0 Views

บทที่ 47 เคลียร์

แผนที่วางไว้นั้น หม่าม้าเซียวควรจะอยู่บ้านทำผม แต่งหน้ารอไปพบ “ว่าที่” แต่หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากพยาบาลสาว เซียวหยวน ที่รายงานเรื่อง ว่าที่ลูกสะใภ้ร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุดระหว่างพาพ่อแม่มาโรงพยาบาล

หม่าม้าเซียววางสายและรีบไปที่โรงพยาบาลพร้อมลูกชายคนโตทันที นี่คือตอนที่พวกเขามาพบฉากเด็ด นั่วนั่วกับหรานชิงเหอกอดกันอยู่ เซียวอี้อึ้ง แต่เธอกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ไม่สนใจหรานชิงเหอแม้แต่น้อย ก่อนดึงว่าที่ลูกสะใภ้มากอดปลอบ

เธอเคยผ่านเรื่องราวมามากมาย เคยพบเจอเรื่องร้ายและเล่ห์เหลี่ยมมามากกว่าเด็กน้อยพวกนี้ ดังนั้นเธอกระจ่างแจ้งในลูกไม้เล็กๆน้อยๆของหรานชิงเหอ ผู้หญิงมักจะเปราะบางมากกว่าผู้ชาย ยิ่งนั่วนั่วที่ถูกประคบประหงมยิ่งกว่าไข่ในหินแล้ว มาเจอเรื่องที่พ่อแม่ป่วยพร้อมกัน เธอก็แทบจะทำอะไรไม่ถูก เวลาแบบนี้ เด็กหนุ่มหน้าสวยคนนี้ได้โอกาสเอาเปรียบใกล้ชิดเธอในช่วงเวลาอ่อนแอ หม่าม้าเซียวมองคนได้เฉียบจริงๆ

เวลาแบบนี้ ลูกชายคนโตสุดงี่เง่าของเธอ ได้แต่ขบฟันและจ้องเขม็ง แต่ในฐานะแม่เธอก็ไม่โง่หรอก หม้าม่าเซียวจับมือนั่วนั่วไว้ พูดกับเธออย่างอ่อนโยนอยู่พักหนึ่ง ก่อนเอ่ย “โอเค ที่นี่ฉันจัดการเอง วันนี้เธอเหนื่อยมากแล้ว ให้เซียวอี้ไปส่งที่บ้านเถอะ”

พอเธอพูดจบ เธอก็กวักมือเรียกลูกชายที่ยังแข็งทื่ออยู่ บอสใหญ่เซียวชะงักไปชั่วครู่ ก่อนเดินมาตรงหน้านั่วนั่วด้วยสีหน้าผิดหวัง

หรานชิงเหอได้โอกาสขัดจังหวะเสียที โผล่หน้ามาทางเซียวอี้ก่อนถาม “นั่วนั่ว นี่เพื่อนเธอเหรอ”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกุมศีรษะ แม้จะเป็นห่วงอาการป่วยของพ่อ แต่เธอกลัวบอสใหญ่เซียวเข้าใจผิดอยู่ดี ความคิดเธอสับสนวุ่นวายจนพูดอะไรไม่ออกสักคำ เมื่อเขาเห็นแบบนี้ เซียวอี้ก็คิดไปในทางที่เลวร้ายที่สุด

เมื่อเหตุการณ์บานปลาย หม่าม้าเซียวก็ก้าวขึ้นมาคุมสถานการณ์ กลั้นยิ้ม เอ่ย “พวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อนกันหรอก ปลายปีนี้สองคนนี้ก็จะแต่งงานกันแล้ว……” เธอพูดพลางลูบหัวเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยอย่างเอ็นดู ก่อนมองปฏิกิริยาของหรานชิงเหอ

ฝ่ายหรานชิงเหอที่ได้ยินก็อึ้งจนพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ ก่อนกลับมาจ้องนั่วนั่ว ส่ายศีรษะไปมาแบบไม่เชื่อหูตัวเอง “ธะ……. ธะ…… เธอมีแฟนจริงๆน่ะเหรอ”

เมื่อครู่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเสียใจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อเกินกว่าที่พูดอะไร แต่เมื่อเธอได้ยินคำพูดของหรานชิงเหอ เธอก็ขมวดคิ้ว ก่อนที่จะด่าเขา พ่อจอมเจ้าชู้ก็เริ่มโวยวายอย่างไม่พอใจ “เธอคบกับเขา……. แล้วฉันล่ะ?!!”

