0 Views

บทที่ 36 ห่วงใย

เมื่อนั่วนั่วไปถึงโรงพยาบาลอย่างรีบเร่ง ปะป๋าเซียวก็ยืนรออยู่ตรงทางเข้าแล้ว

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแม้จะสายตาสั้นเล็กน้อย แต่เธอไม่ยอมสวมแว่นหรือคอนแทคเลนส์ จากไกลๆเธอเห็นคนนสวมชุดกาว์นสีขาวกำลังโบกมือให้เธอจากทางเข้าแผนกผู้ป่วยใน ทำเอาเธองงเพราะเธอไม่รู้จักหมอสักคนที่นี่ เมื่อเข้าไปใกล้ๆ เธอจึงจำร่างนั้นได้และเอ่ย “คุณลุงเซียว!”

ใช่แล้ว เธอลืมไปได้ไง ทั้งพ่อทั้งแม่ของบอสใหญ่เซียวเป็นหมอ ปะป๋าเซียวนั้นเป็นอาจารย์แพทย์ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ถ้าบอสใหญ่เซียวต้องนอนโรงพยาบาล เขาต้องนอนโรงพยาบาลที่พ่อแม่ทำงานอยู่แน่ๆ นี่ก็ยังหมายความว่า ก่อนที่เซียวอี้จะออกจากโรงพยาบาล ทุกรายละเอียดจะถูกวิเคราะห์จาก “ว่าที่” ทั้งสองอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะ เวลาที่เธอมาถึงโรงพยาบาล เวลาและวิธีที่เธอดูแลบอสใหญ่เซียว การที่เธอนำซุปมาหรือไม่

นั่วนั่วที่พึ่งรู้สึกตัวเริ่มเหงื่อตก ก่อนวางท่าว่านอนสอนง่าย “คุณลุงเซียวคะ มารับฉันเป็นการส่วนตัวแบบนี้ ฉันอายจังเลยค่ะ”

เมื่อโปสเฟสเซอร์เซียวได้ยิน ก็ขยับแว่นก่อนส่ายศีรษะ “ฉันออกมาบอกเธอว่าเกิดอะไรชึ้นน่ะ”

การหายตัวไปของบอสใหญ่เซียวหลายวันก่อนเพราะว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ เอ่อ เพราะว่าการลงทะเบียนมหาวิทยาลัยของเซียวจวินใกล้เข้ามา ทั้งครอบครัวกำลังนั่งรถพาลูกชายคนเล็กไปสนามบิน ระหว่างทางก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น

เมื่อได้ยิน หัวใจนั่วนั่วสะดุด “เซียวจวินกับคุณป้าเซียวปลอดภัยดีใช่ไหมคะ” โปสเฟสเซอร์เซียวจงใจเลือกเวลาที่ไม่มีลูกชายคนโตมาเล่าเรื่องให้เธอฟัง หรือว่า…

เมื่อความคิดของเจ้ากระต่ายขาวเตลิดเปิดเปิงไปไกล ปะป๋าเซียวส่ายศีรษะ “ทุกอย่างโอเค ยกเว้นเซียวอี้ที่กำลังขับรถ บาดเจ็บเล็กน้อย และหัวกระแทกนิดหน่อย ต้องนอนโรงพยาบาลไม่กี่วัน พวกเราสามคนก็ปลอดภัยดี”

นั่วนั่วโล่งอกเมื่อปะป๋าเซียวอธิบายต่อ “ภรรยาฉันไม่เชื่อใจเซียวจวินเลยบินไปลงทะเบียนเรียนที่ปักกิ่งกับเขา”

“ดีแล้วค่ะ” นั่วนั่วพยักหน้า “โชคดีเหลือเกินที่ทุกคนปลอดภัย” แต่มันไม่ได้เป็นเรื่องน่าอับอายจนปะป๋าเซียวต้องมาบอกเธอเป็นการส่วนตัวเลยนี่

เมื่อโปสเฟสเซอร์เซียวเห็นนั่วนั่วมองมาด้วยท่าทีงงๆ เขาเหมือนจะเดาความคิดเธอได้ เขาเหลือบมองรอบๆ กระแอม ก่อนดึงดึงนั่วนั่วมาหลบมุม “นั่วนั่ว ประเด็นหลักที่ฉันอยากพูด ไม่ใช่ อุบัติเหตุรถยนต์… แต่เกี่ยวกับสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้”

“เอ๋”

