0 Views

บทที่ 53 อวี้ฉู่

นั่วนั่วไม่ได้พูดอะไรสักคำเรื่องที่เจอหรานชิงเหอ

แต่เธอเก็บเรื่องที่เทคโอเวอร์ ‘เซียวอี’ ที่เขาพูดมาคิดเวลาเธอนึกถึงพฤติกรรมแปลกๆ ของบอสใหญ่เซียวกับเหล่ารุ่นพี่ เธออดสงสัยไม่ได้ แต่เธอก็เข้าใจนิสัยของเซียวอี้ดี ถ้าเขาไม่อยากให้คุณรู้เรื่องอะไร ต่อให้ตีเขาจนตายเขาก็จะไม่หลุดอะไรออกมาสักคำเดียว ╭(╯^╰)╮ นั่วนั่วตัดสินใจใช้เวลา ใช้กลยุทธ์อ้อมไปอ้อมาเพื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์

วันนั้นนั่วนั่วขอให้เพื่อนสนิท นานา มาช่วยทาสีเรือนหอ ตอนเย็นบอสใหญ่เซียวนั้นใช้ข้ออ้างมาว่าจะดูฝีมือเธอเพื่อลักพาตัวเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยมาที่บ้านใหม่ อันที่จริงบอสใหญ่เซียวนั้นซื้อบ้านนี้ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ตอนนั้นปะป้าและมะหม้าเซียวทำงานข้างนอกตลอดเวลา และเซียวจวินก็ยังเรียนมัธยมปลายอยู่ เลยต้องมีคนดูแล (ถึงเรื่องจริงจะกลับกันก็เถอะ) ดังนั้นบอสใหญ่เซียวจึงไม่ได้ย้ายออกมาอยู่ข้างนอก ตอนนี้เรือนหอนั้นถูกตกแต่งใหม่อย่างเรียบง่าย พร้อมด้วยการทุ่มเทของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่ไปซื้อเฟอร์นิเจอร์ ต่ออินเตอร์เนต กับเครื่องทำน้ำอุ่น  บ้านนี้ก็พร้อมให้ย้ายเข้าเรียบร้อย

ไม่นานมานี้หมาป่าตัวโตเซียวนั้นได้ลิ้มรสความหวานเป็นครั้งแรก จึงครุ่นคิดหาวิธีที่จะใกล้ชิดสนิทสนมกับเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแสนอร่อย แต่พอนึกว่าพวกเขาทั้งคู่ต่างฝ่ายก็อยู่บ้านพ่อแม่นั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เขาคิดหาวิธีให้นั่วนั่วย้ายเข้าเรือนหอเร็วขึ้น แต่เพราะใครบางคนนั้นหน้าบางยิ่งกว่ากระดาษจึงหาวิธีเสนอไม่ได้เสียที เรื่องนี้เลยยืดเยื้อมาตลอด

คืนนี้บอสใหญ่เซียวได้โอกาสเหมาะๆ ในการรั้งนั่วนั่วไว้ที่เรือนหอแล้วไม่ยอมปล่อยเธอไป  =__=

หลังจากช่วงเวลาที่เร่าร้อนหนักหน่วงผ่านไป เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นก็หมดแรงและหลับไป พอเธอตื่นก็สัมผัสได้ถึงข้างกายเธอนั้นว่างเปล่า

นั่วนั่วขยี้ตาแบบงัวเงีย แต่ขณะที่เธอจะตะโกนเรียกบอสใหญ่เซียวนั้นเองก็ได้ยินเซียวอี้พูดโทรศัพท์อยู่บนระเบียง เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยหูตั้งและได้ยินเซียวอี้สัญญาอะไรบางอย่าง “ใช่ ใช่…….. เรื่องนั้นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ดีมาก……. แล้วอวี้ฉู่ว่ายังไงบ้าง อ้อ! ช่วยฉันแจ้งเธอด้วยนะ ฉันจะอดทนจนถึงที่สุด ฉันจะไม่มีทางยอมแพ้แน่ๆ”

“ปัง——” หลังจากเขาพูดจบ เสียงแหลมๆ แต่แน่วแน่ของการกระแทกโทรศัพท์ก็ดังขึ้นผ่านอากาศ นั่วนั่วรีบหลับตาแกล้งหลับ ไม่นานนักเธอก็ถูกโอบอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของเขา

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยขยี้ตา แกล้งทำเป็นพึ่งตื่น และกัดไหล่บอสใหญ่เซียว เซียวอี้หัวเราะ “เจ้ากระต่ายตัวนี้เป็นของบ้านใครเนี่ย มากัดคนแบบนี้”

นั่วนั่วนอนอยู่ในอ้อมแขนบอสใหญ่เซียว ไม่อยากขยับตัว เธอตอบด้วยเสียงแปลกๆ “เวลากระต่ายกังวลมากๆ มันจะก็กัดและไม่ยอมปล่อยด้วย!”

