0 Views

บทที่ 42 จี้ผินหนาน

นั่วนั่วที่พยายามลบการมีตัวตนของแฟนคนแรก หรานชิงเหอ ออกจากชีวิต จึงไม่ได้มีเบอร์โทรเขา แต่หลังจากที่พบกันที่บริษัท “หวงเหยียน” ตอนสัมภาษณ์ หรานชิงเหอก็ตามนั่วนั่วมา ขอเบอร์แล้วยังให้นั่วนั่วเมมเบอร์โทรเขาใส่โทรศัพท์อีกต่อหน้าอีกด้วย

ถึงแม้เจ้ากระต่ายน้อยจะไม่เต็มใจอย่างยิ่ง แต่ยังไงเบอร์โทรศัพท์เธอก็อยู่ในเอกสารสมัครงานอยู่ดี ด้วยฐานะผู้คัดเลือกหลักของเขา ถ้าหรานชิงเหออยากหาเบอร์มือถือเธอ ก็ง่ายนิดเดียว จึงแทบไม่มีอะไรแตกต่าง

ดังนั้นสองคนจึงแลกเบอร์โทรศัพท์กัน อันที่จริงการมีเบอร์หนุ่มหล่อไว้ก็ออกจะดี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ถ้าจู่ๆเขาก็โทรมาหา เธอจะได้ทันเตรียมตัวก่อน แต่นั่วนั่วไม่เคยคิดว่า จี้ผินหน่าน  (极品男) [1] คนนี้จะรุกเร็วขนาดนี้ และยังเลือกเวลาได้ดีมากอีกด้วย

นั่วนั่ววิ่งไปรับโทรศัพท์ที่ระเบียงโดยไม่สนใจสายตาฮึดฮัดของบอสใหญ่เซียว พอเธอรับ อีกฝ่ายก็เริ่มการแสดงทันที

=__=

“ที่รัก เธอทำอะไรอยู่”

นั่วนั่วตัวสั่นระริก ขนลุกซู่ จนอยากเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้ง เธอเอ่ยเสียงเรียบ “คุณโทรผิดแล้ว”

นั่วนั่วที่อยากวางสายเต็มที่ เมื่ออีกฝ่ายได้ยิน เอ่ยอย่างแตกตื่น “อย่านะอย่า อย่าเพิ่งวาง ไอ๊หย่า ~ล้อเล่นเฉยๆเอง”

นั่วนั่วกรอกตา “มีอะไร”

“ฮืมม์ เธอคิดถึงฉันไหม”

คำนี้ ถ้าใช้กับเพื่อนคือการหยอกเย้า ใช้กับคนรักคือการจีบกัน แต่บทที่จี้ผินหน่านคนนี้พูด คือพฤติกรรมเฮงซวย!!! นั่วนั่วถามแบบฉุนๆ “ตกลงมีอะไรกันแน่”

“ยินดีด้วยนะนั่วนั่ว  เธอผ่านสัมภาษณ์แล้ว พรุ่งนี้พวกเรามากินข้าวด้วยกันสักมื้อเป็นการฉลองเป็นไง ฉันจะอธิบายเรื่องสอบข้อเขียนให้เธอฟัง…”

นั่วนั่วสามารถใช้คำว่า “ขยะแขยง” มาบรรยายความรู้สึกตอนนี้ได้เลย เธอหน้าบึ้งก่อนขัดหลานชิงเหอ ถามงึมงำ “สอบข้อเขียนวันไหนเหรอคะ”

“อื้อ บ่ายสองโมง วันมะรืน”

“ฉันต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างคะ”

“ไม่ต้อง เอามาแต่ปากกาก็พอ แล้วก็มื้อเย็น——”

“อื้ม เข้าใจแล้วค่ะ บาย” เธอไม่รอให้จี้ผินหน่านพูดจบ นั่วนั่วตัดบท วางสายและปิดโทรศัพท์ ก่อนกลับเข้าห้องนอน เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทำแบบนี้เพราะจี้ผินหน่านคนนี้ช่างน่ารำคาญจริงๆ เธอเลยตัดสินใจปิดโทรศัพท์

แต่ในสายตาบอสใหญ่เซียว เขาเห็นเป็นอีกความหมาย

เขานั่งอยู่บนโซฟา สายตาราวกับนัยน์ตางู ก่อนถาม “ใครโทรมาน่ะ”

นั่วนั่วตระหนกเล็กๆ เห็นบอสใหญ่เซียวหน้าดำคร่ำเครียด ราวกับฝนจะเทลงมา เธอได้กลิ่นเปรี้ยวมากจากหม้อน้ำส้มสายชูเซียว (เขาหึงแบบสุดๆ) นั่วนั่วเห็นจึงแสร้งทำเป็นคิด เธอนั่งลงข้างเขาเอ่ยอย่างลังเล “อ้อ เพื่อนที่เจอบนถนนวันนี้น่ะค่ะ”

ดวงตาบอสใหญ่เซียวทอประกายอันตราย ถามด้วยเสียงขุ่นๆ “เพื่อน? ถ้าเพื่อนโทรมาหา ทำไมเธอต้องออกไปรับที่ระเบียง แล้วทำไมต้องปิดโทรศัพท์ด้วย?”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยต้องทำอะไรผิดแน่!

