0 Views

บทที่ 37 ความลับของเซียวอี้

กว่าลุงไห่จะจัดการเรื่องที่ออฟฟิศเสร็จจนจากไป อารมณ์แรกเริ่มของนั่วนั่วที่ตั้งใจมาเยี่ยมไข้ก็ละลายหายไปเสียแล้ว เธอเหลือบมองคุณพ่อเซียวด้วยสีหน้าเศร้าๆ เอานิ้วชนกันก่อนเอ่ย “คุณลุงเซียวคะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวก่อนนะคะ”

เมื่อเห็นแบบนั้น ดวงตาคุณพ่อเซียวก็ฉายแวววิตกกังวล เซียวอี้เป็นคนฉลาด แต่มีอีคิวต่ำมาก เขาหล่อเหลา มั่นใจในตัวเอง และยังเป็นถึงผู้บริหาร แต่เขาใช้เวลาเกือบสามสิบปีในการพาแฟนสาวคนแรกเข้าบ้าน ถ้าเซียวอี้ทำให้สาวน้อยคนนี้กลัวจนหนีไป แล้วเขาต้องรออีกนานแค่ไหนเพื่อจะเห็นหน้าหลานๆในอนาคตกัน

คุณพ่อเซียวกำลังจะใช้สายตาเตือนลูกชายเมื่อเขาเห็นเซียวอี้ยกกำปั้นขึ้นปิดปาก ก่อนแกล้งไอสองครั้งอย่างประชดประชัน “ฉันเองต้องยื่นใบลาป่วยเหมือนกัน”

ทั้งนั่วนั่วและคุณพ่อเซียวตัวแข็งอยู่กับทีด้วยความกลัว พวกเขาไม่ทันได้คิดไปถึงความหมายแฝงของบอสใหญ่เซียว บทที่แก้มของเซียวอี้แดงระเรื่อขึ้น “ที่ฉันเกิดอุบัติทางรถยนต์… ฉันต้องยื่นใบลาป่วยกับลุงไห่เหมือนกัน และโดนหักเงินเดือนเหมือนกันด้วย”

ทันใดนั้นเอง ดวงตาของเจ้ากระต่ายน้อยก็ทอประกายสดใส ด้วยคำอธิบายของบอสใหญ่เซียว

——ขนาดจักรพรรดิที่ทำผิดยังโดนลงโทษแบบเดียวกับชาวบ้านทั่วไป แม้แต่บอสใหญ่เซียวเอง ลุงไห่ยังไม่ละเว้น การยื่นใบลาของเขาทำให้เขาโดนหักเงินเดือน

——นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ช่วยเธอแก้ตัวสินะ นี่คือเหตุผลที่เขานั่งเงียบๆอยู่ตรงนั้น

——ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากช่วย แต่เพราะเขาช่วยไม่ได้ ….เข้าใจใช่ไหมนั่วนั่ว?

สองคน คนหนึ่งนั่ง อีกคนยืนเงียบๆ จ้องมองกันและกัน คุณพ่อเซียวหูตาไวออกไปจากห้องคนไข้เพื่อให้ทั้งคู่มีเวลาส่วนตัว และยังปิดประตูให้ด้วย

เมื่อได้ยินเสียงประตูปิด นั่วนั่วสะดุ้งเหมือนถูกปลุกจากฝัน เหลือบมองด้านหลัง แต่เมื่อเธอเห็นบอสใหญ่เซียวบนเตียง เธอรู้สึกเขินอายเล็กๆ

>__<

ถึงแม้บอสใหญ่เซียวจะมีแผลเต็มไปหมด ใบหน้าหล่อๆของเขาแทบไม่ได้รับผลกระทบเลย แต่ดวงตาคู่นั้นซ่อนความเศร้าจางๆ เจ้านายที่ดูอ่อนโยนกว่าปกติ ประกอบกับชุดคนไข้ที่เขาสวม ดวงอาทิตย์ที่กำลังทอแสงผ่านหน้าต่างลงตรงร่างกายตรงหน้า เขาเป็นคนไข้ที่หล่อเหลาจริงๆ

ชั่วขณะที่นั่วนั่วโดนความงามของบอสใหญ่เซียวดึงดูด จ้องเขาอย่างใจลอย ก่อนที่จะสังเกตเห็นคนงามโบกมือเรียกเธอ “นั่วนั่ว มานี่สิ”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทำตามอย่างเชื่อฟัง ก้าวมาข้างหน้าสามก้าวนั่งลงบนเตียงก่อนเห็นเซียวอี้ยกมือขึ้น เอ่ย “นั่วนั่ว ฉันคิดว่าฉันมีไข้ ถ้าเธอไม่เชื่อ แตะดูสิ….”

