0 Views

บทที่ 55 เปิดเผย!

กว่าเซียวอี้จะสะสางเรื่องที่บริษัทเสร็จก็ตีสองครึ่งแล้ว เขาไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของพ่อแม่เลยขับรถไปที่บ้านใหม่ หลังจากต่อสู้ใน ‘สงคราม’ มาตลอดทั้งบ่าย และยังมีงานซ่อมบำรุงต่อตอนกลางคืน พอเซียวอี้ถึงบ้านก็เหนื่อยจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นแล้ว อยากจะกระโดดขึ้นเตียงทันที แต่พอเขาเปิดประตู บอสใหญ่เซียวก็ต้องอึ้งสนิท

ไฟทั้งบ้านนั้นสว่างจ้า ไม่ใช่แค่ห้องนั่งเล่นและห้องนอนเท่านั้น
แม้แต่ห้องครัวนั้นยังสว่างไสวด้วยไฟสีส้มอบอุ่น ทีวีที่เปิดไว้นั้นฉายภาพพิธีกรและกลุ่มคนที่นั่งล้อมกันเป็นวงกลม ไม่รู้ว่ากำลังคุยกันเรื่องอะไรแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคักอย่างร่าเริง เซียวอี้กวาดสายตามองบ้านที่สะอาดเรียบร้อยแล้ว ก็ตัดความคิดว่าโดนขโมยขึ้นบ้านออกไป
ก่อนริมฝีปากจะเริ่มโค้งขึ้นแบบควบคุมไม่ได้

คนที่กลัวการอยู่บ้านคนเดียว จนต้องเปิดไฟทั้งบ้าน คนที่กลัวเหงาจนต้องเปิดทีวีทิ้งไว้ แม้จะไม่ได้อยากดู เพื่อให้บ้านมีเสียงอะไรบ้าง คนที่ทำแบบนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น——

เซียวอี้ค่อยๆ เขย่งเท้าเข้าไปในห้องนอน และก็พบนั่วนั่วขดตัวอยู่บนเตียง หลับใหลอย่างสงบ พอเขาเห็นไหล่หอมกรุ่นของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย ผ้าห่มที่ปิดบังเรือนร่างไว้เพียงครึ่งเดียวนั้น อื้ม บอสใหญ่เซียว
ที่เคยเหนื่อยล้าก็รู้สึกตื่นตัวขึ้นมาทันที ถ้า……ก่อนพักผ่อนสามารถ
ยืดเส้นยืดสายสักหน่อยน่าจะดี

หลังจากล้างตัวอย่างรวดเร็ว เจ้าหมาป่าเซียวก็กระโจนใส่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย และการกระทำของเขาก็ทำให้นั่วนั่วตื่นขึ้นในที่สุด
“คุณกลับมาแล้วเหรอคะ”

ด้านบอสใหญ่เซียวก็ไม่ได้หยุดมือ พึมพำ “เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันจะกลับมาที่นี่น่ะ”

นั่วนั่วส่ายหัว “ฉันแค่ลองเสี่ยงดูน่ะค่ะ” ก่อนหน้านี้นั่วนั่วโทรเข้า ‘เซียวอี’ เพื่อสอบถามเรื่องการซ่อมเวปไซต์ หลินเอ็มเอ็มเลยบอกเธอเรียบๆ ว่า ทั้งบอสใหญ่เซียว รุ่นพี่จื้อหยวน และบอสเฟยหลงนั้นแข็งแกร่งมาก…….. เลยทำให้บริษัทผ่านสงครามมาได้ แต่แฮกเกอร์นั้นเองก็เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี อาศัยช่องโหว่ของไฟร์วอลล์ปล่อยไวรัสอื่นๆ เข้ามาไม่หยุด

หลินเอ็มเอ็มบ่นต่อ: ไม่ต้องพูดถึงว่าเหล่าพี่ๆ น้องๆ มืออาชีพแห่งแผนกเทคโนโลยีกับแผนกวางแผน ว่าคืนนี้จะทำงานไม่เสร็จเลย แม้แต่แผนกจัดการอย่างเธอยังต้องอยู่ที่บริษัทจนกว่าเวปไซต์จะกลับเป็นปกติถึงจะกลับบ้านได้

