั่วกับหม่าม้าสวี่กำลังดูแลอยู่ พอเธอเห็นบอสใหญ่เซียวกลับมา เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็กระโดดดึ๋งดั๋งอย่างร่าเริงไปยืนยิ้มตรงหน้าเขา “คุณไปไหนมาเหรอคะ”

บอสใหญ่เซียวบอกหน้านิ่ง “อ้อ ฉันออกไปทำธุระบางอย่างน่ะ”

พอปะป๋าสวี่ได้ยิน เขาก็รู้ว่าลูกเขยคนนี้ติดเบ็ดแล้ว ดวงตาเล็กๆคู่นั้นโค้งขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เขาลังเลว่าจะใช้คำแก้ตัวอะไรเพื่อพาว่าที่ลูกเขยออกไปข้างนอกลำพังยังไงดี เขาจะได้หลบไปสูบบุหรี่ในห้องน้ำ เขาก็เห็นบอสใหญ่เซียวก้าวยาวๆ มาข้างเตียง ควักบุหรี่จากกระเป๋ากางเกงออกมาหนึ่งซองแบบง่ายๆ ก่อนเอ่ยนิ่งๆ “คุณลุงสวี่ครับ”

ห้องเงียบกริบจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของทุกคนทันที เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยงงงวยเมื่อเห็นสีหน้าหม่าม้าสวี่เปลี่ยนจากฟ้าเป็นแดงเป็นขาวเป็นเขียวเป็นม่วง ราวกับสายรุ้ง ก่อนวิ่งไปคว้าแขนบอสใหญ่เซียว กระซิบ “คุณบ้าไปแล้วเหรอไง รู้ทั้งรู้ว่าพ่อฉันป่วยเพราะสูบบุหรี่ คุณก็ยัง……”

เธอพูดไม่ทันจบบอสใหญ่เซียวก็ส่ายหัวด้วยสีหน้าราวกับนักบุญ ก่อนขัด “คุณลุงสวี่ขอให้ผมไปซื้อให้ครับ นี่ครับ” เมื่อเขาเห็นเซียวอี้ส่งซองบุหรี่มาให้ตรงหน้า ปะป๋าสวี่รู้สึกเหมือนถูกลมพัดใส่จนสั่นสะท้าน

เกียรติยศ ความภูมิใจของฉันหายไปหมดแล้ว! หายไปจนเกลี้ยง[2]!

ลูกเขยคนนี้รับมือด้วยไม่ง่ายเลย เขาหงุดหงิดที่ฉันขู่เขาไปเมื่อกี้ ถึงใช้วิธีนี้มาเล่นงานฉันแน่ๆ ถึงแม้ฉันจะแบล็คเมล์เซียวอี้ให้ทำงานดีๆ แต่ก็ไม่ได้ย้ำว่าห้ามบอกใคร ลูกเขยในอนาคตคนนี้เลยหักหลังฉันหน้าซื่อๆ ตรงหน้าภรรยากับลูกสาวฉัน

=__=

ปะป๋าสวี่ทุบอกตัวเอง หม่าม้าสวี่ตะโกน “เยี่ยมเลย” ราวกับแม่เสือดุร้าย เธอกระโจนมาข้างเตียง คว้าซองบุหรี่จากมือเซียวอี้ หม่าม้าสวี่กัดฟันก่อน เตือนสติเขาเสียงลั่น “นี่คือเหรอนี่เหตุผลที่คุณอยากคุยกับเซียวอี้ตามลำพังน่ะ บ้าบอ! ตาแก่เอ้ย สูบบุหรี่มันเข้าไป! สูบจนตายไปเลย!”

หม่าม้าสวี่โมโหสุดๆ ระหว่างที่พูด ก็อัดซองบุหรี่ใส่หน้าสามี และผลก็คือ ฉากที่น่าอับอายค่อยๆ เผยตัวขึ้น

ตอนนี้เพราะปะป๋าสวี่เผยหางออกมาแล้ว เขาจึงกลัวจนตัวสั่นอยู่บนเตียง เพื่อเอาใจภรรยาไม่ให้เธอโกรธกว่านี้ พอซองบุหรี่ถูกปามาที่หน้า เขาจึงไม่กล้าขยับ ดังนั้นมันโดนหน้าเขาเต็มๆ หล่นจนดังโครม และบุหรี่จำนวนมากก็หล่นลงมากองบนผ้าห่ม………อะแฮ่มๆ ไม่ใช่สิ มันเป็นคุกกี้แท่งยาวๆ

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกระพริบตา “ ……นั่นอะไรน่ะ ”

