0 Views

บทที่ 35 อุบัติเหตุ

นั่วนั่วที่อยู่ไม่เป็นสุขระหว่างที่กำลังรอระเบิดลูกใหญ่จากบอสใหญ่เซียวหล่นใส่หัว แต่ว่าตลอดสุดสัปดาห์นั้นไม่มีการติดต่อใดๆจากเขา นั่วนั่วปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่มีความกล้าไม่พอที่จะโทรหาเซียวอี้ ทุกคืนก่อนหลับตาลง เธอพยายามจะปลอบตัวเอง พรุ่งนี้ฉันจะโทรหาเขา

เวลาผ่านไปจนถึงวันพุธ บอสใหญ่เซียวยังคงไม่สนใจเธอ เจ้ากระต่ายขาวที่หวั่นไหวจนจินตนาการเตลิดเปิดเปิง

หรือว่าบอสใหญ่เซียวนั้นโกรธจัดและอกหักจนจะทิ้งเธอไปจริงๆ

หรือเขารู้สึกเสียหน้าเพราะเธอปฏิเสธไม่ยอมแต่งงาน ดังนั้นจึงยังรอให้เธอไปขอโทษเขาอยู่

วันนั้น เธออาจจะรุนแรงไปหน่อย ถ้าเธอไปกล่อมเขาเป็นการส่วนตัว…

ไม่ ไม่แน่นอน

นั่วนั่วกัดฟัน เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย บอสใหญ่เซียวนั่นแหละมีอีโก้ของผู้ชายมากเกินไป ถ้าเธอยอมขอโทษก่อน หลังจากนั้น บอสใหญ่เซียวจะปฏิเสธกฏเกณฑ์ข้อบังคับทุกอย่าง เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยคิดหนัก เธอไม่สามารถง้อเขาก่อน อีกทั้งยังรอเขาติดต่อเธอไม่ไหวแล้ว หลังจากลังเลอยู่นาน เธอตัดสินใจหยั่งเชิงโดยการตามหาหลินเอ็มเอ็ม

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยถือโอกาสในยามพักเที่ยง แกล้งดึงตัวหลินเอ็มเอ็มมาคุย ก่อนถามอย่างสุภาพ “พักนี้พวกเธองานยุ่งหรือ”

เมื่อหลินเอ็มเอ็มได้ยินก็อดหัวเราะไม่ได้ เชิดคางขึ้นมอง “ฉันกับฮวาฮวาก็ทำงานตามปกติ ไม่ได้ยุ่งเกินไปสักหน่อย”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทำเสียง “เหรอ” แบบผิดหวัง ก่อนตื้อ “เอ่อ แล้วคนอื่นนอกจากเธอกับฮวาฮวาล่ะ”

หลินเอ็มเอ็มแกล้งทำไขสือไม่เข้าใจว่านั่วนั่วถามถึงใคร “ใครล่ะ? นั่วนั่วจ๋า เธอถามถึง พวกเรา ก็ไม่ใช่ ฮวาฮวากับฉันเหรอ? นอกจากพวกเราสองคนแล้ว มีคนอื่นด้วยเหรอไง”

=__=

หลินเอ็มเอ็มและนั่วนั่วมีการสื่อสารกันเป็นประจำ นอกจากเป็น “สหายร่วมรบ” ในการดูแลอาหารกลางวันของบอสใหญ่เซียวแล้ว ทำให้พวกเขาสนิทกันมาก เมื่อเห็นนั่วนั่วรู้สึกลำบากใจ หลินเอ็มเอ็มขยิบตา ก่อนจิ้มไหล่เธออย่างขี้เล่นก่อนเอ่ย “เอาล่ะเอาล่ะ ฉันไม่ล้อเธอแล้ว ฉันรู้ว่าเธออยากถามเกี่ยวกับเจ้านาย แต่ก่อนฉันจะตอบ เธอบอกฉันมาอย่างหนึ่งก่อน”

นั่วนั่วกระพริบตา “อะไรล่ะ”

“เธอทะเลาะกับเจ้านายหรือเปล่า”

