0 Views

บทที่ 24 สงครามเย็น

หลักฐานความสัมพันธ์ของ “ฟีนิกซ์เก้าวัน”

หนึ่ง ชื่อ

คนหนึ่งใช้ชื่อ “เฟิ่งเหยียนเก้าวัน” ส่วนอีกคนใช้ชื่อ “หวงเหยียนเก้าวัน” เป็นที่รู้กันทั่วไปว่า “เฟิ่งเป็นชาย ส่วนหวงนั้นเป็นหญิง” ไม่ต้องอธิบายมากมายก็เข้าใจ

สอง การออนไลน์

สองเทพนั้นทำตัวเรียบง่ายติดดิน แต่ต้องขอบคุณระบบของ 《Huang Yan》 ทุกครั้งที่ทั้งคู่ออนไลน์ ทุกคนสามารถรู้ได้ พอ “เฟิ่งเหยียนเก้าวัน” ออนไลน์ ไม่เกินนาที “หวงเหยียนเก้าวัน” ก็เข้าเกมส์มาติดๆ

สาม วัตถุดิบ

ถึงแม้ว่าสองเทพจะหาตัวยาก แทบไม่มีใครพบทั้งคู่อยู่ด้วยกันเลย ไม่เคยอยู่ทีมเดียวกัน ไม่เคยเห็นแม้แต่เงา แต่ที่น่าแปลกคือ เวลาที่ “เฟิ่งเหยียนเก้าวัน” ล่าบอสได้วัตถุดิบมีค่าหายากมา วันถัดมา วัตถุดิบนั้นจะไปโผล่อยู่ในร้านขายของของ “หวงเหยียนเก้าวัน” เสียอย่างนั้น

มันน่าสงสัยซะจริงๆ

สี่ การต่อสู้นอกเมือง

วันหนึ่งมีคนรวมหัวกันวางแผนโค่น “เฟิ่งเหยียนเก้าวัน” เพื่อยั่วโมโหเขาที่นอกเมืองเขาถูกรุมจากคนนับไม่ถ้วน คนถล่มถลายยิ่งกว่าการล่าบอสใหญ่ของเกมส์เสียอีก “เฟิ่งเหยียนเก้าวัน” เลือดไหลไม่หยุด แต่จู่ๆ “หวงเหยียนเก้าวัน” ก็โผล่มาเพิ่มเลือดให้เขาจากที่ไหนก็ไม่รู้

ไม่ต้องพูดถึงว่า “หวงเหยียนเก้าวัน” รู้ได้ไงว่า “เฟิ่งเหยียนเก้าวัน” อยู่ที่ไหน ถึงแม้คนจะบอกว่า เขาใช้ทักษะ “ราววายุ” เพื่อมาช่วยก็เถอะ แต่แม้แต่มือใหม่อย่างเราๆยังรู้เลยว่า มีทักษะของคู่รักชื่อว่า “กุมมือเธอ” ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปหา สามี/ภรรยา ได้ในพริบตา และยังดึง 30% ของความเสียหายมาที่ตัวเองแทนอีกฝ่ายด้วย

อมิตาพุทธ ถึงแม้ว่าสองคนจะทำตัวเสมือนคนแปลกหน้าตลอด แต่เวลาวิกฤติ สกิลแสนหวานของสามีภรรยานั้นจะทรยศคุณ…

ห้า คำสารภาพ

ถ้าเธอจำไม่ผิด มีครั้งหนึ่งที่ มีคนบ้าอาละวาดเพื่อยั่วโมโห “เทพ” ไอ้บ้าคนนี้ตะโกนไม่หยุด พร่ำบ่นเวิ่นเว้อ และร้องให้ “เฟิ่งเหยียนเก้าวัน” มาจัดการเขา วันถัดไป มีคนถูกฆ่า จากแหล่งที่เชื่อถือได้ คนคนนั้นถูกจัดการโดย “หวงเหยียนเก้าวัน”

หึงชัดๆ

หก..