ดวงตาบอสใหญ่เซียวใสกระจ่าง หัวเราะด้วยเสียงอ่อนโยนพูด “ปะป๋าสวี่บอกว่าเขาอยากบุหรี่จนรู้สึกแย่ เขาเลยขอให้ฉันไปซื้อขนมมาใส่ในซองบุหรี่ พอเขาอยากบุหรี่ขึ้นมา จะได้เคี้ยวแก้เหงา จริงไหมครับ คุณลุงสวี่”

ปะป๋าสวี่เงยหน้าขึ้นหลังจากช็อคไปครู่หนึ่ง ก่อนแอบร้องไห้อย่างขื่นขม

การลงโทษเล็กๆ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในอนาคต[3] ลูกเขยเขาคนนี้ ไม่ใช่คนเรียบง่าย…… ไม่ใช่เลยแม้แต่น้อยนิด

“หมาป่าห่มหนังแกะแบบนี้ ไม่ได้ทำงานให้รัฐบาลนี่เสียของจริงๆ”

พอเขาคิดแบบนี้ ปะป๋าสวี่ก็ชูธงขาวยอมศิโรราบให้กับลูกเขยแต่โดยดี พยักหน้า “ใช่แล้ว ใช่แล้ว”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกับหม่าม้าสวี่พูดไม่ออก บรรยากาศน่าอึดอัด หลังจากผ่านไปชั่วครู่ นั่วนั่วอดไม่ได้ ล้มลงก่อนหัวเราะเสียงดัง สหายผู้เฒ่าสวี่จอมวางแผนเอ้ย สมน้ำหน้า!

ทุกอย่างกลับสู่ปกติ การพบกันของครอบครัวสวี่และเซียวถือว่าประสบความสำเร็จ สี่ผู้เฒ่าตัดสินใจรอจนกว่าปะป๋าสวี่จะออกจากโรงพยาบาลเพื่อไปฉลองกันสักมื้อ ดังนั้นแผนการแต่งงานของบอสใหญ่เซียวกับนั่วนั่วถือว่าเป็นไปตามกำหนดการ

วันนั้นเป็นวันก่อนวันที่ปะป๋าสวี่จะออกจากโรงพยาบาล นั่วนั่วกับแม่อยู่ที่บ้านกำลังเก็บของรอต้อนรับพ่อกลับบ้าน หม่าม้าสวี่ทำตัวลึกลับดึงนั่วนั่วเข้าไปในห้องนอน หยิบกระดาษสองแผ่นที่เหมือนตั๋วชิงโชคออกมาจากลิ้นชักยื่นให้เจ้ากระต่ายน้อย

พอนั่วนั่วหยิบมาสำรวจ เธอก็เห็นแต่คำที่เขียนไว้อย่างอลังการ “โรงแรมโกลเด้นฮาร์ป” และข้อมูลแนะนำโรงแรมบางส่วน เธองง “นี่อะไรเหรอคะ”

หม่าม้าสวี่ไอ ชูสองนิ้วเป็นรูปตัว V “วันที่ยี่สิบนี้ ลูกกับ”เซียวอี”จะไปค้างคืนด้วยกัน ใช้แพคเกจคู่รักระดับไดมอนด์ที่โรงแรมโกลเด้นฮาร์ป”

ระหว่างที่หม่าม้าสวี่พููด นั่วนั่วก็ตกจากเก้าอี้ลงไปที่พื้นแล้ว เมื่อกี้……..หูเธอเพี้ยนไปหรือเปล่า

พอเธอเห็นหม่าม้าสวี่ก็รีบพยุงเธอขึ้นมา ปลอบเธอสองสามคำก่อนอธิบาย เดือนที่แล้วเป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ 25 ของปะป๋าหม่าม้าสวี่ นั่วนั่วแอบแวะไปที่สตูดิโอแต่งงาน เพื่อจองแพคเกจถ่ายรูป ให้เพื่อเป็นของขวัญวันครบรอบแต่งงานของพ่อกับแม่ ………และเธอยังไปดูเองด้วย  . >O<

ตอนพ่อกับแม่เธอยังไม่แก่ พวกเขารีบแต่งงานจึงมีแค่รูปถ่ายขาวดำในงานแต่งเท่านั้น ถึงแม้สองผู้เฒ่าจะรู้สึกแย่ว่าถ่ายรูปไม่กี่รูปก็หมดเงินไปหลายพัน พวกเขาก็ยินดีกับของขวัญของลูกสาวคนดี ไปถ่ายรูปอย่างร่าเริง

