0 Views

บทที่ 39 ทบทวน

ช่วงนี้เจ้ากระต่ายขาวรู้สึกหดหู่มาก

ถึงแม้ “ข่าวลือเกี่ยวกับจดหมายรัก” จะไม่ส่งผลกระทบต่องานของเธอ ไม่มีใครกล้าพอที่จะเดินมาถาม “ว่าที่” คุณนายของท่านประธาน เพื่อมาซุบซิบ และถามตรงๆ “เธอเขียนจดหมายรักนั่นแบบไหนน่ะ” สอนฉันบ้างสิ! แต่ถึงอย่างนั้นนั่วนั่วก็รู้สึกอึดอัดมาก

สายตาแปลกๆจากเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งสีหน้าแฝงความหมาย น้ำเสียงที่พวกเขาใช้ แฝงไว้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เธอยากตามหาบอสใหญ่เซียวเพื่อปรึกษา แต่กลัวว่ามันจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ เธอไม่อาจหยุดข่าวลือได้เลย

นั่วนั่วคิดทบทวนอยู่นาน ก่อนสรุปว่าคนเริ่มควรจะเป็นคนหยุดข่าวลือ ทางที่ดีที่สุดคือการหาตัวการปล่อยข่าวและกระทืบให้จมดินซะ คนจะได้เลิกพูดกัน

แต่พอคิดว่าผู้ต้องสงสัยนั้นคือ ลุงไห่ นั่วนั่วก็อยากยอมแพ้เสียแล้ว

>__<

กระต่ายน้อยยอมรับว่า เธอกลัวลุงไห่อยู่นิดๆ ในฐานะผู้อาวุโส ทั้งกริยามารยาทและคำพูดของเขานั้นจริงจัง ใครที่ต่อต้านหลักการของเขานั้น ต้องรับมือการยืนหยัดสามวันสามคืนของเขาโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย และในฐานะผู้จัดการโปรเจค เขาซื่อสัตย์ยุติธรรม แม้แต่บอสใหญ่ประสบอุบัติเหตุ เขาก็ไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ

ว้าว! คนแก่ดื้อดึงแบบนี้ ใครจะกล้าไปแหย่รังแตนกันล่ะ

ดังนั้น นั่วนั่วได้แต่ปลอบตัวเอง ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรนะ เพื่อนร่วมงานฉันขี้เบื่อจะตายไป เดี๋ยวก็หาเรื่องใหม่ๆมาซุบซิบกันเอง แล้วเรื่องนี้จะถูกลืมไปเอง

>__<

แต่ลุงไห่กลับโผล่มาหานั่วนั่วที่หดหัวแอบอยู่ในกระดองเพื่อรักษาแผลเสียนี่

หลังจาก ทีมงานพิงค์เบบี้ สิ้นสุดการประชุม เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย ในฐานะผู้เยาว์ถูกมอบหมายให้เก็บห้องและสรุปข้อมูล จากด้านหลังนั่วนั่วได้ยินเสียงต่ำๆนิ่งๆ “ซูนั่ว”

มือของเธอสั่นจนเกือบทำเอกสารหล่นทั้งกอง ตั้งแต่เริ่มทำงานที่บริษัทนี้ เพราะเจ้ากระต่ายน้อยน่ารักสดใส เธอเลยสนิทกับเพื่อนร่วมงานที่ชั้นแปดมาก เหล่าพี่ๆน้องๆมักจะเรียกเธอว่า นั่วนั่วน้อย (เสี่ยวนั่วนั่ว) หรือนั่วนั่ว มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เรียกเธอด้วยชื่อเต็มๆ ……..