เมื่อนั่วนั่วเห็นว่าบอสใหญ่เซียวมีอะไรจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก จึงคันปากอยากถาม แต่ไม่กล้า จึงได้แต่แอบหัวเราะร่าเริงในใจ บอสใหญ่เซียวที่ราวกับเทพเจ้า แต่ตอนหึงนี่เขาน่ารักสุดๆไปเลย

นั่วนั่วปิดปากหัวเราะคิกคัก คิดว่าจะอธิบายกับเขายังไง บทที่ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว “เอ๊ะ บอสใหญ่เซียวอยากให้เธอไปทำงานที่บริษัท “หวงเหยียน” แต่ถ้าบอสใหญ่เซียวรู้ว่ารักแรกของเธอทำงานอยู่ที่นั่น เขาไม่เจ็บใจแย่เหรอไง”

ดวงตาสดใสกระพริบถี่ ก่อนตัดสินใจเงียบๆ เธอวางคางบนนิ้วชี้ มองไปไกล “อ้อ บอสใหญ่เซียวคะ อันที่จริง ที่มาบ้านคุณวันนี้ ฉันมีเรื่องอยากจะบอกค่ะ”

“อะไร?”

นั่วนั่วคลี่ยิ้มอ่อนโยนแสร้งทำเป็นกระต่ายแสนเชื่อง “คุณคิดถูกแล้วล่ะค่ะ สถานะฉันในบริษัทมันน่าอึดอัดจริงๆ ฉันอยากลาออกค่ะ”

บอสใหญ่เซียวคะ อีกไม่นาน ฉันจะทำให้คุณรู้ว่า “ยกหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง” มันหมายความว่ายังไง

ด้วยคำอนุมัติของบอสใหญ่เซียว การลาออกของนั่วนั่วเป็นไปอย่างรวดเร็ว อีกด้านหนึ่ง ด้วยการจัดการของบอสใหญ่เซียว กับความกระตือรือร้นของจี้ผินหน่าน ประกาศของ “หวงเหยียน” ออกตามมาอย่างรวดเร็ว

เพื่อนร่วมงานของนั่วนั่วนั้นค่อนข้างเฉยๆกับการลาออกของนั่วนั่ว แต่ก็มีเหตุผลอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างนั่วนั่วกับบอสใหญ่เซียวนั้นรู้กันทั่วบริษัท  กระต่ายขาวตัวน้อยตกถังข้าวสารทองไปแล้ว ทำไมเธอต้องทำงานด้วยล่ะ อันที่จริงการมาทำงานที่ OWL Wing นี่ถือว่าเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่คุ้มค่า แต่ที่แผนกวางแผนนั้นกับเศร้าซึม

ราชินีแห่งการซุบซิบ เฟยหลงคือคนแรกที่ได้ข้อมูลชัดเจน เมื่อเขาเห็นเจ้ากระต่ายน้อยเก็บของ ผู้เฒ่าคร่ำครวญอย่างขมขื่น “นั่วนั่ว เธอจะไปจริงๆเหรอ เธอทิ้งพวกเราไปได้จริงๆเหรอ”

พวกเขาพูดจบ ทั้งออฟฟิศก็เริ่มจ๊อกแจ๊ก

นั่วนั่วป๊อบมากในแผนกวางแผน เพราะเวลาเธอว่างมักจะช่วยรุ่นพี่ชงชา เช็ดโต๊ะ หรืออะไรพวกนี้เสมอ แม้แต่ผู้จัดการแผนกบุคคลยังบอกเลยว่า ตั้งแต่นั่วนั่วย้ายไปที่ชั้นแปดนี่ ฝุ่นน้อยลงเยอะ

แม้นั่วนั่วที่กลายเป็นพนักงานประจำและยังเป็นแฟนสาวของบอสใหญ่เซียวแล้ว เธอยังทำเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนี้ตลอด ดังนั้นทุกคนก็ชอบ “ว่าที่ภรรยา”ของบอสมาก และนั่วนั่วน้อยยังชอบกินขนม จึงซื้อขนมมาแบ่งคนในแผนกเป็นประจำ