พอหลินเอ็มเอ็มวางสายสุดท้ายเมื่อเที่ยงคืนครึ่ง นั่วนั่วก็เดาว่าคืนนี้
บอสใหญ่เซียวคงไม่กลับบ้านเลยเก็บของแบบไม่สนใจคำบ่นพ่อกับแม่ มาที่เรือนหอรอเซียวอี้ และโชคดีที่มันไม่เสียเปล่า

นั่วนั่วค่อยๆ วางศีรษะลงบนไหล่เซียวอี้อย่างอ่อนโยนและออดอ้อน
“กู้เวปไซต์ได้หรือยังคะ”

พอได้ยินมือที่กำลังแกะกระดุมชุดนอนเธอก็ชะงัก น้ำเสียงเย็นชาลงสามระดับ “เธอรู้ได้ยังไง ใครบอกเธอน่ะ” ถึงวันนี้เวปไซต์จะโดนโจมตีอย่างหนัก แต่เพราะการป้องกันของ ‘เซียวอี’ นั้น คนทั่วไปก็แค่เปิดเวปไซต์ไม่ได้เท่านั้น เนื่องจากเป็นการป้องกันผู้เล่นไม่ให้โดนไวรัสและโทรจันต่างๆ ไปด้วย และยังเป็นการเก็บความลับเรื่องการแข่งขันนี้ ไม่ให้รู้ถึงหูคนนอกอีกด้วย

แต่นั่วนั่วคนโง่เรื่องเทคโนโลยีกลับรู้เรื่องเสียนี่

สีหน้าบอสใหญ่เซียวนั้นตึงเครียด ถามเสียงเข้ม “หลินเอ็มเอ็มบอกเธอเหรอ”

นั่วนั่วส่ายหัว ไม่อยากลากคนบริสุทธิ์มาเกี่ยวข้องด้วย แต่พอเธอคิดจะบอกความจริงก็กลัวจะเขารู้เรื่องที่เธอนัดเจอกับบอสเฟยหลง เลยเปลี่ยนเรื่องไปแบบเนียนๆ “ฉันอยากให้อะไรคุณน่ะค่ะ” พูดจบเธอก็ลุกจากเตียงไปรื้อกระเป๋าถือ ก่อนส่งอะไรบางอย่างให้บอสใหญ่เซียวดูด้วยสีหน้าจริงจัง

เซียวอี้เงยหน้าขึ้น แปลกใจนิดๆ

สิ่งที่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยอยากให้เขาดูคือ…….สมุดบัญชีธนาคารเนี่ยนะ

เซียวอี้ไม่เข้าใจความคิดของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเท่าไหร่ แต่ก็รับมาอย่างเชื่อฟัง ก่อนเปิด เจ้าของบัญชีคือสวี่นั่ว และจำนวนเงินทั้งหมดคือห้าหมื่นหยวน สำหรับบอสใหญ่เซียวห้าหมื่นหยวนนั้นไม่นับเป็นอะไร แต่สำหรับนั่วนั่วที่ทำงานมาไม่ถึงสองปีนั้น มันไม่เหมือนกันสักนิด

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกลับไปที่เตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมเท้าไว้อย่างระมัดระวัง ก้มหัว เอ่ยเขินๆ “เงินนี่ฉันสะสมมาตั้งแต่ฉันเริ่มทำงาน ฉันรู้ว่ามันไม่ได้มากมายอะไร แต่…….” นั่วนั่วชะงัก ก่อนรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้น แววตาเป็นประกายระยิบระยับ

“แต่ฉันอยากเอาเงินนี่มาบอกคุณว่า ไม่ว่าจะเป็นยังไงต่อตาม ฉันจะสนับสนุนทั้งกายและใจไปตลอด บ้านน่ะไม่ใช่แค่การซื้อห้องใหม่ แต่เป็นการอยู่ร่วมกันของคนสองคน ตอนฉันเรียนจบใหม่ๆ ฉันเคยคิดว่า
ตราบใดที่ผู้ชายคนนั้นมีบ้าน มีรถและดูแลฉันอย่างดี หมายความว่ามีชีวิตแต่งงานที่ดี แต่ที่จริงมันไม่ใช่แบบนั้น”

