0 Views

บทที่ 44 ดอกซิ่งยื่นออกนอกกำแพง

หลังจากซื้อเสื้อเชิร์ตแล้วเงินเก็บครึ่งปีของนั่วนั่วก็บินหายไปทางประตู >__<

ด้านหนึ่งนั่วนั่วก็โกรธที่แบรนด์แบบนี้ไม่เคยจะมีส่วนลดอะไรกับเขาบ้างเลย อีกด้านเธอก็ครุ่นคิดหาวิธีเปลี่ยนความเคยชินในการจับจ่ายใช้สอยของบอสใหญ่เซียว เธอทั้งกินทั้งดื่มกับซู่ซู่ เล่นอยู่ข้างนอกจนห้าทุ่มก่อนกลับบ้าน โชคดีที่ซู่ซู่มีรถ รถเต่าเธอส่งนั่วนั่วลงที่หน้าตึก

หลังจากเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยและเพื่อนสนิทบอกลาซึ่งกันและกันแล้ว เธอก็ออกจากรถไปอย่างร่าเริง ในมือถือเงินเก็บครึ่งปีไว้ (>__<) มุ่งหน้ากลับบ้าน ทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังขึ้นจากมุมถนน “นั่วนั่ว.”

ทันทีที่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยหันไปก็สบตาเข้ากับบอสใหญ่เซียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟริมถนน แสงริบหรี่ห้อมล้อมรอบกายเขาด้วยแสงอบอุ่น อ่อนโยนอย่างอธิบายไม่ได้ และสง่างาม รองเท้าหนังสีดำ กางเกงขายาวสีน้ำตาลกับเสื้อเชิร์ต บอสใหญ่เซียวสวมเสื้อผ้าเรียบง่ายได้ดูดีมีสไตล์เป็นอย่างยิ่ง

แต่ขณะที่ผู้ชายแสนอหังการ ที่แสนน่าดึงดูด มีบางอย่างเพิ่มเติมเข้ามา เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยสามารถอ่านแววตาเป็นประกายของบอสใหญ่เซียวได้: ความขุ่นเคือง

บอสใหญ่เซี่ยวมาหานั่วนั่วที่บ้านแบบไม่บอกไม่กล่าว

หลังจากทำโอทีเสร็จ ก็สี่ทุ่มครึ่งแล้ว ด้วยความเคยชินเซียวอี้โทรหาเจ้ากระต่ายน้อยแต่กลับไม่มีคนรับ บอสใหญ่เซียวปลอบใจตัวเอง นั่วนั่วกำลังสนุกเลยไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ละมั้ง เขาน่าจะลองโทรหาเธออีกครั้ง แต่กลับมีเสียงเรียบๆของผู้หญิงดังขึ้น:

ขอโทษค่ะ หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ ……….. (ปิดเครื่อง)

เซียวอี้ชะงัก ด้วยความโมโหเขาเขวี้ยงโทรศัพท์ลงบนพื้นจนแตกกระจาย

บอสใหญ่เซียวบ้าคลั่งไปแล้ว เขาโมโหสุดๆจนทั้งออฟฟิศรู้สึกถึงบรรยากาศเคร่งเครียด เจ้ากระต่ายน้อยตัวน้อยทำผิด ทำผิดมากๆ เซียวอี้เองก็ไม่เข้าใจว่าเธอไปกินข้าวกับใครกันแน่ แล้วทำไมถึงไม่ยอมรับสายจากแฟนของตัวเอง และยังปิดเครื่องเพื่อไม่ให้ถูกรบกวนอีกด้วย

ซูนั่ว ดีจริง

นี่มัน ดี–จริง–จริง

น้ำส้มสายชูนั้นหมักกำลังได้ที่ เซียวอี้ที่โมโหหึงอย่างแรงเดินออกจากบริษัท แต่ไม่ได้กลับบ้าน ขับรถตรงไปที่บ้านนั่วนั่ว และเฝ้าคอยเจ้ากระต่าย

