0 Views

บทที่ 34 คำสารภาพ

บรรยากาศในร้านกาแฟ Milot นั้นมีเสียงเปียโนอ่อนโยนราวกับสายธารไหลริน

เบื้องหน้าหน้าต่างใส ชายหนุ่มและหญิงสาวนั่งอยู่บนโซฟานุ่มนิ่ม จิบกาแฟไปพลางคุยไปพลาง แต่หญิงสาวนั้นตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เธอกวาดสายตามองไปรอบร้านอยู่บ่อยครั้ง

เธอเผลอไปโดนช้อนเข้า เสียงเกร๊งกร๊างดังไปรอบคาเฟ่ที่แสนเงียบสงบแห่งนี้

นั่วนั่วที่หมดความอดทน เอ่ย “รุ่นพี่ม่อ การที่เราสองคนโดดงานมาที่นี่ จะไม่เป็นไรจริงๆเหรอคะ”

จู่ๆ ม่อจื้อหยวนผู้เย็นชาราวกับน้ำแข็งก็อยากคุยกับเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเสียนี่ นั่วนั่วยังไม่ทันตอบข้อความ ตกลง ด้วยซ้ำ ตอนม่อจื้อหยวนพิมพ์ข้อความถัดไป “ฉันรอเธออยู่ที่ คาเฟ่ Milot ฝั่งตรงข้ามบริษัท” แล้วก็ออฟไลน์ไปอย่างรวดเร็ว

เธอพึ่งทำให้บอสใหญ่เซียวโกรธ ถ้าเธอทำผิดกฏ “ขาดงานแบบไม่ได้รับอนุญาต” อีกครั้ง เธอต้องถูกไล่ออกแหงๆ นั่วนั่วที่รู้สึกกระวนกระวาย แต่ม่อจื้อหยวนนั้นนิ่งสงบอย่างยิ่ง เขาจิบกาแฟช้าๆ ก่อนเอ่ยเสียงทุ้มลึก “นั่วนั่ว เซียวอี้ได้บอกเธอทุกอย่างแล้วหรือยัง”

เมื่อเจ้ากระต่ายน้อยได้ยิน เธอรู้สึกกระวนกระวายและโกรธไปชั่วขณะ ก่อนกัดฟันและพยักหน้า การที่บอสใหญ่เซียวอยากให้เธอออกจากงานนั้น เหมือนว่ารุ่นพี่ม่อก็ทราบดีเช่นกัน หัวใจนั่วนั่วบีบรัด เหมือนเห็นภาพความคิดลึกล้ำของเขา แต่การรับรู้ของเธอนั้นกระจัดกระวายและสับสนอย่างยิ่ง

หรือว่า ม่อจื้อหยวน ที่นับถือเซียวอี้เป็นพี่น้องจริงๆ ทะเลาะกับบอสใหญ่เซียวเป็นครั้งแรก เพราะเขาอยากปลดเธอออก แล้วถ้านี่เป็นเหตุผล เหตุผลรุ่นพี่ม่อที่อาละวาดแบบไม่แคร์พี่น้องขนาดนี้ จะเป็นอะไรได้อีก

คำตอบนั้นชัดเจนอยู่ตรงหน้า แต่เจ้าเต่าน้อยนั่วนั่วหดหัวเข้ากระดองเสียแล้ว

นิ้วเรียวยาวของเธอกุมชายกระโปรงแน่น เสียงนุ่มทุ้มต่ำของม่อจื้อหยวนราวกับเสียงดนตรีบรรเลงจับใจนั่วนั่วอย่างยิ่ง “เซียวอี้กับฉันเถียงกัน เพราะเขาอยากให้เธอลาออก”

นั่วนั่วสูดหายใจลึก ยิ้มก่อนล้อเล่น “นอกจากการแต่งเรื่องเล็กๆน้อยๆ ฉันก็ไม่เก่งอะไรสักอย่าง รุ่นพี่จื้อหยวน คุณยกย่องฉันมากไปแล้วค่ะ ฉันดีใจมาก”

เมื่อได้ยิน ดวงตาของม่อจื้อหยวนส่องประกาย ก่อนเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันไม่ได้เห็นเธอเพียงแค่นั้นน่ะสิ”

เมื่อเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยได้ยิน รอยยิ้มของเธอก็แข็งทื่อ ส่วนหัวใจของเธอดัง “ป๊อบ” เธอเข้าใจแล้ว…. อาจจะนะ ว่าที่รุ่นพี่จื้อหยวนเรียกเธอมาที่นี่ ไม่เกี่ยวกับเซียวอี้ ไม่เกี่ยวกับการที่เธอลาออก แต่….