“เอ่อ……” นั่วนั่วเงียบ ระหว่างเหม่อดูท้องฟ้ากว้าง เรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นถือว่าเป็นการทะเลาะกันหรือเปล่านะ เราไม่ได้เถียงกันจนตาแดงก่ำและคอเจ็บจากการตะโกนใส่กัน แต่มันซีเรียสกว่าการทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆ

ความปรารถนาของหลินเอ็มเอ็มที่จะได้รู้ลึกรู้จริงในเรื่องซุบซิบเหมือนถูกพัดให้ลุกโชนยิ่งขึ้นจากสีหน้าลังเลของนั่วนั่ว เธอดึงนั่วนั่วมาเขย่า “รีบบอกฉันทีสิ เร็วๆๆ”

นั่วนั่วเกาศีรษะ “คงงั้นมั้ง”

หลินเอ็มเอ็มดูไม่พอใจกับคำตอบ เธออยากขุดคุ้ยให้มากกว่านี้เมื่อเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเอ่ย “พักนี้บอสใหญ่ทำอะไรบ้าง ทำไมเขาไม่มาหาฉัน” ประโยคที่สอง นั่วนั่วไม่กล้าพอที่จะพูด

หลินเอ็มเอ็มดูแล้วไม่สามารถล้วงอะไรจากปากนั่วนั่วได้ รู้สึกผิดหวังจนไหล่ตก “อันที่จริง ฉันก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้านายไปไหนพักนี้ ฉันถามพนักงานบริหารชั้นสูงแล้ว แต่พวกเขาไม่ยอมคายอะไรและยังทำตัวลึกลับด้วย ที่จริงฉันอยากถามเธอด้วยซ้ำว่ารู้อะไรบ้างไหม เฮ้ออ”

การหยั่งเชิงของนั่วนั่วนั้นไม่ประสบความสำเร็จ เธอรู้สึกผิดหวังจนอยากเป็นลมตรงนั้น แต่เธอรวบรวมสติก่อนฟังการวิเคราะห์ของหลินเอ็มเอ็ม

“เอ่อ จากที่เธอพูดมาเมื่อกี้ บอสใหญ่เซียวคงจะโกรธจัดจน….”

นั่วนั่วหูตั้ง “โกรธจัดจน…”

“โกรธจัดจนหนีออกจากบ้าน!!”

เมื่อได้ยินคำวิเคราะห์ของหลินเอ็มเอ็ม นั่วนั่วล้มตึง…

ถึงแม้เธอจะไม่เชื่อคำวิเคราะห์ของหลินเอ็มเอ็มนัก แต่นั่วนั่วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เพราะบอสใหญ่เซียวหายตัวไปสามวันแล้ว ความคิดแรกที่โผล่มาในสมองคือ “เกิดเรื่องอะไรกับบอสใหญ่เซียวหรือเปล่า” แค่คิด เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็นั่งไม่ติดแล้ว เธอโยนศักดิ์ศรีทิ้งไปก่อนโทรหาบอสใหญ่เซียวทันที

เพียงสามกริ๊งก็มีคนรับโทรศัพท์แล้ว คำพูดสั้นๆ “ฮัลโหล” ทำให้นั่วนั่วขนลุกชัน นี่ไม่ใช่เสียงบอสใหญ่เซียว โทรศัพท์มือถือที่มักจะติดตัวเขาไปทุกที่ถูกแยกห่างจากตัว และตอนนี้มีผู้ชายแปลกหน้ากำลังรับสายเธอ…

ความคิดมากมายผ่านสมองนั่วนั่วไป เธอคิดอะไรไม่ออก กุมโทรศัพท์ด้วยตัวสั่นระริก ปลายสายอีกด้านร้องถามด้วยเสียงหมดความอดทน “ฮัลโหล”

นั่วนั่วกลืนน้ำลายก่อนเอ่ยช้าๆ “ขอโทษค่ะ เซียวอี้อยู่ตรงนั้นไหมคะ”

คนตรงปลายสายหยุดชะงักก่อนเอ่ย “เซียวอี้น่ะเหรอ เขาพึ่งเข้าห้องผ่าตัดไป”

