0 Views

บทที่ 30 คำอธิบาย

เซียวอี้ในฐานะของเนิร์ด[1] ที่มักจะทำอะไรซ้ำๆซากๆ ชีวิตเขานั้นดำเนินไปอย่างมีกฏเกณฑ์เรื่อยมา

เขาตื่นเจ็ดโมงเช้า ต่อด้วยการออกกำลังกายอีกหนึ่งชั่วโมง แปดโมงทานอาหารเช้า แปดโมงครึ่งจิบกาแฟระหว่างดูข่าว เก้าโมงออกจากบ้าน เก้าโมงครึ่งก็ถึงบริษัท พฤติกรรมนี้ดำเนินไปซ้ำๆ ไม่เปลี่ยนแปลงสักนิด แม้เขาจะไม่มีอะไรต้องทำเป็นพิเศษในวันเสาร์อาทิตย์ เซียวอี้ก็ยังตื่นนอนตอนเจ็ดโมงอยู่ดี

แต่วันเสาร์นี้ เซียวจวินที่นั่งเล่นเกมอย่างบ้าคลั่งทั้งคืนจนถึงตีสี่ เขาไต่บันไดเพื่อไปห้องน้ำ อ้าปากหาวขณะที่กำลังเดินผ่านห้องพี่ชาย ท่ามกลางความง่วงงุน เขาเห็นพี่ใหญ่เซียวนั่งจ้องตู้เสื้อผ้าแบบคิดไม่ตก เซียวจวินหยิกแก้มกลมๆนุ่มๆของตัวเอง ว่าตัวเองไม่ได้ฝัน ก่อนหันไปมองนาฬิกาในโถงทางเดิน

สิบโมง ยี่สิบสองนาที เจ็ดวินาที

ตามปกติ พี่ชายของเขาต้องอยู่ที่บริษัททำโอที หรือไม่ก็นั่งอ่านหนังสือพิมพ์… แต่ว่าวันนี้ เซียวจวินขยี้ตา เขาไม่ได้ตาลายไปใช่ไหม ผลักประตูเดินเข้าห้องนอนเซียวอี้

“พี่ฮะ พี่…” ยังพูดไม่ขาดคำ เซียวจวินอึ้งกับภาพตรงหน้า บนเตียงของพี่ชายจอมเนี๊ยบมีเสื้อผ้ากองอยู่จำนวนมาก ทั้งสูท เสื้อเชิร์ต เสื้อยืด เซียวจวินที่มักจะโดนดุอยู่เสมอเพราะเขาโยนทุกอย่างกองๆไว้ ดังนั้นจึงทำให้ห้องรกมาก ได้แต่จ้องพื้นห้อง

ถ้าเขาไม่ได้ฝันไป… พี่ชายเขาต้องสมองมีปัญหาแหงๆ

อีกด้าน มือบอสใหญ่เซียวประสานกันราวกับทำสมาธิ ก่อนเอ่ยเสียงเนิบนาบ ถามน้องชายที่เข้ามานานแล้ว “นายว่า… นายควรจะใส่ชุดอะไรดีสำหรับการไปเดทครั้งแรก”

เซียวจวินกระอักเลือด เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า คนที่มีชื่อเล่นว่า “สมองกล” จะถามคำถามเพี้ยนๆเช่น “จะใส่อะไรไปเดทแรกดี”

ใช่แล้ว เป็นครั้งแรกที่บอสใหญ่เซียวผู้เปี่ยมความสามารถคนนี้… คิดถึงการเดทระหว่างเขาและเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย จะใส่อะไรดี สูทก็ดูเป็นทางการไป เสื้อวอร์มก็ดูลำลองไป เขาทุ่มเทและคาดหวังกับนัดหมายครั้งนี้มาก แต่ทุกอย่างที่ทุ่มเทไปเหมือนจะเสียเปล่า

