0 Views

บทที่ 5 น้องชายของหมาป่า…ย่อมเป็นหมาป่า

นั่วนั่วเป็นคนขยัน

ตอนเรียนมหาวิทยาลัยฯ นั่วนั่วใช้เวลาในช่วงวันหยุดสอนพิเศษพีชคณิตนักเรียนมัธยม หลังจากนั้นด้วยชื่อเสียงที่ดี ผู้ปกครองจึงแนะนำงานพาร์ทไทม์ให้ที่สถาบันเอกชนแห่งหนึ่ง การเรียนการสอนมีขึ้นในช่วงเย็น ดังนั้นจึงไม่ส่งผลกระทบต่องานประจำ นั่วนั่วจึงทั้งทำงานประจำและรับงานสอนพิเศษพาร์ทไทม์ควบคู่กันเรื่อยมา

ตามคำของมาหม้าซู เมื่อเทียบกับคนที่กลับบ้านไปนอนกลิ้งเฉยๆหรือเด็กติดเกม แล้ว นั่วนั่วสามารถทำตัวให้มีประโยชน์โดยการหาเงินค่าใช้จ่ายประจำวันเอง ซึ่งดีกว่าใช้ชีวิตสบายๆแต่ไร้ประโยชน์…

อันที่จริงนั่วนั่วเองก็คิดว่าการสอนพิเศษไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์จะเหนื่อยมากมายอะไร แต่ปัญหาคือบอสใหญ่เซียวขอให้เธอไปส่งเซียวจวินที่บ้านทุกเย็นน่ะสิ แต่ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เธอต้องกลับอีกทางเพื่อไปสอนพิเศษ แล้วเธอจะขึ้นรถเมล์กลับบ้านกับเซียวจวินได้อย่างไงกัน

เมื่อความลับเกี่ยวกับงานพิเศษของเธอกำลังจะถูกเปิดโปง นั่วนั่วแอบกังวลไม่ได้

แม้ว่าเวลาหลังเลิกงานจะเป็นเวลาส่วนตัวของพนักงานก็ตาม  แต่การทำงานพิเศษไม่เคยส่งผลใดๆต่องานประจำ แต่นั่วนั่วเองก็เข้าใจว่า ไม่มีเจ้านายที่ไหนอยากเห็นลูกน้องตัวเองไปทำงานพิเศษหรอก การกระทำแบบนั้นส่งผลให้เจ้านายคุณรู้สึกว่าคุณไม่พอใจกับงานประจำ และอาจจะต้องการลาออก

เธอจะทำอย่างไรดีเนี่ย?

นั่วนั่วคิดแล้วคิดอีก ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเริ่มต้นด้วยเซียวจวิน ที่ดูแล้วนิสัยดีน่ารักกว่าพี่ชายเยอะ ถ้าทำให้เขาเกลียดเธอจนไม่อยากกลับบ้านด้วยก็น่าจะโอเคแล้ว

แผน A: หนูหวังตกถังข้าวสาร

เด็กคนหนึ่ง ที่ไม่เคยผ่านความลำบากใดๆด้านการเข้าสังคมนั้นเข้าใจง่าย “ความรัก” ของพวกเขานั้นขึ้นอยู่กับ รูปร่างหน้าตา อุปนิสัยส่วนตัว ถ้าคุณแสดงว่าคุณรักเงินมากกว่า เซียวจวินน่าจะโกรธมาก

ดังนั้นบนรถประจำทางเที่ยวแรกที่ขึ้นกับเซียวจวิน นั่วนั่วทำสีหน้าขยะแขยง “เด็กน้อย อย่าเข้าใจพี่สาวคนนี้ผิดนะ พี่เองได้รับคำสั่งมาจากบอสใหญ่เซียวให้มาขึ้นรถเมล์เป็นเพื่อนเธอน่ะ”

ได้ยินอย่างนั้น เซียวจวินก้มหัวลงเล็กน้อย ซึ่งทำเอานั่วนั่วปวดใจเลยทีเดียว เซียวจวินก็ไม่แย่นักหรอก อีกสักสองสามปี เขามีแววหล่อเหลากว่าพี่ชาย แต่อุปนิสัยอ่อนโยนใจดีของเซียวจวินน่ะน่าดึงดูดสาวๆกว่าเยอะ

แม้ว่าสัญชาตญาณส่วนตัวของนั่วนั่วกำลังร้องเตือนว่าอย่าพึ่งวางระเบิดใส่เขาดีกว่า แต่นั่วนั่วต้องทำเพื่อความสุขในอนาคตของทั้งเธอและเซียวจวิน เธอสวมหน้ากากต่อ “เพราะฉะนั้นเซียวจวิน เอาเบอร์พี่ชายเธอมาดีกว่า อีกสองสามวัน ฉันจะชวนเขาไปทานมื้อค่ำ เธอรู้นี่ว่าพี่ชายเธอเป็น CEO ของบริษัทฉัน แล้วยังทั้งรวยและหล่อขนาดนั้น ถ้าฉันได้ใกล้ชิดเขา ฉันก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องคิดมากเรื่องเงินอีกแล้ว

