0 Views

บทที่ 45 ขุดหลุมดักหมาป่า

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยรู้ดีว่า บอสใหญ่เซียวนั้นกำลังลำบากใจเป็นที่สุด

ถึงแม้เธอจะไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่สัญชาตญาณของผู้หญิงนั้นบอกเธอว่า ตอนนี้แหละใช่เลย เซียวอี้รับรู้ถึงการมีอยู่ของหรานชิงเหอจอมเจ้าชู้ และ “การที่เธอมีกิ๊ก/ความรัก” หรือว่าคืนนั้นเขาเข้าใจว่า คนในรถของซู่ซู่คือชายหนุ่มคนอื่น เขาถึงโกรธจัดขนาดนี้

หลายวันมานี้ บอสใหญ่เซียวไม่โทรหาเธอแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีแม้กระทั่ง QQ, MSN หรือ อีเมลล์ ทุกช่องทางนั้นเงียบกริบ วันพฤหัสนั้นเป็นวันหยุดของนั่วนั่ว เธอนอนตื่นสาย แต่งตัว ก่อนตรงไปที่บริษัท Owl Wing เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทำโน้นทำนี่ไปเรื่อยเหมือนยังทำงานอยู่ที่บริษัทเดิม เธอไปหาหลินเอ็มเอ็มเพื่อไปรับกล่องข้าวกลางวันของบอสใหญ่เซียว แวะไปที่ครัวเล็กเพื่อรับอาหารกลางวัน ทำเอาป้าๆในโรงอาหารเบิกตากว้างจนเหมือนจะหลุดออกมาจากเบ้าเลยทีเดียว

การกลับสู่แผนกวางแผนของเธอหลังจากหายไปนานนั้น ทำเอาทั้งแผนกบ้าคลั่งไปหมด

ตอนเที่ยง เหล่าชายหนุ่มในแผนกอยู่ในอารมณ์อู้งาน คุยเล่น ท่องเน็ตเรื่อยเปื่อย ดวงตาจับจ้องไปที่นาฬิกา  รอให้เที่ยงครึ่งอย่างกระตือรือร้น เพื่อที่จะวิ่งไปที่โรงอาหาร ทุกคนกำลังรู้สึกเบื่อ ตอนที่ได้ยินเสียงกระแอมชัดเจนจากทางเข้า พอเหลือบมองทางนั้นก็ได้แต่สูดหายใจลึกเฮือกใหญ่

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแสนบริสุทธิ์น่ารัก สวมกระโปรงสีแดงเข้มที่มีรอยผ่าเล็กๆ ผมดำยาวสลวยนั้นมีปิ่นปักผมรูปกระต่ายเสียบอยู่ ในมือถือกล่องข้าวกลางวันของบอสใหญ่เซียว ส่งรอยยิ้มอบอุ่นให้พวกเขาด้วยนัยน์ตาเป็นประกาย

ชายหนุ่มที่เด็กที่สุดนั้นไวที่สุด เขาตะโกนก่อนวิ่งไปหานั่วนั่ว “อัยย่ะย๊า ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม นี่คือเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยจริงๆเหรอ กระต่ายน้อยตัวเป็นๆ จริงเหรอเนี่ย? พวกเราไม่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตเพศหญิงบนชั้นสิบเจ็ดมานานแล้วนะ”

นั่วนั่วที่ชินแล้วก็ได้แต่ปิดปากหัวเราะ แค่ชั่วพริบตา ทุกคนก็แห่กันมาล้อมเธอไว้เป็นวง

“พี่สะใภ้ล้างจาน เธอมาเช็คพี่เซียวใช่ไหม ฉันบอกเลย หลังจากเธอออกไป พี่เซียวทำตัวดีมาก ดีมากจริงๆ เขาไม่เคยปิดประตูออฟฟิศดูหนังอะไรที่เขาไม่ควรดูเลย (หนังโป๊นั่นแหละค่ะ)