นั่วนั่วสูดหายใจเฮือกใหญ่ ปิด หน้าเวปบอร์ดสนทนาของ 《Huang Yan》แต่ไฟที่ลุกโชนจากตาของเธอนั้นยังไม่ดับ ราวเป็นอัคคีอมตะ เธอไม่ควรกดเปิดอ่านเลย ไม่ควรเลย

นั่วนั่วรู้สึกอยากเอาหัวโหม่งเต้าหู้ตาย

สำหรับหญิงสาวรุ่นเดียวกัน ถ้าเจอเรื่องแบบเดียวกันกับนั่วนั่ว คงไม่ตีอกชกหัวร้องไห้โวยวาย มันหัวดื้อเกินไป แต่การที่ผู้ร้ายสารภาพผิดมาง่ายๆ นั่วนั่วอยากเอากรงเล็บขูดกำแพงเสียจริงๆ

เซียวอี้พูดมาเรียบๆด้วยน้ำเสียงสงบราวกับสายน้ำไหลเอื่อย “เพราะเธอเล่นเป็นผู้ชาย” เพื่อยุติเรื่อง เธอรับไม่ได้จริงๆ เขาไม่สนใจจะอธิบายเรื่อง “ฟีนิกส์เก้าวัน” กับเธอแม้แต่น้อย เหมือนมันไม่สำคัญกับเธองั้นแหละ

จากเรื่องนี้ นั่วนั่วคิดว่าบอสใหญ่เซียวต้องถูกอบรมเสียบ้าง

จากที่ผ่านมา เขาสูงส่งกว่าเธอเสมอๆ เขาเป็นเจ้านาย เธอเป็นพนักงาน นั่วนั่วต้องฟังเขาอย่างเดียว พูดง่ายๆเลยนะ เซียวอี้คิดว่าเธอเป็นกระต่ายขาวตัวน้อยที่แสนอ่อนโยน แต่อย่าลืมว่า ดินเหนียวยังประกอบด้วยดินสามส่วน กระต่ายขาวตัวนี้ก็กัดคนเป็นเหมือนกัน

นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ของนั่วนั่วและเซียวอี้เปลี่ยนไปแล้ว หลังจากการคบกันอย่างเป็นทางการ นั่วนั่วมีสิทธิ์และเสียงในการจัดการเซียวอี้ว่าควรดูแลแฟนสาวอย่างไร และให้เขายอมรับความผิดด้วยทัศนคติที่สมควรเป็น

ผู้หญิงถึงแม้จะตัวเล็ก แต่ความโกรธนั้นไม่เล็กตามไปด้วย เซียวอี้ควรจะรู้ว่า เธอไม่ใช่คนที่จะมายั่วกันได้ง่ายๆ ถ้าเธอยอมเขาทุกเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นความสัมพันธ์ ตอนหลังๆจะเกิดผลลัพธ์อะไรบ้างก็เกิดคาดเดา

หลังจากคำนวนอย่างดี ราชินีนั่วนั่วที่ตั้งใจแช่แข็งบอสใหญ่เซียวเป็นเวลาสองวันเต็ม

โหมดเย็นชาราวก้อนหิน: ไม่ตอบข้อความ ไม่รับโทรศัพท์ ไม่ออนไลน์เพื่อเล่นเกมส์ด้วย

จุดประสงค์: ทำลายความเย่อหยิ่งถือดีของใครบางคน

บ่ายวันอังคารการแช่แข็งก็เริ่มต้นขึ้น

บ่ายวันนั้น พิงค์เบบี้มีประชุมโปรเจค เธอเห็นหลินเอ็มเอ็มจากแผนกธุรการย่องเข้ามาเงียบๆ ก่อนกระซิบข้างหูนั่วนั่ว “นั่วนั่ว เจ้านายอยากให้เธอโทรหาน่ะ เธอโทรหรือยัง”

ถึงแม้หลินเอ็มเอ็มจะอยู่ใกล้มากจนเหมือนจะกระซิบ แต่ระดับเสียงนั้นดังเกินไปจนทุกคนในห้องประชุมได้ยินกันหมด แต่ คีย์เวิร์ดสำคัญ “เจ้านาย” ลุงลามกที่กำลังอธิบายอยู่หน้าจอโปรเจคเตอร์ก็หยุดชะงัก ด้วยสีหน้ายิ้มๆ

“หลินเอ็มเอ็ม เจ้านายตามหานั่วนั่วเรื่องอะไรเหรอ”

“ค่ะ” หลินเอ็มเอ็มยิ้ม ลุกขึ้นยืน “เหมือนว่าจะเป็นเรื่องด่วนน่ะค่ะ ฉันเลยเข้าห้องประชุมมาถาม ขอโทษที่รบกวนนะคะ” แต่สีหน้าเธอนั้นไม่เหมือน เสียใจที่ต้องขัดจังหวะลุงประหลาดแม้แต่น้อยนิด