นั่วนั่วซบลงบนไหล่บอสใหญ่เซียว ยิ้มหวาน “สิ่งที่สำคัญที่สุด ฉันเชื่อว่าถ้าผู้ชายที่ฉันแต่งงานด้วยมีวิสัยทัศน์และมีความสามารถ เขาจะทำให้ฉันมีความสุขได้ ดังนั้นฉันเลยรู้ว่า บ้านก็คือสิ่งที่คนสองคนสร้างร่วมกัน มีแค่คู่รักที่ต่อสู้ไปด้วยกันเท่านั้นถึงจะอยู่ด้วยกันได้”

บอสใหญ่เซียวที่จู่ๆ ได้ยินคำสารภาพของนั่วนั่วนั้นก็สับสนไปชั่วครู่ แม้จะทำหน้าบึ้งขณะที่ดูสมุดบัญชีไปด้วย แต่หัวใจเขาก็สั่นคลอน สมุดเล่มนี้คือประวัติศาสตร์การออมเงินของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย สะสมที่ละร้อย ที่ละพัน มาตลอดสองปีจนได้เงินจำนวนเท่านี้

เซียวอี้ที่หายใจโล่งอกเอ่ย “นั่วนั่ว เธอหมายความว่ายังไง”

และแล้วบทสนทนานั้นก็ดำเนินมาถึงจุดสำคัญ นั่วนั่วไม่เขินอีกแล้ว
เงยหน้ามองบอสใหญ่เซียวอย่างแน่วแน่ ขณะที่พูด “ฉันรู้ทุกอย่างหมดแล้ว ทั้งเรื่องอวี้ฉู่ เรื่องวิกฤติบริษัท และเรื่องการโจมตีเวปไซต์วันนี้ ฉันก็รู้”

เซียวอี้หรี่ตาลง พยายามจะพูด เมื่อนั่วนั่วปิดปากเขาไว้ “บอสใหญ่เซียว คุณฟังฉันก่อน ฉันรู้ว่าจู่ๆ บริษัทก็ตกอยู่ในวิกฤติแบบนี้ คุณอยากจะแบกรับภาระไว้คนเดียวไม่อยากให้ฉันเป็นห่วง แต่พวกเราจะแต่งงานกันแล้วนะ ในฐานะภรรยา ซึ่งเป็นคนในครอบครัวคุณ ฉันเองก็มีหน้าที่ ความรับผิดชอบ และควรจะต้องรู้ความจริง ถึงแม้จะช่วยอะไรคุณไม่ได้ก็ตาม ฉันก็อยากให้กำลังใจคุณ

บอสใหญ่เซียวที่รู้สึกว่าบรรยากาศเริ่มน่าอึดอัด แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวสักนิด ยังมองสมุดบัญชีในมือต่อ นั่วนั่วตื่นเต้นจนฝ่ามือเริ่มมีเหงื่อออก ความคิดเธอนั้นสับสนว้าวุ่น ทำไมเขาถึงไม่พูดอะไร เขาโกรธ หดหู่
หรือหงุดหงิดที่ฉันไปยุ่งกับเรื่องนี้ เธอไม่ได้เป็นพนักงานแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ยังวิ่งวุ่นถามไปทั่ว ถ้าเป็นยุคโบราณ เธอคงเป็นสนมตัวร้ายที่ยื่นมือเข้าไปยุ่งกับเรื่องราชการสินะ

ถ้าเธอรอให้บอสใหญ่เซียวถามว่าใครเป็นคนบอกเธอเรื่องพวกนี้ เธอควรจะตอบว่ายังไงดี เธอทรยศหลินเอ็มเอ็มกับบอสเฟยหลงไม่ได้ทั้งคู่ แต่ถ้าจะโทษหรานชิงเหอ กระปุกน้ำส้มเซียวก็จะเข้าใจผิดว่าเธอยังติดต่อกับเขาอยู่หรือเปล่า

ทำไงดี ทำไงดี……..