นั่วนั่วหันหลังกลับอย่างลังเล พยายามยิ้ม “ลุงไห่ คุณยังไม่กลับเหรอคะ”

ลุงไห่พยักหน้า นั่งตัวตรงอย่างเคร่งขรึม “มาคุยกันหน่อย”

เมื่อได้ยิน นั่วนั่วใจเต้นตึกตัก ก่อนรู้สึกเสียใจ พักนี้เธอทำตัวดีๆตลอด ไม่เคยมาสายหรือกลับเร็ว ไม่เคยลากิจ แล้วยังทำงานเสร็จตรงเวลาทุกชิ้นด้วย

แล้วลุงไห่อยากคุยอะไรกับเธอละเนี่ย ถึงแม้ในใจเธอจะต่อต้าน แต่นั่วนั่วนั่งลงอย่างเชื่อฟังก่อนทำเสียง “อืม”

ลุงไห่ไม่อ้อมค้อม ขยับแว่นกรอบเหลี่ยมเอ่ย “ตอนประชุมเมื่อกี้ ทำไมเธอจ้องฉันแบบนั้น”

นั่วนั่วไม่ทันตั้งตัว หลังจากตัวแข็งไปชั่วครู่ เธอก้มหัวอย่างหมดแรง ตั้งแต่เด็กเธอมีนิสัยตรงไปตรงมา ถ้ามีปัญหาอะไร ก็มักจะแสดงออกทางสีหน้าเสมอ ดังนั้นหลายวันมานี้ ถึงแม้เธอจะไม่กล้าเผชิญหน้ากับลุงไห่เรื่องข่าวลือ แต่ใจเธอกลับเธอคิดเรื่องนั้นตลอดเวลา ดังนั้นเวลาเธอเจอหน้าลุงไห่ เธอมักจะสังเกตพิรุธเขาเป็นพิเศษ………..

อันที่จริง เธอไม่ใช่สายสืบที่ดีเลย เธอถูกเปิดโปงหมดแล้ว

ลุงไห่เอ่ยหน้าตาย “ไม่ใช่แค่วันนี้ ฉันสังเกตมาว่าทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเนี่ย เธอมักจะจ้องฉันตลอด เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

{{{(>__<)}}}

นั่วนั่วรู้สึกอายสุดๆ เธอจะอธิบายกับลุงไห่ยังไงดี เธอควรถามเขาตรงๆเลยไหมว่า ได้บอกคนอื่นเรื่องจดหมายรักไปหรือเปล่า

นั่วนั่วกัดฟัน พยายามรวบรวมความกล้าหาญ เงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าอันน่าเชื่อถือของลุงไห่ ลังเล ทำปากห่อก่อนส่ายศีรษะ “ไม่มีค่ะ”

ดวงตาลุงไห่ภายใต้กรอบแว่นส่องประกาย เอ่ยเสียงเรียบ “เรื่องนี้เกี่ยวกับเรื่องข่าวลือในบริษัทหรือเปล่า”

เมื่อได้ยิน นั่วนั่วเงยหน้าขึ้นทันที โบกมือไปมา “ไม่ค่ะ ไม่ ถึงแม้ว่าข่าวลือที่กำลังกระจายอยู่ในบริษัทจะกวนใจฉันบ้าง แต่มีคนบอกว่า…….ว่า คุณเป็นคนเริ่มพูดเรื่องนี้ แต่ฉันไม่เชื่อค่ะ คุณไม่ใช่คนแบบนั้นค่ะลุงไห่ ฉันเชื่อแบบนั้น…”

นั่วนั่วพูดไปก็ขนลุกกราว ซูนั่ว ทำไมเธอเสแสร้งขนาดนี้นะ

เจ้ากระต่ายน้อยเอ่ยต่อพร้อมกับ สูดหายใจช้าๆ “ลุงไห่วางใจได้เลยค่ะ ฉันจะไม่เชื่อที่พวกเขาพูดกัน….”

เธอพูดไม่ทันจบ เมื่อลุงไห่ขัดขึ้นมา ส่ายศีรษะอย่างนิ่งๆ “ไม่ เธอเชื่อคำพูดนั้นได้ คำพูดนั้นมาจากฉันจริงๆนั่นแหละ”

“……”

นั่วนั่วนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้เป็นเวลานานแสนนาน ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย

เย็นวันนั้น บอสใหญ่เซียวต้องรับรองแขก นั่วนั่วที่รู้สึกเบื่อ จึงชวนเพื่อนสนิท ซูซู่ ไปเล่น “Huang Yan” นั่วนั่วทำผิดพลาดหลายหนจนทีมที่มีระดับเฉลี่ยอยู่ที่ เลเวล 50 เกือบแพ้ทีมที่มีเลเวลเพียง 30 และความผิดพลาดสุดๆของเธอ นั่วนั่วเก็บอุปกรณ์ผิดมา

ในเกมส์ “Huang Yan” มีกฎอยู่ว่า เมื่อทีมหนึ่งมีคนหลายๆคน สำหรับการเก็บอุปกรณ์หรือวัสดุในทีมนั้น ระบบจะมีทางเลือกให้สามข้อ: เก็บ/สุ่ม/ไม่เก็บ เก็บคือการบอกว่าตนเองต้องการไอเทมนั้น การสุ่มจะถูกสุ่มโดยระบบให้กับผู้เล่นในทีม ไม่เก็บก็คือไอเท็มนั้นไม่เป็นที่ต้องการนั่นเอง นั่วนั่วกับซู่ซู่นั้นเก็บอุปกรณ์ชั้นสูงมาแล้ว แต่เพื่อเพิ่มค่าชื่อเสียงในเกมส์ พวกเขาจึงเข้าร่วมทีมกับผู้เล่นเลเวล 30 อีกสองคน โดยพวกเขาบอกว่าอยากได้อุปกรณ์ที่ดีขึ้น เหตุการณ์น่าสลดเกิดขึ้นเมื่อนั่วนั่วใจลอยหลังจากฆ่าบอส กดปุ่มผิดจึงเก็บอุปกรณ์ขึ้นมาซะงั้น

>__<

ดังนั้นผู้เล่นทั้งสองคนจึงรู้สึกแย่มากๆ

[ ผู้เล่น ชาหม่าม้า ]: ……

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ ]: น่าอายจริงๆ

[ ผู้เล่น หมีกาแฟ ]: เชี่ยเอ้ย นายเวล 65 แล้ว ยังจะเอาอุปกรณ์เลเวล 30 ไปทำซากอะไร

[ ผู้เล่น นั่วนั่วขี้เกียจ ]: (เหงื่อตก) โทษทีๆ ฉันกดปุ่มผิดน่ะ เดี๋ยวฉันเทรดของให้นะ (แลกเปลี่ยนระหว่างผู้เล่น)

[ ผู้เล่น ชาหม่าม้า ]: ……

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ ]: คนข้างบน นอกจากกดปุ่ม…โง่ๆ ช่วยพูดอะไรได้ไหม

[ ผู้เล่น หมีกาแฟ]: (คำด่า)แมร่งเอ้ย ล้อเล่นอะไรน่ะ คนเลเวล 60 บ้าอะไร ไม่รู้ว่า อุปกรณ์ที่เก็บเข้ากระเป๋าแล้วเอาออกมาใหม่ไม่ได้น่ะ

[ ผู้เล่น หมีกาแฟ ]: (คำหยาบ1), ตายแน่มรึง (คำหยาบ2).

ระบบ: [หมีกาแฟ ] ถูกเตะออกจากทีม, [ ชาหม่าม้า ] ถูกเตะออกจากทีม.

นั่วนั่วกระพริบตา มองทิวทัศน์สวยงามท่ามกลางป่าเมเปิ้ล เหลือเพียงเธอกับซูซู่ ถ้าไม่รวมซากงดงามของบอสมอนสเตอร์อะนะ

[ ผู้เล่น นั่วนั่วขี้เกียจ ]: หือ? สองคนนั้นไปไหนน่ะ

[ ทีม ซู่ซู่กินเนื้อ]: ฉันเตะทิ้งไปแล้ว กลัวพวกเขาจะด่ามากกว่านี้น่ะ นั่วนั่วเธอเป็นอะไรน่ะ

[ ผู้เล่น นั่วนั่วขี้เกียจ ]: หืมม์ ขอโทษที ฉันใจลอยไปหน่อย

>__<

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ ]: เขาไม่อยู่แล้วเธอเป็นแบบนี้ทุกที เธอจะพึ่งบอสใหญ่เซียวมากไปหรือเปล่า ถ้าเขาไม่ออนไลน์ ใจเธอก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตลอด

นั่วนั่วที่กำลังพิมพ์ คำว่า ขอโทษ เมื่อเห็นคำพูดของซู่ซู่ นิ้วที่กำลังรัวบนคีย์บอร์ดก็ชะงัก ก่อนถอนหายใจน้อยๆ

ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อย ……

ที่เธอใจลอยแบบนี้ ไม่ใช่เพราะบอสใหญ่เซียวไม่อยู่ แต่เพราะสิ่งที่ลุงไห่พูดหลังจากจบการประชุม นั่วนั่วเกาหัวก่อนคิด

วันนั้น หลังจากลุงไห่ยอมรับผิดแต่โดยดี ก่อนที่นั่วนั่วจะมีปฏิกิริยา เขายกยิ้ม ก่อนถาม “เธอทนไม่ได้เหรอ”

“อะไรคะ?” ลุงไห่หมายความว่ายังไงกัน

ลุงไห่โพล่ง “ซูนั่ว ฉันได้ยินว่าตอนเจ้านายอยากให้เธอออกจากบริษัท เธอปฏิเสธเขาพร้อมทั้งปฏิเสธการขอแต่งงานด้วย”

นั่วนั่วกัดริมฝีปากล่าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว บอสใหญ่เซียวอยากปลดเธอออกจากบริษัท Owl Wings ทำไมผู้บริหารจะไม่รู้ล่ะ แต่เพราะพวกเขากลัวบอสใหญ่เซียวสุดๆ คนที่กล้าถามเรื่องนี้ก็มีแต่ลุงไห่เท่านั้น

“เอ่อ” นั่วนั่วสูดหายใจลึก เอ่ย “งานคืองาน ความรู้สึกคือความรู้สึก ฉันชอบงานนี้และฉันก็ทำได้ดีด้วย แล้วจะแปลกตรงไหนที่ฉันอยากทำต่อล่ะคะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว ว่าไม่มีอะไรผิด แต่นั่วนั่ว เธอซื่อเกินไป แค่จดหมายรักฉบับเดียวก็ทำบริษัทเป็นแบบนี้ไปแล้ว แล้วหลังจากนี้ล่ะ? ถ้าเธอยังอยู่ เธอจะหลีกเลี่ยงเรื่องซุบซิบกับการปล่อยข่าวลือพวกนี้ไปได้เหรอ”

“เธอเคยคิดบ้างไหม ว่าในอนาคตเธอจะทำตัวแบบไหนกับเพื่อนร่วมงาน เพราะฐานะพิเศษของเธอ หัวหน้าเธออาจจะรู้สึกลำบากใจที่จะมอบหมายงานให้ ถ้าเธอทำผิด พวกเขาก็อาจจะเกรงใจไม่กล้าตำหนิเธอ ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง เพราะว่าฐานะ “ว่าที่ภรรยา” เพื่อนร่วมงานอาจจะโดดเดี่ยวเธอ เจ้านายกับเธอไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด และนี่อาจจะเป็นปัญหา”

ลุงไห่ยกนิ้วขึ้นดันแว่นอีกครั้งก่อนพูดต่อ “เหตุการณ์นี้ทำให้เธออึดอัดมากใช่หรือเปล่า เธอคิดว่าตราบใดที่เพื่อนร่วมงานนั้นมีหัวข้อใหม่ๆ พวกเขาจะลืมเรื่องเธอใช่ไหม ฉันบอกได้เลยว่า พวกเขาจำได้ตลอดเวลา และหัวข้อถัดไปก็ยังจะเกี่ยวกับเธอกับเจ้านายอยู่ดี เช่น… เธอกับเขาทำอะไรในห้องทำงานทุกบ่าย”

……

นิ้วของนั่วนั่วเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว สรุปเรื่องราวให้ซู่ซู่ฟัง ก่อนพิมพ์ประโยคสุดท้าย “เธอคิดว่าไง”