ลุงหื่นจอมเลียนั้นเข้าใจดีว่าไม่ควรหาเรื่องเลขาเซียวอี้และยิ้มกว้างขึ้น “ถ้าคุณพูดแบบนั้น ซูนั่วคุณออกไปโทรหาเจ้านายเถอะ”

นั่วนั่วที่ไม่พูดอะไรมาตลอด เงยหน้าขึ้น “อ้อ พอดีฉันไม่มีเวลาโทรหาเขาน่ะค่ะ”

หลินเอ็มเอ็มอยากจะร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาได้แต่กระโดดไปมาอย่างร้อนรน “เอ่อ… งั้นก็ออกไปโทรเลยสิ”

นั่วนั่วดูเหมือนว่าเธอกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง “ เอ่อ ตอนนี้คงไม่เหมาะ เรากำลังประชุมอยู่ไม่ใช่เหรอคะ”

หลังจากพูดจบ ทั้งหลินเอ็มเอ็มและลุงลามกก็ตัวแข็ง เพื่อนร่วมงานทั้งห้องประชุมก็เงียบสนิท ลุงหื่นที่ไม่รู้เหตุผล คิดว่านั่วนั่วจะแก้แค้นเขาที่รายงานเรื่องเธอไปคราวก่อน ทำให้เจ้านายคิดว่าเขาทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเจ้านายคิดว่าเขาเป็นคนรั้งนั่วนั่วไว้ ไม่ยอมให้เธอโทรศัพท์หาเจ้านาย เขาไม่ตายเหรอไง

ตาของหลินเอ็มเอ็มก็แดงก่ำ โบนัสเดือนนี้ลอยหายไปกับสายลมแหงแก๋

บอสใหญ่เซียวโทรมาเมื่อเช้า บอกว่าเขามีเรื่องสำคัญจะคุยกับซูนั่วแผนกวางแผน ให้เธอโทรกลับด้วย ผลคือ เช้าวันหนึ่งผ่านไป เที่ยงก็แล้ว… และบ่ายก็กำลังจะหมด สหายนั่วนั่วช่างไม่รีบร้อน ไม่ยอมโทรเสียที่

ดังนั้น บอสใหญ่เซียวจึงหงุดหงิดมากและโมโหง่ายเป็นพิเศษ ตอนบ่ายวันนี้ หลินเอ็มเอ็มรับสายถึงสามรอบ เธอกลายเป็นไส้แซนวิชที่ถูกอัดอยู่ตรงกลาง

“นั่วนั่วจ๋า เราเป็นเพื่อนกันนะ เห็นใจเงินเดือนน้อยนิดของฉันหน่อยเถอะ ออกไปโทรหน่อยน้า”

นั่วนั่วที่มีสีหน้าว่างเปล่า กำลังจะปฏิเสธเมื่อประตูเปิดออกอีกครั้ง คนที่เข้ามาเป็นเด็กใหม่แผนกธุรการ ฮวาฮวา ฮวาฮวากระพริบตาโตๆส่องประกายวิ้งๆ เอ่ย “ พี่หลินคะ เจ้านายโทรมาอีกแล้ว เขาบอกว่า เขาอยากให้ซูนั่วรับโทรศัพท์เป็นการส่วนตัวค่ะ”

ดวงตานั่วนั่วทอประกายเจ้าเล่ห์เมื่อได้ยิน หยิกคางตัวเองก่อนคลี่ยิ้มอ่อนๆ ใช้ได้ มีความคืบหน้าแล้ว เขายอมวางศักดิ์ศรีและเรียกหาเธอเป็นการส่วนตัว

“อืมม์…” นั่วนั่วลังเล ก่อนห่อปาก “เอ่อ หลินเอ็มเอ็มช่วยแจ้งเจ้านายแทนฉันด้วยค่ะว่าหลังจากนี้ครึ่งชั่วโมงให้โทรกลับมาอีกรอบ”

“อะ…อะไรนะคะ” หลินเอ็มเอ็มสูดหายใจลึกๆ หนึ่งคำ หนึ่งประโยค วันนี้นั่วนั่วเล่นอะไรเนี่ย คำพูดแบบนั้นใครกล้าจะช่วยบอกแทนเธอล่ะ พูดเองเถอะ ฉันไม่อยากโดนบอสใหญ่เซียวโกรธจนตายนะ