เมื่อได้ยิน หัวใจของเจ้ากระต่ายขาวราวกับหลุดออกมาจากอก เธอกระโดดออกมาจากเก้าอี้ บอสใหญ่เซียวประสบอุบัติเหตุ เธอรู้ดีว่าบอสใหญ่เซียวไม่ใช่คนขี้งอนขนาดที่ไม่ยอมติดต่อเธอหลายวันขนาดนี้

นั่วนั่วตัวสั่นกว่าเดิม “เขาอยู่โรงพยาบาลไหนคะ ฉันจะไปที่นั่นเดียวนี้ค่ะ”

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร เซียวอี้บอกว่าบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องให้คนมาเยี่ยมหรอก”

นั่วนั่วลังเลเมื่อได้ยิน อะไรผิดปกติสักอย่าง ไม่มีคนพบบอสใหญ่เซียวตั้งแต่วันพฤหัส ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริง ทำไมเขาต้องผ่าตัดตอนนี้ล่ะ แต่จากปลายสายนี่ เหมือนบอสใหญ่เซียวยังมีสติสมบูรณ์ก่อนผ่าตัด และยังบอกว่าเป็นเรื่องเล็กๆด้วย

นั่วนั่วถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามสงบสติอารมณ์ก่อนเอ่ย “เอ่อ ขอถามได้ไหมคะ ว่าฉันกำลังพูดสายกับใคร”

“ฉันเป็นพ่อเซียวอี้ นั่นใครน่ะ? อัยย่ะ ยิ่งอายุมากเท่าไรร่างกายยิ่งทำให้ตัวเองผิดหวัง ฉันไม่ได้สวมแว่นสายตาเลยมองชื่อในโทรศัพท์ไม่เห็น”

ดวงตาของเจ้ากระต่ายขาวเบิกกว้าง อึ้งไปพักใหญ่ คนรับโทรศัพท์คือ ปะป๋าเซียว นั่วนั่วรู้สึกเหมือนโทรศัพท์ครั้งนี้ทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวของเธอไปมากมาย หลังจากอึกอักอยู่นาน เธอเปลี่ยนเป็นเสียงหวานละมุนและประจบประแจง “คุณลุงเซียว สบายดีไหมคะ ฉันนั่วนั่วค่ะ”

“นั่วนั่ว นั่วนั่ว อ้อ”

นั่วนั่วที่กระวนกระวาย “คุณลุงเซียวคะ บอสใหญ่เซียวเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมเขาต้องผ่าตัดเหรอคะ”

“อย่าห่วงเลย เขาเข้าห้องผ่าตัดไปตัดไหมน่ะ”

(O__O)?

เขาปลอดภัยดี?

ไม่กี่วันก็ตัดไหมได้แล้ว คงไม่ได้บาดเจ็บสาหัสอะไรหรอกนะ?

นั่วนั่วรู้สึกเขิน ปะป๋าเซียวเล่าให้ฉันฟังหมดทั้งเรื่องจะเป็นอะไรไปนะ เธอกำลังลังเลว่าจะถามที่อยู่โรงพยาบาลจากปะป๋าเซียวดีไหม เมื่อได้ยินเสียงห้าวที่คุ้นเคยลอยเข้ามาในโทรศัพท์แผ่วๆ

ทุ้มต่ำหากเข้มงวด “พ่อทำอะไรอยู่เหรอครับ”

“ไม่มี ไม่มีอะไร” คุณพ่อเซียวไออย่างตื่นเต้น “ตอนลูกออกไป มีโทรศัพท์หาลูกน่ะ”

……

ทันใดนั้นเอง มีเสียงแทรกนิดหน่อย ก่อนโทรศัพท์จะเปลี่ยนมือ เธอได้ยินเสียงกระวนกระวายเล็กน้อยของบอสใหญ่เซียวเรียก “นั่วนั่ว”

นั่วนั่วเงียบ ก่อนตัดสินใจฉับพลัน “บอสใหญ่เซียว ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ บอกที่อยู่โรงพยาบาลมา ฉันจะไปหาคุณเดียวนี้”