นั่วนั่วยิ้มหวานแบบโอเว่อร์ แต่เซียวจวินนั่งก้มหน้าโดยปราศการตอบรับ เธอหันไปซบไหล่เขาก่อนพูดเจื้อยแจ้ว “เพราะงั้นตั้งแต่นี้พวกเราต้องดูแลกันและกันนะ มายื่นหมูยื่นแมวกันดีกว่า เธอก็แสร้งทำเป็นน้องชายที่ดี ส่วนฉันจะเล่นบทพนักงานแสนดี ถ้าเธอไม่เปิดโปงฉัน ฉันก็จะแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ตอนเธอหนีเที่ยว”

เซียวจวินเดินลากกระเป๋านักเรียนด้วยท่าทีเงียบงัน นั่วนั่วเริ่มกลุ้มใจ เธอรีบเกินไปจนทำให้เด็กหนุ่มกลัวหรือเปล่า

ในที่สุดเซียวจวินก็เงยหน้าขึ้นก่อนกระซิบเสียงแผ่ว “พี่ใหญ่บอกว่าจะไม่แต่งงานจนกว่าบริษัทจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ จากการคำนวณของผมด้วยเงินทุนปัจจุบันและความเร็วในการพัฒนาบริษัทแล้ว ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีกห้าปี และเมื่อไม่กี่วันก่อนแม่ผมยังบังคับให้พี่ไปดูตัวอยู่เลย ดังนั้น…” เซียวจวินสูดหายใจเฮือกใหญ่ ขยับปากไปมาอย่างตื่นเต้น ก่อนตะกุกตะกัก “ดะ…ดังนั้น ถ้าคุณจะรอพี่ชายผม ทำไมไม่รอผมแทนล่ะ ผมจะโดดเด่นกว่าพี่แน่ๆ”

นั่วนั่วรู้สึกเหมือนโดนหมัดน็อค… พี่เสือนั่นเทียบไม่ติดกับน้องชายเลย หัวใจเซียวจวินนั้นกว้างใหญ่กว่าบอสใหญ่เซียวมากมาย “เธอไม่โกรธเหรอ ถ้าฉันเล็งสมบัติของเธอและพี่ชายน่ะ”

เซียวจวินหน้าแดงระเรื่อ ส่ายหัวเหมือนเขย่าของเล่นเด็ก “คุณเอาเรื่องสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันมาพิจารณา รวมถึงการแสดงเจตนาแท้จริงว่าอยากแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกับใครคนหนึ่งไปชั่วชีวิต ไม่ใช่แค่ทำเป็นเล่นๆ ผม…ผมดีใจมาก”

นั่วนั่วเม้มปากขัดใจ พูดอะไรไม่ออกสักคำ

แผนหวังตกถังข้าวสารล้มเหลวไม่เป็นท่า

แผน B: ฉันมีแฟนแล้ว

“ฉันมีแฟนแล้ว”

แม้ว่าเหตุผลนั้นห่วยแตกสิ้นดี เชยสนิท แต่นั่วนั่วพยายามจะสร้างภาพจน์ว่าเธอเริ่มคบหนุ่มๆมาตั้งนานแล้ว เธอคบกับผู้ชายมาหลายคน ทิ้งหนุ่มๆไปก็เยอะ หักอกเขาไปทั่ว โดยติดป้าย “ยัยเกี๊ยว” ไว้บนหน้า

เซียวจวินได้แต่รอให้นั่วนั่วพูดจบ ก่อนก้าวมาข้างหน้าอย่างนิ่งๆ ดวงตาสีดำสนิทเป็นประกาย “นั่วนั่ว ขอบคุณครับ”

“หา?” นั่วนั่วอึ้งกิมกี่ ขอบคุณเธอทำไมอ่ะ?