สมาชิกคนอื่นๆในห้องประชุมก็แข็งเป็นหินไปแล้ว นั่วนั่วไม่สนใจก่อนเริ่มฝันกลางวัน “ก็ตอนนี้พวกเรากำลังประชุม ให้เขารอสักครึ่งชั่วโมง…”

“เลื่อนการประชุม!!” เธอพูดไม่ทันจบ ลุงหื่นก็ประกาศชัดเจน ก่อนรีบเผ่นออกไปพร้อมแฟ้มเอกสาร

( _ )

ผู้เข้าร่วมประชุมคนอื่นๆที่ได้ยินประโยคนี้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งออก เผ่นหนีไม่เหลือแม้แต่เงา

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับบอสใหญ่เซียว นั่วนั่วนั้นอาจจะบ้าไปบ้าง แต่เธอไม่คิดจะทำร้ายตัวเอง

นั่วนั่วไม่มีทางเลือก ก่อนตามหลินเอ็มเอ็มไปที่แผนกธุรการก่อนต่อสาย บอสใหญ่เซียวที่ได้ยินเสียงเจ้ากระต่ายน้อย ประโยคแรกที่หลุดมาคือ “ปิดเครื่องทำไม”

นั่วนั่วขยิบตา “อ๋อ แบตหมดน่ะค่ะ”

“QQ ก็ไม่ตอบ”

“ฉันไม่เห็นข้อความ สงสัยโดนระบบแทะไปแล้วค่ะ”

“ไม่โทรกลับด้วย”

“เช้านี้ยุ่งมากค่ะ”

“……” โทรศัพท์เงียบงัน นั่วนั่วเริ่มลังเลว่าจะใช้มาตรการเย็นชาต่อดีหรือเปล่า ทันใดนั้นเสียงหัวเราะเบาๆก็ดังขึ้นผ่านสาย

นั่วนั่วอึ้งและฉุนกึ้ก เซียวอี้รู้สึกว่ามันแปลกและเธอไร้เดียงสามากนักเหรอ คิดว่าเธอเบื่อมากจนหัวเราะเยาะเธองั้นเหรอ

“อย่าหัวเราะสิ” นั่วนั่วขบฟัน อยากกัดเซียวอี้สักคำ เธอจริงจังมากนะ จริงจังในการทะเลาะกับเขามาก เขากล้าหัวเราะเธอได้ยังไง

บอสใหญ่เซียวตอบเรียบๆ “นั่วนั่ว เธอกำลังหึง”

นั่วนั่วใจสั่น กุมโทรศัพท์ สมองชาไปหมด เธอจะ จะ……….หึง เขาได้ไง เธอแค่อยากเอาชนะเขาสักรอบ เธอต้องการฝึกเซียวอี้ให้ทำตัวดีๆเท่านั้น

ทันใดนั้นเซียวอี้เอ่ย เดี๋ยวฉันกลับมาวันนี้ ฉันจะอธิบายเรื่อง “เรื่องฟีนิกส์เก้าวัน”กับเธอเอง คุณซู กว่าคุณจะยอมรับโทรศัพท์เป็นการส่วนตัวก็ใช้เวลาทั้งวันแล้ว แสดงว่าเธอหายโกรธฉันแล้วใช่ไหม”

นั่วนั่วรู้สึกหมดกำลังใจเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวอี้ เหมือนว่าเซียวอี้ไม่ได้รับผลกระทบอะไรสักนิด มีแต่เธอที่รู้สึกอึดอัดอยู่คนเดียว

“ฉันไม่ได้โกรธ แบตฉันหมดจริงๆ”

“อืม ตอนนี้น่าจะชาร์ตเต็มแล้วมั้ง ฉันจะบินกลับพรุ่งนี้บ่าย”

นั่วนั่วหยุด เมื่อได้ยิน เขาจะกลับมาแล้ว นั่วนั่วขยับมาก อยากพูดอะไรสักอย่าง ก่อนได้ยินเสียงกระซิบเบาๆ

“นั่วนั่ว ฉันคิดถึงเธอ”

%>_<%

ประโยคสั้นๆทำเอานั่วนั่วยอมศิโรราบโดยสิ้นเชิง ความหึงหวงและความโกรธเล็กๆน้อยๆที่เธอมีเลือนหายไปเหมือนควัน แน่นอนอยู่แล้ว เธอไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบอสใหญ่เซียวสักนิด…