“ชิชะ ไอ้เด็กเหลือขอ เอ็งจะไปรู้อะไร ไม่ใช่ว่าเซียวอี้น่ะเจอนั่วนั่วน้อยที่บ้านทุกวันหรอกเหรอ” เฟยหลงลูบหัวเซียวซือ ผลักเขาไปอีกข้าง ก่อนเบียดเข้ามายืนตรงหน้านั่วนั่ว น้ำตานองใบหน้าแก่ๆนั้น “นั่วนั่วของพวกเราต้องมาหาพวกเราแน่ๆ โฮๆ หลังจากที่เธอออกจากแผนกวางแผนไป ชื่อแผนกนี้ก็เปลี่ยนไปเป็น แผนกสงฆ์ แล้ว”  

“ใช่แล้ว นั่วนั่วน้อย เธอน่าจะกลับมาทำงานที่นี่นะ ได้ตรวจสอบพฤติกรรมสามีทุกวันน่ะ ไม่ดีตรงไหน?”

“กระต่ายขาวตัวน้อย ฉันคิดถึงเธอจริงๆนะ *สะอึก* ถ้าฉันพูดแบบนี้ พี่เซียวคงไม่เล่นงานฉันหรอกนะ?”

……

นั่วนั่วยิ้มหวาน ล้อเล่น ก่อนตอบคำถามแปลกๆเพี้ยนๆไปพร้อมกัน ดีจริงๆ ขั้นตอนแรกประสบความสำเร็จด้วยดี —- ทำให้เซียวยีเห็นว่า ฉันน่ะป็อบแค่ไหน การกลับมาที่ Owl Wing ของฉัน นั้นเป็นสิ่งจำเป็น และยังเป็นความต้องการของฉันด้วย!

หลังจากหยอกล้อกับทุกคนอยู่พักใหญ่ พักกลางวันก็มาถึง พวกเขาจากกับเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไร เพื่อลงไปกินข้าว นั่วนั่วลุกขึ้นแต่ไม่รีบเข้าไปในห้องทำงานของบอสใหญ่เซียว เธอมองไปรอบๆอยู่ครู่ใหญ่ แต่ไม่เห็นร่างของคนที่เธออยากเห็น คนที่ออกไปช้าที่สุด บอสเฟยหลง สังเกตุเห็นก่อนส่ายหัวพร้อมถอนหายใจไปด้วย

“นั่วนั่วน้อย เธอรู้จักคนคนนั้นดี ภายนอกนั้นแสนสงบ แต่หัวใจนั้นอ่อนโยนลึกซึ้ง เธอกับเซียวยีรักกันมากขนาดนั้น……..เฮ้อ ต้องให้เวลาเขาทำใจบ้าง…………”

นัยน์ตาเป็นประกายสดใสของนั่วนั่วหมองลงอย่างรู้สึกผิด “พี่จื้อหยวน…………ต้องหาความสุขของตัวเองเจอแน่ๆ” หลังพูดจบ มุมปากทั้งสองก็ยกขึ้น ก่อนเดินเข้าไปในห้องทำงานของประธานบริษัท อีกด้านหนึ่ง ร่างที่หลบอยู่ในมุมมืดนั้นชะงัก หมัดที่กำแน่นนั้นค่อยๆคลายออก

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย แค่ได้เห็นว่าเธอมีความสุขแค่ไหน ฉันก็มีความสุขมากแล้ว

ข้อเสียร้ายแรงที่สุดของการเป็น เมนเซา (闷骚) คือแม้ตอนที่พวกเขาเศร้า พกเขาต้องแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่แหละ ฉันจะได้เจอกับคนที่เธอบอกว่าถูกลิขิตมาให้อยู่กับฉันหรือเปล่านะ

ภายในห้องทำงานของประธาน นั่วนั่วตื่นเต้นอยู่หน่อย ก่อนเดินไปตรงหน้าเซียวอี้ช้าๆ

ชายหนุ่มในเก้าอี้โยก หลับไหล คิ้วขมวดกันยุ่ง แม้กระทั่งตอนหลับ เขายังเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและไม่แน่ใจ หัวใจนั่วนั่วสั่นเล็กๆ ช่วงนี้บริษัทยุ่งอะไรนักหนานะ พวกเขาเพิ่งทำโปรเจคเสร็จไปตั้งหลายชิ้นนิน่า ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่ผ่อนคลายที่สุดสำหรับบริษัทและบอสใหญ่เซียวนี่น่า แต่คนคนนี้ยังทำโอทีทุกวัน