พอเขาพูดจบ นั่วนั่วก็เดือดปุดๆ “นายพูดบ้าอะไรน่ะ ฉันต้องขออนุญาตนายด้วยเหรอไงถ้าจะมีแฟนน่ะ”

นายหมายความว่าไงตอนพูด “แล้วฉันล่ะ?” เหมือนกับเธอกำลังเหยียบเรือสองแคมอยู่ เรื่องกลับมาคบกันนี่เป็นเรื่องที่พ่อปลาไหลคนนี้คิดเพ้อเจ้อไปเองฝ่ายเดียว ถึงแม้นั่วนั่วจะบอกเขาไปหลายหนว่าเธอมีแฟนแล้วจริงๆ แต่หรานชิงเหอคิดว่าเป็นแค่คำแก้ตัวเท่านั้น ท้ายที่สุดเขาทำให้ทุกสิ่งเหมือนกับว่าเป็นความผิดของเธอล้วนๆ

หรานชิงเหอเหมือนจะไม่เข้าใจที่นั่วนั่วพูด ชี้นิ้วสั่นระริกมาที่นั่วนั่ว ก่อนกรีดร้อง “สวี่นั่ว สวี่นั่ว เธอ…มันยัยร่าน ฉันเลิกกับแฟนสาวที่คบมาหกปีเพราะเธอ ฉันตามหาเธอมาตลอด แต่เธอกลับไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่น!! ครั้งก่อน เธอบอกว่าเธอรักฉันมากที่สุด และอยากอยู่กับฉันตลอดไป……”

นั่วนั่วขบฟันอย่างแรงจนเกือบแตก คำพูดสกปรกของหรานชิงเหอนั้นโผล่ขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความคิด เธอหลับตาลง ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านราวกับเปลวเพลิงที่ไม่มีวันดับลง เธอรู้อยู่กับใจว่าคนคนนี้ไม่น่าเชื่อถืออย่างแรง เธอเชื่อว่าเขาเป็นแค่ขยะเปียกชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่เธอไม่นึกว่าเขาจะชั่วร้ายขนาดนี้ แค่เพราะว่าเขาจีบเธอไม่สำเร็จเลยให้ร้ายเธอด้วยคำพูดแย่ๆ แบบนี้ไปด้วย

ต่อหน้าบอสใหญ่เซียวและแม่ของเขา นั่วนั่วทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ ถ้าเธอตอบโต้ เธอก็ดูไม่ต่างอะไรกับคนชั่วๆอย่างเขา แต่เธอกลัวบอสใหญ่เซียวจะคิดว่าเธอกับเขามีอะไรกันจริงๆ มากกว่า และพยายามจะปกปิดความจริงไว้ แต่ถ้าเธอไม่ตอบโต้…

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยมองไปรอบๆ สีหน้าของหม่าม้าเซียวดูกลัวๆขึ้นทุกที ส่วนคนก็หันมามองมากขึ้นเรื่อยๆ เธอควรจะทำอย่างไรดี นั่วนั่วกำมือ พยายามคิดหาทาง ก่อนเสียงโหวกเหวกโวยวายนั้นจู่ๆก็เงียบลง เธอเงยหน้าขึ้น ก่อนอดอุทานเสียงดังไม่ได้

บอสใหญ่เซียวที่เงียบมาโดยตลอด ก้าวมาข้างหน้า เขาคว้ามือหรานชิงเหอพร้อมสายตาทิ่มแทง หรานชิงเหอกลัวบอสใหญ่เซียวจนหัวหด หัวใจฟีบลงอย่างหวาดกลัว กลืนน้ำลาย “นาย…… ต้องการอะไร”

เซียวอี้ที่มีบรรยายอันตรายแผ่ออกมารอบๆ ดวงตาหรี่ลงราวกับงูที่พร้อมฉกศัตรู เขาเอ่ยด้วยเสียงทรงพลัง “ระวังปากไว้ให้ดี ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนกับเรื่องไร้สาระของนาย”

หม่าม้าเซียวที่กลัวเหตุการณ์บานปลายไปกว่านี้ เธอเรียกพยาบาลที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “ไปตามรปภ.มาที คนไข้พวกนี้ต้องการพักผ่อน แต่กลับมีเสียงเห่าหอนดังลั่นไปหมด”