จู่ๆเขาต้องไปทำโอที… นัดครั้งนี้เลยต้องสั้นลงอย่างช่วยไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้น เซียวอี้ก็ยังตั้งตารอเดทแรกกับแฟนสาว หวังว่าจะสร้างความทรงจำแสนวิเศษ จะคุยอะไร จะทานอะไร หลังจากทานอาหารเย็นแล้ว จะไปดูหนังหรือดื่มกาแฟกันดีนะ รายละเอียดทุกอย่างถูกสลักลงในความคิดของเซียวอี้เป็นพันๆครั้ง แต่ผลน่ะเหรอ หลังจากรีบปั่นงานอย่างบ้าคลั่ง และโทรหาเจ้ากระต่ายน้อย กลับได้ยินเพียง“ฉันอยู่นอกเมืองค่ะ”

คำพูดนี่เป็นการทำลายความมั่นใจของหนุ่มเนิร์ดคนหนึ่งที่ไม่มีเดทแรกมานานแสนนานแล้ว ความเร็วในการเดินทางของบอสใหญ่เซียวเพื่อไปรับนั่วนั่วนั้น สามารถใช้ “ราวกับพายุหมุน” อธิบายได้เลย เมื่อเขาเห็นนั่วนั่วยืนข้างๆเสี่ยวเหวินชู รออยู่ข้างทาง ใบหน้าของเขาก็มืดครื้ม

เขาเคยคิดถึงผลลัพท์อันเลวร้ายนับไม่ถ้วน แต่เขาไม่เคยคิดว่าเดทแรกของเขาจะมีบุคคลที่สามสักนิด ตอนนี้ความคาดหวังยาวนานเป็นล้านปีและหัวใจที่เฝ้าปรารถนาของหนุ่มเนิร์ด… ถูกตัดออกจากร่าง โยนทิ้ง และแตกเป็นเสี่ยงๆ

นั่วนั่วรู้ว่าอารมณ์ของบอสใหญ่เซียวต้องบูดสนิทแน่นอน หลังจากรถจอดลงอย่างระหว่าง เธอพยายามคิดว่าขากลับจะอธิบายกับเขาอย่างไรดี แต่ลุงคนขับรถไม่ค่อยฉลาดนัก เอียงคอมองเซียวอี้ก่อนเอ่ย “ศิษย์น้องเล็ก นี่แฟนเธอเหรอ”

นั่วนั่วพยักหน้า เธอไม่กล้ามองตำแหน่งคนขับด้วยซ้ำ

“ถ้าอย่างนั้น เธอพาพระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่กับพวกเรากลับตัวเมืองได้ไหม? ไม่รู้รถลากจะมากี่โมง”

พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่ยิ้ม ไม่คัดค้านอะไร เสี่ยวเหวินชูมองตรงไปที่เซียวอี้ เขาเองก็ไม่คัดค้านอะไร นั่วนั่วสำลัก พูดอะไรไม่ออก นี่มันสร้างความวุ่นวายชัดๆ รังสีชั่วร้ายของบอสใหญ่เซียวแพร่กระจายขนาดนี้ แต่เสี่ยวเหวินชูยังกล้าให้บอสใหญ่เซียวไปส่งเขาในเมืองอีก

นั่วนั่วเกาะประตูไม่ปล่อย พลางคิดว่าควรทำอย่างไร เมื่อเธอได้ยินเสียงครื้มๆจากด้านหลัง “เข้ามาสิ”

นี่ทำให้เจ้ากระต่ายน้อยตัวสั่น และรู้สึกแย่มาก

มีเพียงความเงียบระหว่างการเดินทาง บรรยากาศแปลกขึ้นเรื่อยๆจากทุกทิศทาง

นั่วนั่วมองทิวทัศน์นอกหน้าต่างที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่คงตาไม่ดีเลยตัดสินใจเข้ามานั่งในรถ ไม่ว่าบอสใหญ่เซียวจะแผ่รังสีแห่งความเดือดดาล แต่พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่กลับเห็นเซียวอี้ส่องประกายระยิบระยับราวกับพระพุทธองค์ ดวงตาเล็กๆที่ส่องประกายจ้องเซียวอี้ครู่ใหญ่ ก่อนถอนหายใจ และในที่สุดก็เอ่ย “อามิตตาพุทธ โยม สนใจเปลี่ยนศาสนาหรือไม่”

นั่วนั่วที่นั่งอยู่ข้างๆคนขับรู้สึกขยะแขยงและอยากกระอักเลือดจากบาดแผลภายในอย่างยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้บอสใหญ่เซียวหงุดหงิดแค่ไหน ถึงแม้เขาจะอารมณ์ดี แต่เขาเป็นนักวัตถุนิยมโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเทพเจ้าองค์ไหนก็เป็นเรื่องเหลวไหลทั้งนั้น พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่คนนี้กล้าใช้มีดเจาะรู เขาเป็นอมตชนที่ไม่กลัวตายแน่ๆ ถึงกล้ามาชวนให้บอสใหญ่เซียวเปลี่ยนศาสนาแบบนี้

นั่วนั่วที่พยายามจะเอ่ยห้าม พระอาจารย์ทำมือเป็นรูป V แห่งเมตตาธรรม ก่อนเอ่ยช้าๆ  ค่าน้ำมันหอมบูชาพระเดือนละสองพันหยวนเท่านั้น

o(╯□╰)o

นัยน์ตาของนั่วนั่วลุกโชนราวกับไฟ ถ้าเธอจำไม่ผิด เมื่อกี้พระสงฆ์สิบแปดมงกุฏคนนี้เพิ่งบอกเธอว่า มันเดือนละสองร้อยเองไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมสำหรับบอสใหญ่เซียว ถึงพุ่งขึ้นไปสิบเท่าตัวแบบนี้ล่ะ ไม่ใช่ว่าสรรพสัตว์เท่าเทียมกันหมดต่อหน้าพระพุทธองค์หรอกหรือ

นั่วนั่วกัดฟัน เหงื่อเย็นๆเต็มหน้าผาก เอ่ย “ไม่ใช่สองร้อยเหรอคะ”

“ไม่ใช่อย่างแน่นอน” พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่ที่ดูพอใจอย่างยิ่ง เอ่ยอย่างมีพลัง “แม้โลกนี้จะเป็นของพระพุทธองค์ แต่พุทธศาสนาที่หยั่งรากลงในความคิดของทุกคนในที่นี้นั้นตื้นเขิน วิญญาณของเขานั้นสูงส่ง แค่มองก็รู้แล้วว่าชะตาที่มีร่วมกับพระพุทธองค์ของเขานั้นบางนัก”

เมื่อได้ยิน บอสใหญ่เซียวที่เงียบมาตลอดกลับยิ้มเยาะเสียงดัง “ชะตา?”

พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่ที่คิดว่าประตูนั้นเปิดออก ตาเป็นประกาย พยักหน้า “ใช่แล้ว”

“แล้วท่านเชื่อหรือไม่ว่า ผมสามารถตัดชะตานี้ได้”

พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่ทำหน้าบึ้ง “ทำอย่างไร”

บอสใหญ่เซียวครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนหรี่ตาลง เอ่ยเรียบๆ “ถ้าคุณพูดอะไรไร้สาระอีก ผมจะไล่คุณลง”

“……”

พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่ที่อยากเล่าเรื่อง จึงเข้าสู่ความเงียบสนิทเช่นกัน

หลังจากส่งเสี่ยวเหวินชูและพระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่แล้ว บอสใหญ่เซียวไม่ยอมบอกว่าพวกเขาจะไปไหนต่อ แค่ขับรถไปเรื่อยๆ ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เขาก็หยุดรถในถนนส่วนบุคคล นั่วนั่วได้แต่กลืนน้ำลาย เธอรู้ว่าการสืบสวนเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

กระต่ายขาวตัวน้อยก้มหน้างุด พยายามคิดว่าจะอธิบายอย่างไรดีให้เขาเมตตา เมื่อเธอได้ยินเสียงเรียบๆ และเงยหน้าขึ้น

“หวงเหยียนเก้าวัน… เป็นเพื่อนร่วมหอที่มหาวิทยาลัยฉัน… เขาเป็นผู้ชาย”

“อ๊ะ?” กระต่ายขาวตัวน้อยที่เตรียวตัวรอคำเทศนา ไม่ได้ยินอะไรที่เธอคิดว่าจะได้ยิน แต่กลับได้ยินประโยคที่ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง เธอกระพริบตา ก้มหน้าลงสามวินาที หวงเหยียนเก้าวันคืออะไร…

ไม่ใช่เกมส์นั้นเหรอ ข่าวลือที่บอสใหญ่เซียวมีกับคนคนนั้นนี่น่า นั่วนั่วที่คิดขึ้นได้ เห็นที่มาที่ไปของประโยคแปลกประหลาดของบอสใหญ่เซียว อา เพื่อนร่วมห้อง ผู้ชาย ไม่ใช่สัตว์เพศผู้ เธอไม่ได้โง่นะ แต่บอสใหญ่เซียวย้ำ คำว่า ผู้ชาย

เหตุผลของประโยคนี้คือ… นานแสนนานมาแล้ว เธอหึงเขาอย่างแรง

= __ =

เซียวอี้ถอนหายใจและลดโทนเสียงให้อ่อนโยนลงเล็กน้อย “ฉันสัญญากับเธอไว้ไง ว่าฉันจะอธิบายกับเธอตอนฉันกลับมา”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ นั่วนั่วรู้สึกเหมือนว่าตัวเองทำผิดใหญ่หลวง ไม่สามารถชดใช้ได้ “คุณจะไม่ถามฉันเหรอว่าเกิดอะไรขึ้น” อันที่จริง หลังจากเกิดเรื่อง “ฟินิกซ์เก้าวัน” นั่วนั่วคิดทบทวนและรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าสิ้นดี มันเป็นแค่ออนไลน์ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้หญิงจริงๆ ถึงแม้ว่าคนสองคนจะแต่งงานกันในเกมส์ แต่นั้นก็คืออดีต อดีต ทำไมเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยในชีวิตจริงต้องไปกลัวอะไรกับหงส์ไฟตัวน้อยที่เป็นแค่ข้อมูลในเกมส์ด้วย

ดังนั้นหลังจากที่บอสใหญ่เซียวกลับมาจากการติดต่อธุรกิจ นั่วนั่วไม่เคยถามเขาสักครึ่งคำเกี่ยวกับเรื่อง “ฟีนิกซ์เก้าวัน” แต่ในเมื่อเขายกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดแล้ว นั่วนั่วที่ก่อเรื่องยุ่งๆ ควรจะซื่อตรงกับเขาเช่นกันไม่ใช่เหรอ

เซียวอี้ลูบหัวนั่วนั่ว เอ่ยจริงจัง “นั่วนั่ว นี่เป็นครั้งแรกที่ผมตกหลุมรักใครสักคน ผมไม่รู้ว่าต้องแสดงความรู้สึกอย่างไร และผมไม่รู้ว่าจะดูแลคุณอย่างไรให้ดีที่สุด ผมไม่สามารถอยู่กับคุณตลอดเวลาได้แบบผู้ชายคนอื่นๆ เพราะผมต้องบริหารบริษัท Owl Wing ผมไม่สามารถฟังคุณได้ทุกเรื่อง เพราะการตัดสินใจของผมนั้นเป็นผู้ใหญ่และมั่นคงกว่า และผมไม่รู้วิธีพูดจาหวานๆ”

ก่อนเขาจะชะงัก ย่นคิ้วเล็กน้อย “แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะวันไหน ถ้าเราสองคนอยู่ด้วยกัน ผมจะใช้หัวใจและจิตวิญญาณเรียนรู้และจดจำทุกๆรายละเอียด ดังนั้นเรื่องที่คุณไม่บอกผมเรื่องนัดเสี่ยวเหวินชู ผมก็จะไม่ฟังและไม่ถาม เพราะว่าผมเองก็ไม่ได้บอกคุณเรื่อง “ฟินิกซ์เก้าวัน” นี่เป็นความผิดของผม ดังนั้นผมก็ไม่มีสิทธิ์จะถามคุณกลับว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น แต่ผมก็ห้ามตัวเองไม่ให้โกรธและหึงไม่ได้เหมือนกัน”

“คุณเข้าใจผมใช่ไหม”

นั่วนั่วที่ตาเปียกชื้นพยักหน้าช้าๆ ก่อนส่ายหัว

ความรู้สึกอ่อนโยนของบอสใหญ่เซียว เธอได้รับมาทั้งหมด การตัดสินใจทุกอย่างนั้นเป็นไปด้วยความปรารถนาดี แต่เขากลัวว่าเขาใช้วิธีที่ผิด ดังนั้นเขาบอกว่าเขาจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อเรียนรู้ ขณะเดียวกันเขารู้สึกว่าเขาทำดีไม่พอ จึงไม่อาจะถามว่าอะไรและทำไม คำพูดลึกซึ้งสะเทือนอารมณ์แบบนี้ ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ต้องใจอ่อนแน่นอน และเมื่อมันเอ่ยออกมาจากปากเซียวอี้ผู้สูงส่งคนนี้ด้วย

ส่ายหัวไปมา เพราะว่ากระต่ายขาวตัวน้อยคิดว่าเธอหูฝาดไป เมื่อกี้ บอสใหญ่เซียวบอกว่า “ตกหลุมรักครั้งแรก” จริงๆน่ะเหรอ แต่นั่วนั่วกรอกตาสีขาวดำไปมา และคิดอีกครั้ง การใช้ชีวิตแบบคนบ้างานของเซียวอี้ ที่ไม่เคยมองคนที่เดินผ่านเลยสักนิด การไม่เคยมีความรักคงเป็นเรื่องปกติละมั้ง

คนที่เยี่ยมยอด มักจะมีมาตรฐานที่สูงลิบลิ่วเช่นกัน แต่….

นั่วนั่วทำปากยื่น เธออดรนทนไม่ไหวที่จะถามอะไรบางอย่างที่ค้างคาใจมานาน

“ทำไมถึงเป็นฉันล่ะ” เธอไม่ได้ สวย ฉลาด รวย แต่เขาพบเธอในทะเลแห่งผู้คน

เมื่อได้ยินคำถาม บอสใหญ่เซียวยิ้ม ริมฝีปากคลี่เป็นรอยยิ้มบางๆ “ที่จริงฉันก็เคยคิดนะ ว่าทำไมต้องเป็นเธอ”

{{{(>__<)}}}

แค่คำเดียว นั่วนั่วโดนน็อค บรรยากาศอบอุ่นแสนสุขในรถละลายหายไปทันที

ฉันเคยคิดนะ ว่าหน้าตาเธอก็ธรรมดา ออกจะโง่หน่อยๆ และยังซื่อบื้อ ที่บ้านเธอยังมีคู่พ่อแม่ตัวตลกอีกด้วย ทำไมฉันถึงเลือกเธอนะ

บอสใหญ่เซียว คุณใจร้ายที่สุด

คุณ……..พูดคำหวานไม่เป็นจริงๆนั่นแหละ

 

[1] 宅男 ไจ่หนาน เป็นคำแสลงที่หมายถึงผู้ชายเนิร์ดๆ

ส่วนเนิร์ดเป็นคำเรียกบุคคลที่มีระดับสติปัญญาสูงซึ่งมีความสนใจในการเรียนหรือ การศึกษาเรื่องบางเรื่องที่เขาสนใจ คนภายนอกจะมองว่าพวกนี้เป็นพวกที่ไม่เข้าสังคม แต่จริงๆแล้วเป็นเพราะว่าพวกนี้ไม่สนใจและไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเข้าต่างหาก

ว่าแต่ เห็นด้วยกันนั่วนั่วนะ พระเอกเรานี่ไม่หวานสักนิดเดียว

 

ป.ล. หายไปเกือบเดือน ลงชดเชยให้สามตอนนะคะ ^^