……………

ร่างกายทั้งคู่นั้นแนบชิดกัน จนธรรมชาติแห่งสัตว์ป่าของใครบางคนถูกปลุกเร้า เริ่มโจมตีอีกครั้ง ขณะที่เธอโดนกดลงนั่นเอง นั่วนั่วก็ใจลอยนิดๆ ก่อนจะกัดฟันพูด “ช่วงนี้บริษัท…….. ทุกอย่างโอเคไหมคะ”

บอสใหญ่เซียวตะลึงไปตามสัญชาติญาณ ก่อนใช้ดวงตาเข้มคู่นั้นจ้องเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย เงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาโค้งขึ้นก่อนลูบหัวนั่วนั่ว “ทำไมจู่ๆ เธอถึงถามแบบนี้ล่ะ”

นั่วนั่วหันหน้าหนี เธอไม่เคยคิดจะสู้กับทักษะในการพูดอ้อมไปอ้อมมาของบอสใหญ่เซียวอยู่แล้ว “ไม่มีอะไรมาก แค่ถามดูเฉยๆ เองค่ะ”

เหมือนว่าจะมีอะไรจริงๆ ด้วย

ข้อแรกนั้นช่วงนี้บอสใหญ่เซียวยุ่งสุดๆ แถมยังไม่ยอมให้เธออ่านเอกสารของบริษัทอีกด้วย ………..นั่วนั่วเงียบไป หลับตาขณะปล่อยให้เซียวอี้จูบลำคอเธออย่างอ่อนหวาน เมื่อกี้ตอนที่เธอได้ยินเขาพูดโทรศัพท์ถึงอวี้ฉู่ว่า “ฉันจะอดทนจนถึงที่สุด ฉันจะไม่มีทางยอมแพ้แน่ๆ” หรือว่าบริษัทน่ะจะเผชิญกับวิกฤตจริงๆ

ยิ่งบอสใหญ่เซียวนั้นไม่ยอมพูดอะไรมากเท่าไหร่ เจ้ากระต่ายน้อยก็ยิ่งเป็นกังวลมากขึ้นเท่านั้น

บ่ายวันถัดมา นั่วนั่วเชิญ คนที่พูดเก่งที่สุดใน ‘เซียวอี’ เฟยหลง มาทานข้าวกลางวันด้วย พอเฟยหลงมาถึงร้านที่นัดกันไว้ เขาก็เริ่มแซวเธอทันที “เอ้อ นั่วนั่วน้อย เธอนี่กล้าจริงๆ เธอกล้าชวนฉันออกมาลับหลังเซียวอี้แบบนี้ ไม่กลัวโดนจับได้ว่านอกใจเหรอไง”

ก่อนเชิญเฟยหลงมานั่วนั่วกำชับเขาว่า: อย่าให้บอสใหญ่เซียวหรือคนอื่นๆ รู้เรื่องนี้เด็ดขาด ดังนั้นเฟยหลงจึงเข้าใจว่าวันนี้ นั่วนั่วมีจุดประสงค์อันชั่วร้าย และจงใจแซวเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย

นั่วนั่วอุทานอย่างแปลกใจ “นอกใจอะไรกันคะ ฟังดูน่าอายจะตาย เฟยหลง ทั้งคุณกับฉันน่ะเป็นคนที่น่าเคารพนับถือ…….”