เหมือนสุภาษิตว่า “เส้นผมบังภูเขา” คนนอกมักจะเห็นเหตุการณ์ชัดเจนกว่า

นั่วนั่วรู้สึกสับสน เธอไม่อยากจากเพื่อนร่วมงานและทิ้งงานไป แต่เจ้ากระต่ายน้อยก็เข้าใจถึงเหตุผลของลุงไห่ ถ้าเธอยังอยู่ที่นี่ คำซุบซิบนินทาก็ไม่มีวันหยุด และหลังจากที่บอสใหญ่เซียวประกาศว่าเขาคบกับนั่วนั่วอย่างเปิดเผย ลุงลามกก็ดูน่ารังเกียจขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อก่อน เขามักจะตำหนิเธอตรงๆถ้าเขารู้สึกว่าอะไรมันไม่ดี แต่ตอนนี้ ด้วยฐานะของเธอ เขามักจะพูดอ้อมไปอ้อมมา จนเธอจำได้ขึ้นใจ “ไอเดียนี้ดีมากจริงๆ แต่ว่ามัน…”

นั่วนั่วยอมรับ การที่ลุงลามกอยู่ในกำมือมันก็รู้สึกดีอยู่หรอก แต่เธอก็เข้าใจว่าระบบกำลังรวนเพราะเธอ ถ้าหัวหน้าสั่งงานลูกน้องไม่ได้ คนก็จะเริ่มขี้เกียจ ประสิทธิภาพในการทำงานก็จะลดลงฮวบฮาบ เพื่อนร่วมงานอื่นๆก็จะเริ่มบ่น เพราะว่าการปฏิบัติแบบไม่เท่าเทียม

แต่ที่สำคัญที่สุด ตอนนี้ไม่มีคนมาซุบซิบอะไรกับเธออีกแล้ว

ตามปกติ เวลานั่วนั่วว่างก็จะไปนั่งเจ๊าะแจ๊ะกับสาวๆแผนกครีเอทีฟที่ชั้นสาม พนักงานคนนั้นคบกับคนนี้ คนไหนชอบเลียแข้งเลียขา คนไหนใช้เส้นเข้าบริษัท คนไหนปลอมวุฒิ หัวข้อเหล่านี้เธอเข้าร่วมไม่ได้อีกแล้ว

ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเลี่ยงเจ้ากระต่ายน้อยเหมือนหลบตัวเชื้อโรค แต่เธอรู้สึกว่าคนมองเธอไม่เหมือนเดิม บางครั้งเธอได้ยินแผนกครีเอทีฟหัวเราะคิกคักพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน แต่พอเธอเดินเข้าไปใกล้ ทุกคนก็เงียบกริบ ความรู้สึกนี้มันไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นนั่วนั่วจึงหยุดไปชั้นสามในที่สุด

นั่วนั่วถอนหายใจพลางบ่นพึมพำให้ซู่ซู่ฟัง อีกฝ่ายเงียบหายไปพักใหญ่ก่อนจะให้คำแนะนำ

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ ]: ที่รัก ฉันคิดมาตลอดว่าเธอไม่เหมาะกับ OWL Wing หรอก

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ ]: แต่ก่อนเธอรั้นสุดๆ ยอมทิ้งแม้แต่โอกาสแต่งงาน เพื่อจะเก็บงานไว้ ฉันเลยไม่พูดอะไร แต่ตอนนี้เธอเริ่มเข้าใจทุกอย่าง ฉันอยากแนะให้เธอคิดถึง บอส ต้าเหริน บ้าง [1].

[ ผู้เล่น นั่วนั่วขี้เกียจ ]: คิดถึงเขา? หมายความว่าไง?