เซียวจวินเกาหัวยิ้มอายๆ “ทั้งพ่อกับแม่ผมเป็นหมอผ่าตัด มักจะวุ่นวายกับการอภิปรายการค้นพบใหม่ๆทางวิทยาศาสตร์อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งผ่าตัดฉุกเฉินจนเท้าไม่แตะพื้น ตั้งแต่ผมยังเล็ก พี่ใหญ่เลี้ยงผมมา เพราะฉะนั้นผมรู้ว่าพี่น่ะเป็นห่วงผม และบอกคุณให้มาอยู่เป็นเพื่อนผม กลัวว่าผมจะไม่ตั้งใจเรียน อันที่จริง ผมก็ชอบคุณมากๆ ไม่มีความหมายอื่น และจะไม่ส่งผลต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของผมด้วย เพราะฉะนั้นคุณไม่ต้องทำตัวแย่ๆให้ผมหยุดชอบคุณหรอก”

นั่วนั่วหน้าตื่น กระพริบตา

ที่พูดมาเนี่ย ตกลงเธอโดนเปิดโปงตั้งแต่แรกเลยใช่ไหมเนี่ย

นั่วนั่วชะงักไปสองวินาทีก่อนเริ่มโมโห นี่มันไม่ใช่ความสามารถในการอดทนอดกลั้นของเด็กอายุสิบแปดทั่วไปแล้ว “เธอรู้ได้ไงล่ะ ว่าฉันแค่สร้างภาพ ไม่ได้พูดความจริงน่ะ พี่สาวน่ะแก่กว่าเธอตั้งหลายปี มีแฟนเก่าห้าหกคนน่ะเป็นเรื่องปกตินะ”

แต่เมื่อได้ยิน ตาใสของเซียวจวินมองมาที่นั่วนั่ว ส่ายหน้า “ไม่ ไม่ใช่อย่างที่คุณพูด”

นั่วนั่วเหงื่อตก…มันจะแม่นไปแล้วหรือเปล่า…

น้ำเสียงของเซียวจวินสั่นระริก “ตอนที่คุณอายุเท่าผม คุณไม่เคยมีความรัก”

ครั้งนี้นั่วนั่วเบิกตากว้าง พูดไม่ออก “เธอรู้ได้อย่างไงกัน”

เซียวจวินยิ้มอย่างเป็นมิตร “ผมสังเกตุเห็นจากสีหน้าได้ว่าประโยคไหนที่มาจากใจจริงๆ วันหยุดหน้าร้อนผมตามคุณปู่ไปและเรียนการทายนิสัยจากหน้าตาและสีหน้า “หนังสือแห่งการเปลี่ยนแปลง”1 นั่วนั่วคุณดูเหมือนเด็กสาวที่บริสุทธิ์ดีงามคนหนึ่ง

เซียวใช้คำว่า “เด็กสาว” อ้างถึงนั่วนั่ว ตั้งแต่เธอเริ่มทำงาน ไม่มีคนใช้คำนั้นแทนตัวเธออีกแล้ว  แต่ตอนนี้ไม่สำคัญ ดวงตาเธอเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว อุทานอย่างตื่นเต้น “เยี่ยมเลย แล้วเธอดูลายมือด้วยหรือเปล่า อ่ะ ดูให้หน่อยสิ ว่าเมื่อไรฉันจะเงินเดือนเป็นหมื่นๆแสนๆกะเค้าสักที”

“อืมม์ การทำนายมันค่อนข้างยาก แต่ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้เลย ผมจะกลับไปหาข้อมูลในหนังสือคืนนี้ พรุ่งนี้ค่อยมาดูลายมือให้คุณละกัน”

“ดีสิ ดี”

นั่วนั่วลืมเลือนความกังวลที่เคยมีไปจนหมด เธอรับปากจะไปดูตัวอีกรอบ

มังกรย่อมให้กำเนิดมังกร หงส์ให้กำเนิดหงส์ ลูกหนูต้องฝึกหัดสร้างรู คุณชายใหญ่สกุลเซียวเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการปานนั้น น้องขายคนเล็กจะโง่ได้หรือ

แผนผู้หญิงไร้ยางอายล้มเหลวสุดๆ แถมยังโดนลักพาตัวไปแล้วด้วย

นั่วนั่วและเซียวจวินขึ้นรถเมล์กลับบ้านด้วยกันเป็นเวลามากกว่าหนึ่งอาทิตย์แล้ว แต่เธอยังคิดหนทางแก้ปัญหาไม่ออก ดังนั้นเธอก็นั่งรถเมล์กลับบ้านพร้อมกับเขาก่อนนั่งแท็กซี่ไปสอนเด็กนักเรียน ทุกวันเธอทุกข์ทรมานกับการเดินทางแบบนี้เป็นอย่างมาก

นั่วนั่วรู้สึกตัวเองไร้ที่พึ่ง เมื่อที่บริษัทมีเหตุการณ์มากมายทั้งเล็กและใหญ่เกิดขึ้น

บ่ายวันนั้นที่โรงอาหารนั่วนั่วเพิ่งกินข้าวเสร็จ เตรียมพร้อมจะกลับไปงีบตอนกลางวันที่ห้องทำงาน ก่อนจะเห็นหญิงสาวจากแผนกธุรกิจ หลินเอ็มเอ็ม โบกมือให้เธออย่างร่าเริง ชื่อนี้มาจาก ความตัวเล็กน่ารักบอบบางของเธอ ทำให้ทุกคนเรียกเธอด้วยความเอ็นดูว่าหลินเอ็มเอ็ม2

หลินเอ็มเอ็มกระโดดมายืนตรงหน้าเธอ หัวเราะแล้วเอ่ย “ซูนั่ว ฉันต้องขอแสดงความยินดีด้วยจ้ะ”

นั่วนั่วฟังด้วยสมองชาๆ พร้อมความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีนัก “ยินดีเรื่องอะไรเหรอ?”