โปสเฟสเซอร์เซียวลังเลก่อนกระซิบ “เซียวอี้นั้นนิสัยเป็นผู้ใหญ่และยังเงียบขรึมขี้อาย ภรรยาฉันกับฉันไม่เคยเป็นห่วงเขาเลย จะว่าไปแล้ว ยังช่วยเลี้ยงดูเซียวจวินจนโตป่านนี้ พวกเราไม่เคยเห็นเซียวอี้ตื่นเต้นกระวนกระวายแบบนั้นมาก่อนเลย…”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเริ่มสับสน ขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากถามนั้นเอง ปะป๋าเซียวก็เริ่มกระซิบข้างๆหูเธอ

วันที่พวกเรานั่งรถไปส่งเซียวจวินที่สนามบินนั้นมีเหตุการณ์เล็กๆเกิดขึ้น คนขับรถนั้นคือบอสใหญ่เซียว พ่อกับแม่เซียวนั่งข้างหลัง ส่วนเซียวจวินที่นั่งอยู่ข้างคนขับนั้นเบื่อจนรื้อโน้นรื้อนี่เล่นไปเรื่อย จนเจอหนังสือเล่มหนึ่งในเก๊ะด้านหน้ารถ เขากำลังจะเปิดหนังสือดูข้างใน ตอนนี้เซียวอี้ที่กำลังขับรถสบายๆหันมาเห็นและตะโกนเสียงดังลั่นอย่างตกใจ คิ้วเลิกสูงและพยายามคว้าหนังสือจากมือเซียวจวินอย่างรวดเร็ว เซียวจวินตกใจกลัวจนทำหนังสือหล่น แต่ขณะที่วุ่นวายกันนั่นเอง ข้อศอกเซียวอี้ไปปัดโดนพวงมาลัย ล้อเฉไปจากเลนปัจจุบันและชนเข้ากับต้นไม้ข้างทาง ……

นั่วนั่วฟังด้วยท่าทีอึ้งๆ เหมือนตาจะหลุดจากเบ้า บอสใหญ่เซียวที่เจ้าระเบียบขนาดนั้นยังเกิดอุบัติเหตุได้ ทั้งๆที่ทั้งครอบครัวอยู่ในรถ เธอจำได้ว่าในการประชุมครั้งหนึ่ง เขาเคยเน้นย้ำให้คนขับรถบริษัท ขับรถอย่างระมัดระวัง มั่นคง และอย่าทำนิสัยที่ไม่ควรตอนขับรถเป็นอันขาด

“หนังสืออะไรเหรอคะ ถึงสำคัญขนาดนั้น”

เมื่อปะป๋าเซียวได้ยิน เขาก็ทำหน้างอ ก่อนน้ำเสียงจะเปลี่ยนไปดูเคร่งขรึมมากขึ้น “ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอก ที่ฉันเป็นห่วงก็เรื่องนี้แหละ เซียวจวินเองก็บอกว่าตอนเกิดเหตุการณ์ขึ้นมันเร็วมาก เขาก็ไม่เห็นหน้าปกเหมือนกัน

“ตอนนี้บอสใหญ่เซียวอยู่ในโรงพยาบาล ไม่ฉวยโอกาสตอนนี้ ลองค้นรถเขาตอนที่เขาไม่รู้สิคะ”

สีหน้าปะป๋าเซียวเริ่มเคร่งเครียดมากขึ้น กัดฟันก่อนเอ่ย “นี่แหละปัญหา นั่วนั่ว เธอไม่รู้หรอกว่าตอนเกิดอุบัติเหตุน่ะ เรารีบพาเซียวอี้มาขึ้นรถพยาบาล แต่สิ่งแรกที่เขาทำคือยัดหนังสือใส่กระเป๋าตัวเอง”

นั่วนั่วเดาเหตุผลไม่ออก หนังสือนั่นจะเป็นอะไรได้ ความลับทางการค้า บัญชีบริษัท ไม่น่าจะใช่ เพราะด้วยลักษณะนิสัยของบอสใหญ่เซียว ถ้าเซียวจวินเริ่มแตะต้องเอกสารอะไรที่สำคัญมากๆเช่น ข้อมูลบริษัท เขาก็เหลือบมองก่อนพูดเบาๆ “วางลงเถอะ นั่นคือข้อมูลบริษัท”

แล้วหนังสือแบบไหน ที่สามารถทำให้บอสใหญ่เซียวสั่งให้ขโมยไปซุกไว้ดยปราศสติสัมปชัญญะได้ แปลกจริงๆ