นั่วนั่วห่อปาก พูดไม่ทันจบตอนที่เฟยหลงส่ายหัว ก่อนขัดเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยขึ้นมา “นอกใจคือนอกใจ คนที่น่าเคารพนับถือคือฉันไม่ใช่เธอ ตอนที่ฉันพูดว่า ‘นอกใจ’ ฉันหมายความว่าหัวใจเธอน่ะรู้สึกผิด”

พอเธอได้ยินแบบนี้ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็เงียบไป ก่อนจะพูดตรงๆ “ที่จริงวันนี้ฉันอยากพบคุณเพราะอยากถามอะไรหน่อยค่ะ”

เฟยหลงนั้นมีประสบการณ์บนสนามรบมามาก พอเขาได้ยินนั่วนั่วพูดตรงๆ[1] เขาก็กลั้นหายใจรอฟังเหตุผล หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ได้ยินนั่วนั่วพูดเสียงเบาหวิว “เรื่องอวี้ฉู่น่ะฉันรู้หมดแล้ว”

พอบอสเฟยหลงได้ยินเรื่องนี้ก็รู้สึกเหมือนแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และพูดอะไรไม่ได้ไปครู่หนึ่ง “เธอ เธอรู้เหรอ ใครบอกเธอเรื่องนี้น่ะ”

นั่วนั่วแกล้งทำเป็นโมโห “ใครจะบอกฉันก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ วันนี้ฉันขอถามคุณว่าเห็นฉันเป็นเพื่อน เป็นรุ่นน้อง[2]ของคุณจริงๆหรือเปล่า เรื่องสำคัญขนาดนี้ ฉันเข้าใจว่าบอสใหญ่เซียวไม่อยากบอกฉันเพราะเขากลัวว่าจะทำให้ฉันเป็นกังวลมากเกินไป แต่ทำไมพวกคุณไม่ถึงไม่ยอมบอกฉันเลยสักนิด”

พอเธอพูดจบดวงตาของเธอที่กำลังแสดงละครอยู่นั้นก็แดงก่ำขึ้นมาจริงๆ จากน้ำเสียงของเฟยหลงแล้ว ถึงบริษัทจะไม่ได้อยู่ในวิกฤติทันที ก็มีความเสี่ยงอยู่จริงๆ ช่วงเวลาแบบนี้ทุกคนยังกล้าปิดบังเธออยู่อีก เซียวอี้เองก็ไม่ยอมพูดอะไรสักคำ

นี่คือเรื่องที่เขาบอกว่าจะแก่เฒ่าไปด้วยกันกับเธออย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าสามีภรรยาต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขกันเหรอไง ทำไมช่วงเวลาที่ยากลำบากและเจ็บปวดมากที่สุดแบบนี้ เขายังไม่ยอมบอกอะไรเธอสักอย่างเดียว

ด้านเฟยหลงที่ได้ยินคำพูดของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้น แววตาว่างเปล่าในดวงตาของเขาเลือนหายไป วินาทีถัดมาเขาก็ตะโกนให้เธอหยุด โบกมือไปมาให้นั่วนั่วหยุดการแสดง หัวเราะพูด “นั่วนั่ว รอเดี๋ยว……. ก่อนเธอจะถล่มฉันน่ะ ช่วยบอกฉันทีว่าใครบอกเธอเรื่องอวี้ฉู่ แล้วก็รายละเอียดด้วย”

ตอนนี้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่กำลังอินกับการแสดง จจนน้ำตาคลอ แต่ยังไม่ร้องไห้นั้นก็อึ้งสนิท

อึ้งสนิทจริงๆ

ก็นะ~ ถ้าเธอรู้เรื่องทั้งหมด เธอจะมาถามเฟยหลงทำไมล่ะ `เธอโดนจับไต๋ได้แล้วหรือเนี่ย

เฟยหลงสังเกตเห็นริมฝีปากเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกระตุก ไขว้ขา ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ “พูดมา” เรื่องที่ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด[3]นั้นเป็นเรื่องจริง ทักษะในการรีดเค้นความจริงของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นไม่เอาไหนเกินไปแล้ว แค่พูดไม่กี่คำแบบนี้แล้วเธออยากจะรู้เรื่องจริงงั้นเหรอ แกล้งทำเป็นฟูมฟายบีบน้ำตาเนี่ย เธอคิดว่าเขาจะไม่สังเกตเห็นเหรอไง

ไม่มีทาง!

ปากนั่วนั่วกระตุก ในเมื่อกลยุทธ์ของเธอใช้ไม่ได้ผล ก็รีบเปลี่ยนมายิ้มหวาน ก่อนขอร้องอย่างประจบประแจงทันที “บอสเฟยหลงคะ บอสใหญ่ บอสใหญ่มากกกกกกกกก คุณเป็นคนที่อาวุโสที่สุดในแผนกวางแผน แถมยังเป็นคนเดียวที่มีทั้งภรรยาและลูกแล้ว คุณเป็นพี่ชายที่รักของพวกเราทุกคน”