นั่วนั่วว้าวุ่นจนอยากกระโดดข้ามรั้ว ในที่สุดบอสใหญ่เซียวนั้นก็เปิดปากจนได้ เขย่าสมุดบัญชีในมือ ก่อนถามเสียงใส “เงินพวกนี้ ตอนแรกเธอจะเอาไปใช้ทำอะไร”

“ที่จริง” เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยฝันกลางวัน พูดอะไรไม่ออกไปครู่ใหญ่ ถ้าไม่ใช่เพราะสถานการณ์ที่ ‘เซียวอี’ กำลังจะล้มละลาย นั่วนั่วคงไม่งัดเงินออกมาหรอก บอสใหญ่เซียวไม่ขาดเงินจิ๊บจ๊อยแบบนี้หรอก

╭(╯^╰)╮

เซียวอี้พูดถูก นั่วนั่วหดหู่สุดๆ นี่เป็นเงินที่เธอเก็บมาอย่างยากลำบาก เธอมีแผนการของตัวเองไว้แล้ว —— เอาไปให้พ่อกับแม่เธอเก็บไว้จนถึงวันแต่งงาน ค่อยเอาออกมา แกล้งทำเป็นเงินสินเดิม ยิงลูกศรดอกเดียวได้เหยี่ยวตั้งสองตัว

ข้อแรก เพราะว่าเป็น ‘สินเดิม’ ของเธอ บอสใหญ่เซียวก็คงไม่อยากเก็บไว้ และเธอก็จะสามารถเก็บเงินส่วนตัวไว้ได้

ข้อสองพ่อแม่ก็ไม่ต้องเสียเงินค่าสินเดิมให้เธอด้วย

(^ω^)

คำพูดเหล่านี้ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยพูดไม่ได้จริงๆ ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะตอบอย่างไรดีนั้นเอง ก็ได้ยินบอสใหญ่เซียวพูดเสียงแผ่วว่า “ที่เธอเอาเงินออกมาวันนี้ เพราเธออยากให้ฉันสารภาพกับเธอว่า ที่จริงมันเกิดอะไรขึ้นใน ‘เซียวอี’ กันแน่ใช่ไหม”

นั่วนั่วพยักหน้า

เซียวอี้: “เธออยากช่วยฉันแบกภาระหนักหน่วงของครอบครัวด้วยกันใช่ไหม”

เธอพยักหน้าต่อ

เซียวอี้: “งั้นถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับบริษัท เงินนี่ก็ต้องคืนเธอด้วยใช่ไหม”

พยักหน้าต่อ……. ทำไมล่ะ อะไรคือ “ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับบริษัท” เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเบิกตากว้างจ้องบอสใหญ่เซียว อีกฝ่ายยิ้ม ลูบหัวนั่วนั่ว ก่อนเปิดเผย:

“นั่วนั่ว เธอเข้าใจผิดอยู่นะ”

บริษัท ‘เซียวอี’ ภายใต้ผู้นำที่แสนชาญฉลาดอย่างบอสใหญ่เซียวนั้นไม่มีโอกาสที่จะล้มละลาย มีแต่จะขยายตัวมากขึ้นเท่านั้น ช่วงนี้ที่บริษัทมีแผนการที่จะร่วมมือกับบริษัทโปรดักชั่นภาพยนตร์เพื่อผลิตเกมเป็นละครทีวี และเกมที่ได้รับเลือกคือโปรเจคแรกของนั่วนั่วที่บริษัท ——
‘กิเลนมาร’ นั่นเอง