หรานชิงเหอเข้าใจนัยยะที่หม่าหม้าเซียวต้องการบอก เขามันเป็นแค่หมาตัวหนึ่ง กัดฟัน อยากตอบโต้ แต่จู่ๆ ก็เจ็บตรงแขน พอเขาหันไป ก็เห็นสายตา”เซียวอี”ที่แหลมคมราวกับมีด และสีหน้าราวกับอยากฆ่าคน “อย่าคิดนะว่า จะไม่มีใครรู้เรื่องที่นายทำที่ 《หวงเหยียน》น่ะ ถ้านายยังตามตื้อนั่วนั่ว…….” บอสใหญ่เซียวหยุด ไม่พูดให้จบ แต่ทำเสียงเหอะออกจมูกสองหน

เมื่อเขาได้ยิน สีหน้าหรานชิงเหอเปลี่ยนไปทันที ขาเขาเหมือนกลายเป็นวุ้นไปแล้วในขณะที่เขาล้มลงไปด้านหลัง “แก——” เป็นไปไม่ได้ มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง เขาทำแบบแนบเนียนสุดๆ ไม่มีใครน่าจะรู้ได้

หรานชิงเหอถูกกดดันสุดๆ  ตาเป็นประกาย บอสใหญ่เซียวหมดความอดทน ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนพ่นมาอีกสองคำ “ไปซะ” ทันใดนั่นเอง พ่อปลาไหลก็เผ่นหนีไปแบบเตลิดเปิดเปงแบบดูไม่จืด

╯_╰

ด้านหลังบอสใหญ่เซียว เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกระพริบตา สบสายตากับหม้าม่าเซียว ก่อนคลี่ยิ้มแรกของคืนนี้——เหมือนกับส่องประกายเจิดจ้าไปทั้งตัว

บอสใหญ่เซียวหล่อสุดๆไปเลย (~ o ~) ~ zZ

การทรมานที่ยาวนานสิ้นสุดลงเมื่อเห็นแม่เธอฟื้นคืนสติ นั่วนั่วจึงกลับบ้านไปนอนอย่างเชื่อฟังในที่สุด เมื่อบอสใหญ่เซียวและนั่วนั่วถึงบ้าน สิ่งแรกที่โผล่มาทักทายคือความเละเทะ

ครอบครัวสวี่นั่วกลัวแทบตาย เพราะจู่ๆพ่อเธอก็หมดสติไป ระหว่างที่รีบพาพ่อลงบันใด พวกเขาชนโต๊ะจนล้ม ตอนนี้พื้นห้องเต็มไปด้วยอาหารที่หกเลอะเทอะ ตะเกียบ และจานชามแตกกระจัดกระจายไปหมด แถมด้วยหยดเลือดสีแดงสด ตอนที่ปะป๋าสวี่อาเจียนเป็นเลือด

พอเธอเห็นภาพตรงหน้า ก็ได้แต่กุมศีรษะ ก่อนตัวสั่นเล็กๆ ขณะที่เธอเริ่มควบคุมอารมณ์ เธอก็จำได้อีกครั้ง ปะป๋า…… มะเร็ง…… ความตาย……. หม่าม้า แค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทั้งครอบครัวนั่งทานข้าวคุยกันเรื่องนัดหมายพรุ่งนี้อย่างมีความสุข ชั่ววินาทีถัดมา พ่อแม่เธอก็ต้องเข้าโรงพยาบาล

นี่มันไม่ตลกเลยสักนิด

บอสใหญ่เซียวสัมผัสเจ้ากระต่ายน้อยอย่างปลอบประโลม แม้เขาจะอารมณ์ไม่ดีเท่าไร แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถามอะไร “เซียวอี”กัดฟันข่มอารมณ์คุกรุ่น ก่อนพยุงนั่วนั่วไปที่ห้องนอน “เธอไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

นั่วนั่วพยักหน้าแบบเนือยๆ ถึงแม้เธอจะโศกเศร้า แต่ก็รู้สึกหวานล้ำในใจเล็กๆ โชคดีจริงๆ โชคดีจริงๆ ที่ฉันมีคุณ ไม่งั้นฉันคงสติแตกไปแล้ว