นั่วนั่วกระพริบตา เธอได้ยินเสียงแผ่วเบาของม่อจื้อหยวนเอ่ย “เหตุผลที่เขาอยากให้เธอลาออก เพราะว่าการแต่งงานใช่ไหม”

นั่วนั่วที่เริ่มรู้สึกสงบลง พยักหน้า แต่เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่าเธอปฏิเสธบอสใหญ่เซียวไปแล้ว ก็ส่ายหน้ายกใหญ่

เมื่อม่อจื้อหยวนเห็นเจ้ากระต่ายน้อยพยักหน้าก่อนเปลี่ยนมาเป็นส่ายหน้า อารมณ์เซ็งๆหดหู่ของเขาก็ดีขึ้นทันตา ก่อนหัวเราะเสียงดัง เขาขอสารภาพเลยว่า เขามีความรู้สึกแปลกๆกับนั่วนั่ว ก่อนหน้านี้ที่เฟยหลงกับคนอื่นๆล้อเขานั้น เขาเองก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ไม่รู้เมื่อไร เขาก็เริ่มสังเกตุว่า ดวงตาของสาวน้อยคนนี้สดใสและมีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด

เธอไม่ได้สวยสะดุดตา แต่เธอมีหุ่นบอบบางน่าถนอม

เรื่องงานไม่ได้ดีเลิศ แต่งานเขียนเธอนั้นมีชีวิตชีวา

นิสัยก็ไม่ได้เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น แต่เวลารอยยิ้มของเธอนั้นหวานซึ้ง

พูดไม่เก่ง แต่สามารถทำให้บรรยากาศมีชีวิตชีวาขึ้นได้

ดังนั้น เพราะว่า “แต่” เหล่านี้ สะกดเขาไว้อย่างแน่นหนา ดังนั้นเมื่อเซียวอี้เอ่ยว่า “ฉันอยากปลดนั่วนั่ว” ความรู้สึกของเขานั้นระเบิดด้วยความพลุ่งพลาน

ก่อนหน้านั้นเขาเองก็ระแคะระคายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเซียวอี้กับนั่วนั่ว แต่ตอนนั้นม่อจื้อหยวนคิดว่าเขาเองไม่สนใจ แต่เมื่อเขารู้ว่าทั้งคู่จะแต่งงานกัน ความปรารถนาลึกล้ำที่สุดในหัวใจก็ถูกเปิดเผย ไม่อาจปล่อยเธอไปได้ ไม่อาจยอมให้เธอลาออก อันที่จริงม่อจื้อหยวนก็พบว่าเหตุผลที่เขาใช้หลอกตัวเองและคนอื่นๆนั้นงี่เง่าแค่ไหน เขายืนกรานคำแก้ตัวที่ดูดีเพื่อต่อต้านเซียวอี้ “นั่วนั่วนั้นเป็นเพชรในตม การให้เธอออกนั้นเป็นความสูญเสียของบริษัทที่ยิ่งใหญ่” เขาไม่มีความกล้าพอที่จะยอมรับว่าเขาหึงด้วยซ้ำ

ด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว ม่อจื้อหยวนเอ่ย “นั่วนั่ว ถ้า…..ถ้า….. ไม่มีเซียวอี้…”

ม่อจื้อหยวนพูดไม่ทันจบนั่วนั่วก็ขัดขึ้นทันทีอย่างแน่วแน่“ถ้าไม่มีบอสใหญ่เซียว คงไม่มีบริษัท Owl Wing ฉันคงไม่ได้ทำงานที่นี่ และฉันคงไม่ได้พบคุณหรอกรุ่นพี่ม่อ”