ตั้งแต่นั่วนั่วเริ่มทำงานที่ <หวงเหยียน> เซียวอี้ก็ได้รับบทเรียนอันแสนเจ็บปวดว่า แทนที่จะปล่อยเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยไปทำงานที่บริษัทอื่น ให้ผู้ชายคนอื่นมาจีบ ก็ไม่สู้ปล่อยให้เธออยู่ภายใต้สายตาของเขาจะปลอดภัยกว่า วันแต่งงานนั้นใกล้เข้ามาทุกวัน นั่วนั่วนั้นมีเรื่องมากมายที่ต้องจัดการ เธอเลยไม่ได้ไปทำงานชั่วคราว แต่เขารู้จักเธอดีพอว่า
เธอต้องออกไปหางานทำแน่ๆ

ดังนั้นบอสใหญ่เซียวจึงลังเลมาตลอดว่าจะใช้วิธีไหนที่หวาน
และชวนซาบซึ้งพอที่จะดึงดูดเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกลับมาที่บริษัท
และโปรเจคละคร ‘กิเลนมาร’นั้นเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่สุดที่จะชวนเธอกลับมาเขียนสคริปให้ ดังนั้นบอสใหญ่เซียวจึงวางแผนโครงการและจัดการเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับบริษัทถ่ายทำภาพยนตร์เพื่อเป็นการดึงดูดนั่วนั่วกลับไปทำงานนั่นเอง

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยฟังบอสใหญ่เซียวพูดจนจบก็กระพริบตาปริบๆ “ฉันไม่เชื่อคุณหรอก ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทำไมคุณไม่ยอมให้ฉันแตะเอกสารอะไร ไม่ยอมบอกเหตุผลที่คุณยุ่งมาก แล้วก็เรื่องโทรศัพท์ที่ฉันได้ยินอีกล่ะคะ” คืนนั้นนั่วนั่วได้ยินที่บอสใหญ่เซียวพูดชัดเจนว่า
ต่อให้เป็นทางออกสุดท้าย ก็ห้ามไปขอร้องอวี้ฉู่เด็ดขาด

บอสใหญ่เซียวยิ้มอย่างสง่างามก่อนอธิบาย “ที่ว่าจะร่วมมือกับบริษัทภาพยนตร์น่ะเป็นเรื่องจริง แต่ฉันจะไม่ขายลิขสิทธิ์เกมให้พวกเขาหรอกนะ ที่จริงพวกเราจะจ้างบริษัทมาทำให้เราต่างหาก”

“ทำให้เราเหรอคะ” นั่วนั่วอุทาน และเห็นเซียวอี้พยักหน้าด้วยท่าทางจริงจัง

ความคิดของเซียวอี้นั้นผ่านการไตร่ตรองมาหลายขั้นตอน มุมมองของเขานั้นก็มีเอกลักษณ์มาก ถึงแม้การขยายฐานลูกค้าเกมไปสู่ตลาดภาพยนตร์และโทรทัศน์นั้นเป็นโอกาสที่ดี แต่เขาก็ไม่เชื่อมั่นในมาตรฐานการดัดแปลงของบริษัทอยู่ดี เกมฮิตๆ ดังๆ หลายเกมนั้นเคยถูกนำไปดัดแปลงเป็นหนังเป็นละครมาก่อน แต่ผลงานที่ออกมานั้นแทบไม่เหลือเค้าเดิม จึงโดนผู้เล่นเกมตำหนิจนเหลือไม่เหลือซากใดๆ

ดังนั้นบอสใหญ่เซียวจึงเสนอความคิด: ‘เซียวอี้’ จะเป็นผู้รับผิดชอบการทำละครจากเกมเพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นสคริป เสื้อผ้า รวมไปถึงนักแสดงนั้น ‘เซียวอี้’ จะเป็นคนตัดสินใจในขั้นสุดท้ายทั้งหมด ส่วนบริษัทภาพยนตร์นั้นจะเป็นแค่บริษัทที่มาช่วยดูแลเรื่องเทคโนโลยี การวางแผนและคำแนะนำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทำ รวมไปถึงช่องทางการ
โปรโมตต่างๆ