“ตอนที่ฉันอยู่ที่บริษัท คุณเป็นคนที่คอยดูแลฉันมากที่สุด คุณบอกว่าฉันยังเด็ก ตอนที่พวกรุ่นพี่แซวฉัน คุณก็ช่วยฉันดุพวกเขา ช่วงนี้บอสใหญ่เซียวน่ะทำตัวแปลกๆ แต่เขาก็ไม่ยอมบอกความจริงฉัน ฉันเป็นห่วงเขามาก จนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ช่วยเมตตาฉันและบอกความจริงฉันด้วยเถอะค่ะ ฮือๆๆๆ…….”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกุมมือเข้าด้วยกัน ถูไปมาพร้อมกับร้องไห้ไปด้วย และแล้วใจที่แข็งเหมือนหินของเฟยหลงนั้นก็เริ่มสั่นคลอน ที่นั่วนั่วพูดมาก็จริงอยู่ที่ว่าเฟยหลงเป็นคนที่อาวุโสที่สุดในแผนกวางแผน และก็เพราะว่าเขามีครอบครัวแล้ว มีทั้งภรรยาที่แสนดีและลูกแสนกตัญญู เขาเป็นคนที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดและยังเป็นต้นแบบให้เพื่อนร่วมงานอีกด้วย

เรื่องราวความรักระหว่างนั่วนั่วกับเซียวอี้นั้น เขาเฝ้ามองอย่างสนใจมาโดยตลอด และเมื่อเขาเห็นว่าคู่รักนั้นโดนทรมานจากความห่วงใยและกังวลเรื่องอวี้ฉู่แค่ไหนนั้น เขาเองก็เริ่มหวั่นไหว น้ำเสียงเฟยหลงอ่อนลงพร้อมกับเสียงถอนหายใจ “เฮ้อ เธออย่าทำให้พี่ชายคนนี้ลำบากใจหน่อยเลย ฉัน…”

เฟยหลงลังเล คิดทบทวนซ้ำไปซ้ำมา ก่อนส่ายศีรษะ “ไม่ ไม่ สุภาพบุรุษพูดแล้วไม่อาจคืนคำ[4] ฉันเองก็สอนลูกสาวแบบนี้ ฉันสัญญากับเซียวอี้ไว้แล้วว่าจะไม่บอกเธอ ถ้าฉันกลับคำ แล้วฉันจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกสาวได้ยังไงกันล่ะ”

ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับลูกสาววัยสามขวบสุดที่รักของเขาแล้ว ไม่ว่าอย่างไรเฟยหลงก็มั่นคงหนักแน่นไม่หวั่นไหว นั่วนั่วรู้ดีว่าเฟยหลงอยากเลี้ยงดูลูกสาวให้เติบโตมาอย่างดีขนาดไหน แต่พอเธอเริ่มรู้สึกกระวนกระวายหมดหวังแล้ว จู่ๆ ก็มีความคิดดีๆ โผล่เข้ามาในสมอง แววตาเธอเป็นประกาย

“บอสคะ คุณสัญญากับบอสใหญ่เซียวว่าคุณจะไม่พูดกับฉัน แต่คุณไม่ได้สัญญาว่าจะไม่เขียนนี่นา คุณเขียนเล่าเหตุการณ์ใส่กระดาษให้ฉันอ่านก็ได้ นั่นไม่ได้เป็นการผิดสัญญาสักหน่อยใช่ไหมคะ”

`เฟยหลง “……………”

นั่วนั่วเป็นผู้หญิงเก่ง เก่งในการหลอกตัวเองและคนอื่น เฟยหลงรู้สึกว่าข้อเสนอเธอมันล้ำเส้นไปหน่อย แต่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นรีบหากระดาษปากกาและเชิญชวนเฟยหลงให้เขียนเล่าเหตุการณ์อย่างกระตือรือร้นเสียแล้ว

เฟยหลงถือปากกา อดเหงื่อตกไม่ได้ เนื่องจากในสมองเขานั้นมีภาพดวงตาดำสนิทเข้มจัดของเซียวอี้ผุดขึ้นมาเรื่อยๆ ถ้าเขาพูดอะไร เขาต้องซี้แหงแก๋ แต่ถ้าเขาไม่พูด ——

