0 Views

บทที่ 29 ทำบุญทำทาน

นั่วนั่ววางสายโทรศัพท์ ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนดีเกินไปหรือยังไง หรือว่าเป็นคนที่ดึงดูดผึ้งและผีเสื้อมากเกินไป (ดึงดูดสายตามากเกินไป)

สองวันก่อน เธอไปที่บ้านเซียว บังเอิญเจอบอสใหญ่เซียว และยังโดนพ่อแม่เซียวอี้จับได้อีกด้วย นั่วนั่วคิดว่าเธอต้องทำอะไรให้เทพเจ้าโกรธแน่ๆ ควรจะต้องหาไปไหว้พระสักหน่อย

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีเวลาไปไหว้พระ… แต่เหมือนฟ้าจะส่งใครมาตรงหน้าประตูบ้านเธอเสียอย่างงั้น…

=__=

ใช่แล้ว คนที่โทรมาไม่ใช่ใคร… เสี่ยวเหวินชู ผู้คลั่งไคล้ในพุทธศาสนา นั่วนั่วคิดว่าจากเหตุการณ์สารภาพครั้งก่อน เสี่ยวเหวินชูน่าจะเข็ดกับการที่เป็นทหารกองหน้ากล้าตาย เธอไม่คิดว่าเขาจะโทรมาชวนเธอไปทำทานปล่อยชีวิตสัตว์แบบนี้

เสี่ยวเหวินชูพูดด้วยน้ำเสียงมั่นๆว่า ถึงแม้พวกเขาทั้งคู่จะไม่ถูกลิขิตมาให้เป็นคู่รัก แต่ยังเป็นพี่น้องในพุทธศาสนาอยู่ ดังนั้นเขาเลยชวนนั่วนั่วไปปล่อยชีวิตสัตว์กับเขาด้วย นั่วนั่วกลอกตางงๆก่อนคิดถึงแม้ว่าเสี่ยวเหวินชูที่มักจะเอ่ยคำว่าพระพุทธเจ้าด้วยที่ท่าเว่อร์วังเกินไปจนเหมือนเพ้อเจ้อ แต่การปล่อยชีวีตสัตว์นั้นเป็นการกระทำที่ไม่เลวเลย และถ้าเทียบกับการไปไหว้พระที่วัดแล้ว ดูจะน่ายกย่องมากกว่า

และที่สำคัญที่สุด ครั้งสุดท้ายที่เธอคุยกับเสี่ยวเหวินชู เขายังโทรหาเธอ นี่แสดงว่าเขายังคิดว่าเธอเป็นเพื่อน อะแฮ่มๆ ไม่ใช่สิ ศิษย์น้องเล็ก ถ้าเธอปฏิเสธเธอคงดูขี้เหนียวไปหน่อย

หลังจากคิดหลายตลบ พร้อมกับการรับปากของเสี่ยวเหวินชู นั่วนั่วเลยตกลงจะไปปล่อยชีวิตสัตว์ตอนบ่ายสี่โมง

ความคิดของนั่วนั่วนั้นเรียบง่าย เธอคิดว่าการเดินไปเดินมาเป็นวงกลมรอบบ้านซ้ำๆ รอบอสใหญ่เซียวทำงานจนเสร็จนั้นน่าเบื่อมาก จึงออกไปปล่อยชีวิตสัตว์แทน นอกจากเสี่ยวเหวินชู และคู่สามีภรรยาอายุประมาณสามสิบปีแล้ว ยังมีพระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่ ที่เสี่ยวเหวินชูพูดถึงอยู่บ่อยๆ

นั่วนั่วเบ้ปาก ถึงแม้ว่า พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่จะแต่งกายเป็นพระสงฆ์ ศีรษะล้านเลี่ยน สวมรองเท้าผ้า และชุดสงฆ์สีเขียว แต่พระอาจารย์กลับมีลูกศิษย์อย่างเสี่ยวเหวินชู และยังมีประโยคแปลกๆอีก “XX.. เปิดรถ BMW สิ” “พระสงฆ์แต่งงาน” และข่าวอะไรที่เธอไม่เคยได้ยิน นั่วนั่วเลยมีความเห็นต่อพระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่ไปสามแบบ

พอเสี่ยวเหวินชูสังเกตุสีหน้านั่วนั่วว่าไม่ค่อยเชื่อถือในตัวพระอาจารย์เท่าไร เขารีบเสริม “นั่วนั่ว ที่ชวนคุณมาด้วยนี่ ต้องขอบคุณพระอาจารย์ที่ชี้แนะเลยนะ”