ถึงแม้ความคิดนี้จะฟังดูทะเยอทะยานมาก แต่ก็ได้รับการยอมรับจาก
ม่อจื้อหยวน ลุงไห่ และผู้บริหารท่านอื่นๆ เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้จะมีปัญหามากมายตามมา —— การถ่ายทำภาพยนตร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การจ้างทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์ ค่าตัวนักแสดง ค่าใช้จ่ายในการถ่ายทำ ค่าใช้จ่ายในการโปรโมต ฯลฯ ……. ทุกอย่างนั้นเป็นเงินเป็นทองไปหมด แม้ ‘เซียวอี้’ จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถรวบรวมเงินมากขนาดนั้นได้ในช่วงเวลาสั้นๆ

การหาผู้ลงทุนสำหรับบอสใหญ่เซียวนั้นจึงกลายมาเป็นเรื่องปวดหัวมาได้พักใหญ่ๆ แล้ว นี่คือเหตุผลที่บอสใหญ่เซียววิ่งไปวิ่งมาเหนือจรดใต้ตลอดเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา พออวี้ฉู่ได้ข่าวนี้ พวกเขาก็อยากมี
ส่วนแบ่งในน้ำแกงหม้อนี้ด้วย นี่เป็นที่มาสำหรับโทรศัพท์สายนั้น

เมื่อได้ยินเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็กระจ่างแจ้ง ถ้าเป็นคู่แข่งรายอื่น
บอสใหญ่เซียวคงเต็มใจอย่างยิ่ง แต่เพราะชื่อเสียงด้านลบในวงการของอวี้ฉู่ ถ้า ‘เซียวอี้’ รับเงินลงทุนก้อนนี้ ในอนาคตก็คงมีปัญหาไม่จบไม่สิ้น บอสใหญ่เซียวจึงปฏิเสธไป

พอรู้เรื่องนั่วนั่วเลยกังวลขึ้นมา “แล้วคุณหาคนลงทุนได้หรือยังคะ”

เซียวอี้จูบหน้าผากนั่วนั่ว ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสดชื่น “ที่จริงพวกเราหาได้แล้วเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี่เอง” หมาป่าเซียวตัวโตนั้นก็เป่าลมหายใจร้อนๆ ใส่หูนั่วนั่ว ก่อนพูดด้วยเสียงคลุมเครือเชิญชวน “คุณสวี่นั่ว เหตุผลของผมนี่มากพอที่คุณจะยินยอมกลับมาทำงานที่ ‘เซียวอี’ หรือยัง”

นั่วนั่วนั้นกระสับกระส่ายไปหมด เธอทั้งซาบซึ้งในความทุ่มเทของ
บอสใหญ่เซียวที่มีให้เธอ ขณะเดียวกันก็ทั้งอายและขลาดๆ กับตัวตนอันมีสีสันของบอสใหญ่เซียวในตอนนี้ เธอหน้าแดงระเรื่อขณะที่ผลักบอสใหญ่เซียวออกห่าง แต่ความรู้สึกนั้นก็ท่วมท้นจนหลุดปาก
“ฉันเต็มใจ……..”

เซียวอี้ที่ได้ยินนั้น หัวใจเขาก็เหมือนแมว กระโจนใส่นั่วนั่ว ก่อนเริ่มต้นทะเลาะกับกระดุมต่อทันที “ถ้าการทำงานคืนนี้ดีพอ พวกเราก็ไม่ต้องใช้เงินส่วนตัวของเธอ”

“เอ้อ——” นั่วนั่วไม่มีโอกาสพูดอะไรต่อแม้แต่คำเดียว เพราะเธอโดนเจ้าหมาป่าตัวโตจอมชั่วร้ายนั้นจูบอย่างลึกล้ำ เธอรู้สึกเหมือนภายในนั้นยังมีอะไรอยู่สักอย่าง เหมือนว่าวิกฤติบริษัทนั้นจะเป็นความเข้าใจผิดที่งดงาม…….. อะไรที่เธอไม่รู้อีกนะ แต่เธอนึกไม่ออก อะไรกันนะ

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่กำลังคิดไปเรื่อยๆ  ขณะที่เสื้อผ้าเธอนั้นถูกเจ้าหมาป่าปลดออกไปด้วย………