ศจ.เซียวเห็นท่าทางแตะคางครุ่นคิดของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย  เขาเอ่ย “นั่วนั่ว เธอคิดว่าเซียวอี้กำลังทำอะไรผิดกฏหมายอยู่หรือเปล่า หลบเลี่ยงภาษี หรือส่งสายลับไปขโมยความลับทางการค้าจากคู่แข่งน่ะ นอกจากเรื่องยาแล้ว ฉันและภรรยาก็ไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับบริษัทเลย เซียวอี้ตั้งบริษัทนี้เมื่อหลายปีก่อน การที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้… ต้องเพราะเขาใช้วิธีที่ไม่สมควรแน่ๆ…..”

o(╯□╰)o

นั่วนั่วรู้สึกเขิน จินตนาการของคุณพ่อเซียวช่างมีสีสันอย่างยิ่ง จนน่าจะไปเขียนนิยายขายเสียจริงๆ

>___<

บทที่บริษัท Owl Wing เปิดตัวเกมส์ RPG ครั้งแรก ยอดขายไม่ค่อยดีนัก ตอนนั้นที่ใครต่อใครยังไม่รู้จักบริษัทเล็กๆนี้ นั่วนั่วมีโอกาสได้เล่นเกมส์แรกของบอสใหญ่เซียว

ภาพอันงดงาม ตัวละครเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เรื่องเล่าที่มีทั้งสุขและทุกข์ แม้แต่ NPC[2]แต่ละตัวยังมีเรื่องราวของตัวเอง คำพูดก็ไม่มีอะไรน่าเบื่อๆแบบ “วันนี้อากาศดีจัง เอาผ้าห่มออกไปผึ่งแดดดีกว่า” เมืองแต่ละเมืองก็มีลักษณะและประวัติความเป็นมาของตัวเอง เกมส์นั้นราบลื่นและไม่สะดุด ถึงจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบไม่ได้ แต่นั่วนั่วก็คิดว่าบริษัทเล็กๆ แบบ Owl Wing นี้ ต้องมีอนาคตที่สดใสเป็นแน่

ความทะเยอทะยานแบบนั้น ความอดทนแบบนั้น ไม่ยินยอมที่จะถูกกลืนหายในฝูงชน และไม่กี่ปีหลังจากนั้น บริษัท Owl Wing ก็มีชื่อเสียงจนเป็นที่รู้จักกันทั่ว ที่ห้องประธาน นั่วนั่วได้พบเซียวอี้ที่แสนมุ่งมั่น ตอนนั้นเธอเป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆที่ต้องเกร็งยามพบบอสใหญ่ ไม่ต่างอะไรกับเวลาที่แฟนคลับได้เจอดาราที่ตัวเองชื่นชมแม้แต่น้อย

นั่วนั่วคิดถึงเหตุการณ์ที่พบกันครั้งแรกแล้วอดยิ้มน้อยๆไม่ได้ เธอจับมือคุณพ่อเซียวก่อนส่ายศีรษะ “บอสใหญ่เซียวไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ”

เธอรู้ดี ตั้งแต่ก่อนทั้งสองคนจะได้พบหน้ากันเสียอีก เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนซื่อตรงอย่างยิ่ง เธอมั่นใจในตัวเซียวอี้

ปะป๋าเซียวลังเล “แต่เธอไม่รู้สึกเหรอว่าเซียวอี้ทำตัวแปลกๆน่ะ ตอนเกิดอุบัติเหตุก็ไม่แจ้งใครที่ออฟฟิศสักคนเดียว แม้แต่เธอก็ยังไม่รู้เรื่อง”

แววตานั่วนั่วส่องประกายเจ้าเล่ห์ “แปลกจริงๆด้วย งั้นพวกเรามาคิดวิธีดูชื่อหนังสือเล่มนั้นกันเถอะค่ะ XD”

ถึงแม้ว่าคุณพ่อเซียวจะบอกว่าอาการบาดเจ็บนั้นเล็กน้อยมาก แต่เมื่อนั่วนั่วเจอเซียวอี้ หัวใจดวงน้อยๆของเธอกลับเต้นตึกตักๆด้วยความเป็นห่วง

ศีรษะเขามีผ้าพันแผลพันอยู่จนรอบ ริมฝีปากนั้นเป็นสีเขียว และเท้าซ้ายของเขาถูกพันไว้จนมิด เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเห็นสภาพนี้ของ”ว่าที่” ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ (ตรงนี้ภาษาอังกฤษแปลว่าอนาคตค่ะ คือจะแทนว่าเซียวอี้เป็นอนาคตของนั่วนั่ว ไม่ใช่อนาคตของนั่วนั่วจริงๆ เลยใช้คำว่า “ว่าที่”แทน)  นี่มันบาดเจ็บเล็กน้อยตรงไหนกันเนี่ย

และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยโกรธก็คือ คุณพ่อเซียวกล่าวอย่างชัดเจนว่า ถึงแม้บอสใหญ่เซียวจะแค่หัวกระแทกเล็กน้อย แต่ต้องพักผ่อนมากๆ แต่เมื่อคุณพ่อเซียวและนั่วนั่วมาถึงห้องพักคนไข้ ลุงไห่ ผู้จัดการโปรเจคนั่งอยู่ข้างๆบอสใหญ่เซียว ที่กำลังขมวดคิ้วอ่านเอกสารกองใหญ่

ขนาดบาดเจ็บเล็กน้อย เขายังจะออกไปรบอีกเหรอ ผู้บริหารระดับสูงนี่บ้างานกันจริงๆ

บริษัทจะไม่สามารถดำเนินงานได้โดยไม่มีบอสใหญ่เซียวเลยเหรอไง

เมื่อสังเกตุเห็นเจ้ากระต่ายน้อยกับคุณพ่อเซียว ลุงไห่พยักหน้าและทักทายพวกเขาอย่างตื่นๆ นั่วนั่วหงุดหงิด “เซียวอี้ อาการคุณยังไม่ดีขึ้นเลย ทำไมมาดูเอกสารแล้วล่ะ”

บอสใหญ่เซียวเห็นนั่วนั่ว เขาไม่คิดว่าเธอจะโกรธขนาดนั้น เหลือบมองเธอนิดหน่อยก่อนหันไปสนใจเอกสารต่อ เหมือนกัยเขายังโกรธที่เธอปฏิเสธคำขอแต่งงานของเขา บรรยากาศนั้นน่าอึดอัดเขินอาย บอสใหญ่เซียวครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนเอ่ย “ผมต้องจัดการเอกสารด่วนพวกนี้”

นั่วนั่วเงียบเริ่มทำปากยื่นด้วยความไม่พอใจ

เธอยอมรับว่าการที่เธอปฏิเสธคำขอแต่งงานของเขามันผิด แต่ตบมือข้างเดียว มันจะไปดังได้อย่างไง[3] บอสใหญ่เซียวเองก็ผิดด้วย เขาน่ะช่างเจ้ากี้เจ้าการ และยังแมนเกินไป[4] ถ้าเธอพยักหน้าไปง่ายๆ แล้วชีวิตเธอต่อจากนี้จะเป็นแบบไหนกัน แล้วพอเธอรู้ข่าวว่าเขาเข้าโรงพยาบาลก็รีบวิ่งมาหาแบบนี้ เขาน่าจะสนใจเธอมากกว่านี้หน่อยสิ

เจ้ากระต่ายน้อยยิ่งคิดยิ่งของขึ้น ในชั่วพริบตาดวงตาของเธอก็แดงก่ำ คุณพ่อเซียวที่สังเกตุการณ์อยู่ด้านข้างทนดูไม่ได้ตวาดเสียงดัง “เซียวอี้   ลูก”

พูดไม่ทันจบประโยค ลุงไห่ที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้น “ซูนั่ว บทที่ผมออกมาจากบริษัท หลันจุนเหยียนกำลังวิ่งวุ่นหาคุณไปทั่ว”

นั่วนั่วอึ้ง เธอยังย่อยคำพูดไม่ทันหมดเมื่อเขาพูดใจความสำคัญ “แล้วก็ แผนกบุคคลไม่ได้รับใบลาของคุณ ดังนั้นคุณ… “ ลุงไห่หยุดก่อนพ่นคำพูด “โดดงาน”

ทันใดนั้นเอง นั่วนั่วรู้สึกในหัวมีเสียงดังขึ้นรัวๆ ทำไมเธอโชคร้ายอย่างนี้น๊า ไม่ๆๆๆๆ แม้แต่ในโรงพยาบาล เธอยังต้องมาเจอลุงไห่ที่ดูแลแผนกวางแผนเป็นพิเศษ นี่มันไม่เท่ากับการร้องขอโทษประหารชีวิตเลยเหรอไง ฮืออออ