>___<

นั่วนั่วเป็นหญิงสาวที่หน้าตาน่ารักและนิสัยดี เวลาพวกเขาแกล้งหรือล้อเธอ เธอก็ไม่โกรธแบบสาวๆคนอื่น แต่ตอนนี้จู่ๆเธอบอกว่าเธอจะลาออก ทำไมจะไม่มีใครเศร้าล่ะ

พอข่าวถูกประกาศ แผนกวางแผนจึงพร่ำบ่นถึงสวรรค์ พวกเขาถามโน้นถามนี่ แสร้งทำเป็นวุ่นวาย จึงทำให้นั่วนั่วรู้สึกซาบซึ้งมาก

“นั่วนั่วน้อย เธอทำแบบนี้ได้ไง เธอบอกว่าจะแนะนำสาวให้ฉัน ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้เจอเธอคนนั้นเลย เธอก็จะไปแล้ว”

“ถูกแล้ว ถูกแล้ว พี่สะใภ้ล้างจาน พอเธอลักพาตัวบอสใหญ่เซียวไปได้ จู่ๆจะถอยทัพไปแบบนั้น แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราล่ะ”

-__-|||

นั่วนั่วเหงื่อตก ทำไมต้องเวอร์กันจัง คำว่า “ลักพาตัวบอสใหญ่เซียว”

นั่วนั่วกำลังจะพูดอะไรบทที่ S.K. จากแผนกเทคนิควิ่งมาตรงหน้าเธอ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโมโห “ซูนั่ว ฉันเกลียดเธอ ฉันเกลียดดดดดดดดดดดดดดดเธอจริงๆ!!!”

“พี่S.K.?” นั่วนั่วกระพริบตา ทำไมข่าวการลาออกของเธอกระจายไปเร็วจัง แม้แต่ S.K. แผนกเทคนิคที่อยู่ชั้นหกยังรีบมาเลย

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเห็น S.K. ถลึงตามองอย่างโกรธๆ “ หน้าไม่อาย! มันมากเกินไปแล้ว! ฉันเป็นรุ่นพี่ของเซียวอี้นะ เธอสองคนมากเกินไปแล้ว”

นั่วนั่วเหงื่อตก “พี่พูดอะไรน่ะ”

“เธอก็รู้ว่าภรรยาฉันจะคลอดเดือนหน้า เดือนถัดไปก็จะเป็นวันฉลองครบเดือน พวกเธอตัดสินใจคบกัน (He Ti, 合体) [3] แล้วเธอยังมาลาออกตอนนี้อีก เธอคิดว่าทำแบบนี้ เพื่อที่จะให้อั่งเปา [4] ซองเดียวแทน สองซองเหรอไง

คะคบกัน……..

อีกาบินผ่านไป “กา กา” ทั้งออฟฟิศเงียบกริบ

นั่วนั่วปิดตา พูดอะไรไม่ออก

……

รุ่นพี่ S.K. คุณโหดร้ายเกินไปแล้ว

หลังจากผ่านไปสามวินาที แผนกวางแผนหัวเราะครืน——

“ใช่ๆๆๆ เราขอค้านสองคนหนึ่งซองแดง ต้องให้คนละซองถึงจะถูก”

“อ๋า จริงอ่ะ ดีดีเลย วันเกิดผมเดือนหน้า ผมจะเชิญพี่เซียวกะนั่วนั่วน้อยไปทานข้าวสักมื้อ”

“ผมด้วย! ผมด้วย!”

“อา เวลาทุกคนรวมกันแบบนี้ ความรักนั้นลอยล่องอยู่ในอากาศ [4]”

นั่วนั่วอยากจะร้องไห้ โชคร้ายที่ตอนนี้บอสใหญ่เซียวกับลุงไห่ออกไปพบลูกค้าข้างนอก เลยไม่มีคนคอยคุมเหล่าลูกลิงแห่งแผนกวางแผน เลยครึกครื้นเฮฮากันใหญ่ นั่วนั่วที่มีประสบการณ์ตรงว่ารุ่นพี่ทั้งหลายมีจินตนาการกว้างใหญ่อย่างยิ่ง เธอกลัวว่าพวกเขาจะไปกันใหญ่ นั่วนั่วรู้สึกว่าเธอทำอะไรไม่ได้เลย

ขณะที่นั่วนั่วใกล้จะร้องขอความช่วยเหลือนั่นเอง มีเสียงดัง “ปัง” ประตูห้องทำงานเล็กเปิดออก