เมื่อได้ยิน นั่วนั่วเบิกตาโต เขาหมายความว่ายังไงกัน

เสี่ยวเหวินชูกระแอม สายตาล่องลอยไปไกล “อันที่จริง หลังจากกลับจากบ้านเธอวันนั้น ผมก็รู้สึกค่อนข้างแย่ พระอาจารย์สังเกตุเห็นเลยเล่าเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง ครั้งหนึ่งมีชายสามคนเดินผ่านป่า และพบศพผู้หญิงเปลือยเปล่า… ชายคนแรกเมื่อพบศพก็ตกใจมากเลยวิ่งหนีไป ชายคนที่สองเห็นศพ ส่ายศีรษะ ถอดเสื้อและสวมให้ศพหญิงสาวคนนั้น และชายคนที่สามนั้นขุดหลุมฝังศพให้เธอ”

”พระอาจารย์เอ่ยว่า เธอคือผู้หญิงคนนั้น ส่วนฉันคือคนที่มอบเสื้อผ้าให้เธอ การพบเจอของเราในชาตินี้คือการตอบแทนกรรมดีที่มอบเสื้อชุดนั้นให้เธอ  เมื่อการตอบแทนจบลง เธอเลยจากไป และแฟนเธอที่เจอวันนั้นคือผู้ชายที่ขุดหลุมฝังศพให้เธอ”

นั่วนั่วเงียบกริบ ตาเป็นประกาย

ถึงแม้ว่าเธอจะหดหู่ที่เสี่ยวเหวินชูเอาเธอไปเทียบกับศพหญิงสาว และยังเทียบบอสใหญ่เซียวกับผู้ชายที่ขุดหลุมฝังศพเธอ แต่ข้อคิดเบื้องหลังเรื่องเล่านี้มีความหมายลึกซึ้ง เสี่ยวเหวินชูที่สามารถใช้คำสะเทือนใจมากล่อมเธอได้นี่ บางทีพระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่อาจจะลึกซึ้งกว่าที่คิดก็เป็นได้

นัยน์ตาของเจ้ากระต่ายขาวใสกระจ่าง มือวางบนอก กระดิกหางไปมา… พระอรหันต์ จริงเหรอ เหมือนว่าจะเป็นการแสดงระดับยิ่งใหญ่มากกว่า รู้หลักธรรมมากมาย หัวใจสงบราบเรียบ พระอาจารย์ที่สามารถชักนำบุพเพสันนิวาสระหว่างผู้ชายและผู้หญิงได้ในพริบตา นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเคยเจอพระอาจารย์ระดับตำนานแบบนี้

ดวงตาของนั่วนั่วเปล่งประกาย ขณะที่กำลังจะวิ่งไปเอ่ยคำว่า “พระอาจารย์” อย่างนับถือ เธอได้ยิน พระสงฆ์เฒ่ายิ้มอบอุ่น ก่อนทำมือเป็นรูปตัว V และเอ่ย

“อมิตาพุทธ โยม ต้องการเปลี่ยนศาสนาไหม ค่าน้ำมันหอมบูชาพระเดือนละสองร้อยหยวนเท่านั้น”

……

……

……

อารมณ์ความรู้สึกของนั่วนั่ว……….อึ้งกิมกี่.

นี่มันพระสงฆ์แบบไหนกันเนี่ย….ไม่ต่างอะไรกันพวกต้มตุ๋นเลยสักนิด!!!!

ถึงแม้ว่านั่วนั่วอยากประเคนสักหมัดให้ “พระอรหันต์” ท่านนี้เป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับสกายคิกเสี่ยวเหวินชูสักครั้ง แต่ ไหนๆก็มาแล้ว การปล่อยสัตว์จึงดำเนินต่อไป

การปล่อยสัตว์นั้นง่ายดายอย่างยิ่ง แค่ส่งคนไปที่ตลาดสด ซื้อปลาตัวเล็กตัวน้อย กุ้ง กระต่าย ไก่ และกรงไว้ใส่สัตว์พวกนั้นกลับมา แบกไปที่ชานเมืองเพื่อปล่อยให้เป็นอิสระ