ใครเลยจะรู้ว่าพวกเขามือขึ้นสุดๆ สตูดิโอแต่งงานกับโรงแรมโกลเด้นฮาร์ปนั้นมีกิจกรรมพิเศษ สองผู้เฒ่าชนะรางวัลได้แพคเพจห้องสวีทไดมอนด์เลิฟเวอร์มา โรงแรมนั้นฉลาดจริงๆ  พวกเขาเข้าใจดีว่าคู่รักที่มาถ่ายรูปยังไงก็น่าจะมีสิทธิ์แต่งงาน จึงถือโอกาสโปรโมตโรงแรมให้กับผู้ชนะ หวังว่าพวกเขาจะมาจัดงานเลี้ยงที่นั่น แต่ปะป๋ากับหม่าม้าสวี่ คู่รักผู้เฒ่ารู้สึกว่าพวกเขาเขินเกินไปที่จะมาค้างอ้างแรมที่ห้องเลิฟเวอร์สวีท

พอเธอได้ยิน นั่วนั่วเบิกตากว้าง ทำปากห่อ “พ่อกับแม่เขินจนไม่กล้าไป เลยจะให้บอสใหญ่เซียวกับหนูไปแทนเหรอคะ?”

หม่าม้าสวี่หัวเราะในคอ “อย่ามาทำเฉไฉ ไอ่หย๊า หนุ่มสาวสมัยนี้เนี่ย คิดว่าฉันไม่รู้เหรอไง พวกเขามีความสุขด้านพฤตินัยก่อนนิตินัยกันทั้งนั้น ลูกกับ”เซียวอี”น่ะจะทำตัวดีแบบนั้นเลยเหรอ”

แก้มเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกลายเป็นสีแดงเรื่อเมื่อฟังคำพูดแม่ เธอก้มหัว พูดไม่ออก หม่าม้าคะ แม่จะ………..หัวทันสมัยเกินไปแล้ว   (>_<)”

หม่าม้าสวี่เจ๊าะแจ๊ะต่อ “คำขออย่างเดียวของแม่คือป้องกันด้วยล่ะ อย่าท้องก่อนแต่ง”

พอเธอพูดจบ เธอก็ยัดคูปองใส่มือเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทันที เจ้ากระต่ายน้อยรู้สึกเหมือนได้รับเผือกร้อนที่เธออยากโยนทิ้ง ก่อนส่ายหัวไปมาอย่างแรง

“แม่คะ อย่าพูดอะไรไร้สาระน่ะ บอสใหญ่เซียวกับหนูน่ะ…….ยัง!”

ดวงตาของหม่าม้าสวี่หรี่ลงอย่างผิดหวัง มุมปากยกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ แสร้งทำตัวจริงจังก่อนเอ่ยเสียงเคร่งขึ้น “นั่วนั่ว อย่าแกล้งมาทำตัวเชื่อฟังน่า อย่าคิดนะว่าแม่ไม่รู้ว่าตอนที่แม่นอนโรงพยาบาลคืนหนึ่งน่ะ เซียวอี้นอนค้างที่บ้านเรา!”

และแล้วใบหูนั่วนั่วก็แดงระเรื่อ

ถ้าบนพื้นมีหลุมอยู่ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยคงจะขดลงไปมุดในนั้นแล้ว แล้วก็ไม่ใช่แค่คำพูดของแม่ที่ทำให้เธอเขิน แต่ว่า….ห้องเลิฟเวอร์สวีท เธอจะกล้าเปิดปากบอกบอสใหญ่เซียวยังไง

คืนนั้นนั่วนั่วเฝ้ารอบอสใหญ่เซียวเสร็จงาน เพราะว่าเธอมัวแต่คิดถึงเรื่องห้องสวีท พอบอสใหญ่เซียวเรียกนั่วนั่วหลายหน ก็ยังไม่มีการตอบรับ

บอสใหญ่เซียวแปลกใจ ก่อนเรียกเธอหลายหน ในที่สุดเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็ตอบรับ “อา” เซียวอี้ยกยิ้ม “เธอกำลังคิดอะไรอยู่”

“ไม่มีอะไรค่ะ……”  จิตใจเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยล่องลอย

“ฉันใกล้เสร็จแล้ว เธออยากกินอะไร ฉันจะได้จอง” เซียวอี้พูดระหว่างจัดการอีเมลล์สองสามฉบับสุดท้ายบนเครื่อง แต่ก็ได้ยินนั่วนั่วพูด “อื้อ” ง่ายๆแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ

ใครบางคนกำลังใจลอย เหม่อไปไกล เธอไม่รับรู้เรื่องที่บอสใหญ่เซียวพูดแม้แต่น้อย เซียวอี้หน้าบึ้งก่อนย้ำ นั่วนั่วหลุดปากแบบไม่คิดอะไร “ห้องเลิฟเวอร์สวีท”

อากาศในห้องทำงานลดอุณหภูมิลงทันที นิ้วของบอสใหญ่เซียวหยุดพิมพ์ ก่อนหรี่ตาลง “เมื่อกี้เธอว่าไงนะ”

นั่วนั่วสูดหายใจลึก ทำช้าดีกว่าไม่ทำเลย[4]“ฉันพูดว่า … … ไปกินอาหารเซ็ตคู่รักกันดีกว่า มื้อค่ำเซ็ตคู่รักน่ะ”