ถึงเธอจะไม่ใช่พนักงานที่บริษัท Owl Wing แล้ว มีหลายครั้งที่นั่วนั่วอยากถามแต่ก็ห้ามใจไว้ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบริษัท เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยถอนหายใจเบาๆ เซียวอี้ที่หลับตานิ่งตกใจตื่น ขณะที่เขาลืมตาและเห็นเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย ก็ไออย่างไม่เป็นธรรมชาติและหันหน้าหนี

“เธอมาทำไม”

เธอไม่สนใจน้ำเสียงเย็นชาของบอสใหญ่เซียว เจ้ากระต่ายน้อยจัดเตรียมอาหาร และยังไปชงกาแฟแก้วหนึ่งให้เซียวอี้เป็นพิเศษ ยกมาวางตรงหน้าเขา ก่อนยิ้ม “ฉันได้ยินมาว่า หลายวันมานี้ คุณทำโอทีตลอด เมื่อคืนยังค้างที่บริษัทด้วย ฉันเป็นห่วงเลยมาหาคุณค่ะ”

เมื่อเซียวยีได้ยิน ตาเขาก็ทอประกายก่อนแอบตัดสินใจว่าต้องคุยกับหลินเอ็มเอ็ม สาวช่างซุบซิบ เรื่องโบนัสเสียแล้ว ระหว่างที่เขาจมอยู่ในภวังค์ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็วางมือลงบนหน้าผากบอสใหญ่เซียว “สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย ไม่มีไข้ใช่ไหมคะ”

เพราะว่าบอสใหญ่เซียวยังครุ่นวิตกอยู่กับเรื่องรักแรก เมื่อเห็นท่าทีใกล้ชิดสนิทสนมของนั่วนั่ว เขาหันหน้าหนีแบบไม่รู้ตัว มือของเจ้ากระต่ายน้อยค้างอยู่กลางอากาศ บรรยากาศกระอักกระอ่วนขึ้นมาทันที

นั่วนั่วถอนหายใจก่อนวางมือลง แกล้งทำหน้าเศร้า เธอทำปากเบะ “ถ้าคุณอยากลงโทษประหารฉัน อย่างน้อยก็น่าจะให้ฉันตายอย่างสงบสิ”

เมื่อได้ยิน คิ้วเข้มของเซียวอี้ยิ่งขมวดมุ่นแน่นขึ้น “อะไรตายหรือไม่ตาย…” ยังพูดไม่ทันจบ เมื่อเขาหันไป ก็เห็น นั่วนั่วปริ่มไปด้วยน้ำตา ดวงตาแดงก่ำ ความตั้งใจของบอสใหญ่เซียวถูกสั่นคลอน และหัวใจเขาเหมือนถูกคลื่นซัด

นั่วนั่วที่ใกล้ร้องไห้เต็มที “คืนนั้นมือถือฉันแบตหมด เลยไม่ได้รับโทรศัพท์คุณ และทำไมคุณถึงโกรธฉันขนาดนี้ คุณไม่ได้ติดต่อฉันทั้งอาทิตย์เลย…….จนฉันต้องถามคนอื่นเรื่องคุณ……….”  

เมื่อบอสใหญ่เซียวเห็นแบบนี้ ปราการในหัวใจทั้งหมดถล่มลงทันที เขากอดนั่วนั่ว ก่อนดมกลิ่นหอมอ่อนๆของเส้นผมเธออย่างหิวโหย เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เขาเอ่ยอย่างไม่ค่อยน่าเชื่อถือนัก “พักนี้ที่บริษัทยุ่งมาก”

“คุณก็ยังโกหกฉันอยู่ดีนั่นแหละ!” เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเงยหน้าขึ้น ก่อนเปิดโปงความจริง “คุณยุ่งขนาดที่โทรหาฉันไม่ได้เลยงั้นเหรอ”

เซียวอี้ชะงัก แววตากลายเป็นสับสนยุ่งเหยิง

ไม่ใช่เขาไม่อยากโทรหา ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากไปหา แต่พอฉันคิดถึงคำสามคำนี้ “หรานชิงเหอ” หัวใจฉันก็อดหึงหวงไม่ได้ แค่คิดว่าเธอเคยจับมือชายอื่น เคยสาบานอย่างจริงใจ ว่าอยากสร้างครอบครัวแสนสุขด้วยกัน ฉันก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโมโห ฉันแค่อยากให้เวลาเราสักเล็กน้อย ฉันอยากสงบจิตใจสักหน่อย และคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี

“หวงเหยียน” เธออยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้แล้วแน่ๆ แต่หลังจากที่เขาลงทุนลงแรงใช้วิธีใต้โต๊ะเพื่อให้นั่วนั่วไปอยู่ที่นู้นแล้ว เขาจะเกลี้ยกล่อมเธอให้ออกจากที่นุ้นได้อย่างไรกัน แล้วถ้าออกมาแล้ว เขาควรจะทำอย่างไร เขารู้จักเจ้ากระต่ายน้อยดีพอที่จะรู้ว่าเธอไม่อยากอยู่บ้านเป็นแม่บ้านเฉยๆแน่ แล้วเขาควรจะให้เธอทำงานที่ไหนดี

เซียวอี้เข้าใจดีถึงแก่นแท้ของปัญหา : อีกาใต้พระอาทิตย์ทั้งหมดนั้นเป็นสีดำ [1] ไม่ว่านั่วนั่วจะอยู่ที่ไหน ถึงแม้ว่าจะไม่มีรักแรก แต่เธอก็อาจจะเจอ จางชิงเหอ หลี่ชิงเหอ………หลายวันมานี้ นอกจากการทำสงครามเย็นกับเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแล้ว สิ่งที่กวนใจบอสใหญ่เซียวที่สุดคือเรื่องนี้เอง

เซียวอี้นึกถึงเรื่องนี้ ถอนหายใจก่อนเอ่ย “นั่วนั่ว……”เขาอยากรู้เรื่องหรานชิงเหอจากปากเธอเอง แต่คำพูดเหมือนจะติดอยู่ที่ลิ้น เซียวอี้ส่ายหัวก่อนเอ่ย “ไม่เป็นไร”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกระพริบตาปริบๆ “จริงเหรอคะ”

“เอ่อ หลังจากอาทิตย์นี้แล้ว ฉันมีเวลาอยู่กับเธอแน่นอน”

“อืม” นัยน์ตานั่วนั่วส่องประกายเจ้าเล่ห์ เยี่ยมเลย ขั้นที่สอง การหยั่งเชิง นั้นสำเร็จเรียบร้อย เธอเห็นว่าบอสใหญ่เซียวลังเลแค่ไหนตอนพูด อยากถามแต่ก็ไม่กล้า แบบนี้เขาต้องรู้เรื่องหรานชิงเหอแน่นอน

> O <

หัวข้อที่อ่อนไหวแบบนี้ ฉันต้องใช้มันในขั้นตอนสุดท้ายเพื่อจะกลับมาทำงานที่บริษัท!

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแกล้งทำเป็นครุ่นคิด ก่อนถูไถตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนบอสใหญ่เซียว เอ่ยแบบอายๆ “ครั้งก่อน คุณพูดถึงเรื่อง……จะให้พ่อแม่คุณมาพบพ่อแม่ฉันเหรอคะ เอ่อ เหมือนว่าวันเสาร์อาทิตย์นี้ ครอบครัวฉันว่างอยู่ค่ะ”

เมื่อได้ยิน บอสใหญ่เซียวโยนทุกอย่างในใจทิ้งไปชั่วคราว ดวงตาเป็นประกาย ที่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยพูดมา…..มันคือสัญญาเรื่องแต่งงานไม่ใช่เหรอ

นั่วนั่วรู้สึกเขินเมื่อรู้สึกว่าเซียวอี้จ้องเธอ ใบหูร้อนผ่าว มองไปไกล “สุดสัปดาห์นี้คุณลุงคุณป้าว่างหรือเปล่าคะ”

บอสใหญ่เซียว, “ว่างสิ! ว่าง!”

บอสใหญ่เซียวเหมือนจะกลายร่างเป็นสุนัขแสนเชื่อฟัง ที่หางกวัดแกว่งไปมา เห่าอย่างตื่นเต้น ไปเสียแล้ว โดยไม่รู้เลยว่า เขาใกล้จะตกหลุมที่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยขุดเตรียมไว้แล้ว……

+++++

[1] ไม่ว่าจะที่ไหนในโลกก็เหมือนกัน