0 Views

บทที่ 4 ราชรถมาเกย

การโผล่มาแบบไม่คาดคิดของรถวอลโว่ ทำเอานั่วนั่วและกลุ่มเด็กๆได้แต่ยืนนิ่ง ก่อนเอียงคอดู หน้าต่างรถเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าเย็นชา นั่วนั่วอยากจะตะโกนแต่ก็ตะโกนไม่ออก “เจ้านาย” ก่อนเด็กหนุ่มที่ยืนข้างเธอจะเอ่ย

“พี่ฮะ”

นั่วนั่วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสีหน้าเธอเป็นอย่างไรตอนนี้ แต่ได้จ้องมองดวงตาอันตรายคู่นั้นของเซียวอี้ด้วยสายตาใสซื่อ

“เซียวจวินตอนนี้นายควรจะอยู่บนรถโรงเรียนไม่ใช่เหรอไง”

เซียวจวินเกาหัวแกรก รู้ตัวว่างานเข้าแน่ๆ “ผมเลิกช้าไปหน่อยนะพี่”

เมื่อเห็นบอสใหญ่เซียวโผล่มา กลุ่มเด็กหนุ่มก็แตกฮือวิ่งหนีไป

“เซียวจวิน พี่ชายนายมารับแล้วสิ งั้นพวกเราไปก่อนนะ”

“เจอกันพรุ่งนี้นะ”

“เซียวเกอ ลาก่อนครับ”

นั่วนั่วหัวเราะ คิดในใจว่า พวกหนุ่มๆคงอยากพูดว่า “อย่าได้เจอกันอีกเลย” มากกว่า

ในขณะนั้น รถเมล์แล่นออกจากป้าย ทิ้งนั่วนั่วกับเซียวจวินไว้ สองคนกับรถคันงาม และคนขับสุดหล่อหนึ่งคน

แต่เหมือนว่าคนขับรถรูปงามคนนี้ไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย เขาไม่กระพริบตาด้วยซ้ำตอนพูด “ขึ้นรถ!”

เซียวจวินเหลือบมองนั่วนั่วก่อนขึ้นรถวอลโว่ของพี่ชาย นั่วนั่วที่ตัดสินใจไม่ขยับ แต่รถเองก็ไม่เขยื้อนไปไหน เซียวอี้พูดช้าๆ “เธอด้วย ขึ้นรถ!”

หือ?

ด้วยตาเบิกกว้าง นั่วนั่วมองซ้ายมองขวา ป้ายรถเมล์นี้ไม่มีใครนอกจากเธออีกแล้ว หรือว่าบอสใหญ่จะได้ยินคำสองคำ แล้วคิดว่าเธอกำลังอ่อยน้องชายเขาน่ะ

%> _ <%

ไม่น๊า แค่คิดก็สยองแล้ว ข้อหาร้ายแรงอย่างนี้มีหวังโดนไล่ออกแน่ๆ

เซียวจวินนั่งฟังเงียบๆ กัดฟันอย่างกระวนกระวายก่อนอธิบาย “พี่ครับ เมื่อกี้…ผม… เอ่อ.. มันไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย ทำไมถึงให้เธอขึ้นรถมาด้วยละครับ”

นั่วนั่วได้แต่กลืนน้ำตาลงคอ สายตาว่างเปล่า เด็กโง่เอ๊ย เอ๊ะ ไม่รู้หรือไง “ไม่ใช่ความผิดเธอสักหน่อย” เป็นคำที่ใช้กันเกร่อตอนอยากปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ทำผิดน่ะ แล้วสีหน้านั่น “ถ้าเธอขึ้นรถ พี่ชายผมเหยียบคุณจมดินแน่ๆ” มันไม่ได้บอกว่าฉันเสร็จแหงแก๋แล้วเหรอไง เซียวอี้เข้าใจผิดไปเต็มๆแล้ว

ก่อนเซียวจวินจะทันพูดอะไรอีก พี่ชายเขาก็ส่งสายตาอำมหิตให้ เซียวอี้กระแอมก่อนพูด “เธอทำงานอยู่ที่บริษัทพี่ นายมีปัญหากับการที่เจ้านายจะคุยเรื่องงานกับลูกน้องเหรอไง”

ประโยคนี้ทำเอาเซียวจวินอึ้งกิมกี่ ก่อนหันมาจ้องนั่วนั่วทันที ด้วยสายตาไม่เชื่ออย่างแรง “เธอ…เธอ…ไม่ใช่นักเรียนโรงเรียนผมจริงๆเหรอ ผมนึกว่าเธอแค่แต่งตัวเกินวัยเฉยๆ”