=__=

บอสใหญ่เซี่ยวกลัวว่าจะเจอพ่อแม่เธอ เขาจึงจอดรถวอลโว่ไว้ที่ซอยข้างหน้า ก่อนเดินไปที่บ้านเจ้ากระต่ายน้อย แอบอยู่ในเงามืดอย่างเฝ้ารอ รอแค่อึดใจ เจ้ากระต่ายน้อยก็กระโดดอย่างร่าเริงออกมาจากรถเต่าสีดำ

รถเต่าเป็นรถที่น่ารักและเบามาก จึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้หญิง เมื่อซู่ซู่ คุณหนูน้อยผู้ร่ำรวยซื้อรถคันนี้ นั่วนั่วเรียกมันอย่างอิจฉาว่า “รถเฉพาะคุณหนู”  ถ้าบอสใหญ่เซียวไม่ได้โมโหจนหน้ามืด เขาน่าจะคิดได้ว่าคนขับต้องเป็นผู้หญิงแน่ๆ แต่เพราะหึงอย่างแรงจนไอคิวลดต่ำ บอสใหญ่เซียวสรุปทันทีว่าคนที่อยู่ในรถต้องเป็นหรานชิงเหอแน่ๆ  เขากัดฟันกร้วมอย่างโมโห และรอให้รถออกตัวไปก่อนจะโทรหาเจ้ากระต่ายน้อยด้วยเสียงแหบทุ้มต่ำ

นั่วนั่วที่เห็นว่าเซียวอี้กำลังรอเธออยู่ หัวใจเธอนั่นเต้นรัว

กลางคืนเดือนกันยายนนั้น แม้ลมที่พัดมาจะไม่เย็นนัก แต่อากาศก็ค่อนข้างจะเย็น พอสมควร บอสใหญ่เซียวเพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่นาน และงานที่บริษัทก็ยุ่งมาก สุขภาพของเขาก็เรียกว่าไม่ได้ดีนัก นั่วนั่วที่คิดแบบนี้ ก้าวเท้าเร็วๆวิ่งไปยืนหน้าเซียวอี้ เขย่งเท้าเพื่อแตะหน้าผากเขา

เฮ้อ โชคดีจริงๆ ถึงแม้ตาเขาจะแดงๆไปนิด หน้าก็ยังซีด แต่เขาไม่ได้มีไข้

“คุณมาทำไมกัน” หัวใจเจ้ากระต่ายขาวเต้นแรง พอคิดว่าบอสใหญ่เซียวมารอเธอนานแล้ว หัวใจเธอก็เจ็บปวด เอ่ย “ถ้ามีอะไร ก็โทรหาฉันสิคะ”

หลังจากพูดจบ ตาท่อนไม้เซียวอี้ที่เงียบกริบ เงยหน้าขึ้นอย่างเดือดจัด ถลึงตาใส่ “โทรหาเธอ? โทรหาเธอ แล้วเธอรับไหมล่ะ” นั่วนั่วกระพริบตา คืนนี้บอสใหญ่เซียวดูแปลกๆ เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา แบตหมด

>__<

เช้านี้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยจอมมึนลืมชาร์ตแบตอีกแล้ว บอสใหญ่เซียวที่กระหน่ำโทรจึงทำให้มือถือนั่วนั่วแบตหมดจนดับไปเอง

เมื่อเห็นนั่วนั่วอดหัวเราะสดใสไม่ได้ เธอเงยหน้าพยายามจะอธิบาย ตอนที่ริมฝีปากเซียวอี้แนบลงมา แม้นั่วนั่วจะชินกับการถูกบอสใหญ่เซียวกอดจูบแล้ว แม้จะยังไม่คืบหน้าไปขั้นถัดไป แต่รอยจูบที่ปุ๊ปปั๊บแบบนี้ก็ทำให้เธอตกใจเหมือนกัน