เหงื่อบนหน้าผากเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยหยดติ๋งๆ พอเธอไม่เห็นปฏิกิริยาโต้ตอบจากบอสใหญ่เซียวเลยคิดว่ารอดตัวแล้ว เลยถอนหายใจโล่งอก เดินไปตรงหน้าบอสใหญ่เซียว เอียงคอดูเขาตอบอีเมลล์

“เอ๋” นั่วนั่วกุมคางก่อนเปลี่ยนเรื่อง “บอสใหญ่เซียวคะ วันนั้นที่คุณเตือนหรานชิงเหอที่โรงพยาบาลวันนั้น ว่าอย่าคิดว่าเรื่องที่เขาทำที่
《หวงเหยียน》 จะเล็ดรอดสายตาไปได้ เขาทำอะไรเหรอคะ”

พอเขาได้ยิน เซียวอี้ตอบพร้อมรอยยิ้ม “ที่จริงวันนั้นฉันแค่ทดสอบ ——”

“ทดสอบอะไรคะ”

“ที่จริง … …” สายตาบอสใหญ่เซียวนั้นแหลมคมราวกับเหยี่ยว มองคนได้ทะลุจริงๆ ถึงแม้เขาจะรู้จักหรานชิงเหอได้ไม่นาน แต่เพราะว่าเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย “เซียวอี้จึงตรวจสอบทุกความเคลื่อนไหวของเขาในบริษัท
《หวงเหยียน》อย่างละเอียด วันนั้นที่โรงพยาบาล เซียวอี้ที่โมโหจัดแอบสงสัย ว่าคนเฮงซวยที่ไม่มีดีแบบหรานชิงเหอ จะทำตัวดีๆ ในฐานะพนักงานบริษัท 《หวงเหยียน》ได้จริงหรือ  อาจจะมีการทุจริตอะไรที่ยังไม่ถูกค้นพบ จึงขุดหลุมดักหรานชิงเหอไว้

จี้ผินหนานที่มีชนักติดตัว ไม่รู้ว่าเป็นกลลวงจึงกระโดดลงไปในหลุมพรางของบอสใหญ่เซียวอย่างง่ายดาย

พอเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยได้ยิน ความนับถือก็พุ่งทะยาน บอสใหญ่เซียวย่อมเป็นบอสใหญ่เซียว ยอดเยี่ยมเสมอ   ^ ω ^

ดวงตานั่วนั่วส่องประกายสดใส สีหน้าร่าเริง “แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ คุณพบว่าเขาทำผิดอะไร” เธอน่ะเป็นฮีโร่ใช่ไหม ถ้าเธอไม่เข้าไปในถ้ำเสือ เขาจะค้นพบเรื่องแผนการของหรานชิงเหอได้ยังไง

นั่วนั่วรู้สึกภูมิใจมาก แต่พอเห็นรอยยิ้มซาตานของบอสใหญ่เซียว เขาเท้าคาง “อืม ก่อนฉันตอบคำถามเธอ พูดสิ่งที่เธออยากพูดมาสิ”

นั่วนั่วแลบลิ้น ร้อนตัว “ฉันเหรอ ฉันต้องพูดอะไรล่ะคะ”

บอสใหญ่เซียวพึมพำ: “ฉันเห็นมันแล้ว.”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยอุทาน  : “เห็นอะไรคะ”

บอสใหญ่เซียว (กระแอม): “ตั้งแต่แรกที่เธอเข้ามา ฉันเห็นคูปองวีไอพีของโรงแรม .”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย: … …

O (>﹏<) o โรงแรมคู่รักอะไรกัน น่าหงุดหงิดชะมัดเลย  !

[1] ดอกสัปปะรดนั้นหมายถึงความสมบูรณ์แบบค่ะ  แบบไร้ที่ติ หรืออาจจะเป็นชื่อเล่นของบอสใหญ่เซียวที่หม่าม้าสวี่ตั้งให้ตอนต้นเรื่องค่ะ

[2]下马威   การแสดงอำนาจของข้าราชการ นอกจากนี้ยังหมายความถึงการทำลายศักดิ์ศรีทั้งหมด

[3]小惩大诫 การลงโทษเพื่อเป็นการตักเตือนก่อนจะทำความผิดที่มากกว่านั้นค่ะ

[4]亡羊补牢 ซ่อมคอกแกะหลังจากถูกขโมย ล็อคประตูคอกม้าหลังจากถูกขโมย ของไทยก็วัวหายล้อมคอกนั่นแหละค่ะ

 

เรื่องนี้แปลไม่คืบหน้าเลยค่า

5555555

แต่ไม่ทิ้งแน่ๆค่ะ สัญญา