ม่อจื้อหยวนลอยออกมาเหมือนกับผี ส่งสายตา “พวกนายว่างนักใช่ไหม” ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย เอ่ยเบาๆ “เจ้านายโทรหาฉัน ถามว่าทำไมเสียงดังนัก——”

“ฉันยังมีงานเหลืออยู่นิน่า งานๆๆ”

“ไอ๊หย๊า อ๊ะหยาๆมีสคริปที่เขียนค้างอยู่นี่น่า”

“อ๊ะ หัวหน้าแผนกเทคนิคกำลังตามหาฉันอยู่”

พอม่อจื้อหยวนพูดจบ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงานทันที นั่วนั่วมองม่อจื้อหยวนอย่างขอบคุณ แต่เขาไม่แม้แต่จะเหลือบมองเธอ หันหลังกลับเข้าออฟฟิศไป

บ่ายวันนั้น บอสเฟยหลงช่วยนั่วนั่วเก็บของ พลางบ่นไปด้วย “อันที่จริง เธอสองคนทำงานบริษัทเดียวกันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยนี่น่า ฉันไม่เข้าใจว่าเธอคิดอะไร”

นั่วนั่วยิ้มแต่ไม่พูดอะไร แต่พอเห็นบอสเฟยหลงเริ่มจิ๊กของจากโต๊ะเธอ: ปฏิทินตั้งโต๊ะแสนสวย กระบองเพชร ที่ใส่ปากกาลายปิกาจู และยังมีนิตยสารเกมอีกด้วย เจ้ากระต่ายทำปากยื่นก่อนทุบโต๊ะเสียงดัง “วางลงเดี๋ยวนี้นะ”

เธอน่าจะรู้ว่าบอสเฟยหลงมีเจตนาแอบแฝงในการเสนอตัวช่วยเธอเก็บของครั้งนี้

เมื่อได้ยิน บอสเฟยหลงยกยิ้ม “นั่วนั่วน้อย อย่างกนักเลย เธอจะไปแล้วนิน่า งั้นปฏิทินอันนี้ก็คงจะเหงาน่าดูเลยน๊า แล้วก็นิตยสารที่ตีพิมพ์โดยบริษัทพวกนี้เนี่ย ฉันยังอ่านไม่หมดเลย…….”

นั่วนั่วไม่รอให้บอสเฟยหลงพูดจบ เธอคว้าของคืนทันที ก่อนเก็บใส่ตู้ ล็อคอย่างดี เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยู่รอบๆ เธอกระซิบข้างหูบอสเฟยหลง “ฉันไม่ให้คุณหรอก………..เพราะอีกไม่นานฉันก็จะกลับมาใช้พวกมันใหม่อีกครั้ง”

ไม่ใช่แค่กลับมา แต่กลับมาแบบอลังการ

ฉันอยากให้บอสใหญ่เซียวกอดเท้าฉันแน่น ขอร้อง เหมือนกับเขากำลังกราบเจ้าแม่กวนอิม [5] กรุณากลับมาเถอะนะ ฮิ ฮิ

[1] 极品男 Ji Pin Nan: จี้ผินหน่าน หมายถึง ผู้ชายสุดเพอร์เฟ็ค ในที่นี้นั่วนั่วใช้คำนี้เพื่อประชด เพราะเธอคิดว่าเขาเป็นผู้ชายห่วยแตกจอมเจ้าชู้ที่ไม่รู้จักพอนั่นเอง

[2] 合体 He Ti: 合หมายถึงร่วม. 体หมายถึงร่างกาย. คำนี้มีสองความหมาย คบกัน กับ อีกอันไม่ค่อยอินโนเซนต์เท่าไร (สองร่างแนบชิดเป็นหนึ่งเดียว) รุ่นพี่ S.K. จงใจใช้คำนี้หรือเปล่าน๊า? 🙂

[3] 红包หงเป่า หรืออั่งเปาที่เรารู้จักกันนั่นเอง ซองแดงที่มีเงินขวัญถุงที่มักจะแจกกันช่วงปีใหม่หรือโอกาสพิเศษ

[4] 合体什么的,最有爱了 He Ti Shen Mo De, Zui You Ai Le:

ประโยคนี้มีความหมายแฝงอีกแล้ว คล้ายๆกับข้อ [2]. ความหมายแรกคือ การจัดงานเลี้ยงเช่น รับขวัญเด็ก งานวันเกิด อะไรพวกนี้ ความหมายแฝงคือ การแซวความสัมพันธ์ของนั่วนั่วกับบอสใหญ่เซียว

[5] 观音菩萨 Guan Yin Pu Sa เจ้าแม่กวนอิม ผู้ทรงความเมตตา (คงไม่มีใครไม่รู้จักมั้ง)