นั่วนั่วเหงื่อตก ไม่พูดอะไร ก่อนเข้าไปนั่งที่เบาะหลังอย่างว่าง่าย

ทุกอย่างเงียบสนิท

ภายในรถคันหรูนั่วนั่วไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เธอหรือจะกล้าถาม “พวกเขากำลังจะไปไหน” จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าไปสู่บริเวณที่อยู่อาศัย “จื้อเว่ย” เธอเริ่มมีปฏิกิริยา บอสใหญ่กำลังขับรถส่งน้องชายกลับบ้านใช่ไหม ความคิดผุดขึ้นมา ก่อนจะเริ่มไล่เรียงลำดับ

บ้านเซียวจวิน….งั้นก็บ้านบอสใหญ่ด้วยน่ะสิ

นี่ก็บ่ายแล้ว บอสใหญ่กลับบ้านมากินอาหารกลางวันหรือเปล่าเนี่ย

นั่วนั่วนั่งเหงื่อตกอยู่บนเบาะหลังไม่หยุด การไปนัดบอดกับบอสใหญ่ยังน่าอายไม่พอเหรอไง วันนี้ยังถูกน้องชายเขาสารภาพรัก แล้วตอนนี้เขาคงไม่พาเธอไปทานข้าวเย็นหรอกนะ?

ระหว่างที่นั่วนั่วคิดอะไรเรื่อยเปื่อย รถก็หยุดลงที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง เซียวจวินปลดเข็มขัดนิรภัย มองนั่วนั่วก่อนมองพี่ชายตัวเองแบบอึ้งๆ “พี่ครับ…”

“ลงไป” เซียวอี้ขัดจังหวะน้องชาย “พี่กับป้าคนนี้มีธุระต้องคุยกัน นายบอกแม่ละกันว่าพี่จะไม่กลับมากินข้าวเย็น”

นั่วนั่วไม่ทันจะยินดีที่ไม่ต้องลงไปที่บ้านเซียวอี้ เธอเข้าใจว่าบอสใหญ่กำลังหงุดหงิดและอยากสร้างระยะห่างระหว่างเซียวจวินและเธอ เลยย้ำความแตกต่างระหว่างอายุอย่างชัดเจนแต่คำว่า “ป้า” มัน…

ที่เบาะหลังนั่วนั่วอดเคืองไม่ได้ เธอแก่ขนาดเป็นป้าได้แล้วเหรอ ถ้าเธอเป็นป้า ไม่ใช่ว่าเธอแก่กว่าเซียวจวินคนเดียวนะ เธอต้องแก่กว่าบอสใหญ่ด้วย แต่เธอเด็กกว่าบอสใหญ่ตั้งหลายปีอ่ะ

>___<

เซียวจวินกลับบ้านไปทานข้าวเย็นอย่างว่าง่าย แม้ว่าจะดูไม่เต็มใจอย่างยิ่งก็ตาม ตอนนี้ในรถเหลือแค่นั่วนั่วกับเซียวอี้เท่านั้น บรรยากาศน่าเกรงขามอย่างยิ่ง นั่วนั่วที่เงียบมาตลอดทางยิ้มหวานก่อนเอ่ย “เจ้านาย ที่คุณพูดว่ามีธุระกับฉันเรื่องงาน นี่คือเรื่องอะไรหรือคะ”

เซียวอี้จ้องถนน ตั้งอกตั้งใจขับรถ ก่อนพ่นออกมาคำหนึ่ง “มื้อค่ำ”

กรี๊ดด มื้อนี้ถูกลิขิตมาว่าต้องเป็นมื้อที่เธอกินอะไรไม่ลงแหงๆ

ระหว่างทาง นั่วนั่วได้แต่นึกถึงคำสอนของแม่ “ขนมไม่หล่นจากฟ้าโดยปราศเหตุผล ถึงแม้จะมีสักชิ้น แต่มันต้องผสมยาพิษแน่ๆ”

โอกาสที่จะนั่งทานข้าวกับบอสใหญ่มาแบบกระทันหัน นั่วนั่วแน่ใจว่า นี่คือ “ขนมผสมยาพิษ” หรือ งานเลี้ยงที่หงเหมิน แน่ๆ1

ที่ร้านอาหารเซียวอี้แสดงความเจ้ากี้เจ้าการอย่างยิ่ง เขาไม่ถามนั่วนั่วสักคำว่าอยากทานอะไรหรือไม่ชอบทานอะไรบ้าง ทันทีที่พนักงานเสิร์ฟเดินออกไป เขาก็ตรงเข้าประเด็นทันที “เมื่อกี้ที่ป้ายรถเมล์ ฉันได้ยินคำพูดของเธอกับเซียวจวิน”