เมื่อได้ยิน ความคิดเธอก็สับสน เธอเอนตัวไปเพื่อสัมผัสหน้าผากของบอสใหญ่เซียวอย่างไม่ลังเล เธอเลิกคิ้วและเริ่มเจ๊าะแจ๊ะ “ร้อนไหม ทำไมคุณไม่บอกก่อนละคะ เดี๋ยวฉันจะเรียกหมอให้นะ”

เธอพูดไปได้ครึ่งเดียว ไหล่ของเซียวอี้ก็สั่นไปมาแบบหมดความอดกลั้น นั่วนั่วแปลกใจ และนึกว่าเป็นผลข้างเคียงจากการเป็นไข้ บอสใหญ่เซียวหนาวจนตัวสั่นระริก แต่ในสายตาคนนอก บอสใหญ่เซียวแค่กลั้นหัวเราะไม่ไหวแล้วต่างหาก

(⊙o⊙)?

นั่วนั่วกระพริบตา ใช่แล้ว บอสใหญ่เซียวกำลังหัวเราะ และเธอก็เข้าใจแล้วว่าเขากำลังล้อเธอเล่นอยู่ นั่วนั่วเหลือบมองเขากำลังคิดว่าจะถอยลงจากเตียง แต่แขนใหญ่แข็งแรงของบอสใหญ่เซียวนั้นรวบเธอเข้าสู่อ้อมกอดเสียแล้ว “นั่วนั่ว ยังโกรธฉันอยู่หรือเปล่า”

“ฮึ !!!” เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทำปากยื่น ก่อนหันหน้าหนี ในขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรนั่นเอง เธอสังเกตเห็นบางอย่างถูกซุกไว้ใต้ที่นอน มุมเล็กๆที่โผล่มานั่นบ่งบอกว่าเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง เธอฉวยโอกาสที่บอสใหญ่เซียวกำลังตกบ่วงรัก สำรวจหน้าปกอย่างละเอียด บนปกคือ 36 วิธี…อะไรสักอย่าง

“36 วิธี ในการจัดการบัญชีบริษัท” ?

“36วิธี ในการดูแลพนักงาน” ?

“36วิธีที่จะมนุษย์ดาวอังคารจะรุกรานโลก? “

“นั่วนั่ว วันนั้นมันกะทันหันไปจริงๆแหละ…” บอสใหญ่เซียวกอดนั่วนั่ว ระหว่างที่เขาพึมพำ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเอนหัวพิงไหล่บอสใหญ่เซียว เธอจ้องมุมหนังสือเล่มนั้นอย่างดื้อดึง จนแทบจะตกในภวังค์

นั่วนั่วคิดถึงเรื่องที่คุณพ่อเซียวพูด เธอรู้สึกสงสัยจนทนไม่ไหว กรอกตาไปมา :หนังสือเล่มอื่นๆก็เก็บอยู่ในตู้ข้างเตียงหมด มีเล่มนี้เล่มเดียวที่ซุกไว้ใต้ที่นอน นี่ต้องเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุแน่ๆ ชัวร์ป๊าบ!

คิดไปคิดมา เธอไม่สนใจสิ่งที่จะตามมา ตัดสินใจล้วงไปใต้ที่นอนทันที บอสใหญ่เซียวตกใจ ที่จู่ๆเจ้ากระต่ายน้อยกระโดดออกไปจากอ้อมแขนเขา ในมือถือหนังสือเล่มหนึ่ง

หนังสือ? หนังสือ!!!

บอสใหญ่เซียวที่ตกใจไปชั่วขณะก่อนสัมผัสที่นอน ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น

เซียวอี้กัดฟันพูดช้าๆ “มา…. นี่….”

“ฉันไม่อยากไปนี่!” นั่วนั่วถอยหลังมาสองก้าว รักษาระยะปลอดภัยจากบอสใหญ่เซียว ก่อนส่ายจมูกไปมาอย่างภูมิใจ “บอสใหญ่เซียว คุณนิสัยไม่ดีจริงๆ ทำให้ทั้งคุณลุง คุณป้า แล้วก็เซียวจวินเป็นห่วง พวกเขาบอกว่าคุณแทบจะเอาชีวิตไปแลกกับหนังสือเล่มหนึ่ง ฉันอยากรู้จริงๆว่า เป็น 36 วิธี อะไรกัน”