แต่ที่สำคัญที่สุดนี่มันทางเข้าบ้านเธอนะ ถึงแม้กลางดึกแบบนี้คนจะไม่เยอะ แต่พอคิดว่ามียามแอบดูฉากสวีทอยู่หลังหน้าต่าง นั่วนั่วก็หวาดๆ งานอดิเรกของลุงยามคือการเล่นไพ่นกกระจอกกับพวกป้าๆ พลางเม้าท์มอยไปด้วย เธอยังไม่อยากเป็นหัวข้อซุบซิบพรุ่งนี้นะ

เซียวอี้ที่รู้สึกถึงอาการเหม่อลอยของนั่วนั่ว แขนจึงกอดนั่วนั่วรัดแน่นเข้าอีก การใกล้ชิดกันแบบนี้ ทำให้ลมหายใจอุ่นๆของเซียวอี้รินรดบนใบหน้าและลำคอของนั่วนั่ว มันคันยุบยิบราวกับแมวกำลังกระโจนตามผีเสื้อ พยายามไล่จับแต่ก็จับไม่ได้

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยรู้ตัวแล้วว่าถ้ายังทำแบบนี้ต่อไป ต้องมีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ ด้วยความตระหนก เลยเริ่มดิ้น “เซียวอี้ อย่า—”

สองคนกำลังพัวพันกันยุ่ง ตอนที่มีเสียง “ปุ” เสื้อที่นั่วนั่วซื้อมา หล่นลงบนพื้นพร้อมถุงกระดาษ เบี่ยงเบนความสนใจของบอสใหญ่เซียว เขาปล่อยมือจากนั่วนั่วช้าๆ ใบหน้าบึ้งตึง จ้องถุงกระดาษด้วยความหึงหวง “นี่อะไร” หรานชิงเหอ ผู้ชายคนนี้ไปทานข้าวกับนั่วนั่วและซื้อของขวัญให้เธอด้วยงั้นเหรอ

“นี่คือ……” อมยิ้มที่ฉันซื้อให้คุณไง  นั่วนั่วลังเล เธอตั้งใจจะมอบให้เขาเป็นของขวัญวันเกิด ถ้าเธอเปิดเผยความจริงตอนนี้ ก็หมดโอกาสทำเซอร์ไพรสนี่น่า

เซียวอี้ที่เห็นสีหน้าหลบเลี่ยงของเจ้ากระต่ายน้อย จินตนาการของเขาก็เปิดเปิงไปไหนต่อไหน และรู้สึกเหมือนหัวใจโดนมีดเสียบเป็นรู ใบหน้าซีดขาวราวกับน้ำตาจะหยดลงมาได้ทุกเมื่อ เขาก้มลงเก็บถุงกระดาษ เมื่อจะเปิดห่อนั้นเอง เขาได้ยินนั่วนั่วตะโกน “อย่านะ!”

ไม่รอปฏิกิริยาของบอสใหญ่เซียว นั่วนั่วกลายร่างจากกระต่ายน้อยเป็นแม่เสือสาว คว้าถุงกระดาษไปจากเซียวอี้ทันที หลังจากนั่วนั่วถอยห่างไปในระยะปลอดภัยแล้ว เธอสำรวจเสื้อเชิร์ตอย่างละเอียด โชคดีมาก โชคดีจริงๆที่ห่อไม่ขาด เสื้อข้างในน่าจะยังปลอดภัยอยู่ เนอะ?

อย่างไงก็ตาม นี่มันเงินเก็บเธอครึ่งปีเลยนะ!!

ถ้าบอสใหญ่เซี่ยวเห็นเสื้อตอนนี้ก็จะไม่มีประโยชน์แล้ว เพราะว่า…เสื้อตัวนี้ต้องเข้าคู่กับของขวัญวันเกิดที่เธอตั้งใจทำให้เขาถึงจะมีความหมายน่ะสิ……..