บอสใหญ่เซียวในฐานะลูกชายคนโต แทบจะไม่เคยแตะงานบ้านมาก่อน เซียวจวินนั้นเชี่ยวชาญด้านการมองสถานการณ์มาตั้งแต่เด็กๆ และมักจะประจบคนที่มีอำนาจมากที่สุด เมื่อเขาค้นพบว่าพี่ชายนั้นเป็นหัวหน้าครอบครัวที่แท้จริง เขาก็ทุ่มสุดตัวที่จะเอาใจพี่ชาย ทำอาหาร ล้างจาน และทำความสะอาด เซียวจวินรับงานบ้านมาเกือบทั้งหมด เพื่อที่จะให้พี่ชายควักเงินออกจากกระเป๋าให้เขาเพิ่มนั่นเอง ซีอีโอผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ที่ต้องเผชิญหน้ากับห้องทานข้าวที่เละเทะรู้สึกหมดหวัง

หลังจากเก็บกวาดพื้น และเอาจานที่ยังสภาพสมบูรณ์วางลงในอ่าง บอสใหญ่เซียวพยายามทบทวนความจำว่า เวลาที่เซียวจวินหรือแม่ล้างจานนี่ เขาล้างน้ำเปล่าหรือน้ำยาก่อนกัน ขณะที่กำลังใช้ความคิด เขารู้สึกถึงอะไรอุ่นๆที่เอว มองลงไปก็พบแขนขาวๆ นุ่มๆ คู่หนึ่งที่โอบรอบเอวเขา —— นั่วนั่วกำลังกอดเขาจากด้านหลัง

นั่วนั่วหัวเราะ “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นด้านนี้ของคุณ มันเยี่ยมจริงๆ”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยพิงแผ่นหลังกว้างแข็งแรงของบอสใหญ่เซียว ก่อนสูดกลิ่นกายของเขาเฮือกใหญ่ อาาา เธอรู้สึกโล่งใจจริงๆ ตอนที่เธอกำลังอ่อนแอจนอยากร้องไห้แบบสุดๆ บอสใหญ่เซียวสวมผ้ากันเปื้อนเพื่อช่วยเธอล้างจาน ถ้ามีคนถามว่าเวลาไหนที่ผู้ชายนั้นมีเสน่ห์มากที่สุด นั่วนั่วตอบได้แบบไม่ต้องลังเลเลยว่า: ตอนทำงานบ้าน!

“ซียวอี้บีบมือเล็กๆ นั่น หันไปมองเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จในชุดนอนสีเหลือง ผมเต็มไปด้วยหยาดคริสตัลเล็กๆ น่ารัก ดวงตาทอประกายสดใสที่มองมาทางเขา ทันใดนั้นใจเขาเต้นแรง และรู้สึกขมๆหวานๆ ไม่ใช่ว่าเมื่อก่อนเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็มองหรานชิงเหอด้วยสายตาสดใสแบบนี้หรือไม่ เธอได้ใช้ริมฝีปากเล็กๆ นุ่มๆ นั้นจุมพิตเขาด้วยหรือเปล่า

ในสมองของบอสใหญ่เซียว มีภาพวิ่งผ่านไปมากมาย หัวใจเขาราวกับถูกบิด บรรยากาศอบอุ่นอ่อนหวานละลายไปจนหมด

“นั่วนั่ว เธอกับ หรานชิงเหอ……”

บอสใหญ่เซียวชะงัก เขาถอนหายใจก่อนส่ายหัว “ลืมมันซะ” ตอนนี้ไม่เหมาะสักนิด เขาควรจะรอให้ลุงกับป้าสวี่ดีขึ้นก่อน ——

“ไม่!”

เซียวอี้ยังจมอยู่ในจินตนาการของตนเองเมื่อเขาได้ยินนั่วนั่วพูดเสียงดัง เธอสบตากับเขาก่อนส่ายศีรษะอย่างมั่นคง “อี้ เขากับฉัน ไม่มีอะไรกันเลย คุณเชื่อฉันไหม”

“……” ใช้การกระทำแทนคำพูด ริมฝีปากอุ่นร้อนแนบลงมาอย่างกระตือรือร้น ไม่สำคัญแล้ว มันไม่สำคัญสักนิด ถึงแม้ว่าเขาและเธอจะมีอะไรกัน ก็ไม่เป็นไร เพราะฉันจะไล่ตามเธอ จนกว่าฉันจะได้เธอมาอยู่ข้างตัวฉันอีกครั้ง