เจ้ากระต่ายน้อยที่แสนสุภาพและสงบนิ่ง ทำลายความหวังสุดท้ายของม่อจื้อหยวนจนย่อยยับ

มีบางคนและบางสิ่งที่ถูกกำหนดมาจากสวรรค์ มันจะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะการเลือกของเรา มันจะไม่เปลี่ยนไปตามความต้องการ เพราะมันถูกกำหนดมาเช่นนั้น แต่ถ้ายังไม่ถึงเวลานั้น เราเองก็ไม่อาจรู้ได้เลย

ตั้งแต่แรกแล้ว…. รุ่นพี่ม่อ… คุณไม่ใช่สเป็คของฉัน

ถึงแม้ว่าจะไม่มีบอสใหญ่เซียว คนคนนั้นก็จะไม่ใช่คุณ การที่ฉันโหดร้ายกับคุณ เพราะว่าฉันหวังอย่างยิ่งว่าคุณจะสามารถค้นหาคนที่ถูกลิขิตมาคู่กับคุณเจอได้ นั่วนั่วถอนหายใจก่อนสรุปสั้นๆ “รุ่นพี่ม่อคะ คนที่คุณค้นหาอยู่นั้น ไม่ใช่ฉันหรอก”

สวรรค์ได้กำหนดชะตากรรมของคนบางคนและบางสิ่งบางอย่างไว้เมื่อนานแสนนานมาแล้ว และมันจะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะการตัดสินใจของเราได้ มันจะไม่เปลี่ยนตามความปรารถนาของเรา เพราะมันถูกลิขิตมาอย่างนั้น แต่เราจะไม่รู้เลย จนกว่าจะถึงเวลานั้น

รุ่นพี่ม่อ…. ตั้งแต่แรกแล้ว……. คุณไม่ใช่สเป็คของฉัน

ถึงแม้ว่าจะมี หรือไม่มีบอสใหญ่เซียว แต่คนคนนั้นก็ไม่มีทางจะเป็นคุณไปได้ อาจจะโหดร้ายไปสักนิด แต่เพราะว่าฉันหวังให้คุณค้นหาคนที่ถูกลิขิตมาเพื่อคุณ นั่วนั่วถอนหายใจก่อนสรุป “รุ่นพี่ม่อ คนที่คุณกำลังหาอยู่นั้นไม่ใช่ฉันค่ะ”

หลังจากเงียบไปนาน สีหน้าม่อจื้อหยวนกลับคืนสู่ท่าทางปกติ เม้มปากเน้น เอ่ย “นั่วนั่ว ขอบคุณนะ”

นั่วนั่วส่ายหน้าไปมาพร้อมกับยิ้ม ก่อนวางมาดเคร่งขรึมสุภาพ ก่อนเอ่ย “รุ่นพี่ม่อคะ ฉันขอรบกวนสักเรื่องได้ไหม”

ผู้จัดการแผนกทรัพยากรบุคคล ซูเหมยลี่นั้นกำลังอยู่ในสถานการณ์ลำบากเนื่องจากการปลดนั่วนั่ว

เนื่องจากความสัมพันธ์ของนั่วนั่วกับบอสใหญ่เซียว ซูเหมยลี่รู้สึกว่า เธอไม่อาจทำให้ “เทพธิดา”นี้รู้สึกไม่ดีได้ แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าบอสใหญ่เซียวกำลังคิดอะไรเช่นกัน จู่ๆเขาก็ยกนั่วนั่วเสียเทียมฟ้า นาทีถัดไปกลับอยากปลดเธอออกจากงานเสียนี้

ซูเหมยลี่ทำงานที่แผนกนี้มาสิบปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเคยเจออะไรแบบนี้ แต่ระหว่างเธอทำอะไรไม่ถูกนี้เอง โปรดิวเซอร์คนดังแห่งแผนกวางแผน ม่อจื้อหยวนก็โทรหาเธอ ก่อนเอ่ยคำสั่งง่ายๆ “นั่วนั่วได้รับอนุมัติเป็นพนักงานประจำแล้ว ช่วยเตรียมสัญญาด้วย”

เมื่อได้ยินคำพูด ซูเหมยลี่แปลกใจอย่างยิ่ง ก่อนหยั่งเชิงอย่างระมัดระวัง “แต่เจ้านาย”