นำทีมโดยคู่สามีภรรยาที่มีรถ กลุ่มคนขนสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยขับไปที่ย่านชานเมืองเพื่อปล่อย กิจกรรมจบลง พระอาจารย์ฮุ่ยไฮ่นับลูกประคำพลางสวดงึมงำในคอไปพลาง ไม่มีใครเข้าใจว่าเขาสวดอะไร และได้เวลากลับบ้าน… ถึงแม้ว่านั่วนั่วจะรู้สึกทรมาณกับธรรมะของพระอาจารย์ที่พยายามทำให้เธอเปลี่ยนศาสนา แต่การเดินทางก็ค่อนข้างราบลื่น

ยามบ่ายผ่านไป บอสใหญ่เซียวยังไม่โทรมา หมายความว่าเขายังไม่เลิกงาน ดีมากๆ เย้ๆ เพราะว่ายิ่งเจ้ากระต่ายน้อยใกล้ชิดกับบอสใหญ่เซียวมากเท่าไร เธอก็รู้ว่าเขามีมารยามากกว่าร้อยเล่มเกวียนเสียอีก เวลาที่เธอและเหล่าพี่น้องในบริษัทคุยกัน ล้อเล่นกัน ถึงแม้ว่าใบหน้าเขาจะดูปกติ ในออฟฟิศเขาวางตัวเรียบเฉยหน้านิ่ง แต่พออยู่ด้วยกันสองคนแล้ว พวกเขาจะเริ่มทะเลาะกันและเขาก็จะอาละวาดออกฤทธิ์เดชทันที

>__<

ดังนั้น ผู้ชายทุกคนนั้นมีด้านไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ใสซื่อ บอสใหญ่เซียวเป็นคนที่ขี้หึงมากถึงมากที่สุด ไม่ว่าเธอจะไปเจอผู้ชายคนไหนแบบตัวต่อตัวก็ตาม ดังนั้นนั่วนั่วจึงไม่คิดจะบอกบอสใหญ่เซียวกับการไปทำทานปล่อยสัตว์วันนี้ ยังไงเขาก็ไม่รู้เรื่องเพราะต้องทำโอทีอยู่แล้วแหละ [1]

แต่นั่วนั่วไม่คิดว่าการปล่อยชีวิตสัตว์วันนี้จะไม่ส่งผลบุญอะไรให้เธอเลยสักนิด ขากลับ รถยนต์ที่ขับเข้าเมืองมาได้ครึ่งทาง จู่ๆคนขับก็หันกลับมาเอ่ย “เอ่อ… คือว่า….. เหมือนจะน้ำมันหมดน่ะ”

นั่วนั่วรู้สึกกลุ้มจนอยากเอาหัวโขกกำแพง เธอน่าจะรู้ว่าการออกมากับเสี่ยวเหวินชูมันเป็นอะไรที่ไม่แน่นอนจริงๆ ไม่ว่าพระอาจารย์จะยอดเยี่ยมอย่างไร หรือพี่น้องสายธรรมะจะเป็นตัวแทนของพระเจ้ายังไง พวกเขาก็รู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะไกลแค่ไหน รู้ว่าหมู่บ้านนี้น่ะห่างไกลชุมชน ไม่มีร้านค้าใกล้ๆเลย แล้วตาลุงนี่ดันไม่ยอมเติมน้ำมันซะนี่ แงๆๆๆๆๆๆๆๆ

นั่วนั่วร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดีล่ะ”

คนขับ “ไม่รู้สิ รถน้ำมันหมดแล้ว โทรศัพท์ผมไม่มีถ่านด้วย ไม่มีทางเรียกรถยกมาได้”

พระอาจารย์ ฮุ่ยไฮ่ “อมิตาพุทธ…ชะตาจงนำพา” [2]

เสี่ยวเหวินชู: “ที่จริง ก็ไม่เลวร้ายอะไรนะ พวกเราช่วยชีวิตสัตว์เล็กๆพวกนี้ แล้วแค่ต้องรอคนมาช่วยเราเอง พระโพธิสัตว์ลิขิตทุกอย่างไว้แล้ว กรรมครั้งนี้ไม่แย่นักหรอก!”

นั่วนั่ว: “…..”

ฉันหลงมาอยู่กับคนแบบไหนกันเนี่ย ฮืออ!!