นั่วนั่วแอบร้องไห้เงียบๆ มื้อนี้คือมื้อสุดท้ายก่อนถูกประหารชีวิตใช่ไหมเนี่ย

เจ้านายเจ้าคะ คุณมาโทษฉันเรื่องนี้ไม่ได้น๊า ต้องไปโทษแม่กับพ่อฉันสิที่ถ่ายทอดยีนส์หน้าเด็กมาให้ฉันน่ะ ที่จริงฉันพยายามแล้วนะ พยายามมากๆด้วยที่จะแต่งตัวให้เป็นผู้ใหญ่น่ะ เรื่องน้องชายคุณน่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจสักกะนิ๊ดเดียว ฮือออ

ที่ด้านหนึ่ง นั่วนั่วเคี้ยวผักอย่างเหม่อลอย พยายามคิดหาเหตุผลอธิบายกับเซียวอี้ แต่ก่อนที่เธอจะคิดอะไรออก บอสใหญ่เซียวกลับพูดขึ้น “เซียวจวินยังเด็ก ถ้าเขาทำให้คุณรู้สึกไม่ดี ผมหวังว่าคุณคงอภัยให้เขาด้วยนะครับ”

นั่วนั่วสำลักผักที่เธอพึ่งกลืนลงคอ

เมื่อกี้ บอสใหญ่เพิ่งขอโทษเธอแทนน้องชายเหรอเนี่ย

ขอโทษเธอ… เด็กใหม่ตัวน้อยๆเนี่ยนะ

นั่วนั่วชะงักไปสองวินาที ก่อนโบกมือไปมา “ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร เจ้านายเองก็พูดว่า เซียวจวินยังเด็ก ในฐานะพี่สาว ฉันจะโกรธเด็กคนหนึ่งได้ไง คุณไม่จำเป็นต้องเชิญฉันมาทานมื้อค่ำเลยค่ะ”

นั่วนั่วตั้งใจเน้นสองคำ “พี่สาว” ความจริงที่ว่า เธอยังไม่แก่ขนาดนั้นสักหน่อย

ผลน่ะเหรอ? เมื่อได้ยิน เซียวทำหน้าตูมเล็กน้อย “ผมบอกคุณเมื่อไรว่า ที่ชวนคุณมาทานมื้อค่ำเพื่อขอโทษคุณน่ะ”

o( □ )o

ก็ได้ค่ะ แค่ทานมื้อค่ำ บอสใหญ่…คุณไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้

นั่วนั่วพูดไม่ออก ทักษะของบอสใหญ่ที่จะทำให้ทุกคนอึ้งได้นั้นแข็งแกร่งมาก ผู้อาวุโสเคยบอกว่าคุณเป็นคนเคร่งขรึมสุดๆ

“เอ่อ เซียวอี้ คุณ…”

“ผมจะขอให้คุณขับรถไปส่งน้องชายผมกลับบ้านทุกวันตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”

อะไรนะ!!

มุมปากนั่วนั่วกระตุกอย่างแรง หูเธอต้องฝาดไปแน่ๆ หูเธอฝาดไปใช่ไหม

เซียวอี้เห็นอาการเธอ หรี่ตาลงอย่างตื่นเต้น “อย่างที่คุณรู้ เซียวจวินน่ะถึงวัยต่อต้านพอดี เรื่องแบบนี้ยิ่งดุไปยิ่งออกนอกลู่นอกทาง ถ้าตามใจเขาได้สักอย่างสองอย่าง เขาคงไม่ต่อต้านอะไรมากดังนั้น…”

“ดังนั้นคุณจะยอมถอยก้าวหนึ่ง ให้ฉันเล่นบทพี่สาวแสนดี เพื่อกันสาวอื่นงั้นสิ แล้วก็ยัดความเป็นจริงใส่สมองเขา?” นั่วนั่วต่อประโยคที่บอสใหญ่เซียวจะพูดจนจบ เซียวอี้กำลังขุดหลุมพรางดักเธอชัดๆ แต่เธอไม่โง่พอที่จะตกลงไปหรอกนะ

แต่นั่วนั่วพึ่งรู้ตัว เธอไม่สามารถปฏิเสธสายตานั้นได้ พยักหน้าช้าๆ เซียวอี้ตาเป็นประกาย “เรื่องนี้คงต้องหวังพึ่งเธอแล้วล่ะ”

“……”

น้ำตานั่วนั่วไหลริน  ไม่น่าใจอ่อนเลยเรา หาเรื่องใส่ตัวชัดๆ

แม่จ๋า หนูเชื่อแล้ว ผู้ชายที่ชวนไปทานมื้อค่ำน่ะ มีจุดประสงค์แอบแฝงทุกคน