“ผมกับเซียวอี้คุยกันแล้ว อีกสักครู่หลินเอ็มเอ็มน่าจะติดต่อคุณ”

ซูเหมยลี่เห็นด้วยทันที อันที่จริงหลังจากวางสายไปไม่นาน หลินเอ็มเอ็มก็ยิ้มหวานเข้ามา “ผู้จัดการซูคะ ใบสมัครเป็นพนักงานประจำของนั่วนั่วได้รับการอนุมัติแล้ว หัวหน้าแผนกทุกแผนกได้ตรวจสอบและเซ็นต์แล้ว คุณสามารถตรวจสอบและจัดเตรียมสัญญาได้เลยค่ะ”

ซูเหมยลี่พูดอะไรไม่ออก เธอเปิดดูหน้าสุดท้ายของใบสมัคร ช่องสุดท้ายนั้นเป็นลายเซ็นสดใสมีพลัง… หลังจากตรวจสอบคำว่า “เซียวอี้” นั้นไม่ใช่ของปลอม เธอเริ่มซุบซิบ:

“นี่ตกลงเกิดอะไรขึ้นน่ะ”

หลินเอ็มกระพริบดวงตากลมโตสดใส หลังจากดูลาดเลา เธอกระซิบ “ผู้จัดการซู จากที่ฉันเดา บอสใหญ่เซียวทะเลาะกับนั่วนั่วเลยงอน ไม่ยอมเซ็นต์อนุมัติให้นั่วนั่วเป็นพนักงานประจำ”

“แล้วทำไมจู่ๆเขาถึงตกลงล่ะ”

หลินเอ็มเอ็มยิ้มเจ้าเล่ห์ “รุ่นพี่ม่อยื่นมือเข้ามาสงบศึก เมื่อกี้ฉันพึ่งเห็นเขาหยิบใบสมัครของนั่วนั่วไปหาบอสใหญ่เซียว”

สองสาวกระซิบกระซาบ ทุกอย่างนั้นชัดเจนแจ่มแจ้ง

ในขณะเดียวกัน นั่วนั่วกำลังแชทกับม่อจื้อหยวนผ่าน QQ

[ นั่วนั่วจอมขี้กียจ ]: รุ่นพี่จื้อหยวน ขอบคุณค่ะ

[ โมจื้อหยวน]:ไม่มีอะไรต้องขอบคุณ

นิ้วเรียวของนั่วนั่วบนคีย์บอร์ดหยุดชะงัก ก่อนจะน้ำตาไหล รุ่นพี่จื้อหยวนนั้นห่างไกลกว่าเมื่อก่อนเสียอีก

>__<

เฮ้อ ถึงอย่างไรก็เป็นความผิดเธอ ที่ถือโอกาสคนดีๆคนหนึ่งให้ทำงานที่ดูไม่คู่ควรกับการขอบคุณ ให้บอสใหญ่เซียวลงนามในใบสมัครเป็นพนักงานประจำของเธอ แต่ว่าเธอก็ไม่มีทางเลือกแล้ว หลังจากปฏิเสธการแต่งงาน เธอไม่จำเป็นต้องสัมผัสว่าบอสใหญ่เซียวนั้นจะโกรธจัดและน่ากลัวได้ขนาดไหนนิน่า

ช่วงเวลาแบบนี้ คนทำความผิดไม่ควรโผล่หน้าไปให้เห็น แต่ทุกอย่างก็ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว เพื่องานนี้นั่วนั่วยอมต่อต้านเสน่ห์ความงามของบอสใหญ่เซียว แล้วเธอจะยอมแพ้กลางทางได้ไง ดังนั้นหลังจากที่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยขบคิดอยู่นาน ก็พบว่าวิธีเดียวที่บอสใหญ่เซียวจะยอมเซ็นต์จ้างเธอเป็นพนักงานประจำโดยไม่โกรธคือ…

หลังจากจ้องหน้าจอด้วยสีหน้ารู้สึกผิด เธอรัวนิ้วพิมพ์ข้อความเพื่อขจัดบรรยากาศอึดอัด

[ นั่วนั่ว จอมขี้เกียจ ]: แล้ว… บทที่คุณเอาเอกสารไปให้บอสใหญ่เซียวเซ็นต์ เขาพูดอะไรไหมคะ

เป็นเวลานานแสนนาน ก่อนจะมีข้อความตอบกลับมา อย่างเย็นชา

[ โมจื้อหยวน]: ไม่

ไม่

นั่วนั่วรู้สึกเวียนหัว คำนั้นราวกับแกว่งกลับไปกลับมาในความคิดของเธอ

ม่อจื้อหยวนไม่ต้องอธิบายเธอก็สามารถจินตนาการได้อย่างชัดเจน รุ่นพี่ม่อวางเอกสารใบสมัครลงตรงหน้าบอสใหญ่เซียว ผู้ที่มีสีหน้าดำทะมึน สีหน้าเจ็บปวดที่พยายามกล้ำกลืนฝืนทนหยุดชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจรดปลายปากกาเซ็นชื่อ

นั่วนั่วที่รู้จักเซียวอี้มานานพอสมควร เห็นด้วยกับเซียวจวินว่า ระดับความไม่พอใจของบอสใหญ่เซียวนั้นสามารถดูได้จากระดับสีหน้าของความอดทนของเขา ยิ่งโกรธเท่าไร สีหน้าเขายิ่งนิ่งเท่านั้น หน้าเฉยๆที่ไม่บอกว่าดีใจหรือเศร้า แต่แววตาลึกล้ำราวกับทะเลลึก นี่แหละคือสีหน้าที่ทำให้ทุกคนหวาดกลัว

คนมีชื่อเสียงคนหนึ่งกล่าวว่า “ถ้าเราไม่ระเบิดออกจากความเงียบงัน เราจะระเบิดอยู่ภายในความเงียบงัน” ความเงียบสงบก่อนพายุนั้นเป็นสิ่งที่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยหวาดกลัวมากที่สุด จนทำให้เธอตัวสั่นด้วยความกลัว และเธอก็เข้าใจสถานการณ์ที่เธอกำลังเจอดี บอสใหญ่เซียวกำลังจะ“ระเบิดออกจากความเงียบงัน” ในขณะที่เธอนั้นกำลัง “ระเบิดอยู่ใต้ความเงียบงัน”

แม่จ๋า ช่วยหนูด้วย

{{{(>__<)}}}

ทำไมสมองเธอลัดวงจรจนกล้าไปแหยมกับบอสใหญ่เซียวได้

นั่วนั่วกำลังคิดจะเอาหัวโขกกำแพงตาย เมื่อม่อจื้อหยวนส่งข้อความยาวเป็นพรวนมา

[ โมจื้อหยวน]: แล้วเธอวางแผนต่อจากนี้ว่ายังไงล่ะ

[ นั่วนั่ว จอมขี้เกียจ ]: เอ๊ะ?

[ โมจื้อหยวน]: ถ้าเฟยหลงปล่อยข่าวลือออกไป ไม่ถึงสามวันทั้งบริษัทก็รู้เรื่องความสัมพันธ์ของเซียวอี้กับเธอแล้ว

[ นั่วนั่ว จอมขี้เกียจ ]: ……

[ โมจื้อหยวน]: เท่าที่ฉันรู้จักเซียวอี้ ถึงแม้ตานี้เธอจะชนะ และได้รับการบรรจุ เขาก็ยังมีวิธีให้เธอลาออกอยู่ดี

ครั้งนี้ นั่วนั่วไม่มีแรงแม้แต่จะกด …. ด้วยซ้ำ ในสมองของเธอ มีเมฆดำทะมึนก่อตัวพร้อมสายฟ้าครืนๆพร้อมจะฟาดลงมา มีเพียงความคิดเดียวในใจ

ตายแน่

ตายหยั่งเขียด!!!

บอสใหญ่เซียวไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ตอนนี้เธอไม่แค่เป็นคนทอดทิ้งสาวงามเพื่อหน้าที่ แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ บอสใหญ่เซียวก็จะโยนเธอออกไปนอกประตูอยู่ดี ไม่ต่างอะไรกับ โดนกินสองต่อ1

[1] 赔了夫人又折兵เสียทั้งเหยื่อเสียทั้งปลา; โดนลงโทษสองเท่า