ภรรยาคุณลุงที่พึ่งพาได้ กระแอมเบาๆก่อนตอบ “ฉันโทร 122, แจ้งกรมขนส่งแล้ว”

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะแจ้ง 122 คำตอบจากปลายสายเอ่ยว่า รถยกจะมาในอีกไม่นาน แต่เวลานัดของนั่วนั่วกับบอสใหญ่เซียวนั้นตอนห้าโมงเย็นใกล้เข้ามาทุกที่

ห้าโมงเย็นปุ๊บ โทรศัพท์มือถือของนั่วนั่วก็ดังทันที เธอไม่ต้องมองชื่อคนโทรก็รับ เสียงผู้ชายนุ่มๆของบอสใหญ่เซียวดังขึ้น “นั่วนั่ว งานฉันเสร็จแล้ว ฉันจะไปรับเธอเดี๋ยวนี้”

นั่วนั่วกัดริมฝีปาก ส่ายศีรษะไปมาราวกับกลองป๊อกแป๊ก “ไม่เป็นไรค่ะไม่ต้องรีบ” ทำโอทีไปนานๆเลยจะดีกว่า

ได้ยินคำ เซียวอี้หัวเราะเบาๆ “นั่วนั่ว ฉันขอโทษ ฉันเป็นคนชวนเธอมาเดทเอง เอางี้ละกัน เธอไม่ต้องเลี้ยงฉันแล้ว อยากทานอะไรกันดี”

นั่วนั่วหยุดฝันกลางวันครึ่งทางก่อนเอ่ย “เอ่อ… อันที่จริงคุณต้องกังวลแล้วล่ะ… เอ่อ คือว่าฉัน… เอ่อ…. ออกมาข้างนอก พอดีเพื่อนฉันมีเรื่องนิดหน่อย อีกสักชั่วโมงฉันถึงจะกลับน่ะค่ะ”

เซียวอี้ชะงักไปก่อนถาม “เธออยู่ไหน”

“ฉันออกมาหาเพื่อนดื่มกาแฟด้วยกัน เธอพึ่งทะเลาะกับสามี”

เสียงเธอพึ่งขาดไป เสี่ยวเหวินชูทำตัวลับๆล่อๆโผล่มา จ้องไปที่โทรศัพท์มือถือก่อนเอ่ยเสียงเศร้า “นั่วนั่ว ชายคนที่เคยฝังศพเธอกำลังตามหาเธออยู่เหรอ”

(╯▽╰)

ชั่วขณะที่โลกนี้เหมือนหยุดนิ่ง นั่วนั่วแข็งทื่อราวกับหิน พูดไม่ออก ระยะทางแค่นี้ บอสใหญ่เซียวคงไม่ได้ยินที่เสี่ยวเหวินชูพูดหรอกนะ?

ตายแหงแก๋+++

ไหน้ำส้มของใครบางคนร่วงลงแตก… เธอสามารถได้กลิ่นเปรี้ยวๆจากโทรศัพท์…

แน่นอนอยู่แล้ว บอสใหญ่เซียวที่เงียบไปเอ่ยขึ้นซ้ำ “เธออยู่ไหน”

ประโยคเดิม แต่โทนเสียงเปลี่ยน… นั่วนั่วเข้าใจว่าบอสใหญ่เซียวโกรธจัด เธอรู้ดีว่าชายคนนี้เกลียดการหลอกลวง ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีอะไรกับเสี่ยวเหวินชูจริงๆ แต่ทำไมต้องโกหกด้วยล่ะ ตอนนี้ก็เหมือนว่ามีแล้วล่ะ

นั่วนั่วถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอน่าจะรู้ว่าเธอโกหกบอสใหญ่เซียวไม่ได้ เอ่ยเรียบๆ “พวกเราอยู่ชานเมืองรอรถยกอยู่ค่ะ น้ำมันหมดน่ะ”

เซียวอี้ตกใจจนไม่สนใจถามว่า “พวกเรา” คือใครบ้าง แต่ถามที่อยู่และออกมาพร้อมคำพูดเรียบๆ “ฉันจะไปรับเธอ” ก่อนวางสายไป เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั่งยองๆบนข้างๆทุ่งนา เงยหน้ามองฟ้า ดูไงบอสใหญ่เซียวก็โมโหแน่ๆ

เสี่ยวเหวินชูลังเลก่อนเดินมากระซิบ “นั่วนั่ว คนที่ฝังศพเธอจะมารับเหรอ”

“……” นั่วนั่วที่ไม่พูดอะไรก่อนจะหลุดปาก “นายอ่ะสิฝังศพ ฝังซะทั้งครอบครัวเลย…!”

เธอต้องบ้าไปแล้วที่ยอมมาทำบุญปล่อยชีวิตสัตว์เนี่ย…

[1] 神不知鬼不觉: พระเจ้าไม่รู้ วิญญาณไม่เห็น

[2] 一切随缘随缘: ปล่อยให้ชะตานำไป