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ ]: ยัยโง่ คู่ของฉันกับสามีตัวแสบ ไม่ใช่ตัวอย่างที่ดีเหรอไง ซู่ซู่ กับสามีเจ้าชู้หน้าตาย[2] นั้นเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกัน แต่บริษัทของซู่ซู่เน้นเจาะตลาดความงามของผู้หญิง ดังนั้นพนักงาน 90% นั้นจึงเป็นผู้หญิง หลังจากทั้งคู่เริ่มคบกัน สามีซู่ซู่นั้นชอบแหย่และล้อเล่นกับเพื่อนร่วมงานสาวๆอยู่เสมอ พวกเขาเลยทะเลาะกันหลายครั้ง และเธอก็อดหึงไม่ได้

หลังจากเรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทุกครั้งที่สามีพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหญิง เธอก็อดทะเลาะกับเขาไม่ได้ ถึงแม้เพื่อนๆจะพยายามให้คำปรึกษาเธอ แต่ซู่ซู่บอกว่า เธอรู้สึกว่ามันไร้เหตุผล แต่ถ้าสามีเธอไปหัวเราะพูดคุยกับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้า แล้วเธอไม่รู้สึกอะไร ก็แปลว่าเธอไม่รักเขาแล้วสิ

ดังนั้นทางออกที่สวยงามคือการลาออกของซู่ซู่ ทั้งคู่ต่างมีงานของตัวเอง อาการป่วยเพราะความหึงหวงของซู่ซู่ก็ถูกรักษา ซู่ซู่มักจะเอาเรื่องนี้มาแซวตัวเองว่าเส้นผมบังภูเขาแท้ๆ

จากอีกด้านหนึ่งของจอคอมพิวเตอร์ ซู่ซู่พิมพ์มาอีกประโยค

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ ]: ความรักคือความเห็นแก่ตัว ถ้าเธอเห็น บอสใหญ่เซียวล้อเล่นกับพนักงานหญิงคนอื่นๆ เธอก็รับไม่ได้เหมือนกัน

คนช่างฝันนั้นตื่นมารับรู้สภาพในโลกแห่งความจริงเสียแล้ว

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเข้าใจแล้ว ว่าบอสใหญ่เซียวนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องเห็นแฟนสาวโดนฝูงหมาป่าห้อมล้อมในที่ทำงานทุกวัน ทนเห็นคนโน้นคนนี้หยอดมุขจีบเธอ พยายามจะขโมยเธอไป อืม ถ้าเธออยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เธอก็ไม่น่าจะทนไหวเช่นกัน

นั่วนั่วกำหมัด พยายามยืนหยัด

[ ผู้เล่น นั่วนั่วขี้เกียจ ]: แต่งานดีๆแบบนี้ ให้ฉันทิ้งไปเฉยๆ ฉันเองก็ไม่อยากนะ

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ]: เฮ้อ นี่ละมั้งที่เขาบอกว่า ผู้หญิงที่มีความรักมักจะโง่ลง บอสต้าเหรินอยากให้เธอลาออก แต่เขาไม่ได้พูดว่าเธอหางานใหม่ไม่ได้นิน่า

[ ผู้เล่น ซู่ซู่กินเนื้อ ]: แต่ฉันว่าเขาค่อนข้างใจกว้างนะ ถ้าเธอคุยกับเขาดีๆ เขาคงจะยอมให้เธอหางานใหม่แหละ

[ ผู้เล่น นั่วนั่วขี้เกียจ ]: …… แล้วฉันจะไปหางานที่ทั้งเงินเดือนดี สวัสดิการดี และบรรยากาศในการทำงานสบายๆแบบนี้ได้จากไหนอีก?

พอนั่วนั่วส่งประโยคนี้ไป ก็มีเสียงติ๊งต่อง จากระบบดังขึ้น พร้อมประกาศ:

ระบบ: ประกาศ: ผู้เล่นเกมส์ทุกท่าน เนื่องจากการเปิดตัว “Huang Yan 2” เราจึงเปิดรับผู้สนใจเข้าร่วมทีม โดยสามารถดูรายละเอียดได้ในกระดานสนทนา

ซู่ซู่หัวเราะเจ้าเล่ห์ “โอกาสในการหางานใหม่ของเธอน่ะ มาถึงที่แล้วนะ”

[1] 大人ต้าเหริน: คนใหญ่คนโต ขอทับศัพท์เลยนะคะ

[2] 闷骚 Men Sao: คนที่ดูเย็นชา เคร่งขรึม แต่ที่จริงร้อนแรง มักจะใช้กับผู้ชาย