หลินเอ็มเอ็มเชยคางเธอ “เจ้านายให้ฉันมาแจ้งเธอว่า พักทานข้าวกลางวันนั้นย้ายไปที่ชั้นสิบเจ็ดจ้ะ”

“อะไรนะ? อาร๊าย?????” นั่วนั่วเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง

หลินเอ็มเอ็มนึกว่าเธอตื้นตันกับข่าวที่ได้รับอย่างยิ่ง จึงตบไหล่เธอหนักๆ เพื่อปลอบโยน “เซอร์ไพร์สล่ะสิ ไม่ต้องกังวลไปหรอก ที่จริงเจ้านายเป็นคนง่ายๆ แล้วก็นะถ้าเธอได้ย้ายขึ้นไปชั้นสิบเจ็ดแล้ว การเป็นพนักงานประจำก็ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้วล่ะ”

แววตานั่วนั่วเข้มขึ้น คร่ำครวญในใจ “เซอร์ไพรส์น่ะใช่ แต่เธอไม่ตื่นเต้นสักนิด”

ตำแหน่งของนั่วนั่วคือ นักวางแผน/นักเขียน ถึงแม้ว่าสำนักงานใหญ่ของแผนกวางแผนจะอยู่บนชั้นสิบเจ็ด และเริ่มแรกนั่วนั่วเองก็ควรจะไปทำงานชั้นนั้นด้วยเหมือนกัน แต่เริ่มงานวันแรกผู้จัดการฝ่ายบุคคลก็อธิบายว่า “ตอนนี้ชั้นสิบเจ็ดมีคนเยอะเกินไปแล้ว”และให้เธอมาทำงานที่ชั้นสามเป็นการชั่วคราวแทน

การทำงานบนชั้นสามทำให้เธอรู้ความลับข้อหนึ่ง… บนชั้นสามไม่ได้มีแต่แผนกทรัพยากรบุคคล ยังมีแผนกศิลปะ แผนกเทคโนโลยี และอื่นๆอีกด้วย ทั้งเพื่อนร่วมงานและพนักงานใหม่บนชั้นนี้มีจุดร่วมหนึ่งที่เหมือนกัน พวกเขายังไม่ได้รับการเลื่อนเป็นพนักงานประจำ

เพราะฉะนั้นทุกคนเข้าใจตรงกันว่าไม่ใช่เพราะว่าชั้นสิบเจ็ดนั้นแออัดเกินไป แต่การย้ายไปย้ายมาของเด็กใหม่ที่ไม่ผ่านช่วงทดลองงานมันจะวุ่นวายเกินไปต่างหาก ชั้นสิบเจ็ดคือที่มั่นหลักของบริษัท ออฟฟิศของบอสใหญ่ เมื่อหลินเอ็มเอ็มมาแจ้งนั่วนั่วว่าให้ย้ายขึ้นไปทำงานที่สำนักงานใหญ่ของแผนกวางแผน สำหรับคนที่อยู่ในช่วงทดลองงานนี่คือข่าวดีอย่างยิ่ง

แต่ว่า……

อะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับบอสใหญ่… แม้กระทั่งแค่ความคิด… นั่วนั่วก็เศร้าแล้ว แม้กระทั่งข่าวดีแบบนี้ก็เถอะ สวรรค์ เธอยังไม่ได้ตอบอะไรสักคำตอนที่หลินเอ็มเอ็มเอ่ยประโยคถัดไป “อ้อ แล้วเจ้านายบอกให้เธอไปพบก่อนย้ายออฟฟิศด้วยนะ”

{{{(>_<)}}}

1 หนังสือแห่งการเปลี่ยนแปลง: หนังสือโบราณของจีนว่าด้วยศาสตร์แห่งการพยากรณ์ ที่เปรียบเทียบกับภูมิพยากรณ์จากตะวันตก หรือ การพยากรณ์ของแอฟริกันตะวันตก

2 เอ็มเอ็ม เขียนว่า MM นิยมใช้เรียก เด็กสาวหรือสาวสวยน่ารัก