นั่วนั่วชูหนังสือขึ้นแบบยั่วโมโห เซียวอี้จิกผ้าปูที่นอนรู้ว่าทุกอย่างสายไปแล้ว แต่ยังอดไม่ได้ที่จะคำรามก้อง “นั่วนั่ว!”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยไม่หวั่นต่อเสียงคำราม เธอหดหัวเพื่ออ่านหน้าปก ด้านบนเขียนไว้อย่างโดดเด่น

“36 วิธี เพื่อจุมพิตเจ้าหญิง”

……

นี่มัน…อะไรกัน… ปกอลังการสีชมพูหวานแหวว แถมยังมีลูกไม้ตกแต่งด้วย แล้วก็ชื่อนั่น… ชื่อสำนักพิมพ์…ถูกต้อง “สำนักพิมพ์สาวจีน”

=__=

นั่วนั่วรวบรวมความกล้า ก่อนเปิดสารบัญ หน้าแรกก็ทำให้นั่วนั่วอ้าปากค้าง เธอรู้สึกเหมือนเป็นลมไปแล้ว

วิธีแรกเพื่อจุมพิตเจ้าหญิง: เล่นตัว

วิธีที่สองเพื่อจุมพิตเจ้าหญิง: คนป่วยที่หล่อเหลา

วิธีที่สามเพื่อจุมพิตเจ้าหญิง: ขอโทษ

วิธีที่สี่เพื่อจุมพิตเจ้าหญิง: กฏแห่งรัก

วิธีที่ห้าเพื่อจุมพิตเจ้าหญิง:พลังแห่งความเย็นชา

……

นี่คือ…… คู่มือการจีบสาว?

บอสใหญ่เซียว ผู้บริหารระดับสูงเสียเวลา และเงิน เพื่อจะลดตัวไปซื้อหนังสือแบบนี้? แต่หลังจากที่เธอปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับเขา เขาก็ใช้กลยุทธ์ เย็นชา กับเธอ และยังแกล้งป่วย แถมยังใช้ กลยุทธ์ “ขอโทษ” โดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นคนผิดอีกด้วย

งั้นนี่ก็หมายความว่า กลยุทธ์ถัดไปที่เขาจะใช้กับเธอตามหนังสือเล่ม “36 กลยุทธ์เพื่อจุมพิตเจ้าหญิง” คือ การสารภาพจากหัวใจ และทำเย็นชากับเธอ สลับกับร้อนรุ่มและเย็นชา ทรมานเธอจนกว่าเธอจะเป็นไข้รัก และสุดท้ายปล่อยเธอไป

กรี๊ดดดด บอสใหญ่เซียว นี่มันอะไรกัน บอกฉันที

งั้นพวกเราย้อนอดีตไปตอนจุดเริ่มต้น บทที่การขอแต่งงานของบอสใหญ่เซียวถูกปฏิเสธ นี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าอับอายขายหน้าที่สุดในชีวิต ความอับอายนี่ไม่ต่างอะไรกับความอายตอนเด็กๆของเซียวอี้ ที่เขาบังเอิญเหลือบมองใต้กระโปรงของเด็กหญิงคนหนึ่งที่โดนลมพัดจนกระโปรงเปิด

คืนนั้น บอสใหญ่เซียวที่รู้สึกหดหู่มาก โทรหาเพื่อนรักเพื่อนแค้น สั่งโจวเหยียนด้วยเสียงตูมๆ นายน้อยคนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดี มาดื่มเป็นเพื่อนฉันที

การที่บอสใหญ่เซียวโทรชวนโจวเหยียนออกมาดื่มก็มีเหตุผลของเขา เขาสนิทกับเซียวอี้มาก เรียกว่าโตมาด้วยกันตั้งแต่อนุบาลจนเรียนจบมัธยมก่อนจะแยกไปทางใครทางมัน

แต่สองคนกับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คนหนึ่งไม่มีอะไรดีสักนิด อีกคนกลับดีจนทุกคนยกย่อง คนหนึ่งไม่เอาไหนประมาทเลินเล่อ อีกคนนั้นนิ่งเฉยจนแทบจะเรียกว่าหน้าตาย แต่ถ้าพระเจ้ามักจะแง้มหน้าต่างไว้หากเขาปิดประตู ถึงแม้โจวเหยียนเติบโตภายใต้ปลอกคอของผู้ใหญ่ แต่ใบหน้าเล็กๆนั้นกลับมีเสน่ห์ดึงดูด ประกอบกับลิ้นที่พลิกได้ราวกับสั่ง และยังหน้าด้านหน้าทนไม่แพ้ใคร แม้ผลการเรียนนั้นจะไม่ดี แต่เขาเป็นสาเหตุการทะเลาะแย่งชิงของสาวๆมากมาย

ดังนั้นจุดประสงค์ซ่อนเร้นของการเรียกเพื่อนคนนี้มาดื่มคือ หาประสบการณ์ มาถึงบาร์ได้ไม่นาน บอสใหญ่เซียวเข้าเรื่องทันที “ถ้าผู้หญิงปฏิเสธคำขอแต่งงานของนาย นายคิดว่าสาเหตุคืออะไร”

เมื่อได้ยิน ดวงตาของโจวเหยียนกระตุกเล็กๆ ก่อนถามด้วยเสียงแปลกๆ

“หนุ่มน้อย นายมีแฟนแล้วเหรอ”

“หืมม์”

“ขอเธอแต่งงานแล้ว?”