ใช่สิ พอเธอรู้ข่าวบอสใหญ่เซียว เธอก็มึนหัวจนไม่ทันคิดอะไร วิ่งมาที่นี่โดยไม่ได้ลางาน แต่ว่า เพราะว่าเธอมาหาบอสพวกเขาน่าจะเมตตาเธอบ้างนะ

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยจ้องหน้าบอสใหญ่เซียวด้วยแววตาน่าสงสารหวังขอความช่วยเหลือ แต่อีกฝ่ายไม่ให้ความร่วมมือแม้แต่จะสบตาด้วย นั่วนั่วรู้สึกหมดหนทางเอ่ยช้าๆ “ตอนฉันได้ยินว่า เจ้านายไม่สบาย ..เลยรู้สึกวิตก…”

เธอพูดไม่ทันจบ ลุงไห่ก็ปฏิเสธคำแก้ตัวของเธออย่างจริงจังด้วยคำพูด “กฏข้อที่สิบเจ็ดของบริษัท ข้อย่อยสองนั้นชัดเจน ถ้ามีอะไรด่วน คุณต้องรอให้มีการอนุมัติก่อนถึงออกไปได้ ไม่ว่าจะด้วยวาจาหรือจะแจ้งผู้จัดการโปรเจค ให้อนุมัติคำขอก่อนจึงออกมาได้ สหายซุนั่ว ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นห่วงแค่ไหน จะมาเร็วหรือช้าไปหนึ่งวินาทีก็ไม่แตกต่างกัน ยังไงก็ตาม เป็นหน้าที่ของแพทย์ที่ต้องช่วยเหลือคนไข้อยู่แล้ว แล้วทำไมเธอไม่แจ้งลางานล่ะ”

“…….” นั่วนั่วเหงื่อตก

ลุงไห่นั้นเป็น “พี่น้อง” ที่อาวุโสที่สุดในกลุ่ม และยังมีฉายาที่พี่น้องในบริษัทตั้งให้ลับๆว่า “ลุงเปา”5เพราะเขาไม่เคยสนใจความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่หวั่นไหว และไม่สามารถติดสินบนได้ และด้วยเหตุนี้ บอสใหญ่เซียวจึงวางใจมอบหมายการจัดการดูแลแผนกวางแผนให้เขาโดยสิ้นเชิง แต่ตอนนี้ทำไมบอสใหญ่เซียวทำไมไม่ช่วยพูดอะไรให้เธอบ้างล่ะ สักคำสองคำก็ยังดี

นั่วนั่วที่จนมุม ไม่มีทางถอย ได้แค่ก้มหัวก่อนสารภาพ “ขอโทษค่ะ ครั้งหน้า….”

“ไม่มีครั้งหน้า กฏข้อที่สิบเจ็ด ข้อย่อยที่สามระบุไว้ชัดเจน ถ้าพนักงานขาดงานมากกว่าสองครั้งโดยปราศเหตุผลจะถูกไล่ออก ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจ้านายจะดีมาก แต่ถ้ามีครั้งหน้า ผมคงต้องจัดการตามกฏระเบียบแล้ว”

นั่วนั่วพยักหน้าถี่ๆราวกับไก่ที่กำลังจิกข้าวบนพื้น “ฉันจะจำไว้ค่ะ (>__<)”

เธอจะจำไว้ให้แม่น ไม่ใช่แค่กฏระเบียบบริษัท แต่เธอจะจดจำความแล้งน้ำใจของบอสใหญ่เซียวที่ไม่ยอมช่วยเธอด้วย

ฮึ บอสใหญ่เซียวคุณน่ะโหดร้ายจริงๆ แต่ฉันขอเตือนไว้เลย ผู้หญิงน่ะแค้นฝังลึก!!!

[1] 无法无天; defy laws of human and divine.ชะตาฟ้าลิขิต

[2] NPC ตัวย่อ  A non-ผู้เล่น  characterหรือตัวละครที่ไม่ใช่ผู้เล่น เช่น ตัวละครที่เฝ้าร้านขายของเป็นต้น

[3] 一个巴巴掌拍不响; คนแปลภาษาอังกฤษใช้ ตบมือข้างเดียวไม่ดัง และยังมีสุภาษิตคล้ายๆกันว่า ต้องมีสองคนถึงเต้นแทงโก้ได้

[4] 大男子主义; อีโก้ของลูกผู้ชาย .

[5] 包拯เปาเจิ่ง หรือ ที่รู้จักกันในไทยว่าเปาบุ้นจิ้น แห่งศาลไคฟง ที่เป็นที่รู้จักกันด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในยุคราชวงศ์ซ้อง