ถ้ามองจากมุมหนึ่ง สองแก้มของเจ้ากระต่ายน้อยแดงก่ำ เธอกอด “อมยิ้ม” แน่น ราวกับสาวน้อยขี้อาย เหมือนหลุดไปในโลกใบน้อยของตัวเอง ส่วนอีกด้านหนึ่ง หัวใจบอสใหญ่เซี่ยวกำลังถูกไฟหึงลุกไหม้จนลุกโชน เมื่อเห็นนั่วนั่วหวงของที่หรานชิงเหอให้ เซียวอี้ก็ตกตะลึง ก่อนเอ่ยเสียงยะเยียบ

“มันเป็นอะไรถึงมีค่ากับเธอขนาดนั้น”

นั่วนั่วกระพริบตา เธอเองก็อยากอธิบาย แต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไง จึงได้แต่ส่ายหัวเอ่ย “ไม่ใช่นะ…ฉัน….”

“พอได้แล้ว!” เธอพูดไม่ทันจบ เซียวอี้ก็ตะโกนก้อง ตอนที่เจ้ากระต่ายกำลังมึน เขาก็วิ่งหายไปแล้ว นั่วนั่ว เธอทำให้ฉันผิดหวังจริงๆ

หลังจากได้รับใบแจ้ง หรานชิงเหอรีบไปที่ห้องประธานบริษัททันที เซียวจางจากแผนกธุรการแจ้งให้เขาทราบว่า ประธานเสี่ยวเสี่ยวกำลังตามหาเขาอยู่ เพราะว่าเขาเดินมาอย่างรวดเร็ว หรานชิงเหอมาถึงห้องประธานบริษัทด้วย เหงื่อเต็มหน้าผาก

เซียวเซียวนั่งตัวตรงบนเก้าอี้โยก กำลังรอเขาอยู่ พอเห็นหรานชิงเหอเข้ามา เขาพยักหน้า ส่งสัญญาณให้เขานั่งลง หรานชิงเหอที่เห็นสีหน้าเหมือนคนตายของเขา หัวใจเขาก็เต้นรัว  สถานการณ์ของบริษัท 《หวงเหยียน》นั้นไม่เหมือนที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานทำความสะอาด หรือจะเป็นผู้ช่วยประธาน ทุกคนก็รู้ว่า ประธานเสี่ยวเสี่ยวนั้นเป็นคนที่ชี้นิ้วสั่งอย่างเดียว [1]: ไม่สนใจเรื่องการเงิน และไม่สนใจเรื่องการบริหารคน

อันที่จริงเสี่ยวเสี่ยวนั้นไม่เหมือน CEO แต่เหมือนเป็นพนักงานด้านเทคนิคระดับสูงต่างหาก นอกจากเขียนโปรแกรมแล้ว เขามักจะปล่อยให้ผู้ช่วยมือหนึ่ง หลี่อวี้ จัดการงานอื่นๆในบริษัท มีคนพูดว่า หลีอวี้คนนี้มีประวัติดีมาก จบจากนอก และยังเป็นพนักงานระดับสูงในบริษัทเกมส์ระดับนานาชาติ หลังจากนั้นเขาได้ร่วมงานวงในกับบริษัทที่มีผู้นำเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง

ตอนแรกนั้น การพัฒนาของบริษัท《Huang Yan》นั้น เป็นไปอย่างตะกุกตะกัก ผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ยื่นมือมาช่วยอย่างใจกว้าง และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และหลี่อวี้คนนี้แหละคนถูกส่งมาช่วยบริหารบริษัท และจากนั้นมา อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับบริษัทก็ถูกรองประธานหลี่จัดการหมด โดยประธานลดบทบาทลงเรื่อยๆจนไม่เคยยุ่งในเรื่องนี้อีกเลย ดังนั้นพอเสี่ยวเสี่ยวเชิญเขามาคุย หรานชิงเหอจึงนึกอะไรไม่ออกเลย .