“หืมม์”

“ถูกปฏิเสธ?”

“……คือ”

เมื่อเห็นสีหน้าอับอายของบอสใหญ่เซียว โจวเหยียนเปลี่ยนแนวก่อนถาม “พวกนายรู้จักกันมานานเท่าไรแล้ว”

“สามเดือน”

“สถานที่ในการขอแต่งงาน”

“ห้องทำงานฉัน”

“มีดอกไม้ไหม แล้วแหวนล่ะ? แล้วมีคำพูดหวานๆไหม?”

“…..ไม่มี”

เมื่อได้ยินโจวเหยียนก็หมุนแก้วไวน์ในมือเล่นก่อนตบไหล่เพื่อน “ถ้าเธอไม่ปฏิเสธเอ็ง ข้าว่ามันคงจะแปลกโครตๆเลยว่ะ”

เซียวอี้ครุ่นคิด “ลำดับในการขอแต่งงานมันผิดเหรอ แต่นั่วนั่วไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้น  ดอกไม้กับแหวน…”

โจวเหยียนถอนหายใจ ไม่รอให้บอสใหญ่เซียวพูดจบ เงยหน้าขึ้น “เซียวอี้เอ้ย เซียวอี้ ไอ้โรคอีคิวต่ำของเอ็งนี่มัน… ไปหาทางรักษาได้แล้ว”

บอสใหญ่เซียวหน้าบูด แม้จะไม่ค่อยพอใจกับน้ำเสียงโจวเหยียน แต่ในเมื่อเขากำลังขอความช่วยเหลืออยู่ เขาถามเสียงต่ำ “รักษายังไง”

“ไปซื้อหนังสือมาอ่านดิ เดี๋ยวนี้ร้านหนังสือมี หนังสือกลยุทธ์จีบหญิงเยอะแยะ”

ดังนั้นบอสใหญ่เซียวที่ถูกพนักงานร้านหนังสือแนะนำผิดๆ จึงซื้อกลยุทธ์จีบหญิงเล่มใหม่ล่าสุดมา

แม้เขาไม่ค่อยมั่นใจในเนื้อหาที่เขียนไว้ในเล่ม แต่เมื่อเขานึกถึงเหตุการณ์ที่นั่วนั่วปฏิเสธเขา กับอนาคตที่เขาหวังไว้กับเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย เขาได้แต่กัดฟันและก้มหน้าก้มตา จากอุบัติเหตุรถยนต์ และเหตุการณ์ปัจจุบัน

บอสใหญ่เซียวนั่งบนเตียง ด้วยใบหน้าซีดขาว ตาหรี่ลงเล็กน้อย ไม่ยอมมองเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแม้แต่น้อยนิด เพราะว่าเขารู้สึกขายหน้ามาก นับตั้งแต่ที่โดนปฏิเสธครั้งนั้น อันที่จริงบอสใหญ่เซียวแทบจะเสียศูนย์ เขาเสียความเชื่อมั่นในความรักไปหมด พึ่งพาแต่หนังสือคู่มือความรักเพื่อปกป้องหัวใจของเจ้ากระต่ายตัวน้อยและชีวิตของเขา แต่เห็นได้ชัดว่า เหตุการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ บอสใหญ่เซียวกัดฟัน มือนั้นซีดขาวลง เขาลังเล…อยากอธิบาย ก่อนมีอะไรบางอย่างนุ่มนิ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่เขาเปิดตา เขาเห็นเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกระโดดเข้ามาอยู่ในอ้อมแขน ยิ้มอย่างสดใส

“บอสใหญ่เซียว คุณน่ารักที่สุด”

ฉันไม่เคยคิดว่า ฉันจะเป็นสาเหตุให้คุณเอาใจฉันแบบไม่สนใจภาพพจน์ใดๆ ยอมเสียเวลาอันมีค่าของคุณเพื่ออ่านหนังสือน่าเบื่อเล่มหนึ่ง ฉันรับรู้ความตั้งใจของคุณ

 

บอสใหญ่เซียวน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก