0 Views

บทที่ 3 ชั่วเจ็ดที ไม่ยักจะดีเจ็ดหน

ตอนแรกที่นั่วนั่วเข้ามาทำงานที่บริษัทใหม่ๆ เธอรู้สึกว่าบริษัทนี้แปลกมาก

ตารางงานประจำวันจะถูกส่งมาที่อีเมลล์ของเธอทุกวัน และตอนเลิกงานนั่วนั่วต้องส่งอีเมลล์รายงานให้หัวหน้าว่างานไปถึงไหนแล้ว ซึ่งจะถูกส่งผ่านไปที่หัวหน้าทีมโปรดักชั่น หัวหน้าแผนกวางแผน และผู้จัดการแผนกต่างๆที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะไปถึงเซียวอี้

นั่วนั่วฉุกคิดว่า เซียวอี้ในฐานะบอสใหญ่ วันๆหนึ่งเขาจะได้รับอีเมลล์พวกนี้สักกี่ฉบับกันนะ? เธอเป็นแค่เด็กใหม่คนหนึ่ง  ถ้าทุกคนส่งอีเมลล์เกี่ยวกับงานพวกนี้ไปเรื่อยๆ กล่องอีเมลขาเข้าเขาจะเต็มแค่ไหน

แต่สิ่งที่นั่วนั่วไม่รู้คือบอสใหญ่มีเสมียนที่คอยจัดการอีเมลล์ให้เป็นประจำทุกวัน แยกเรียงตามลำดับความสำคัญ จากด่วนมาก สำคัญ ไม่สำคัญ ส่วนตัว หรือเรื่องงาน และจะรายงานตามลำดับความสำคัญให้เซียวอี้ทราบ

ดังนั้นส่วนใหญ่บอสใหญ่จะยุ่งเกินกว่าจะเช็คอีเมลล์เอง แต่เหมือนโชคใหญ่หล่นทับเธอ สุดสัปดาห์นี้เซียวอี้ที่เพิ่งตอบอีเมลล์ด่วนพิเศษเสร็จ ก่อนที่จะทันปิดหน้าอีเมลล์ เสียง “ติ๊ง” ที่แจ้งเตือนว่ามีอีเมลล์ใหม่ก็ดังขึ้น เซียวอี้เลยจิ้มเข้าไป แค่คลิกเดียวเท่านั้นก็นำไปสู่การอบรมช่วงสุดสัปดาห์ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจสถานการณ์นัก แต่นี่เป็นเหตุการณ์หนึ่งในล้านเลยที่บอสใหญ่มีเวลาตำหนิเด็กใหม่ตัวน้อย เขาไม่มีอะไรดีกว่านี้ให้ทำแล้วหรือไง

ทุกคนรวมทั้งนั่วนั่วคิดว่าทำไปอย่างที่เคยเป็นมาก็ได้

แต่เหตุการณ์ปัจจุบันนั่วนั่วไม่ค่อยแน่ใจนัก

ในห้องประชุมม่อจื้อหยวนสอนไปพลาง เขียนบนกระดานดำไปพลางด้วยสีหน้านิ่งๆ สมาชิกทีมเฟยหลงเบิกตากว้างดูเหมือนจะสนใจใฝ่รู้อย่างยิ่ง ในขณะที่นั่วนั่วทำตัวตรงกันข้าม

เมื่อครู่หนึ่งที่ผ่านมา ก่อนที่เจ้านายจะเข้ามาในห้องประชุมนั้น สมาชิกทีมเฟยหลงหัวเราะเฮฮา นอนหลับ หรือเล่นเกมบนมือถือแบบปิดเสียงไว้ ม่อจื้อหยวนเองก็ไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากพูดถึงเกมส์ต่างๆ หรืออธิบายเรื่องราวต่างๆ

หัวหน้าทีมเฟยหลงกระตุกมือนั่วนั่วส่งสายตาสำนึกผิดให้ เมื่อเห็นสายตานี้นั่วนั่วรู้สึกอายมาก ก่อนที่การอบรมจะเริ่มต้น เธอขอโทษทุกคนเป็นการใหญ่ แต่ถ้าไม่เพราะว่าอีเมลล์บ้าๆนั้น ใครนอนดึกก็สามารถตื่นสายได้ ใครอยากออกไปเที่ยวก็สามารถออกไปได้ จะไปกับสามีหรือแม่หรือลูกก็ทำได้หมด แต่ตอนนี้ทุกคนกลับต้องมาติดแหงกอยู่กับเธอ แต่คำขอโทษของเธอไม่ได้รับการตอบรับจากสมาชิกทีมเฟยหลงนัก หัวหน้าทีมเฟยหลงถอนหายใจ “เฮ้อ ผมไม่โทษคุณเรื่องนี้หรอกนะ โทษโชคร้ายของคุณดีกว่า”

“เอ๊ะ?” นั่วนั่วที่ไม่เข้าใจ กระพริบตาแบบงงๆ

ม่อจื้อหยวนพยักหน้า กระซิบเสียงต่ำ “เกมส์นั้นน่ะ เซียวอี้ เป็นคนสร้าง”

!!!!!!!

นั่วนั่วอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก

มิน่าบอสใหญ่ถึงมีปฏิกริยาขนาดนั้น ใครจะทนให้ลูกจ้างมาบอกว่างานของตัวเองไม่ดีได้ล่ะ

นั่วนั่วยังไม่รู้สึกตัวดีนักเมื่อบอสเฟยหลงเสริม “อันที่จริง ทีมของเราเสนอจะที่จะปรับการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในเกมส์ให้ละเอียดมากขึ้น ทีมครีเอทีฟ MM เองก็ช่วยเราทำ CG สำหรับแผนที่ในเกมส์ด้วย แต่บอสใหญ่เป็นคนตัดทิ้งน่ะ”

“ใช่ ใช่” สมาชิกอีกคนพยักหน้า “เซียวเกอตัดรายละเอียดออกมากเกินไป เขาบ้าอำนาจจริงๆ”

“เอ๊ะ บ้าอำนาจงั้นหรือ ต้องมีการปฏิวัติไหมเนี่ย”

ด้วยหน้าตื่นๆ นั่วนั่วหันกลับมามองประตูที่เปิดกว้าง เธอไม่แน่ใจว่าเซียวอี้เข้ามาเมื่อไร

การปฏิวัติคืออะไร? เพื่อปราบปรามความรุนแรงงั้นหรือ? เซียวอี้หย่อนก้นลงนั่งข้างๆนั่วนั่วระหว่างการอบรม บรรยากาศในห้องลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง ความทรงจำของเธอหยุดชะงัก ก่อนจะอดคิดไม่ได้ว่าบอสของเธอต้องเบื่อมากแน่ๆ อยู่ดีๆก็มาตอบอีเมลล์ และจู่ๆก็โผล่มาเข้าร่วมอบรมระหว่างวันหยุดซะงั้น

เช้าวันนั้นไม่ว่าจะคนที่ถูกฝึกอบรมหรือผู้ฝึกสอนก็ตาม ต่างฝ่ายต่างหมดแรง จึงปฏิเสธคำชวนไปกินอาหารกลางวันของนั่วนั่วกันหมด คนที่อยากกลับบ้านก็รีบกลับ คนที่จะไปดูหนังกับภรรยาก็ออกไป ก่อนการอบรมจะจบลงเซียวอี้เดินออกไปรับโทรศัพท์และหายต๋อมไป นั่วนั่วจึงจัดการเก็บกวาดห้องประชุมจนเรียบร้อย โดยคาดว่าบอสใหญ่ไม่น่าจะกลับมาแล้ว และเตรียมตัวขึ้นรถเมล์กลับบ้าน

แต่ระหว่างรอรถเมล์นั้นเอง เหตุการณ์ที่น่าอายและน่าหงุดหงิดอย่างยิ่งก็เกิดขึ้นกับเธอ

ระหว่างรอรถเมล์นั่วนั่วคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย ก่อนตั้งชื่อเล่นให้บอสใหญ่เซียวอย่างเคืองๆ “นักฆ่าวันหยุดสุดสัปดาห์!”

ใช่แล้ว บอสใหญ่เป็นนักฆ่าวันหยุดสุดสัปดาห์ผู้แสนเลือดเย็น ถึงแม้การถูกสายตานั้นมองสักครั้ง ไม่ว่าจะสาววัยรุ่นไปจนสาวแก่ต้องยอมสยบก็ตาม แต่การที่ต้องมาใช้วันหยุดแสนอิสระแสนสงบกับบอสใหญ่สองอาทิตย์ติดๆนี่มันเกินไปแล้ว อาทิตย์ก่อนเขาก็ทำเธอนอนไม่หลับไปสองคืนเต็มๆจากเรื่องนัดบอดนั่น อาทิตย์นี้จู่ๆเขาก็โผล่มานั่งในการฝึกอบรม เธอไม่อยากคิดถึงอาทิตย์หน้าเลยด้วยซ้ำ

ความคิดนั้นทำเธอตัวสั่นเล็กๆ ก่อนจะหลุดจากภวังค์ความคิดนั่น เมื่อเด็กหนุ่มอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดคนหนึ่งเดินเข้ามาถามทางเธอด้วยท่าทีขี้อายเล็กๆ แม้จะเขาจะยืนใกล้เธอไปสักนิดเธอก็ไม่เขินอาย เด็กหนุ่มอีกสองสามคนชะโงกหน้ามาดูทั้งคู่อย่างสนใจ

“หืออ…” นั่วนั่วเริ่มเข้าใจสถานการณ์ เขาไม่ได้มาถามทางแน่ๆ แต่เธอตัดสินใจไม่พูดก่อน กวาดสายตามอง ชุดเครื่องแบบที่เด็กหนุ่มสวมอยู่เป็นของโรงเรียนมัธยม XX ที่ตั้งอยู่ด้านหน้านี่เอง

“คะ…คะ…” เขาจับผม อ้ำอึ้งตะกุกตะกักก่อนจบประโยค “คุณช่วยบอกทางผมหน่อยได้ไหมครับว่า สวนสาธารณะ West-Wood ไปทางไหน”

นั่วนั่วกระพริบตา ตกลงเขามาถามทางเธอจริงๆนี่น่า

“ขึ้นรถหมายเลข 12 จากตรงป้ายนี้แหละ ไปทางซ้ายสามนาที ก็ถึง West-wood แล้ว”

“ขะ…ขอบคุณครับ”

“ด้วยความยินดี”

เด็กหนุ่มหันไปทางถนน แต่สีหน้าไม่ค่อยเต็มใจ ก่อนจะหลุดออกมาประโยคหนึ่ง “เอ่อ… คือ…. ผมขอเบอร์โทรคุณได้ไหม”

“…” นั่วนั่วกระพริบตา ตกลงแล้ว เขาแค่แกล้งมาถามทางเธอเฉยๆสินะ ส่วนประเด็นสำคัญคือ…ประโยคนี้ แต่เด็กผู้ชายคนนี้ไม่เด็กไปหน่อยหรือไง เขากล้ามาขอเบอร์เธอที่อายุมากกว่าอย่างน้อยตั้งห้าปีเชียวนะ

เด็กหนุ่มเมื่อเห็นนั่วนั่วไม่ตอบอะไร คิดว่าเธอคิดไม่ตกว่าจะให้ดีหรือเปล่า ไม่ยอมแพ้ เกาหัวอยู่นานก่อนเอ่ยว่า “ผมกลัวหลงน่ะ เลยขอเบอร์ไว้เผื่อโทรถามทางดู”

=__=

โธ่เอ๊ย เด็กน้อย หาเหตุผลดีกว่านี้ไม่ได้แล้วเหรอไง?

นั่วนั่วหยุดคิดไปสองวินาที เอียงคอถาม “แค่ถามทางต้องขอเบอร์โทรด้วยเหรอไง”

เมื่อได้ยินคำตอบ เด็กหนุ่มหน้าแดงเล็กๆ รอยยิ้มหวานของนั่วนั่วทำเขาพูดอะไรไม่ออก “มะ..ไม่หรอกครับ ที่จริงผมเห็นคุณมารอรถเมล์ที่นี่บ่อยๆ เป็นเพื่อนกับผมได้ไหม?”

เมื่อคำสารภาพหลุดจากปาก เสียงหัวเราะและโห่ร้องจากกลุ่มเด็กหนุ่มก็ดังขึ้น

“เฮ้ เจ้านั่นยอมพูดแล้วว่ะ มันซ้อมอยู่ตั้งหลายวันแน่ะ”

“เอ่อ ถ้า ข้าเป็นไอ้นั่นนะ ข้าจีบเธอติดภายในอาทิตย์เดียวแน่ๆ ป่านนี้น่าจะได้จูบไปแล้วว่ะ”

“ฮ่าๆๆๆ”

นั่วนั่วได้ยินเสียงล้อเลียนจากกลุ่มเด็กหนุ่มที่คิดว่าตัวเองเจ๋ง เลือดบนหัวเริ่มปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว กำมือแน่น เด็กหนุ่มที่ดูตื่นเต้นรีบอธิบาย

“อย่าถือสาเลยนะครับ พวกเขา…”

แต่พูดไม่ทันจบประโยค นั่วนั่วก็กลายร่างเป็น “ราชินีเพลิง”เสียแล้ว ตาลุกวาว “เธออายุเท่าไหร่น่ะ”

“หือ?” เด็กหนุ่มนิ่ง นั่วนั่วถามซ้ำ “เธออายุเท่าไหร่? กำลังหัดสารภาพรักอยู่เหรอไง?”

คำถามทำเด็กหนุ่มอึ้งสนิท  นั่วนั่วที่คิดว่ามันไม่สนุกแล้ว พ่นคำวิจารณ์ “เด็กน้อย คงขาดการอบรมสินะ พี่สาวคนนี้คงต้องขอพบอาจารย์และผู้ปกครองของเธอ…”

“คัท!” นั่วนั่วพูดไม่ทันจบ เด็กหนุ่มที่แอบซ่อนปีศาจน้อยไว้ในตัวก็เอ่ยแทรก “เธอแกล้งทำเป็นแก่เหรอไง อย่าคิดนะว่าแค่ไม่ใส่เครื่องแบบโรงเรียนแล้ว จะแกล้งทำเป็นสาวออฟฟิศไปได้น่ะ”

ประโยคนี้ฟาดนั่วนั่วราวกับฟ้าผ่าลงกลางศีรษะ ทำเอานั่วนั่วอึ้งกึมกี่

เด็กนี่ คิดว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นเหรอเนี่ย มิน่าถึงกล้ามาขอเบอร์โทรเธอ

นั่วนั่วร้องไห้แบบไร้น้ำตา เธอยอมรับว่าเธอหน้าเด็ก ไม่ว่าจะแต่งตัวยังไงก็ตาม หน้ากลมๆนั่นก็เหมือนเด็กมัธยมไม่มีผิด แต่เธอทำงานตั้งสองปีแล้วนะ ถึงแม้ไม่ได้ผ่านความตรากตรำลำบากมามาก แต่เธอควรจะดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นบ้างสิ

ทำไมล่ะ ทำไม

เด็กพวกนี้ทำเอานั่วนั่วสับสนไปหมด ระหว่างการสารภาพรักที่แสนสำคัญ เธอควรจะสอนบทเรียนเล็กๆน้อยๆให้เด็กพวกนี้ไหมเนี่ย เธอคิดหนักว่าจะปฏิเสธเด็กหนุ่มอย่างไรดี

ดูสิดู ถ้าบอกว่าฉันเป็นเด็กมหาลัยฯ ยังพอรับได้อยู่บ้าง แต่ทำไมถึงเป็นเด็กมัธยมล่ะ นี่มันเรื่องตลกชัดๆ

เด็กหนุ่มสังเกตุเห็นหน้าซีดขาวของนั่วนั่ว คิดว่าการล้อเลียนของเพื่อนๆนั่นทำให้เธอรู้สึกแย่และอยากร้องไห้ จึงพยายามปลอบ “เธอไม่ชอบสินะ… พวกเรา… เอ่อ… ผมขอโทษ ถะ…ถ้าเธอไม่อยากให้เบอร์โทรผมก็ไม่เป็นไร งั้นตั้งแต่วันนี้ไป พวกเรานั่งรถโรงเรียนกลับด้วยกันดีไหมครับ”

อีกครั้งที่คำเพียงสี่คำ “หลังโรงเรียนเลิก” เป็นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมา แต่ไม่ทันทำอะไร รถวอลโว่สีดำสนิทก็จอดอย่างช้าๆตรงหน้าป้ายรถเมล์

แม่ขา แม่พูดถูกแล้ว เวลาผู้ชายชวนไปทานข้าวเย็นนี่มักจะมีจุดประสงค์ที่ไม่ดีแอบแฝงเสมอ