หลังจากเขานั่งลงเสี่ยวเสี่ยวเข้าเรื่องทันที “ชิงเหอ คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ตอนนี้มีเรื่องซุบซิบใหญ่โตในบริษัท ผมกลัวจะลุกลามใหญ่โต เลยเรียกคุณมาคุย”

เมื่อได้ยิน เหงื่อเย็นๆบนหน้าผากหรานชิงเหอเพิ่มปริมาณขึ้น ได้เพียงพยักหน้า “ครับ”

เสี่ยวเสี่ยวไตร่ตรอง “พักนี้ ผมได้ยินว่าคุณกับนักวางแผนคนใหม่ซูนั่วสนิทกันมาก เหมือนว่าพวกคุณรู้จักกันมาก่อน บางคนบอกว่า คุณใช้เส้นพาเธอเข้ามา” เสี่ยวเสี่ยวกลั้นหัวเราะ หยุดก่อนเลิกคิ้วสูง “คุณก็รู้ว่าผมเกลียดการเล่นพรรคเล่นพวก ดังนั้นผมจึงจำเป็นต้องถามคุณ”  (ผู้แปล: เส้นเธอมันใหญ่กว่านายเยอะนะ นายไม่รู้หรอก)

เมื่อได้ยินหรานชิงเหอเบิกตากว้าง โบกมือไปมาซ้ำๆ “ไม่ใช่ ไม่ใช่ผมนะ นั่วนั่วกับผม เธอกับผม ——” พูดไม่ทันจบ เหมือนอะไรบางอย่างสั่งการหรานชิงเหออยู่ เขากัดฟันและไม่พูดต่อ

(ผู้แปล: ก็ไม่ใช่นายจริงๆนั่นแหละ)

เสี่ยวเสี่ยวหน้าบึ้ง ลังเลก่อนใช้น้ำเสียงทางการ “ชิงเหอเอ้ย ผมก็ไม่อยากยุ่งกับเรื่องส่วนตัวคุณหรอกนะ แต่ผมหวังว่าคุณจะบอกเพื่อที่ผมจะไปทำงานของผมได้ ความลับของคุณ ผมจะเหยียบให้มิดเลย”

เมือได้ยิน หรานชิงเหอฝังใบหน้าลงกับฝ่ามือ ลดเกราะกำบังลงโดยสิ้นเชิง ผ่านไปพักใหญ่ก่อนเขาจะพูดด้วยเสียงเบาหวิว “เมื่อสามปีก่อน นั่วนั่วกับผมเคยเป็นคู่รักกัน——”

ปัง!

ชิงเหอพูดไปได้ครึ่งประโยคเมื่อเขาได้ยินเสียงอะไรหนักๆกระทบกำแพง และกระโดดขึ้นจากเก้าอี้อย่างตกใจ “อะไรน่ะ”

 

เสี่ยวเสี่ยวเหงื่อตก ยิ้มขอโทษ “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร พูดต่อสิ”

ชิงเหอสงบสติอารมณ์ ก่อนเริ่มต้นพูดอีกครั้งด้วยเสียงต่ำ “เฮ้อ คนดีๆมักจะเจอกับเรื่องไม่ดีเสมอ อันที่จริงพวกเรารักกันมาก เราเป็นรักแรกของซึ่งกันและกัน ตอนพวกเราคบกันนั้น เคยคุยกันเรื่องบ้านในอนาคต จะแต่งงานกับเมื่อไร ไปถึงเรื่องว่าลูกของเราจะเรียนที่ไหนด้วยซ้ำ นั่วนั่วเป็นเด็กดีมาก ตอนนั้นผมจนมาก แต่เธอก็ยังให้กำลังใจผมด้วยการเอ่ยเสมอว่า ถ้าพวกเราสองคนทำงานหนัก พวกเราจะเก็บหอมรอมริบเพื่อสร้างบ้านด้วยกัน เธอเต็มใจจะผ่อนบ้านกับผม”

ถอนหายใจลึก ดวงตาชิงเหอแดงระเรื่อ ขณะที่พูดต่อ “เพราะว่าความเข้าใจผิด เธอเลยทิ้งผมไว้ หลายปีมานี้ผมตามหาเธออย่าบ้าคลั่งมาโดยตลอด ผมอยากแก้ไขเรื่องเข้าใจผิดนี้ แต่ไม่เจอเธออีกเลย ใครจะรู้ได้ว่า ผมจะเจอเธอที่การสัมภาษณ์ เธอบอกกับผมว่า หลายปีมานี้ เธอลำบากมาก……”