เมื่อเฟยหลงเงยหน้าขึ้นก็สบตาเข้ากับดวงตาสดใสที่เจือแววกระตือรือร้นอย่างยิ่งของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย ถ้าเขาไม่พูดอะไรตอนนี้ ในอนาคตเขาก็ต้องซี้แหงแก๋เหมือนกัน! ว่าที่อนาคตคุณนายซีอีโออย่างเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นมีโอกาสกระซิบข้างหูเซียวอี้มากมาย ถ้าวันนี้เขาทำให้นั่วนั่วไม่พอใจ อนาคตที่ ‘เซียวอี’ของเขานั้นอาจจะไม่ง่ายดายเท่าไหร่

ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหนก็เป็นหนทางสู่ความตายทั้งนั้น เฟยหลงตัดสินใจวางเดิมพันกับด้านที่ชนะใสๆ  —— ย้ายฝั่งมาอยู่ด้านคุณนายซีอีโอในอนาคตดีกว่า

“นั่วนั่วน้อย ถ้าฉันบอกเธอเรื่องนี้ เธอห้ามแฉฉันนะ อ๊ะ~” เฟยหลงที่ถือปากกาอยู่นั้นทำสีหน้าเหมือนจะร้องไห้ ทำไมเขารู้สึกเหมือนกับกำลังจะ…….ลงนามในสัญญาขายตัว อะไรแบบนั้น

นั่วนั่วไม่สนใจเท่าไหร่ ส่งเสียง “อื้อฮึ” พยักหน้าง่ายๆ

เฟยหลงคิดทบทวนอีกครั้ง ถึงนั่วนั่วจะไม่ได้ทรยศ แต่คนที่รู้เรื่องนี้มีน้อยมาก เซียวอี้ก็คงสงสัยเขาอยู่ดี……… เขาชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาเฟยหลงทอประกายชั่วร้าย “ถ้าเธอโดนทรมานให้รับสารภาพ ก็บอกไปว่าจื้อหยวนคนงามเป็นคนพูดนะ” ไหนๆ เรื่องก็ดำเนินมาถึงตอนนี้แล้ว เฟยหลงไม่สนใจเรื่องความรักระหว่างพี่น้องอีกแล้ว ขอโทษจริงๆ นะ จื้อหยวน  /(ㄒoㄒ)/~~

เฟยหลงตัดสินใจ ก่อนจะเริ่มขยับปากกกานั่นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เฟยหลงที่เหลือบมองชื่อคนโทรเข้าแล้วก็ทำท่า “ชู่วว์” ใส่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย รับสาย ก่อนพึมพำสองสามคำ ก่อนสีหน้าเขาจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาวางสายพร้อมสีหน้าช็อคสนิท

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นเดาได้ว่าคนที่โทรมาคือบอสใหญ่เซียว แต่เธอไม่รู้ว่าเนื้อหาการสนทนานั้นคืออะไร กระโดดผลุงขึ้นมาอย่างรีบร้อน “ลืมเรื่องอื่นไปซะ รีบๆ เขียนเดี๋ยวนี้เลย”

เฟยหลงชะงัก เงยหน้าขึ้นพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “นั่วนั่ว ฉันต้องกลับบริษัทเดี๋ยวนี้ ฉันเขียนให้เธอตอนนี้ไม่ได้”

นั่วนั่วกระพริบตา “เกิดอะไรขึ้นคะ”

เฟยหลงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เส้นเลือดบนหน้าผากปูดโปนจนจะระเบิด “เวปไซต์บริษัทโดนแฮค และก็ค้างสนิท แผนกเทคโนโลยีกำลังป้อกันอยู่ ฉันต้องรีบกลับไปช่วย”

ฟ้า——ผ่า——กลางวัน——แสกๆ

 

ปากกาในมือนั่วนั่วร่วงลงบนพื้น ในสมองเธอนั้นมีแต่คำพูดของหรานชิงเหอวิ่งผ่านไป “แผนการเทคโอเวอร์ ‘เซียวอี’ ดำเนินการไปแล้ว รอวันที่เซียวอี้จะร้องไห้ได้เลย!”

รอเขาร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้……

การโจมตีเวปไซต์นี่ หรือว่าจะเป็นฝีมือของอวี้ฉู่?

[1]开门见山 ไค่เหมินเจี้ยนซาน ประตูเปิดออกสู่วิวภูเขา พูดตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

[2]师妹 ซื่อเม่ย รุ่นน้องผู้หญิง

[3]姜还是老的辣 เจียงไหซือเหลาเต่อล่า ยิ่งแก่ยิ่งฉลาด

[4]君子一言,驷马难追  จุนจื้ออี้เหยียน ซีมาหนานจุ่ย สุภาพบุรุษพูดแล้วไม่คืนคำ