พ่อหมาป่าสีเทาตัวโตกอดเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยขนฟูไว้ และพอใจที่ได้จูบเธออย่างล้ำลึก หน้าผากชิดหน้าผาก ลิ้นพัวพันกันจนพวกเขาต้องหอบหายใจ สูดกลิ่นของกันและกัน อย่างไม่อยากแยกจากกัน เซียวอี้ก้มหน้าลง ก่อนขบติ่งหูนั่วนั่ว เป็นการลงโทษที่ทำให้เขาหึง หูกระต่ายนั้นเป็นจุดที่อ่อนไหวจึงเริ่มร้อนจนแทบจะไหม้ แต่บอสใหญ่เซียวนั้นไม่หยุดเคลื่อนไหว รอยจูบนั้นเลื่อนต่ำลงไปตามลำคอ สลับกับดูดเลียขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างที่เธอไม่ทันเตรียมตัว มือเขาก็ปลดกระดุมเม็ดแรกอย่างว่องไว นั่วนั่วยอมสยบต่อรอยจูบของหมาป่าสีเทาตัวโต ขาเธอเหมือนจะหมดแรง เอนกายพิงไหล่แกร่ง หลับตาลงและปล่อยให้เขานำไป

ถ้าพวกเราสามารถทำต่อไปแบบนี้คงดี…….นั่วนั่วกลัวตัวเองที่คิดแบบนี้ เธอกล้าคิดแบบนี้ได้ยังไง พ่อแม่เธอยังอยู่ในโรงพยาบาล และเธอยังมีอารมณ์กับบอสใหญ่เซียว……

เมื่อเซียวอี้รู้สึกว่านั่วนั่วเสียสมาธิ เขาก็หยุดเช่นกัน มือกว้างสัมผัสใบหน้าแดงระเรื่อ ถอนหายใจ: ตอนนี้ไม่เหมาะจริงๆ นั่นแหละ “นอนต่อเถอะ พรุ่งนี้เราจะไปโรงพยาบาลกัน”

นั่วนั่วพยักหน้า และกลับไปนอนอย่างว่าง่าย ฟังเสียงบอสใหญ่เซียวล้างจานแบบอึกทึกครึมโครม ทำความสะอาดห้องครัว ห้องทานข้าว……. ในที่สุดก็มีแต่ความเงียบ นั่วนั่วหมดแรงกับเหตุการณ์วันนี้ ถ้าเป็นวันธรรมดา ปกติหัวถึงหมอนเมื่อไร เธอก็กรนแล้ว แต่คืนนี้ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยหลับไม่สบายจริงๆ เธอเหนื่อยสุดๆ แต่ความคิดในหัวนั้นยังล่องลอยไปมาไม่หยุด ไม่สามารถข่มตาลงได้เลย

พ่อคะ แม่คะ…….เซียวอี้

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่ยังสับสนได้ยินเสียงประตูปิดลง กระโดดขึ้นมานั่งพร้อมเสียงกรี๊ดและตะโกนเรียกชื่อบอสใหญ่เซียว

เสี้ยววินาทีถัดมา เซียวอี้อยู่ข้างเตียงนั่วนั่ว ด้วยสีหน้าเป็นกังวล พูดเสียงต่ำ “นั่วนั่ว นั่วนั่ว อย่ากลัวไปเลย เป็นแค่ฝัน เธอแค่ฝันไป”

เมื่อเธอได้ยินเสียงพึมพำทุ้มต่ำของบอสใหญ่เซียว เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยใช้แรงที่เหลือกระโดดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนเซียวอี้ น้ำตาไหลริน

“อย่าไปนะ อยู่กับฉันก่อน——” ฉันกลัว กลัวจริงๆ กลัวว่าพ่อจะป่วย กลัวว่าแม่จะหัวใจแตกสลาย กลัวมากที่สุดคือคุณจะเข้าใจผิดจนทิ้งฉันไป

“เซียวอี”กระชับอ้อมกอดรอบๆ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแสนเปราะบาง “หืมม์ ฉันจะอยู่ตรงนี้กับเธอ ไม่ไปไหน”

นานแสนนาน สองคนกอดกันแบบนั้น ง่วงงุนแต่ไม่อาจหลับลง——

“นั่วนั่ว.”

“หือ”

“จำไว้นะ ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม อย่าร้องไห้ในอ้อมแขนคนอื่น” เพราะว่า ความเปราะบางของเธอ เปิดเผยกับฉันได้คนเดียวเท่านั้น ฉันเป็นเพียงคนเดียวที่จะสามารถปกป้องเธอ รักเธอ

ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป

[1] 吃的盐 Chī De Yán: คนที่เคยพบเรื่องแย่ๆมาเกินพอ

[2] 脚踏两条船 Jiǎo Tà Liǎng Tiáo Chuán: เหยียบเรือสองแคม จับปลาสองมือ คบพร้อมกันสองคนนั่นเอง