ครึ่งชั่วโมงถัดมาหรานชิงเหอจบการบรรยายอันซาบซึ้งตรึงใจก่อนออกจากห้องทำงานเสี่ยวเสี่ยวไป หลังจากหรานชิงเหอจากไป เสี่ยวเสี่ยวปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที เขาสงบจิตใจก่อนเปิดประตูห้องออฟฟิศชั้นในด้วยความกลัว

ด้านในมีชายหนุ่มหล่อเหลาคนหนึ่งนั่งอยู่ แต่ริมฝีปากของเขาซีดขาวราวกับกระดาษ เสี่ยวเสี่ยวเช็ดเหงื่อเย็นๆจากหน้าผาก กระซิบ “พี่เซียว พี่โอเคหรือเปล่า”

ราวกับสวรรค์เล่นตลก รุ่นพี่ของเขาเซียวอี้ที่ทั้งหล่อเหลาสง่างาม ที่สามารถหลบเลี่ยงไส้ศึกและจัดการบริหารบริษัทได้อย่างไม่มีที่ติ มีทั้งบ้านทั้งรถ แต่กลับไม่สามารถห้าม แฟนสาวไม่ให้นอกใจได้ [2] โอ๊ย…ทำไงดีเนี่ย ที่หรานชิงเหอพูดมา รุ่นพี่เซียวที่อยู่อีกฝั่งของกำแพง [3] ได้ยินหมด แต่ตอนนี้จะทำไงดี

เสี่ยวเสี่ยวที่ไม่เคยมีประสบการณ์ปลอบใจใคร ได้แต่จิ้มเซียวอี้ที่ตัวแข็งทื่อ และถาม “ผมคิดว่า น้องสะใภ้ตัวน้อยแค่ไปทานข้าวกับเขาเฉยๆ แต่ไม่ได้ทำอะไรกันหรอก เอาแบบนี้ละกัน ในเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำไมพวกเราไม่แยกพวกเขาซะล่ะ”

“หรานชิงเหอทำงานที่นี่มาเกือบสองปีแล้ว ไม่เคยทำอะไรผิด ถ้าพี่คิดว่าใครต้องไป ทำไมพวกเราไม่เชิญน้องสะใภ้…” เซียวเซียวกลืนน้ำลายดังเอื้อก เมื่อเห็นสีหน้าไม่น่าดูของเซียวอี้ เขาไม่กล้าพูดต่อ หลังจากเงียบไปนาน เซียวเซียวเห็นรุ่นพี่ผู้โดดเด่นกัดฟันเล็กๆ

“เธอเคยมี….รักแรก……”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเคยรักใครมาก่อนฉัน

ฉันไม่ใช่รักแรกของเธอ

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแสนบริสุทธิ์ของเขา เคยถูกชายอื่นสัมผัสงั้นเหรอ

เป็นครั้งแรกที่บอสใหญ่เซียวรู้สึกเหมือนว่าโลกนั้นไม่ได้หมุนรอบตัวเขา

รักแรกอะไรกัน ฉันเกลียดมันสุดๆไปเลย

>O<

 

[1] 甩手掌柜 Shuai Shou Zhang Gui: ได้แต่ชี้นิ้วสั่ง โดยไม่เคยลงมือทำเอง

[2] 红杏出墙 Hong Xing Chu Qiang: กิ่งต้นบ๊วยแดง (红杏) ยื่นออกนอกกำแพงสวน (出墙), แปลว่าภรรยามีชู้ค่ะ

[3] นอกจากกำแพงในสำนวนข้อ [2].  แต่ในกรณีนี้ บอสใหญ่เซียวกับนั่วนั่วทำงานคนละที่กัน แต่นั่วนั่วกับหรานชิงเหอทำงานที่เดียวกัน เซียวเซียวกำลังหยอกบอสใหญ่เซียวว่าเป็นคนนอก และยังมีความหมายแฝงว่า นั่วนั่วกับหรานชิงเหอเป็นรักแรกของกันและกัน บอสใหญ่เซียวจึงกลายเป็นคนที่เข้ามาแทรกกลางความรักของทั้งคู่